ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 9 คืนเข้าหอ NC 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 9 คืนเข้าหอ NC 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.6k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 9 คืนเข้าหอ NC 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 9


ช่วงพิธีการยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ หลังจากการจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้นก็เป็นเวลาของการเฉลิมฉลอง คู่บ่าวสาวของงานควงกันเดินทักทายแขกผู้มาเยือนตามโต๊ะ เทวินทร์เดินเข้ามากระซิบข้างๆภาคิณจนทำให้เขามีสีหน้าเครียดลง


"มีอะไรหรือคะ?" เห็นท่าไม่ดีวาณิริณจึงถามเขาออกไป


ภาคิณยิ้มให้บางๆ "ห้องหอยังไม่เรียบร้อยน่ะ งานเลี้ยงคงต้องเลิกดึกหน่อย"


"เรื่องเล็กน้อยเองค่ะ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องใส่ใจขนาดนั้นเลย" มือหนากระชับเอวบางเข้ามาชิดกาย "อย่าคำแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ได้ไหมคะ?"


ชายหนุ่มหัวเราะนิดๆแต่ก็ไม่ได้หยุดการกระทำแต่อย่างใด "นิดหน่อยเอง" หอมแก้มขวาของเธอเท่าไหร่ก้ไม่หนำใจเสียที "จุ๊บ!! พี่ขอไปคุยกับเพื่อนก่อนนะ"


"ค่ะ" นัยน์ตาสวยมองเจ้าบ่าวของเธอที่เดินไปยังโต๊ะที่อัศนัยและมีเพื่อนของเขาอีกสองสามคนนั่งอยู่ ส่วนเธอก็หันมาปั้นหน้ายิ้มให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ในงานที่ให้คำอวยพรอยู่เรื่อยๆ


ด้านภาคิณมาสังสรรค์กับเพื่อนๆเพียงครู่เดียวก็ออกมาหาเทวินทร์ข้างนอกพร้อมกับภากร บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดเสียงที่แอบบันทึกไว้ให้สองพี่น้องฟังก็ทำให้พวกเขานิ่งไปสักพัก...ในใจแม้จะมีหลายเสียงตีกันวุ่นวาย เพราะว่านั่น...คืออาแท้ๆ


"เสียงชัดเจนแบบนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ะ" ภากรถอนหายใจ


"ที่ร่วมกับวิวัฒน์มีทั้งหมดสี่คน เทวินทร์...แกให้คนไปสืบมาว่ามันมีใครบ้าง โดยเฉพาะไอ้คนที่มันพูดถึงณิริณ...บ้านมันอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร เอาข้อมูลส่วนตัวมาันมาให้หมด ฉันจะเชือดมันเป็นคนแรก" ภาคิณพูดเสียงกดต่ำด้วยสีหน้านิ่งเฉย


เทวินทร์โค้งรับคำเล็กน้อย "ครับคุณคิณ"


ภากรเดินมาแตะไหล่น้องชายเบาๆ "เอาน่าๆ ยังไงมันก็ผู้ร่วมขบวนการ เดี๋ยวก็ได้เชือดมันอยู่แล้ว"


"ขอแบบเร็วๆจะดีกว่า ปล่อยไว้นานมันจะย่ามใจ...ว่าแต่พี่กรไม่ไปดูวาณิชาหน่อยหรอ?"  คนเป็นพี่ย่นคิ้วลงจนภาคิณเผลอหัวเราะเบาๆ "หวังจะกินเด็กก็ระวังหน่อยนะ แมวขโมยยิ่งมีเยอะกันเสียด้วย"


"เออๆ แกก็รีบๆไปดูเจ้าสาวด้วยล่ะ แมวขโมยก็ยิ่งจ้องกันอยู่นี่" พูดจบภากรก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในงาน ขืนอยู่นานกว่านี้น้องชายเขาอาจจะดูดวิญญาณเขาออกไปก็เป็นได้


ด้านวาณิชาก็กำลังมีความสุขกับการเลือกชิมอาหารหลากหลายอย่างของทางโรงแรม หญิงสาวหยิบนั่นหยิบนี่ใส่ในจานที่ถืออยู่โดยไม่ได้กังวลเรื่องน้ำหนักอย่างเช่นผู้หญิงอื่นๆทั่วไป ระหว่างที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าเค้กชิ้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าก็ต้องหยุดลงเพราะคนที่เดินเข้ามาข้างๆ


"น้องณิชาเองหรอนี่ สวยขึ้นจนจำไม่ได้เลยนะ" การันต์นั่นเองที่เข้ามาทักทาย


วาณิชาเบ้ปากแล้วกลอกตาด้วยความหน่ายใจ "พี่การันต์ก็มาด้วยหรือคะ? เท่าที่จำได้...พี่ณิริณไม่ได้ส่งการ์ดเชิญไปนี่"


ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนฉีกหน้าแต่ก็แสร้งทำเป็นยิ้ม "พี่เป็นลูกค้าประจำของบริษัทว่าที่พี่เขยของณิชาน่ะ เลยได้รับเชิญมา"


"หรอคะ? แต่จริงๆ เขาเป็นพี่เขยไปแล้วน่ะค่ะ" สาวน้อยทำทีจะเดินห่างออกมาแต่ก็ถูกอีกคนคว้าข้อมือเอาไว้ วาณิชาจ้องกลับด้วยความไม่พอใจ ทั้งๆที่ไม่ชอบขี้หน้าเป็นเดิมทุนอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ทำให้เธอเกลียดหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก


ภากรสอดส่องมองซ้ายขวาตาก็ลุกเป็นไฟเมื่อเห็นยัยตัวแสบของเขาอยู่กับผู้ชายคนอื่น ในหัวดันประมวลภาพที่เห็นว่าทั้งสองกำลังทำความสนิทสนมถึงขั้นจับไม้จับมือก็สาวเท้าเข้าไปแทรกกลางทั้งคู่ วาณิชาเมื่อได้อิสระก็รีบเดินมาคล้องแขนภากรเอาไว้แล้วเหยียดยิ้มให้คนตรงหน้า


"ทำอะไรกัน!!?" ภากรถามเพราะแปลกใจ วาณิชาอาจจะปั่นหัวอะไรเขาเล่นอยู่ก็ได้


"พอดีพี่การันต์เขาอยากรู้เรื่องพี่คิณน่ะ ว่าเป็นยังไงมายังไงถึงได้มาแต่งงานกับพี่ณิริณได้...ลืมบอกไปเลยว่าพี่การันต์น่ะเขาเกลียดคนจนหรือคนที่มีฐานะด้วยกว่าเขามาก ใช่ไหมคะ? พี่การันต์" ได้ยินเช่นนั้นภากรก็เข้าใจในความหมายทันที "นายช่วยอธิบายให้เขาฟังหน่อยสิ! ว่าพี่คิณเขาจีบพี่ณิริณด้วย 'เงิน' อย่างที่เขาสงสัยจริงหรือเปล่า"


"ณิชา!! พูดอะไรให้เป็นความจริงหน่อยสิ โกหกแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" การันต์เค้นเสียงอย่างข่มอารมณ์โกรธ "ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลยพูดอะไรไม่ทันยั้งคิด อย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ"


ใบหน้าสวยระบายยิ้มร้าย ไหนๆก็ได้เจอแล้วก็ขอเอาคืนที่การันต์เคยดูหมิ่นและเหยียดหยามพี่สาวของเธอเสียหน่อยดีกว่า "แค่สองสามปีเองค่ะพี่การันต์ อย่าความจำสั้นสิคะ! เสแสร้งบ่อยๆมันก็ดูไม่ดีเหมือนกันนะ จำไม่ได้หรอคะว่า...ต่อให้สวยแค่ไหนถ้าไม่มีเงินก็คือคนจน ไร้ค่า น่าขยะแขยง... ณิชาน่ะจำได้ดีเลยล่ะค่ะ แต่ว่าพี่คิณเขาไม่ได้มองแบบนั้นน่ะสิ เจ้าบ่าวน่ะเป็น 'สุภาพบุรุษ' มากเลยนะคะ พี่การันต์ควรจะเอาเป็นแบบอย่างนะ" เธอกระชับแขนที่คล้องภากรไว้แน่น "เราไปกันดีกว่า...อ้อ! หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะคะ พี่การันต์"


เสียงของวาณิชานั้นดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยิน การันต์ได้แต่กำหมัดแล้วมองสองคนที่กำลังเดินห่างออกไปด้วยความคับแค้นใจเพราะตอนนี้ภาพลักษณ์ของเขาที่กำลังสร้างนั้นพังลงภายในพริบตา ถ้าเอาไปเล่ากันปากต่อปากก็ไวกว่าแสงอยู่แล้ว


"ฝากไว้ก่อนเถอะ...ฉันจะจัดการทั้งพี่สาวและพี่เขยของแกให้สิ้นเนื้อประดาตัวเลย"


หลังจากพ้นจากคนที่ไม่ชอบขี้หน้ามาแล้ว วาณิชาก็ปล่อยมือออกจากแขนขอภากรพลันทำหน้าไม่สบอารมณ์ ทั้งๆที่เป็นงานแต่งงานของพี่สาวสุดที่รักแท้ๆแต่ดันมีตัวทำลายบรรยากาศมาร่วมด้วยเสียนี่ ภากรกอดอกมองหน้าหญิงสาวนิ่งอย่างคาดคั้นคำตอบ


"มีอะไรจะถาม ถามมาเลย" เสียงใสกล่าวขึ้น


"เธอรู้จักกับคุณการันต์ได้ยังไง บอกฉันมาให้หมดนะยัยตัวแสบ"


