น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 3 : ผู้ชายที่มาจากเมืองร้อน (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ผู้ชายที่มาจากเมืองร้อน (1/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 666

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2560 00:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ผู้ชายที่มาจากเมืองร้อน (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่

ปีเตอร์เป็นห่วงลูกสาวจนหมดอารมณ์จะพรีเซนต์วิวริมแม่น้ำเทมส์ของคอนโดหรูที่เขาและภรรยาอุตส่าห์ไปอ้อนวอนเจ้าของห้องเดิมให้ปล่อยเช่าให้กับเพื่อนรุ่นน้องของเขา สิ่งที่แคทเธอรีนเอ่ยเมื่อครู่ยังรบกวนจิตใจบุรุษชราจนนางจินตนาต้องเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

“ฉันว่าคุณควรไปคุยกับลูกนะคะ ถ้าแกไม่อยากไปเที่ยวกับเรา เราก็ไม่ควรจะฝืนใจหนูแคท”

“ผมไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนั้น แต่ผมเป็นห่วงเรื่องจอห์น ...เขาไม่เคยคิดหวังดีกับใครจริงๆ คิดแต่จะหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวทั้งนั้น”

ปีเตอร์เอ่ยเสียงเครียดพลางจ้องมาทางชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องอย่างเกรงใจ

“ผมขอโทษด้วยนะครับคุณเอก ที่ยัยแคทแสดงกิริยาไม่ค่อยดีต่อหน้าคุณ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ” เอกกุลเอ่ยยืนยันกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพพร้อมกับรอยยิ้ม ทำให้อีกฝ่ายได้แต่ถอนใจ

“ผมเองก็กังวลเรื่องทริปวันเสาร์นี้เหมือนกัน แต่แคทเธอรีนเขารับปากผมแล้วเธอคงไม่บิดพลิ้ว เพราะแกเองก็คงอยากไปเยี่ยมคุณย่าของเธอด้วย”

ทั้งเอกกุลและนางจินตนาได้แต่นิ่งเงียบเป็นอาการยอมรับในการตัดสินใจของอีกฝ่าย หากเอกกุลเองก็แอบหนักใจไม่แพ้ภรรยาของนายปีเตอร์ เพราะดูท่าแล้วแคทเธอรีนคงไม่ยอมลงให้แม่เลี้ยงของตนง่ายๆ

“คุณเอกพักผ่อนเถอะครับ เพิ่งเดินทางมาถึงเหนื่อยๆ ถ้าหากไม่สะดวกอะไรอย่าได้เกรงใจที่จะโทรหาผม”

นายปีเตอร์เอ่ยกับอีกฝ่ายเมื่อเอกกุลขนกระเป๋าเดินทางของตนเข้ามาเก็บในห้องเรียบร้อย ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณบุรุษสูงวัยอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินไปส่งทั้งคู่ที่หน้าห้องและอดที่จะมองห้องตรงข้ามที่ปิดสนิทราวกับไม่มีคนอยู่ไม่ได้

 

แคทเธอรีนกลับเข้ามาในห้องก็ไม่มีอารมณ์ที่จะนั่งทำงานต่อแล้ว หญิงสาวปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะตัดสินใจคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวสวมทับก่อนที่จะก้าวออกจากห้องไปอย่างต้องการออกไปเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อบรรเทาอาการขุ่นมัวภายในใจ

ร่างเพรียวระหงที่รวบผมขมวดๆเอาไว้อย่างง่ายๆที่เดินทอดน่องเอื่อยๆริมทางเท้าเลียบแม่น้ำเทมส์นั้นทำเอกกุลชะงักการเอาหนังสือเล่มโปรดออกมาวางเรียงที่โต๊ะข้างหน้าต่าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจคว้ากุญแจห้องพลางเดินออกจากห้องพักไปทันที

แสงแดดยามเย็นที่ลดความร้อนแรงลงจนเหลือเพียงแสงสีส้มทอลอดผ่านแนวต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเอาไว้อย่างดีบริเวณริมทางเดินสาธารณะเลียบแม่น้ำสายหลักกลางกรุงลอนดอนนั้นทำให้หญิงสาวสูดเอาลมเย็นๆที่พัดจากริมน้ำเข้ามาเต็มปอดก่อนที่จะผ่อนระบายมันออกจากอกเพื่อคลายความอึดอัดกดดันในใจ หากแล้วเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษที่รื่นหูก็ทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินของแคทเธอรีนหยุดชะงักลงอย่างประหลาดใจ

