น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 2 : ทายาท

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ทายาท

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 829

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2560 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ทายาท
แบบอักษร

ตอนที่ 2

บรรดาผู้คนที่พลุกพล่านในสนามบินฮีทโธรว์กรุงลอนดอนทำให้ร่างสูงในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเข้มพยายามเหลียวมองไปรอบๆเพื่อหาคนที่รับปากว่าจะมารับเขา

“คุณเอก ทางนี้ครับ”

เสียงเรียกที่เป็นภาษาไทยท่ามกลางแผ่นดินสหราชอาณาจักรทำให้ชายหนุ่มหันไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงทันทีพลางถอดแว่นกันแดดสีดำสนิทออกเพื่อมองอะไรๆได้ชัดเจนขึ้น  ผู้ที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มด้วยสำเนียงไทยนั้นเป็นชายหนุ่มสัญชาติอังกฤษแท้หากด้วยไปอาศัยอยู่ที่เมืองไทยกับภรรยาหลายปีทำให้ “ปีเตอร์” พูดภาษาไทยได้ชัดราวกับเจ้าของภาษา

เอกกุลหันไปยิ้มให้สองสามีภรรยาที่กำลังเดินมาหาเขาอย่างยินดีจนเกิดรอยย่นที่หางตาเล็กน้อยตามวัยที่เฉียดเลขสี่เข้าไปทุกที แม้ว่าปีนี้ชายหนุ่มจะเพิ่งอายุ 37 ปีแต่ลักษณะที่ยิ้มกว้างอย่างเต็มที่จนดวงตาสีนิลนั้นพราวกระจ่างอย่างสดใสนั้นทำให้ใบหน้าคมสันนั้นน่าดูและมีเสน่ห์มากกว่ารอยตีนกาที่เริ่มถามหาเขาแล้ว

“คุณปีเตอร์ ผมนึกว่าคุณจะลืมนัดของเราแล้ว”

“ไม่ลืมครับ ผมกับคุณจินแวะไปดูที่พักเอาไว้ให้คุณเลยมาช้านิดหน่อย ผมพยายามจะหาที่พักใกล้ๆโรงงานผลิตเหล็กที่พวกเราจะไปร่วมทุนด้วยให้มากที่สุดก็เลยเสียเวลาไปบ้าง”

เอกกุลหันไปเชคแฮนด์กับปีเตอร์ก่อนจะหันไปยกมือไหว้นางจินตนาที่ยังคงยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างเป็นกันเอง นับตั้งแต่หลุยส์ตัดสินใจย้ายกลับมาตั้งรกรากที่อังกฤษและขายหุ้นส่วนกิจการรับเหมาก่อสร้าง อย่าง บริษัท LP คอนสตรัคชั่น ที่เมืองไทยให้กับผู้เป็นพี่ชายบริหารอย่างเต็มตัว ปีเตอร์ก็มีโอกาสได้รู้จักเอกกุลจากการเริ่มเข้ามาประมูลงานในกรุงเทพฯจนกระทั่งได้รู้จากปานดวงใจและกวินวัธน์ว่าเอกกุลนั้นเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายมาก่อน นายปีเตอร์จึงยินดีที่จะสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับเอกกุลมาตลอดจนทั้งคู่เป็นมิตรที่ดีต่อกันในทางธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

“ผมกับหลุยส์เคยอยากจะซื้อกิจการโรงเหล็กที่นี่เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้นหลุยส์เขามีปัญหาเรื่องฟ้องหย่าเราเลยต้องพับโครงการไป แต่ตอนนี้มีคุณเอกมาร่วมหุ้นด้วยอีกคนโอกาสเทคโอเวอร์กิจการที่นี่ก็คงไปได้สวยนะครับ”

นายปีเตอร์ก้าวขายาวๆเดินนำร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายไปยังลานจอดรถก่อนจะขึ้นประจำตำแหน่งคนขับ พลางเอ่ยชวนให้ชายหนุ่มอีกคนขึ้นมานั่งด้านหน้าด้วยกันแทนผู้เป็นภรรยา

“คุณเอกมานั่งเบาะหน้าคู่กับผมดีกว่า จะได้มองถนนหนทางอะไรได้ถนัดๆ เพราะผมจะทิ้งรถคันนี้ให้คุณไว้ใช้ระหว่างที่คุณเอกอยู่ที่นี่”