"โอ้ยย ไม่ต้องเรียกคนแบบนั้นว่าคุณหรอก ไม่เรียกไอ้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว" วาณิชาถอนหายใจยาว "เขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยของพี่ณิริณน่ะ หึ! แต่อย่าเรียกว่าเป็นเพื่อนเลย พวกที่มองคนที่ด้อยฐานะกว่าเป็นเศษขยะแบบนั้น ให้เรียกว่า...แมงหวี่จะดีกว่า"


"ดูจะเกลียดเข้าไส้เลยนะเนี่ย"


"ก็พอๆกับนายนั่นแหละ อะ...เจ็บนะ ไอ้บ้า!!" สงสัยวาณิชาจะลืมเรื่องเมื่อคืนวันนั้นไปเสียสนิท ภากรมองนิ่งๆก็คิดได้ว่าคงจะต้องเตือนความจำเจ้าหล่อนเสียหน่อยแล้ว ใบหน้าคมคายของชายวัยสามสิบกะรัตเคลื่อนเข้าใกล้จนสาวน้อยรีบดันออก "ออกไปเลยนะ อย่าได้คิดอกุศลกับฉันเด็ดขาด"


"ฉันเคยเตือนเธอแล้วใช่ไหม? เอาเป็นว่า...หลังจากวันพรุ่งนี้ไปฉันก็ต้องกลายเป็นผู้ปกครองของเธอ ถ้าขัดใจฉันอีกล่ะก็...ได้นอนครางบนเตียงแน่ ปึก!!! โอ้ยยยย"


วาณิชากระแทกเท้าใส่แรงๆหนึ่งที "ไอ้ทุเรศ!!!" ร่างบางเดินจากไปรวมกับกลุ่มเพื่อนๆด้วยอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน ปล่อยให้ภากรร้องโอดโอยอยู่ตามลำพัง คนอะไรคิดหื่นกับเธอได้ตลอดเวลา ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่ของภาคิณป่านนี้คงโดนตบร่วงไปแล้ว


งานแต่งงานดำเนินการมาจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือการส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ แขกทั้งหลายเริ่มทยอยกลับกันไปหมดก็เหลือเพียงแต่ญาติมิตรที่สนิทกันเท่านั้น ในห้องสวีทของโรงแรมที่ตกแต่งไปด้วยกลีบกุหลาบหอมสดชื่น


ลำเพยลูบใบหน้าสวยของลูกสาวแสนรักแล้วก็ยิ้มยินดี "แต่งงานแล้วก็อย่าดื้อกับพี่เขานะลูก แม่หวังว่าณิริณจะมีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้...ดูแลน้องแทนแม่ด้วยนะคุณภาคิณ"


"อย่าให้มีเรื่องแบบวันนี้เกิดขึ้นอีกนะ" สุชาติสวนขึ้นด้วยสีหน้านิ่งดุ


"ครับ! ผมสัญญา" ภาคิณรับคำเป็นแม่นมั่น


"จะทำ...ให้ดีที่สุดค่ะ" วาณิริณเองก็ไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ต้องห่วงเธอมากนัก


นาตยาจับมือทั้งสองเข้ามากุมด้วยกัน "หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก มีหลานให้แม่ไวๆนะ"


พูดถึงเรื่องนี้แล้ววาณิริณก็ดูจะนิ่งไปเล็กน้อย คืนนี้เธอจะเอาตัวรอดจากเขาได้อย่างไรกัน...พอมองไปหาอีกคนที่ยิ้มกริ่มเหมือนมีแผนการอยู่ในหัวก็นึกหวั่นใจ เธอยังไม่พร้อมตอนนี้เสียด้วยสิ...แต่ถ้าหากขัดใจเขาอีกก็คงจะเป็นแบบคืนนั้นเป็นแน่แท้ ทำอย่างไรดี! มืดแปดด้านไปหมด


แต่ละคนก็มีแต่คำอวยพรให้ วาณิชาเองก็ดูจะใจหายไม่น้อยเพราะเธอกับพี่สาวตลอดเวลาแต่หลังจากนี้ก็ต้องแยกกันอยู่ ภากรรู้ใจน้องชายก็ฉุดกระชากลากถูคนหัวดื้อออกไปให้...สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่สองคน ภาคิณลุกขึ้นแล้วถอดชุดทักซิโด้สีขาวของตัวเองออกทีละชิ้น ใส่แบบนี้นานๆแล้วรู้สึกอึดอัดเสียจริง...ส่วนอีกคนก็รู้สึกอายๆหันหน้าไปอีกทางก็หลับตาปี๋ ไม่นานนักก็รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่ต้นคอ


"ทำอย่างกับไม่เคยเห็นอย่างนั้นแหละ" เสียงทุ้มกระซิบข้างหู "พี่เหนื่อยแล้วก็ร้อนมากด้วย ณิริณ...ถูหลังให้พี่ทีนะ"


"คือ..." วาณิริณอ้ำอึ้ง "ก็...ก็ได้ค่ะ พี่คิณเข้าไปก่อนนะคะ ว้าย!!"


