น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 4 : คำสัญญา (2/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : คำสัญญา (2/3)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 544

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2560 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : คำสัญญา (2/3)
แบบอักษร

“ฉันว่าคุณน่าจะไปเดินเที่ยวกับยัยแคทแกนะคะ ไม่อย่างนั้นทริปนี้มันก็จะไม่มีความหมายถ้าคุณกับลูกไม่ได้เที่ยวด้วยกัน”

นางจินตนาหันไปเอ่ยกับผู้เป็นสามีที่พาสังขารที่ไม่อำนวยของทั้งคู่มานั่งพักที่ม้านั่งใต้ริมทางเดิน หากนายปีเตอร์กลับยิ้มให้กับภรรยาอย่างอ่อนโยนขณะเอ่ยตอบ

“ยังเหลือที่ต้องไปอีกตั้งหลายที่ อีกอย่างผมเองก็ไม่ใช่หนุ่มๆแล้ว ขืนให้เดินตามยัยแคทรอบปราสาทผมก็ได้เป็นโรคเกาท์กันพอดี”

“ยังดีนะคะที่เราชวนคุณเอกกุลมาด้วย ไม่อย่างนั้นยัยแคทคงเหงาแย่”

“ปล่อยให้คนหนุ่มสาวแรงดีเดินกันไปเถอะ เรานั่งรออยู่ตรงนี้ก็ได้ ออกจากที่นี่เราค่อยไปหาอะไรกินที่ใกล้ๆท่าเรือ”

นายปีเตอร์เอ่ยตัดบทง่ายๆพลางนั่งชมบรรยากาศบ้านเกิดของตนอย่างคิดถึง คาร์ดิฟฟ์เป็นเมืองท่าเล็กๆที่เงียบสงบ ทั้งเขาและหลุยส์เกิดที่นี่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนเพื่อไปเรียนและทำธุรกิจที่นั่น หากระยะเวลาหลายสิบปีที่เขาจากบ้านเกิดที่เวลส์ไปในแต่ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองหลวง ณ ปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยเมื่อเทียบกับชีวิตของเขากับหลุยส์ที่ลุ่มๆดอนๆที่กว่าจะพบเจอความสงบสุขในชีวิตอายุก็ปาเข้าไปครึ่งคนแล้ว

“ผมจำได้ว่าผมกับหลุยส์เคยแข่งกันปีนขึ้นไปพิชิตหอคอยที่ด้านตรงข้ามปราสาทแห่งนี้”

ปีเตอร์หันมาเอ่ยกับภรรยาพลางชี้ให้ดูปราการหินสูงที่ถูกก่อขึ้นคล้ายป้อมโดยที่บนยอดหลังคาสูงที่สุดนั้นมีเสาธงผืนสีขาวเขียวประทับรูปมังกรบินสีแดงโดดเด่นอยู่ตรงกลาง

 “แล้วใครไปถึงที่ยอดหอคอยนั้นได้ก่อนกันคะ”

“ผมสิ ...ผมแก่กว่าหลุยส์เกือบสิบปี หลุยส์ตอนนั้นยังเด็กมาก เขาวิ่งตามผมไม่ทันหรอก...”

ปีเตอร์เอ่ยพลางหันมายิ้มให้กับภรรยา ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปกุมมืออีกฝ่ายไว้ในขณะที่เอ่ยประโยคต่อมา

“..แต่ตอนนี้หลุยส์เขาวิ่งแซงหน้าไปปักธงชีวิตได้ก่อนผมแล้วล่ะ จนป่านนี้ผมเองยังไม่สามารถสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม พ่อ แม่ ลูก ได้เหมือนเขา”

“ปีเตอร์  คุณควรคุยกับแคทให้เข้าใจนะคะ ถ้าคุณปล่อยลูกให้อยู่กับเทเรซ่าที่นี่ ลูกจะไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่คุณทำเพื่อแกมาตลอด”

“ตอนแรกผมคิดว่าพอยัยแคทโตแล้วเราอาจจะคุยกันได้รู้เรื่องมากขึ้นถึงสิ่งที่ผมกับเทเรซ่าเป็น แต่ดูจากท่าทีของลูกแล้ว ผมคิดว่ามันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้นะคุณจิน”

“สักวันหนึ่งลูกจะเข้าใจคุณค่ะปีเตอร์ บางครั้งเรื่องบางเรื่องคนเราก็ไม่สามารถจะเข้าใจมันได้ถ้าไม่ได้อยู่ในจุดจุดเดียวกัน แคทเธอรีนอาจจะยังไม่เคยมีความรัก แกถึงไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณเลือกที่จะแยกทางกับเทเรซ่า”

“ผมก็ได้แต่หวังว่ายัยแคทจะเจอผู้ชายดีๆสักคน เพื่อที่ว่าสักวันหนึ่งแกจะเข้าใจเรามากขึ้นอย่างที่คุณว่า”

นายปีเตอร์เอ่ยพลางเกาะกุมมือของเขากับภรรยาอย่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในขณะที่มองตามร่างสองร่างที่เดินเคียงคู่กันเข้าไปชมปราสาทที่เจ้าของเดิมตั้งใจจะสร้างให้เป็นสถาปัตยกรรมที่ดุจเนรมิตจากเทพนิยาย

 

