June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

54. มีหวัง​ขึ้น​มา​อีกครั้ง​ (เนียร์​กร) Extra Part​

ชื่อตอน : 54. มีหวัง​ขึ้น​มา​อีกครั้ง​ (เนียร์​กร) Extra Part​

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
54. มีหวัง​ขึ้น​มา​อีกครั้ง​ (เนียร์​กร) Extra Part​
แบบอักษร

เนียร์  Part

#

ผมนายชลนที สุริยะศักดิ์ชัยกุลชื่อเล่นเนียร์ ปัจจุบันอายุ37ปี หน้าตาผมก็ผู้ชายธรรมดาทั่วไปไม่มีจุดเด่นอะไรเลย ถ้าเทียบกับนนน้องชายผมแล้วนนจะหน้าตาดีกว่า

ตอนนี้ผมโสดสนิทอายุ37ปียังไม่แต่งงานน่าสงสัยมั้ยล่ะครับอย่าสงสัยเลยครับผมแค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจแค่นั้นมั่ง

ส่วนเรื่องครอบครัวมีน้องสาว1คนชื่อแนนแต่งงานเเล้ว

มีน้องชาย1คน ชื่อนนและก็จะแต่งงานอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากับแฟนหนุ่มหน้าหวานชื่อนัท

ครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าน้องผมชอบและคบกันผู้ชายผมไม่ยินดีด้วยเลยเพราะว่าผมคิดว่าโลกสร้างให้ผู้ชาย คู่กับผู้หญิงรักกันแต่งงานกันมีครอบครัว

แต่พอได้รู้ได้สัมผัสความรักที่บริสุทธิ์ของนนกับนัทแล้วทั้งสองได้ผ่านอุปสรรคและการสูญเสียมาแล้วมากมายกว่าจะมาอยู่ตรงจุดนี้  นั่นทำให้ผมเปลี่ยนความคิดของตัวเองใหม่ว่า

ใครกันที่กำหนดให้คนเรารักกันได้แค่ชายหญิง

ใครกันที่กำหนดว่า ความรักระหว่างชายกับชายเป็นเรื่องที่ผิดแปลก

และแล้วนนนัทก็ทำให้ผมเข้าใจ

ทุกครั้งที่ผมมองรอยยิ้มของน้องชายผมที่ส่งให้คนรักทำให้ผมรู้ว่านั่นคือรอยยิ้มของความสุข

ทุกอย่างมันคือความรักจริงๆกับผู้ชายทั้งที่ตอนก่อนหน้านี้นนคบกับผู้หญิงมาตลอด

ส่วนตัวผมอายุป่านนี้ผมยังไม่เคยเจอกับความรักจริงๆเลย  สมัยวัยรุ่นเคยคบผู้หญิงหลายคน

ทั้งที่คบใครก็คิดว่าใช่คนนี้เเน่แต่สุดท้ายผมเองที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งผู้หญิงส่วนมากที่คบกันผมต่างก็พูดว่า

แฟนคนแรก

" นายมันเย็นชาเกินไปนายมันรักแต่ตัวเองนายมันเฮงซวย​ "

แฟนคนที่2

" ถ้านายต้องการแค่เรื่องอย่างว่านายก็ไปหาแถวบาร์โน่น "

แฟนคนที่3 คนนี้ผมจริงจังมากและคิดว่าเธอเป็นคนที่ใช่แต่...

" เราเข้ากันไม่ได้นายไม่ได้เป็นอย่างที่คิด  "

และสุดท้ายผมก็รู้ว่าเธอมีคนใหม่และเหตุผล108 ที่เธออ้างขึ้นมานั่นแค่เพียงอยากเลิก

แทนที่จะบอกว่ามีคนใหม่มันจะง่ายกว่ายกเหตุผลมาอ้างต่างๆนาๆว่าเราไปกันไม่ได้ผมไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆ

และหลังจากนั้นมาผมก็ไม่มีความคิดที่จะมีแฟนอีกเลย

พอเรียนจบผมกลับมาตั้งใจเริ่มทำงานแบบจริงจัง

ย้อนเมื่อ4ปี ที่เเล้ว

ผมถูกสารภาพรักจากเด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนของน้องชายที่สนิทและรู้จักกับผมมาตั้งแต่10ขวบ นั่นคือกร

ตอนเด็กๆกร กิจ ชอบมาเล่นกับนนน้องชายผมเพราะว่าบ้านเราอยู่ห่างกันไม่มากและด้วยอายุที่ห่างกันทำให้ผมกลายเป็นพี่เลี้ยงไปเลยกินเล่นนอนด้วยกัน กรเป็นเด็กขี้อ้อนยิ้มง่ายน่ารักสดใสแต่ทำไม พอโตมาแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคน

กรตอนนี้เป็นเด็กหนุ่มร่างสูงหน้าดีฉลาดและพูดน้อยเงียบขรึมแต่ที่ยังเหมือนเดิมคือ รอยยิ้ม ยิ้มทีโลกทั้งใบ เหมือนจะหยุดหมุนผมไม่ได้พูดเกินไปนะครับนั่นเรื่องจริง

4ปีที่เเล้ว

ย้อนเหตุการณ์ที่ยังอยู่ในความทรงจำผมมาตลอด

" ผมชอบพี่ชอบมาตลอด " 

กรสารภาพออกมาทำให้ผมอึ้งไป ชอบงั้นหรือชอบแบบคนรักเป็นไปไม่ได้แน่ๆกรคงสับสนในใจถึงจะรู้เรื่องชายรักชายมาบ้าง

" พี่ขอโทษนะกรพี่รักกรเหมือนน้องชาย​เหมือนกับนนความรู้สึกแบบอื่นนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก "  

ผมบอกปฏิเสธไปเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ

ผมอยู่เมืองนอกมาหลายปีสังคมที่ผมอยู่มีความรักระหว่างชายกับชายเยอะและเพื่อนผมเองหลายคนก็เป็นเกย์ เป็นไบผมจึงมองคำสารภาพนั้นเป็นเรื่องปกติ

แต่ที่ผมปฏิเสธคือถึงผมจะสนใจเพศเดียวกันอยู่บ้างแต่เรื่องอย่างว่ายังไงผมก็คิดว่าคงทำได้แต่กับผู้หญิงเท่านั้นถึงผมจะห่วยมากในเรื่องนั้นก็ตาม

" กรยังเด็กนะอนาคตอาจจะมีคนอื่นเข้ามาอีกเยอะ ลองทบทวนความรู้สึกตัวเองดีๆละ​กันว่าคิดกับพี่แบบไหน " 

ผมให้คำแนะนำ

" ถ้าไม่ชอบผมก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินเรื่องความรู้สึกแทนผม "  

กรตอบสายตานิ่ง ๆ เดาความรู้สึกไม่ออกเลย

" กร อนาคตยังอีกไกลนะ " ผมบอกย้ำเจตนาเดิม

" ขอบคุณสำหรับความหวังดีและคำปฏิเสธในเมื่อเป็นคนรักไม่ได้แต่ให้เป็นพี่น้องผมทำไม่ได้หรอกความรู้สึกของผมมันเปลี่ยนไปแล้ว  " 

กรพูดจบส่งสายตาเศร้ามาที่ผม ดื้อเหมือนกันนะ ทั้งที่เเต่ก่อนพูดอะไรก็เชื่อฟังง่าย

" เวลาจะช่วยนายได้พี่ยังเป็นพี่ของนายเสมอ "

ผมพูดจบกรไม่พูดอะไรออกมาแต่สีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดนั้นผมจำได้ดี

ตั้งแต่วันนั้นมากรเองก็หลบหน้าผมตลอดเจอกันบ้างแต่ก็ไม่เคยคุยกันไปมากกว่าคำทักทายซึ่งผมเองก็วางตัวลำบากมาก