ไม่ทันจะได้หายใจหายคอร่างบางก็ลอยขึ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา "ไปพร้อมกันนั่นแหละ คืนนี้พี่ไม่ปล่อยให้ณิริณได้นอนแน่"


ชุดราคาแสนแพงถูกถอดกองราวกับเศษผ้าไร้ราคา ร่างกายเปลือยเปล่าของคู่ข้าวใหม่ปลามันอยู่ร่วมกันในน้ำอุ่นสบายกาว ภาคิณหลับตาพริ้มในอ่างกว้างด้วยความผ่อนคลายเพราะมือเล็กของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขากำลังทำความสะอาดและบีบนวดแผนหลังให้


"ญาดาพูดอะไรกับณิริณที่งาน" เขาถามขึ้นเพราะเห็นทุกอย่างตลอดเวลา


หญิงสาวพยายามนึกคำตอบที่ดีที่สุด "เรื่องเดิมๆค่ะ เธอบอกว่าเธอไม่ยอม"


"แล้วนางฟ้าของพี่ล่ะ จะยอมหรือเปล่า?"


"ณิริณไม่ชอบมีปัญหากับใครค่ะ เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง...แต่ก็ไม่ชอบที่จะถูกรังแกฝ่ายเดียว"


ฟึบ !!


ร่างสูงหันมาหาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "ถ้าเช่นนั้น คืนนี้ณิริณก็คงไม่อยากมีปัญหากับพี่ใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำพูดเบาๆพร้อมเคลื่อนกายเข้าหา


หญิงสาวรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไรก็รู้สึกเห่อร้อนที่ใบหน้า พลันจะขยับหนีก็ถูกคนที่มีเรี่ยวแรงเยอะกว่ารั้งตัวเอาไว้ สองกายแนบชิดเบียดเสียดทำเอาชายหนุ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ


"ตีหนึ่งแล้วนะคะ ณิริณง่วง" หวังว่าเขาจะเห็นใจเธอบ้าง แต่เปล่าเลย...ภาคิณเขี่ยแก้มเนียนเบาๆที่บัดนี้แดงกล่ำทั้งๆที่ล้างเครื่องสำอางค์ออกจนหมดแล้ว


"ก็บอกแล้วไง...ว่าคืนนี้จะไม่ให้นอน" แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว รอมาจนถึงวันนี้มีหรือที่จะปล่อยเนื้อให้หลุดจากปาก "หอมจัง!!~" คนเอาแต่ใจได้ทีก็หอมฟัดเนื้อนวลไปทั้งตัว


"พะ...พี่คิณ อื้อ หนาวแล้วค่ะ อะ...อย่าจับตรงนั้น ฮึก" กายสาวเริ่มสั่นเมื่อเขาสัมผัสที่จุดอ่อนไหวของเธอ "มัน...เจ็บ อ๊ะ"


"ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวพี่จะค่อยๆสอนให้ทีละอย่าง จุ๊บ" ใบหน้าคมคายกดจูบเบาๆบนหน้าผากมนก่อนจะยกร่างของเธอออกมาจากห้องน้ำ เพราะวาณิริณยังไม่เคยมีประสบการณ์จึงควรจะเริ่มจากที่ง่ายๆไปก่อน แต่ใช่ว่าจะง่ายอย่างที่คิดเสียที่ไหน...พอเป็นอิสระได้ไม่นานเธอก็พยายามหาทางหลบหลีกจนภาคิณหมดความอดทน ชายหนุ่มจับสองแขนเล็กมัดด้วยสายเข็มขัดผูกติดกับเสาข้างเตียง "ไหนว่าไม่ชอบมีปัญหาไง? แล้วทำไมถึงยังคิดหนีอยู่"


ได้ยินเสียงกดต่ำเช่นนั้นแล้วหัวใจก็เริ่มหวั่นหวาด วาณิริณไม่กล้าแม้จะมองหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ "ณิ...ณิริณยังไม่ ไม่พร้อมค่ะ ฮึก ณิริณกลัว" คนไม่เคยมีสีหน้าซีดลงพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทิ้ม


ภาคิณเห็นเช่นนั้นก็นิ่งไปสักพักก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ "ขนาดนี้แล้ว ยังไม่เปิดใจให้พี่อีกหรอ?"   ชายหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความท้อใจ ไม่ว่าจะวิธีไหนเขาก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้เธอใจอ่อนได้เลยหรือนี่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะส่งผลไปในทางที่ดีแล้วแท้ๆ