“ดีเหมือนกันครับ มาครั้งนี้ผมตั้งใจมาอยู่หลายอาทิตย์หน่อย ถือโอกาสมาทำงานแล้วก็มาพักผ่อนไปด้วยในตัว คุณปีเตอร์มีที่เที่ยวแนะนำหรือเปล่าครับ”

“พอดีเลยครับ ผมกำลังจะไปฉลองให้กับแคทเธอรีน ลูกสาวของผมครับเธอเพิ่งเรียนจบ เราตั้งใจจะจองตั๋วไปพักผ่อนที่เวลล์กัน คุณเอกไปกับเราสิครับ”

นายปีเตอร์หันมาเอ่ยชวนเพื่อนต่างวัยอย่างมีน้ำใจ หากเอกกุลยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพราะส่วนหนึ่งแล้วนายปีเตอร์น่าจะอยากอยู่กับครอบครัวมากกว่าที่จะเอาคนนอกอย่างเขาไปร่วมทริปด้วย

“ผมตั้งใจว่าจะเที่ยวในลอนดอนนี่แหละครับ อีกอย่างผมยังไม่รู้ด้วยว่าจะเข้าไปดูที่โรงงานเหล็กกี่วันกันแน่”

“เรื่องงานพักเอาไว้ก่อนเถอะครับ คุณเอกไปกับผมดีกว่าอย่างน้อยแคทเธอรีนลูกสาวของผมจะได้มีเพื่อนวัยใกล้ๆกันบ้าง ไม่อย่างนั้นแกคงเบื่อแย่ถ้าต้องคุยแต่กับคนแก่อย่างผม”

เอกกุลแอบอมยิ้มให้กับความพยายามในการกระชากวัยเขาเพื่อให้สามารถร่วมทริปไปกับอีกฝ่ายได้อย่างไม่ลำบากใจ ชายหนุ่มจึงไม่ขัดคออีกฝ่ายพลางยอมตกลงแต่โดยดีแม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจว่า วัยของเขากับลูกสาวของปีเตอร์น่าจะห่างกันเกิน 15 ปีแน่ๆ

“ถ้าอย่างนั้นผมก็คงต้องแล้วแต่เจ้าบ้านแล้วละครับ ผมสัญญาว่าจะทำตัวเป็นลูกทัวร์ที่ดีตลอดทริปเลยครับ”

.......................................................................

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นรัวๆ ทำให้ใบหน้าเรียวต้องละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์มารับสาย หากแล้วดวงตาสีเทาคู่สวยของเธอก็วาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าบนหน้าจอมือถือนั้นแสดงชื่อว่าผู้เป็นบิดาโทรมา

คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจจนทำให้ใบหน้าคมนั้นบูดบึ้งหากก็ยังไม่สามารถทำให้ความเฉิดฉายบนเรียวหน้านั้นลดลงได้ แคทเธอรีน กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใส่ใจพลางหันไปสนใจกับรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เธอเพิ่งไปขอจากฝ่ายบัญชีของสำนักงานใหญ่ บริษัท โอลเชสเตอร์กรุ๊ป มาศึกษาก่อนที่จะเข้าไปทำงานจริงๆในเดือนหน้า

หญิงสาวถูกจับตามองจากบอร์ดบริหารของเครือ โอลเชสเตอร์ แอนด์ โวลฟอร์ดกรุ๊ป (หรือ โอวี กรุ๊ป) เพราะแคทเธอรีนสามารถเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยได้ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปี ด้วยผลการเรียนอันยอดเยี่ยม และหญิงสาวยังเริ่มไปฝึกงานที่บริษัทตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ทำให้เธอแทบจะถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในเครืออย่างแน่นอนแล้ว

หากแผนการทำงานของเธอก็ดูเหมือนจะต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ เพราะการมาร่วมแสดงความยินดีและทำหน้าที่ พ่อเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ของปีเตอร์

“ทำไมหนูต้องไปทนปั้นหน้าไปเที่ยวกับพวกเขาเป็นอาทิตย์ๆด้วยคะแม่ เขาเองก็ตัดขาดหนูไปเป็นสิบปีแล้ว แล้วทำไมเพิ่งอยากจะมาทำหน้าที่พ่อเอาป่านนี้”