  แคทเธอรีนหันมามองชายหนุ่มที่ยังคงทำตัวเป็นตากล้องมือถืออยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาถึงทางเข้าห้องโถงที่วิจิตรหรูหราด้วยเพดานลวดลายสีทองที่ถูกออกแบบตกแต่งโดยนักออกแบบชื่อดังแห่งยุค อย่าง วิลเลียม เบอร์กส์ (William Burges) ที่ตกแต่งปราสาทแห่งนี้จนงดงามดุจพระราชวัง

“คุณอยากเข้าเฟรมบ้างไหม ฉันจะถ่ายให้”

“ไม่เป็นไร ผมชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้ด้วยตาและจดจำทุกอย่างเอาไว้ในใจ” ชายหนุ่มเอ่ยพลางอมยิ้มจนตาพราวระยับ หากหญิงสาวกลับสวนกลับเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็หยุดถ่ายรูปฉันได้แล้ว”

“ทำไมล่ะ คุณออกจะเหมาะกับทุกอย่างที่นี่ ปราสาทที่แสนยิ่งใหญ่และหรูหรา กับเจ้าหญิงโฉมงามในนิทานซินเดอเรลล่าไง”

“ถ้าฉันจะเหมือนซินเดอเรลล่า ก็คงจะเป็นข้อที่ว่าฉันมีแม่เลี้ยงมากกว่าที่จะเป็นเจ้าหญิงโฉมงามอย่างที่คุณว่า”

แคทเธอรีนเอ่ยเสียงแค่นอย่างเยาะหยันตัวเอง หากเอกกุลกลับเอ่ยแย้งเบาๆ

“คุณจินตนาไม่ใช่แม่เลี้ยงใจร้ายเหมือนในนิทานหรอกนะแคท เท่าที่ผมรู้จักปีเตอร์กับภรรยา เธอเป็นคนดีมีน้ำใจคนหนึ่ง”

“ฉันไม่อยากได้แม่เลี้ยงใจดี แต่ฉันไม่ต้องการแม่เลี้ยงเลยต่างหาก ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้น แม่กับพ่อก็คงไม่ต้องหย่ากัน! และฉันก็คงไม่ต้องถูกพ่อทิ้งเอาไว้เหมือนเป็นเด็กกำพร้าในคอนแวนต์แบบนี้!

แม้น้ำเสียงที่หญิงสาวเอ่ยนั้นจะเต็มไปด้วยความโกรธ หากเอกกุลก็ยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่หญิงสาวพยายามใช้ความเกลียดชังมาปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ ดังนั้นน้ำเสียงทุ้มของชายหนุ่มจึงอ่อนโยนลงเมื่อเอ่ยกับผู้หญิงตรงหน้า

“ทุกคนมีเหตุผลของการกระทำเสมอแคท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือ เราต้องเผชิญหน้ากับเหตุผลนั้นตรงๆ และผมก็คิดว่าคุณน่าจะลองฟังเหตุผลของคุณพ่อคุณดูสักครั้ง”

“คนที่แต่งงานกันแล้วจบชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้าง มันจะมีเหตุผลอะไรอีก นอกจากว่าหมดรักซึ่งกันและกันแล้ว”

“สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ แต่สำหรับผม ถ้าผมจะแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง ผมจะแต่งงานด้วยเหตุผลเดียวก็คือความรัก และผมจะไม่มีวันหย่าขาดจากเธอ ต่อให้เธอจะรักหรือไม่รักผมแล้วก็ตาม”

“คุณจะทนอยู่กับเธอ ไม่ยอมหย่า แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่รักคุณอย่างนั้นหรือคะ”

แคทเธอรีนเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามเขาอย่างสนเท่ห์ปนใคร่รู้อย่างประหลาดใจ ในโลกนี้จะมีผู้ชายคนไหนที่จะทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักได้บ้าง

“ใช่  ผมจะทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ เพราะผมรัก...เธอ”

ใบหน้าเรียวของหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ แม้แคทเธอรีนจะมั่นใจว่าบทสนทนาทั้งหมดไม่ได้มีชื่อของตัวเองอยู่ในนั้น แต่นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นเปล่งประกายลึกล้ำที่มองสบมาทำให้หญิงสาวไม่มั่นใจว่า เธอ ที่เขาหมายถึงนั้นจะมีตัวตนอยู่ตรงส่วนไหนของโลกในตอนนี้

“ฉันว่าเราเดินไปดูส่วนอื่นของปราสาทกันเถอะ ไหนๆก็เข้ามาแล้ว”

แคทเธอรีนเอ่ยพลางหลบสายตาคมกล้าคู่นั้นด้วยการหันหลังให้อีกฝ่ายพลางเดินนำไปยังส่วนอื่น หากเสียงกดชัตเตอร์ที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้หญิงสาวต้องหันมาเอ่ยย้ำกับตากล้องมือถืออีกครั้ง

“ฉันจำได้ว่าฉันบอกให้คุณหยุดถ่ายรูปฉันได้แล้วนะคุณเอกกุล”

“ก็ได้...” ชายหนุ่มรับคำอย่างง่ายๆพลางเก็บโทรศัพท์มือถือยัดลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก่อนจะหันมาสบตากับอีกฝ่ายพลางเอ่ยกับหญิงสาวเสียงทุ้มหวาน

 “นับจากนี้ไป ผมจะมองคุณและจดจำคุณเอาไว้ในใจ ดีไหมแคทเธอรีน”

 

....................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น