"ปล่อยแขนณิริณก่อนสิคะ สัญญาค่ะว่าจะไม่หนี" วาณิริณเองก็ไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวเอง หากเป็นแต่ก่อนเธอก็อยากจะหนีไปให้ไกลจากตัวเขา แต่ตอนนี้...กลับไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งน้ำเสียงที่อ่อนลงกับท่าทีของเขาในหลายๆอย่าง เมื่อแขนทั้งสองข้างถูกปล่อยออกก็นั่งมองหน้าเขา "ขอถามอะไรสักข้อได้ไหมคะ? ทำไมพี่คิณถึงเลือกที่จะบังคับณิริณแต่งงาน ทั้งๆที่มีผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะเป็นเจ้าสาวด้วยความเต็มใจ"


"พี่รักณิริณ จะถามอีกสักพันครั้งพี่ก็จะบอกเหมือนเดิมว่า...พี่รักณิริณ"


"...."


"คนอย่างพี่ไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนกระทั่งเมื่อสามปีที่แล้วในวันที่ชีวิตของพี่กำลังมืดไปทุกทาง หาทางกลับบ้านไม่ได้ เงินไม่มีซื้อข้าว แทบจะเอาชีวิตไม่รอด...แต่ฟ้ายังเมตาให้พี่พบกับนักศึกษาที่ทำงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหาร พี่หิว...เธอก็ส่งห่อข้าวมันไก่ให้พี่ ไม่มีเงิน...เธอก็แบ่งมาให้สามร้อยบาท เธอคนนั้นไม่ได้มีน้ำใจกับพี่แค่คนเดียวแต่เธอมีให้กับทุกคน พี่คอยเฝ้าดูอยู่แต่ไม่นานเธอก็หายไปจากร้านอาหารแห่งนั้นจนเมื่อหลายเดือนก่อนถึงได้รู้ว่าเธอกำลังเป็น CEO สาวคนเก่ง พอได้เจอแล้วพี่ก็สัญญากับตัวเองไว้ว่า...จะไม่ปล่อยให้เธอหายไปไหนอีก"


ได้ยินดังนั้นนัยน์ตาใสก็สั่นระริก มิน่าเล่าเธอถึงได้คุ้นเคยกับแววตาของเขายิ่งนัก "พี่คิณ !!"


ภาคิณยิ้มบางๆ "ขอโทษที่พี่เอาแต่เล่นตัว ไม่โกรธกันนะครับ"


"ค่ะ" วาณิริณรู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เงินสามร้อยบาทของเธอนั้นมีประโยชน์สำหรับใครบางคน "น่าจะบอกกันดีๆนะคะ อะ อื้มม"


ภาคิณฉกวูบจูบหญิงสาวแสนรักด้วยความอ่อนหวานไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนมาแทนที่ วาณิริณเริ่มตอบสนองทำให้รู้สึกไหววูบไปทั้งกาย ท่อนแขนใหญ่โอบรัดร่างอรชรพร้อมกับถอนริมฝีปากออกด้วยความอ้อยอิ่ง


"ก็ณิริณน่าแกล้งนี่นะ ฟอด!! ไม่ทำหน้างอแบบนั้นสิครับ"


คนถูกแกล้งทุบที่แผงอกนั่นด้วยความหมั่นไส้ "ปึกๆ!! พี่คิณบ้า บ้าที่สุดเลย!! อื้อ อื้มม"


ได้ทีภาคิณก็รุกเข้าหาหนัก ค่อยๆดันร่างเล็กให้นอนราบไปกับพื้นที่นอน ดวงตาฉ่ำปรือมองคนใต้ร่างด้วยความสิเน่หา จูบวนซ้ำไปซ้ำมาปลุกเร้าอารมณ์ให้หญิงสาวจนเข้าร่วมด้วย ร่างกายเปลือยเปล่าเบียดเสียด...มือหนาลูบไล้ผิวเนียนลื่นมือไปมาราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง


"อ๊ะ อ๊าาา"


"อาาา ณิริณ พี่ไม่ไหวแล้ว..." ภาคิณเลื่อนมือลงต่ำแล้วใช้นิ้วกรีดกรายไปตามร่องในเนินสาวเพื่อเตีรยมความพร้อมให้เธอ "พี่ขอเข้าไปข้างในก่อนนะ"


"ดะ...เดี๋ยว กรี๊ดดดดด"


สวบ !!!


วาณิริณน้ำตาซึมด้วยความเจ็บปวดราวกับว่าร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เนินสาวมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นทาง ภาคิณแช่กายไว้สักพักก็ก้มลงจูบซ้ำน้ำตาให้ ปลอบประโลมคนตัวเล็กด้วยความรสจูบที่แสนอ่อนหวานเพื่อให้เธอลืมความเจ็บปวดนั่นเสีย


สะโพกสอบค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆเพื่อให้ร่างเล็กได้ปรับตัว "ซี้ดดด เจ็บอยู่ไหม อาาา"


เธอพยักหน้าเบาๆ ปากกระจับเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง "เจ็บค่ะ อื้อออ พี่...พี่คิณ ฮึก!!"