แคทเธอรีนเอ่ยกับนางเทเรซ่าผู้เป็นมารดาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด หากหญิงกลางคนที่ยังคงรักษารูปร่างเอาไว้เป็นอย่างดีไม่ให้โรยราไปตามวัยเดินเข้ามาโอบกอดผู้เป็นลูกพลางเอ่ยกล่อมเสียงนุ่มนวล

“หนูต้องอดทนเอาไว้นะแคท ลูกจะยอมปล่อยให้สมบัติที่ควรจะเป็นของลูกตกไปอยู่ในมือผู้หญิงหิวเงินอย่างเมียใหม่พ่อแกอย่างนั้นเหรอ แกคิดดูว่าสมบัติของตระกูลโอลเชสเตอร์ตั้งเท่าไหร่ แม่พลาดเองที่ตอนหย่าไม่ทันเกมส์เหมือนอย่างแอนนา ไม่อย่างนั้นแม่คงฟ้องหย่าได้เงินจากพ่อแกมากกว่านี้”

นางเทเรซ่าเอ่ยพาดพิงถึงญาติผู้น้องของเธอที่เคยถูกจับคู่แต่งงานระหว่างสองตระกูลโวลฟอร์ดและโอลเชสเตอร์เหมือนกัน หากแคทเธอรีนหันไปมองมารดาอย่างไม่เข้าใจพลางเอ่ยถามตรงๆ

“แล้วแม่จะให้หนูทำยังไง ในเมื่อตอนนี้พ่อเขาก็พาเมียใหม่มาเย้ยเราถึงที่อังกฤษนี่ แค่คิดว่าหนูต้องไปทนร่วมทริปกับผู้หญิงคนนั้น หนูก็แทบทนไม่ได้แล้วค่ะ ...”

หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยแรงอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้หลายปี แม้ว่าภายนอกแคทเธอรีนจะพยายามเย็นชาคล้ายกับไม่แยแสกับสายตาใครต่อใครที่มองเธอมาอย่างเวทนาที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังราวกับไม่มีใครต้องการ แต่แท้ที่จริงแล้วหญิงสาวเกลียดผู้หญิงคนนั้นอย่างฝังใจจากคำบอกเล่าของนางเทเรซ่า ที่บอกกับผู้เป็นลูกเสมอในวันที่ต้อง จำใจส่งลูกสาวเข้าไปเรียนโรงเรียนประจำ และแทบไม่เคยจะแวะมาดูดำดูดีราวกับเด็กสาวเป็นลูกกำพร้าในอุปถัมภ์ของคอนแวนต์

 ...ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เข้ามาในชีวิตพ่อของเธอ นายปีเตอร์กับนางเทเรซ่าก็คงไม่ต้องหย่ากัน! 

 “ลูกต้องทนแคท ลูกต้องทำให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่า หล่อนไม่มีสิทธิ์ในสมบัติแม้แต่ชิ้นเดียวของปีเตอร์ ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของโอลเชสเตอร์ต้องเป็นของลูกเท่านั้นแคทเธอรีน จำไว้ว่าลูกคือ ทายาทคนเดียวที่ตระกูลโอลเชสเตอร์ยอมรับ แม้แต่แองจี้ก็ไม่มีสิทธิ์!”

 

เสียงกุกกักที่ดังอยู่หน้าห้องพักในคอนโดหรูของเธอทำให้หญิงสาวตื่นจากห้วงภวังค์ความคิดพลางละสายตาจากคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปยังประตูเพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูว่าใครมาทำอะไรเสียงดังอยู่หน้าห้องพักในคอนโดของเธอ หากภาพบิดาของเธอที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องทำให้แคทเธอรีนเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะตัดสินใจกระชากประตูเปิดออกไป

“คุณมาทำอะไรที่นี่คะปีเตอร์  หนูจำได้ว่าเรานัดกันวันเสาร์ไม่ใช่วันนี้”