จนกระทั่งวันนั้นผมเกิดอุบัติเหตุและนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับกรเริ่มดีขึ้นกรกลับมาพูดคุยกับผมปกติช่วงที่ผมรักษาตัว

แต่เเล้ว.... มันมีเรื่องน่าสงสัยอยู่

ย้อนไปเมื่อ2ปีที่ผ่านมา

กลางดึกของคืนพระจันทร์เต็มดวงผมนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ผมรู้สึกเหมือนกับมีคนมายืนจ้องอยู่ผมพยายามลืมตาขึ้นแต่คงเพราะฤทธิ์ยาทำให้ผมเบลอมองร่างสูงตรงหน้า

" กรหรือ?  " 

ผมถามเสียงงัวเงียร่างสูงนั้นไม่ตอบแต่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆกดริมฝีปากร้อนทาบทับลงที่ริมฝีปากผม อย่างนุ่มนวล

จะ จะ จูบงั้นหรอ​  ผู้ชายคนนี้กำลังจูบผม

" ใครอะ " ผมเบี่ยงหน้าเพื่อให้พ้นจากจูบพยายามลืมตามองแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะรู้สึกเเขนขาเพลียไม่มีเรี่ยวแรงเลย  และด้วยความที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานทำให้ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มกับรสจูบ

มือผู้ชายลึกลับคนนั้นล้วงเข้าไปในหัวกางเกงชุดนอนผู้ป่วยเอามือร้อนกอบกุมแกนกายส่วนล่างของผมขยับรูดขึ้นลง อย่างช้าๆความเสียวซ่านวิ่งไปทั่วร่าง

" ยะ ยะ อย่า " ผมพยายามห้ามมือเรียวนั่นด้วยมืออีกข้างแต่ก็ถูกรวบขึ้นไปกดไว้เหนือหัวจนหมดแรงต้านทาน   รู้สึกดีแปลกๆกลิ่นอายที่คุ้นเคยกลิ่นบุหรี่จางบวกกับกลิ่นน้ำหอมของผู้ชายแบรนด์ดังทำให้ผมวาบหวิวในใจเลยปล่อยไปตามความต้องการของร่างกาย

" อืม อืมมมมมม " 

ผมเผลอครางออกมา และถูกปิดเสียงอีกครั้งด้วยริมฝีปากร้อนนั่นและจูบเริ่มรุนแรงขึ้นมือใหญ่ด้านล่างก็เร่งขยับจังหวะเร็วขึ้น

"  อ๊ะ...  อ่า  " 

แล้วผมก็ปลดปล่อยออกมานอนหายใจหอบร่างสูงตรงหน้าผมกดริมฝีปากลงที่แก้มซ้ายของผม แล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปทันที

ผมมองตามแผ่นหลังสูงๆนั่น รูปร่างที่คุ้นเคย

แล้วรู้สึกเปียกชื้นที่ช่วงหน้าท้องผมปลดปล่อยออกมาแค่จูบ และมือเรียวนั่นไม่ถึง5นาที

ผมๆโดนโจรปล้นจูบแถมยัง มีปล่อยเสียงครางอันน่าเกลียดนั้นออกมาและโจรนั่นยังหอมแก้มผมก่อนไปอีก

ที่สำคัญที่สุดคนนั้นๆเป็นผู้ชายและเป็นใครก็ไม่รู้

น่าขายหน้าที่สุด หมดแล้วความภาคภูมิใจในตัวเองของผมหมดลงเพราะๆมันไอ้ผู้ชายคนนั้นและก็ต้องคิดกลับกัน ทำไมผมถึงยอมล่ะ....