"อาส์ อด อื้ม อดทนอีกนิดนะครับ ซี้ดดด ที่รัก เดี๋ยวก็หายเจ็บ"


สองร่างโยกย้ายสั่นคลนเป็นจังหวะ จากความเจ็บปวดเริ่มเปลี่ยนเป็นความชา...ภาคิณใช้สองมือจับยึดสะโพกกลมกลึงไวเแล้วกระแทกร่างกายเข้าไปเนิบนาบเพราะเขาไม่อยากให้เวลาแห่งความสุขจบลงเร็วเกินไป ความคับแน่นในกายบีบรัดความเป็นชายจนแทบปริ อกอวบกระเพื่อมตามแรงกระแทกช่างล่อหน้าล่อตาเขายิ่งนัก


วาณิริณเผยอปากกอบโกยอากาศเข้าปอดได้ไม่นานก็ถูกคนเอาแต่ใจช่วงชิงลมหายใจไปเลย เธอรู้สึกอึดอัดไปทั่วท้องน้องเสียจริง แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน...แต่ดูเหมือนเธอจะเริ่มส่งเสียงที่ฟังแล้วแสนจะรัญจวนใจเสียเหลือเกิน มือเล็กยกขึ้นทาบแผงอกแกร่งนั่นเบาๆ ตอนนี้เธอกำลังจะเป็นของเขา...


พั่บ พั่บ พั่บ!


"อ๊ะ ซี๊ด อ๊าาา"


"อ่าา"เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาบ่งบอกถึงความเร่าร้อนในเวลานี้ "ซี๊ดดดอย่าเกร็ง...ครับ อ่าา"


เขาจับเธอลุกขึ้นนั่งแล้วเด้งสะโพกขึ้นลง ความคับแน่นกำลังเล่นงานแกนชาย ใบหน้าหล่อซบลงที่อกอวบแล้วขบเม้มไปที่ยอดบัวสีชมพูสวย มือเรียวจิกเข้าไปทีทผมของเขาแล้วเชิดหน้าสูดปากจนออกเสียง ความเจ็บค่อยๆทุเลาลงแล้ว วาณิริณรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ


"อ๊ะ อร๊างงงง พี่คิ...คิณ อื้ออ" มือสวยจับใบหน้าหล่อเงยขึ้นแล้วกดจูบหนักๆลงไป ลิ้นเล็กเป็นฝ่ายไล่ต้องเขาบ้างแต่ไม่ชำนาญพอจนเพรี่ยงพร้ำให้อีกฝ่ายเสียนี่ "... อ่าาา  ฮ้าาา"


ตุบ !


"โอวว ซี๊ด ที่รัก...อ่าส์ อย่าตอดแรงสิครับ อื้มม" ภาคิณจับใช้มือปาดเหงื่อให้แม่ยอดดวงใจก่อนจะค่อยๆจับเธอเอนลงนอนบนที่นอนนุ่มอีกครั้ง หญิงสาวเชิดหน้าส่งเสียงครวญครางดังมากกว่าเก่า...มือของเธอเองกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ไม่เป็นทรง สะโพกหนาขยับเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบกันถี่ๆ สลับกับครางไปมา ทั้งๆที่เครื่องปรับอากาศก็ยังทำงาน...แต่สองหนุ่มสาวกลับรู้รู้สึกร้อนราวกับไฟแผดเผา


ปับ ปับ ปับ!


"อ๊า มัน อื้อ ไม่ไหวแล้วค่ะ เสียวหน้าท้อง อ๊ะๆ อ๊าาา"


"จะมาแล้ว อูววว์ ณิริณ อีก...อื้ม อีกนิดครับที่รัก"


ปับ ปับ ปับ!!!


"อ่าา/ อ๊ะ กรี๊ดดด"


น้ำขาวขุ่นถูกหลั่งออกมาจนทะลักโพรงน้ำหวาน แท่งอวบใหญ่ยังคงแช่อยู่ในช่องทางรักฉ่ำวาว เขาคลอเคลียไปทั่วใบหน้าสวยแล้วบดริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มบทรักบทที่สองและสามต่อไปเรื่อยๆ ไอ้ที่บอกว่าไม่ปล่อยให้นอนนั้นภาคิณสามารถทำได้ เพราะกว่าจะหยุดก็เล่นจนสว่างเลยทีเดียว เขาตักความความสุขจากภรรยาคนสวยครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนรอบสุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็อุ้มร่างไร้สติเข้าไปทำความสะอาดแล้วพาเธอกลับมานอน จัดแจงห่มผ้าให้แล้วสอดแขนลอดใต้เอวคอดกิ่วก่อนจะกอดเธอไว้แน่น...จากนั้นจึงหลับตาลงไปด้วยกัน