น้ำเสียงห้วนๆที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ทุกคนในที่นั้นหันกลับมามองร่างเพรียวระหงที่กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงประตูห้องตรงข้ามกับที่พวกเขากำลังยืนอยู่ โดยเฉพาะเอกกุลที่ค่อนข้างจะแปลกใจในคำพูดของเธอ ... ปีเตอร์เพิ่งบอกเขาเรื่องทริปฉลองให้ลูกสาว หรือว่าผู้หญิงคนนี้คือ แคทเธอรีน ลูกสาวคนเดียวของปีเตอร์

“ลูกอยู่ที่คอนโดนี้หรือแคท พ่อนึกว่าหนูอยู่ที่บ้านกับเทเรซ่าเสียอีก”

ปีเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นปนประหลาดใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินและได้รู้เป็นครั้งแรก หากแคทเธอรีนกลับปิดปากเงียบก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปรกติก่อนตอบกลับผู้เป็นบิดา

“หนูย้ายออกมาอยู่ที่นี่เองค่ะ ที่นี่ใกล้ตึกสำนักงานใหญ่ของ โอวี กรุ๊ปมากกว่า คุณยังไม่ตอบหนูเลยว่าคุณมาทำอะไรที่นี่”

แคทเธอรีนเอ่ยพลางเหลือบตาไปมองบุคคลที่เหลือ โดยเฉพาะร่างเล็กของหญิงวัยกลางคนที่กำลังพยายามส่งยิ้มมาให้เธออย่างเป็นมิตร หากหญิงสาวสบตากับอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ว่างเปล่าคล้ายกับว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงธาตุอากาศ ก่อนจะมองเมินเลยไปยังร่างสูงโปร่งที่กำลังมองเธออย่างพินิจพิจารณาอยู่เช่นกัน นายปีเตอร์จึงถือโอกาสนี้แนะนำให้ทั้งหมดได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ

“พ่อพาเพื่อนที่จะมาร่วมทุนกิจการกับเรามาพักที่นี่น่ะ ไม่คิดว่าจะบังเอิญเป็นคอนโดเดียวกับที่ลูกอยู่พอดี แคทรู้จักกับคุณเอกเอาไว้เสียสิลูก เพราะตอนไปเที่ยวคุณเอกเขาก็จะไปกับเราด้วย”

แคทเธอรีนหน้าตึงขึ้นอย่างไม่พอใจก่อนจะพยายามเก็บกดมันเอาไว้เมื่อได้ยินในสิ่งที่บิดาของเธอบอก วันเสาร์นี้คงเป็นทัวร์นรกสำหรับหญิงสาวแน่ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแคทเธอรีน ผมเอกกุล กุลรัตนวานิช”

“แคทเธอรีน โอลเชสเตอร์ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยสั้นๆพลางยื่นมือไปจับกับอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการให้สมกับที่อีกฝ่ายอุตส่าห์พูดดีมีมารยาทกับเธอ

ชายหนุ่มยิ้มให้อีกฝ่ายนิดๆพลางนึกเข้าอกเข้าใจนายปีเตอร์อยู่ครามครันว่า ทำไมบุรุษสูงวัยถึงคะยั้นคะยอให้เขารับปากไปเที่ยวทริปครอบครัวสุขสันต์นัก ...พอได้มาเห็นท่าทีของลูกสาวภรรยาเก่าแล้วเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมปีเตอร์ถึงไม่ยอมกลับมาที่อังกฤษอีกเลยเป็นสิบๆปี

“คุณเอกเขาทำธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง พ่อเลยชวนให้เขามาร่วมทุนกับกิจการโรงเหล็กที่เราจะเทคโอเวอร์ ถ้าเผื่อว่าแคทจะเปลี่ยนใจมาทำงานกับพ่อ หลังจากไปเที่ยวแล้วแคทไปดูงานกับพ่อกับคุณอาหลุยส์ก็ได้นะลูก”

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูขอทำหน้าที่ทายาทสายตรงของโอลเชสเตอร์และโวลฟอร์ดที่สำนักงานใหญ่ของ โอวีกรุ๊ป น่าจะเหมาะกว่ามั้งคะ เพราะทายาทคนอื่นๆที่เหลือก็ดูเหมือนจะถูกตัดขาดไปหมด!