และรีบลุกจากเตียงไปเปลี่ยนกางเกงทันที

เช้าวันใหม่กรกับกิจมาเยี่ยมผมเมื่อผมได้โอกาสเหมาะจึงแอบถามกิจว่าเมื่อคืนกรไปไหนกิจทำหน้างงๆแต่ก็ตอบออกมาว่า นอนที่บ้านตั้งแต่สี่ทุ่ม

งั้นๆผู้ชายคนนั้นใครที่จูบผมแบบดูดดื่มนั่นทำให้ผมคิดหนักหรือว่าจะเป็นคนในโรงพยาบาลนี้หรือว่า..แต่ผมมั่นใจว่าร่างสูงนั้นเป็นกร แน่ๆ ...โอยผมคิดจนปวดหัวด้วยความอยากรู้

วันเวลาผ่านไปทำให้ผมเลิกคิดที่จะพิสูจน์กับกรบุคคลผู้ต้องสงสัยในเรื่องปล้นจูบนั่นและแล้วก็ต้องหยุดคิดอีกครั้ง  เพราะว่าผมเองก็ผู้ชายไม่มีอะไรเสียหายและมันผ่านไปแล้ว

ปัจจุบัน

รีสอร์ต​ mm

01.00น

เลยวันขึ้นปีใหม่มาเเล้ว1ชั่วโมงหลังจากผมออกไป count down และทนกับภาพสวีทหวานชื่นของ 2 คู่ รักต้นกิจ  และนนท์นัทนั่นไม่ไหวจึงขอตัวกลับมานอนพัก

และที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปคือหงุดหงิดใจเห็นกรกับชินเด็กที่ร้านกาแฟ2NCafeชินเป็นเด็กหน้าตาดี นิสัยใจคอก็ดีผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังอิจฉาชินกับท่าทีสนิทสนมนั่นเหมือนกำลังสะท้อนภาพอดีตออกมาซึ่งแต่ก่อนผมกับกรก็เป็นแบบนั้น

นานเป็นปีๆแล้วที่กรบึ้งตึงกับผมทุกครั้งที่เจอจะพยายามหลบเลี่ยงถ้าเลี่ยงไม่ทันก็จะถูกเมินและทุกอย่างดูเหินห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะผมทำงานสองที่และเวลาส่วนใหญ่ผมอยู่ที่รีสอร์ท ต่างจังหวัดและกรเองก็เหมือนงานเยอะด้วยมั่ง

พลางคิดย้อนเหตุการณ์อันน่าอับอายขายหน้าคืนนั้นเมื่อปีก่อน

ผมเห็นกรกับชาติชายกำลังนั่งคุยกันอยู่และจังหวะที่ชาติชายก้มลงภาพนั้นผมมองเหมือนสองคนนั่นกำลังจะจูบกัน ทำให้ผมเดินเข้าไปดึงหัวไหล่ชาติชายออก

" อะไรไอ้เนียร์มีอะไรป่าว " 

ชาติชายคือเพื่อนสมัยเรียนของผมมันเป็นเกย์รับตั้งแต่เรียนมหาลัยชีวิตมันผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะนั่นทำให้ผมกลัวมันมาหลอกล่อกรแต่ภาพตรงหน้าทำให้ผมเข้าใจผิดชาติชายก้มลงหยิบปากกานั่นเองทำให้ผมหน้าเสียรู้สึกอายที่คิดไม่ดีกรมองหน้าผมแล้วยิ้มออกมานั่นทำให้ผมรีบวิ่งออกมา

เป็นห่วง หรืออะไรกันแน่ทำไมผมทำแบบนั้นถ้าห่วงกรเองน่าจะดูแลตัวเองได้แล้วมันคืออะไรวะความรู้สึกแบบนี้

" เดี๋ยวครับเมื่อกี้ นี่  " กรดึงข้อมือผมไว้ทำท่าสงสัยกับสิ่งที่ผมทำ

" กรไม่ควรสนิทกับหมอนั่นมาก "  ผมบอก

" ทำไมครับ "

" หมอนั่นมันกะล่อนพี่เป็นห่วงกร  " 

ผมบอกและหันหน้าหนีมองไปทางอื่นไม่สบสายตาคมนั่น

" แต่พี่ชาติเค้าบอกว่าชอบผมและพี่ชาติเค้าก็เป็น...."  