ช่วงเที่ยงของวันใหม่และชีวิตหลังจากการแต่งงานได้เริ่มต้นขึ้น ภาคิณนอนตะแคงข้างหันหน้าไปทางภรรยาคนสวยแล้วใช้มือเขี่ยแก้มเธอด้วยความรักใคร่พร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้เขาได้เธอมาเป็นภรรยาโดยสมบูรณ์แล้ว...ชายหนุ่มรู้ดีว่าหลังจากนี้อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกมากมาย แต่อย่างน้อยๆขอแค่มีเธออยู่ข้างๆกายก็พอ


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มเห็นว่าปลายสายเป็นใครก็ขมวดคิ้วยุ่งไปหมด ภาคิณลุกจากเตียงนอนไปหยิบผ้าขนหนูมาปิดคลุมกายแล้วออกไปยังระเบียง


"ว่าไง....อืม....บอกให้หัวหน้าบัญชีกับหัวหน้าจัดซื้อส่งรายละเอียดทุกอย่างให้ฉันทางเมลล์ ไม่ต้องผ่านเลขา....ขอบใจแกมาก หมดวัยนี้ฉันให้พวกแกพักผ่อนสองวัน..." นัยน์ตาคมหันมองเข้ามาด้านในห้องก็เห็นร่างเล็กกำลังขยับตัว "จัดการตามที่ฉันบอกก็พอ...แค่นี้ก่อนนะ"


พอวางสายก็ปั้นสีหน้าให้เป็นปกติเพราะเขาเองก็ไม่ต้องการให้เธอได้รับรู้ในบางเรื่อง ร่างสูงเดินกลับเข้ามายังห้องพัก วาณิริณลืมตาตื่นขึ้นก็พยายามจะลุกขึ้นนั่ง ร่างกายปวดเมื่อยไปทั้งตัว


"โอ้ยย!!"


"อย่าเพิ่งลุกสิครับ...ยังเจ็บอยู่ไม่ใช่หรอ?"


"กี่โมงแล้วคะ?" หญิงสาวดึงผ้าห่มปิดคลุมกาย "ยิ้มอะไร? พี่คิณยังมีความผิดอยู่นะคะ" จะไม่ให้เคืองก็ใช่เรื่อง เพราะกว่าจะได้หลับวาณิริณเหมือนจะเห็นแสงอาทิตย์จากทางหน้าต่างแล้ว


คนกระทำหัวเราะออกมาเบาๆ "อย่าทำหน้างอแบบสิครับ กลับบ้านเรากัน" ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ยังนิ่งเฉยไม่ขยับตัว ภาคิณลุกขึ้นกอดอกพร้อมกับจ้องมองภรรยาคนสวยดวงสายตาแข็ง "ณิริณ !!"


วาณิริณช้อนตามองเขา "ลุกไม่ขึ้นค่ะ ขาไม่มีแรง"

พอได้ยินคำตอบก็หลุดยิ้มออกมา ชายหนุ่มโอบอุ้มร่างบอบบางให้ทำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างจนเสร็จสิ้น แม้ว่าเธอรู้สึกอายอยู่ไม่น้อยก็ต้องจำยอมเพราะไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัว ข้าวของถูกเก็บลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อยพนักงานของโรงแรมก็นำลงมาให้ยังรถก่อนที่สองหนุ่มสาวจะออกจากโรงแรมแห่งนี้ไป


บ้านรัตนโยธิน...


ภาคิณประคองร่างของวาณิริณเข้ามาในบ้านแต่ก็สายเกินไปเพราะพ่อและแม่ของหญิงสาวได้กลับไปก่อนหน้านี้หลังจากไปส่งวาณิชาย้ายเข้ายังที่อยู่ใหม่พร้อมกับภากร เวลานี้ทุกคนในบ้านดูจะตื่นเต้นที่มีสมาชิกใหม่เพิ่มมา


แต่ทว่า...


"ไงบ้างหลานชาย เมื่อคืนนี้ไม่พาเจ้าสาวไปทักทายอาเลยนะ" ภูชิตนั่งอยู่กับนาตยาในห้องรับรองแขกได้กล่าวทักทายขึ้น


ภาคิณยิ้มเย็นส่งให้ "ขอโทษทีครับอา พอดีผมไม่เห็นว่าอานั่งโต๊ะไหน" เขาพาหญิงสาวเข้าไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม "ณิริณ นี่อาภูชิต...อาพี่เอง"


"สวัสดีค่ะ" วาณิริณยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ หญิงสาวพอจะดูออกว่ามีอะไรแปลกๆกับครอบครัวนี้เพราะเมื่อทันทีที่เห็น...โดยเฉพาะสายตาของภาคิณ