นายปีเตอร์หน้าเคร่งขึ้นอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินผู้เป็นลูกเอ่ยกระทบกระเทียบถึงตนกับหลุยส์โดยตรง ความหวังที่ตั้งใจจะดึงรั้งให้ลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวของเขาหลุดพ้นจากวังวนของการยึดติดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับเรื่องทรัพย์สมบัตินอกกาย และเรื่องชวนลูกให้ไปอยู่ที่เมืองไทยด้วยกันก็คงจะริบหรี่ไปทุกที

หากแคทเธอรีนไม่เข้าใจถึงความหวังดีของบิดา หญิงสาวเหยียดยิ้มให้กับตัวเองอย่างสมเพช สุดท้ายทั้งพ่อของเธอและหลุยส์ต่างก็ต้องยกธงขาว ยอมแพ้ให้กับตระกูลโวลฟอร์ดทั้งคู่ ไม่มีใครคิดที่จะกลับมาเพื่อดูแลในสิ่งที่ครอบครัวของพวกเธอสร้างกันมาเลยสักคน

...แต่สำหรับเธอแล้ว ไม่ใช่! เธอจะไม่ปล่อยให้สมบัติพวกนั้นต้องไปอยู่ในมือคนอื่น ในเมื่อตัวเธอมีสิทธิ์อย่างถูกต้องสมบูรณ์ทุกประการที่จะได้ครอบครองมัน

“หนูไม่รบกวนพวกคุณแล้วดีกว่าค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวสิแคท พ่อว่าพวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนไม่ดีกว่าหรือ ไหนๆเราก็อุตส่าห์ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว”

แคทเธอรีนมองหน้าบิดาพลางเหลือบมองสมาชิกที่ยืนอยู่ พร้อมหน้าพร้อมตา แล้วก็ยิ้มเย็นพลางเอ่ยเสียงราบเรียบ

“หนูขอตัวดีกว่าค่ะ ยังอ่านเอกสารค้างอยู่ เชิญพวกคุณตามสบายนะคะ  อ้อ...เจอกันวันเสาร์เลยก็ดีค่ะ หนูคงว่างแค่วันนั้นเพราะช่วงนี้หนูต้องไปพบคุณปู่จอห์นที่สำนักงานใหญ่ทุกวัน หรือถ้าคุณว่างจะเข้าไปทักทายคุณปู่บ้างก็ได้นะคะ”

ปีเตอร์ขมวดคิ้วแน่นขึ้นจนหัวคิ้วแทบจะชนกันเมื่อได้ยินชื่อ จอห์น โอลเชสเตอร์ บุรุษชราผู้กุมอำนาจของธุรกิจในโอลเชสเตอร์กรุ๊ปเอาไว้ และเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารสูงสุดของ โอวีกรุ๊ป ได้ ...

“แคท พ่อไม่อยากให้หนูไปพบจอห์น เขาไม่ใช่คนที่หนูควรจะไว้ใจ”

นายปีเตอร์เอ่ยเตือนลูกสาวอย่างห่วงใย ชีวิตของเขากับหลุยส์เกือบพังเพราะการจับคู่แต่งงานทางธุรกิจระหว่างโอลเชสเตอร์และโวลฟอร์ดมาแล้ว หากนับว่าโชคดีที่พวกเขาหลุดพ้นจากเรื่องเหล่านั้นมาได้ และเขาไม่ต้องการให้แคทเธอรีนต้องมาเจออะไรแบบเดียวกับตัวเอง

“แต่เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้หนูเข้าไปทำงานใน โอวีกรุ๊ปได้ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งห้ามไม่ให้หนูทำค่ะปีเตอร์ และโปรดรู้เอาไว้ด้วยว่า ที่หนูยอมไปทริปกับคุณวันเสาร์นี้ เพราะเหตุผลเดียวเท่านั้น ... หนูแค่ต้องการแสดงให้คุณเห็นว่า หนูโตพอที่จะก้าวเข้าไปอยู่ในสังคมที่ต้องสวมหน้ากากเข้าหากันได้แล้ว และหนูก็จะทำให้คุณดูว่า หนูทนอยู่กับคนที่หนูเกลียดได้ถ้ามันจะทำให้หนูได้ในสิ่งที่หนูต้องการ!”

 

......................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น