“ขอผมเดินด้วยคนได้ไหม”

ดวงตาคู่สีเทาเปล่งประกายสนเท่ห์ใจเมื่อหันมาแล้วพบว่าร่างสูงโปร่งของเอกกุลกำลังเดินตรงมาที่เธอพลางส่งรอยยิ้มที่นุ่มละมุนมาไม่แพ้เสียงที่เอ่ยทักเธอเมื่อครู่

แคทเธอรีนจ้องดวงตาสีเทาคู่สวยไปยังใบหน้าคมสันของบุรุษหนุ่มที่อยู่คนละซีกโลกกับเธออย่างเย็นชาพลางเอ่ยถามสั้นๆ

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ล่ะ”

“ผมก็คงต้องเดินหลงอยู่กลางลอนดอนคนเดียว”

“อย่างคุณเนี่ยนะจะหลงทางที่นี่ ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะมาที่อังกฤษเป็นครั้งแรก”

แคทเธอรีนเอ่ยพลางปรายตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า หากเอกกุลกลับยิ้มกว้างให้หญิงสาวที่เอ่ยขึ้นราวกับรู้ทัน ทำให้แคทเธอรีนเองค่อยคลายใบหน้าที่เคร่งเครียดลง พลางมองรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไมตรีนั้นด้วยอารมณ์ที่ค่อยๆเย็นลงจนเป็นปรกติ

“ถึงจะมาหลายครั้งแต่ก็หลงได้นี่ ผมแก่แล้วอาจจะหลงๆลืมๆได้เป็นธรรมดา”

เอกกุลเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของตนในขณะที่เดินมาหยุดตรงหน้าร่างเพรียวที่สูงเลยไหล่ของเขา แคทเธอรีนกวาดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ออกตัวว่า แก่พลางแอบกลอกตาใส่ ใบหน้าคมสันที่สดใสขึ้นจากการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสลัดคราบนักธุรกิจใส่สูทผูกไทด์ กลายเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่สวมเสื้อถักคอเต่าพร้อมกระชากวัยด้วยการใส่กางเกงยีนส์ตัวโปรด ทำให้ชายหนุ่มราวกับหยุดอายุตัวเองเอาไว้ที่สามสิบต้นๆ

“เราอาจจะกำลังจะเดินไปคนละทางก็ได้ ฉันว่าเราต่างคนต่างเดินน่ะดีแล้วค่ะ”

“ให้ผมเดินไปด้วยนั่นแหละดีแล้ว เพราะผมเองก็ต้องอยู่ที่นี่หลายสัปดาห์ วันเสาร์นี้เราก็ต้องไปเที่ยวด้วยกัน อย่างน้อยคุณกับผมรู้จักกันไว้ เวลาไปออกทริปครอบครัว คุณจะได้มีผมไว้คอยเป็นเพื่อนคุย ไม่ต้องเม้มปากปิดสนิทแล้วสะบัดหน้าหนีอย่างที่คุณทำเมื่อกลางวันหรอก...”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทันได้ระวัง เป็นผลให้แคทเธอรีนกลับจ้องชายหนุ่มอย่างจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะหันหลังเดินหนีทันทีอย่างไม่พอใจ หากเอกกุลก้าวยาวๆมาจนทันพลางเอ่ยขอโทษเสียงเบา

“ผมขอโทษ ผมแค่ต้องการจะพูดเพื่อให้คุณผ่อนคลายหายเกร็งก็เท่านั้น ผมผิดเองที่พูดจาล่วงเกินล้อเล่นกับคุณมากเกินไปหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรระวังคำพูดเวลาที่พูดกับคนอื่นด้วย อีกอย่างเราไม่ได้รู้จักหรือสนิทกันถึงขนาดที่จะเป็นเพื่อนกันได้!

“ผมเสียใจจริงๆ ผมเองสนิทกับปีเตอร์มาหลายปีและเคยได้ยินเขาพูดถึงลูกสาวของเขาอยู่บ่อยๆ ผมผิดเองที่ไม่คิดว่าคุณเป็นคนอื่น แต่ต่อไปผมจะระวังคำพูดมากกว่านี้ ...”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงขรึมพลางก้าวขาเดินไปดักหน้าขวางทางเอาไว้ พลางจ้องดวงตาสีนิลของเขามองตรงไปยังดวงตาสีเทาคู่งามของหญิงสาวอย่างลุแก่โทษ

“ผมแค่อยากจะให้เรารู้จักกันอย่างมิตร แค่นั้นจริงๆ ผมไม่อยากรู้จักเพื่อนใหม่ด้วยการไม่ชอบหน้ากัน”