"อาเขากำลังถามหาคิณพอดี มีธุระอะไรก็คุยกันได้เลยนะ"นาตยาเอ่ยด้วยสีหน้าแจ่มใส "ณิริณจ๊ะหนูดูเพลียๆนะ เดี๋ยวแม่พาไปพักผ่อนบนห้องนะ ปล่อยให้หนุ่มๆเขาคุยกันไปดีกว่า"


วาณิริณหันไปหาสามีสักพัก เขาก็พยักหน้าให้เธอ "ค่ะ"


นาตยาเห็นอาการของลูกสะใภ้ก็อดสุขใจไม่ได้ ก็หวังว่าสักวันลูกชายของหล่อนจะเอาชนะใจวาณิริณโดยที่ไม่ต้องบังคับสักวัน


เมื่อสองสาวออกไปพ้นจากพื้นที่แล้ว สีหน้าภาคิณก็นิ่งลงไปทันที...ภูชิตไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเพราะในหัวนั้นวุ่นวายกับเรื่องที่มาในวันนี้


"อามีธุระอะไรก็ว่ามาเถอะครับ" ภาคิณเปิดประเด็น


ภูชิตหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้ "ฝ่ายจัดซื้อบอกว่าหลานต้องการยอดรวมของการสั่งซื้อะหลั่ยตั้งแต่ต้นปี อาเลยสรุปรายการย่อๆมาให้"


ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มนิดๆที่มุมปาก เขารับซองสีนั้นมาก็เปิดมันออกเพื่อพิจารณาเนื้อความด้านใน "จริงๆอาไม่ต้องเดือดร้อนมาด้วยตนเองก็ได้นะครับ ให้พนักงานได้มีงานทำกันบ้างคงจะดี"


"ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ อาเองก็จะแวะมาแสดงความยินดีด้วยก็เลยรวดทำมาให้เลย อ้อ! แล้วก็อีกเรื่อง...เมื่อเช้าอาได้ยินภากรว่าลูกค้าที่สั่งจองรถจากที่โชว์รูมเขาขอยกเลิกทั้งหมดน่ะจริงหรือ?" นี่คงจะเป็นสาเหตุหลักที่ภูชิตมาในวันนี้เป็นแน่ เขาแสร้งทำสีหน้าหนักใจเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ


"จริงครับ! เพราะอะหลั่ยบางส่วนมีของปลอมปะปนมา พี่กรเลยให้ยกเลิกการจองไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบได้ว่า...ของปลอมพวกนั้นมันมาจากไหน" น้ำเสียงเย็นเฉียบทำเอาภูชิตเริ่มขนลุก "ขอบคุณสำหรับเอกสารนะครับ"


"อ่า อื้ม! หมดธุระแล้วอาขอตัวก่อนนะ แล้วก็...ยินดีด้วยที่เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ฮ่าๆ"


ชายร่างท้วมตบไหล่หลานชายเบาๆ ภาคิณรู้ดีว่านั่นไม่ได้ออกมาจากใจจริงเลยสักนิดแต่ก็ยิ้มรับไปเพียงเท่านั้น หลังจากรถของภูชิตแล่นออกไปจนพ้นประตูบ้านแล้วร่างสูงก็ถือซองเอกสารเข้าไปยังห้องนอนของตน ซึ่งตอนนี้ได้มีอีกคนมาอาศัยอยู่ด้วย...


วาณิริณกำลังนั่งจัดของอยู่ที่พื้อเพราะเธอมีอาการขาสั่นเวลาที่ยืนนานๆ พอเห็นภาคิณมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็ถอนหายใจ


"จะแกล้งอะไรอีกคะ?"


ชายหนุ่มนั่งลงแล้วหัวเราะในลำคอ "แค่จะบอกว่า พี่ให้พักสามวันจนกว่าเรี่ยวแรงของณิริณจะกลับมาก็แล้วกันนะ"


"เราจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นกันอีก"


"อะไรนะ?" ภาคิณถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม ไม่รู้ว่านางฟ้าของเขาจะพยศอะไรขึ้นมา


"ได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ เราแต่งงานหันแล้วก็จริงแต่ยังจ้องเรียนรู้อะไรอีกมาก เพราะฉะนั้น...กรี้ดด ปล่อยณิริณนะ!!"


ร่างเล็กถึงกับผวาเฮือกเมื่อถูกอีกฝ่ายคุกคาม ภาคิณดึงตัวเธอเข้ามาแนบชิดกายแล้วรัดแน่นไม่ให้ขยับ "ถ้าคิดว่าห้ามได้ ก็ลองดู"

______100%_____

NC มาไหมมมมม มาดีไหมมมม จะดีไหมมม

มาแล้ววว เสร็จคุณคิณไปแล้วววว เรียบร้อยโรงเรียนคุณคิณไปแล้ววว

มาครบแล้วจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น