“ฉันกับคุณคงจะไม่ได้มีโอกาสเจอกันอีกในเมื่อเราอยู่กันคนละซีกโลก แล้วคุณจะยังมาตามตอแยฉันทำไม ถึงรู้จักกันไปก็เปล่าประโยชน์”

แคทเธอรีนเอ่ยตัดรอนอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ หากชายหนุ่มยังคงปักหลักยืนนิ่งพลางจ้องประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างจริงใจเมื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วสูญเปล่าโดยเฉพาะการที่คนเราได้มีโอกาสพบเจอกันและได้เริ่มต้นทำความรู้จักกันแคทเธอรีน”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบตาสีนิลที่เปล่งประกายสดใสนั้นอย่างหลากใจ เธอไม่เคยเห็นดวงตาของใครที่จะสะท้อนความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นมิตรมากเท่ากับชายหนุ่มตรงหน้า...หรือเพราะเขามาจากประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย เขาถึงได้เป็นผู้ชายที่มีแต่ความอบอุ่นให้กับคนอื่นเสมอ...

 แสงแดดที่ทอทาบผ่านแผ่นหลังชายหนุ่มจนเกิดแสงสะท้อนย้อนกลับมายังหญิงสาวอย่างจัง ทำให้แคทเธอรีนหลบสายตาคมกล้าที่เปล่งประกายเจิดจ้าไม่แพ้แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องใส่ดวงตาเธอขณะนี้ ...แสงที่สาดส่องความสว่างหากไม่แผดจ้า มีเพียงประกายอบอุ่นและเย็นสบายของแสงอ่อนรำไรที่ทำให้สบายตาและสบายใจ

“โอเค...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพอใจหรือยังล่ะ”

“พอใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งครับเลดี้แคทเธอรีน” เอกกุลเอ่ยพลางยิ้มกว้างอย่างสดใส พลางโค้งให้หญิงสาวราวกับอัศวินที่กำลังคุยกับเจ้าหญิงแสนสวย จนแคทเธอรีนยอมยิ้มตอบอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้

เอกกุลคิดว่าแสงแดดที่ตกกระทบริมแม่น้ำเทมส์คงมีเวทมนตร์อะไรบางอย่างแน่ๆ เพราะจู่ๆชายหนุ่มก็รู้สึกว่าโลกคล้ายกับจะหยุดหมุน ริมฝีปากเรียวบางที่ค่อยคลี่ยิ้มระบายอยู่บนเรียวหน้าคมนั้นถูกแตะแต้มด้วยแสงสีส้มจนดวงหน้าหวานนั้นอ่อนโยนและงดงามราวกับเจ้าหญิงที่เดินออกมาจากพระราชวังเวสมินส์เตอร์

“อย่างน้อยผมก็ดีใจที่วันนี้ได้ผมได้รับรอยยิ้มเป็นคำยืนยันการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรานะแคทเธอรีน”

“คราวนี้จะเดินต่อไปได้หรือยังคะ”

“ถ้าคุณจะอนุญาตให้ผมเดินไปด้วย....ผมก็ยินดีที่จะเดินหน้าต่อ”  ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มหากดวงตาพราวระยับจนแคทเธอรีนชักไม่แน่ใจว่าเขาจะตีความหมายว่าอะไรกันแน่

“ฉันหมายถึงเดินเล่น...”

“คุณว่ายังไง ผมก็ว่าตามนั้นละ”

 

เอกกุลเอ่ยสรุปเอาง่ายๆ หากยอมเบี่ยงตัวให้หญิงสาวก้าวเดินมาเคียงคู่เขา พลางซึมซับเอาบรรยากาศเย็นสบายริมแม่น้ำเทมส์และอาบไออุ่นแสงอาทิตย์อัสดงที่ทอทาบผ่านร่างของทั้งคู่จนเกิดเงาร่างสูงโปร่งที่พื้นขนานยาวเคียงคู่กับเงาร่างระหงของหญิงสาวไปตลอดทาง....

 

# 

#################################

 ปล.ภาพประกอบ สวนสาธารณะริมแม่น้ำเทมส์ และพระราชวังเวสมินส์เตอร์ ค่ะ ^^ 

เครดิตรูปจากเว็บ http://travel.thaiza.com/ จ้า

 

ไรท์เตอร์ฝากบอก....

 

นี่ไม่ใช่ตอนอวสานนะคะทุกคน อย่าเพิ่งเข้าใจผิด 555555555

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น