กรตอบเว้นคำไว้ ด้วยท่าทีเฉยๆ

" หมอนั่นมันเจ้าเล่ห์ กรไม่ทันหมอนั่นหรอก " 

ผมบอกเหตุผลข้างๆคูๆ และเดินหันหลังไป

" พอทีเถอะครับถ้าไม่รักก็ไม่ต้องหวังดีมาสั่งให้ผมไปรักคนนั้นคนนี้​  หากมันง่ายผมทำไปแล้วไม่ต้องรอรักข้างเดียวมาเกือบ20ปีหรอก  "  

กรพูดและเดินหันหลังออกไปทิ้งผมยืนอึ้งอยู่กับคำว่า เกือบ20ปี  กรชอบผมตั้งแต่ตอนไหน และลองนับไล่เวลาดู

ครืน ครืน ครืน มือถือที่สั่นอยู่ทำให้ผมหลุดจากความคิดของตัวเอง

" ครับน้องเก๋ " ผมรับสายเมื่อมองเห็นชื่อคนโทรเข้ามา

เก๋เป็นลูกสาวของคุณหญิงจันเพื่อนของแม่และสองครอบครัวเราสนิทและทำธุรกิจร่วมกันนั่นทำให้คุณหญิงอยากให้ผมแต่งงานกับเก๋

แต่เมื่อ2ชั่วโมงก่อนผมคุยปฏิเสธเรื่องนี้ไปแล้วและเหมือนเก๋จะเข้าใจเลยพากันไปเจอผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยกเลิกเรื่องจับคู่ดูตัวโดยผมให้เหตุผลว่าผมมีคนที่ชอบแล้ว ( อ้างไปก่อน) เพื่อให้เกียรติกับเก๋และครอบครัว แต่จริงๆแล้วเหตุการณ์เกี่ยวกับฟ้าใสในวันนั้นยังติดอยู่ในหัวผมตลอดเวลาไม่อยากให้เกิดเรื่องทำนองนี้อีกแล้ว

และทุกวันนี้ผมยังให้ความช่วยเหลือกับป้าฟ้าใสอยู่เลยนั่นเพราะว่าป้ากำลังป่วยหนักไม่มีญาติที่ไหน

พอรู้เรื่องแล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ยอมรับในเหตุผลของผมและที่เก๋โทรหาผมเธอบอกว่าจะกลับกรุงเทพแล้วผมก็เลยบอกว่าจะออกไปส่งที่หน้ารีสอร์ท

แล้วผมก็เข้าไปล้างหน้าล้างตา

กร  Part

#

ผมมองตามแผ่นหลังของพี่เนียร์ที่เดินคู่กับผู้หญิงที่ไอ้นนบอกว่าเป็นคู่นัดดูตัวผู้หญิงคนนั้นสวยมาก

" ยังไงก็เป็นผู้หญิงสินะ " 

ผมคิดน้อยใจตัวเองหลังจากคำสารภาพที่ผมพูดออกไปเมื่อ4ปีก่อนวันเวลาเลยผ่านไป แต่ทำไมผมถึงยังตัดใจเลิกรักพี่เนียร์ไม่ได้เลย

นับตั้งแต่เรื่องคืนนั้นผมก็ไม่สามารถกอดจูบกับใครได้อีกเลยเคยมีหลายครั้งที่คิดจะสารภาพแต่ก็กลัวว่าจะถูกเกลียดไปตลอดชีวิต

คืนนั้นผมเมาและไปเยี่ยมพี่เนียร์ยามดึกผมจูบพี่เนียร์และทำเรื่องไม่ดีไว้แรกๆผมคิดแค่จะจูบแต่พอสัมผัสแล้ว ร่างกายผมไปไวมากจนทำถึงขั้นช่วยให้พี่เนียร์ปลดปล่อยออกมาและเหมือนพี่เนียร์จะไม่รู้ด้วยว่าเป็นผม

จริงๆแล้วผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรเลย  ล่วงเกินคนป่วยที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้น นายมันบ้าไปแล้วกร ผมทำร้ายคนที่ผมรักได้ไง และนั่นทำให้ผมทำตัวห่างเหินกับพี่เนียร์

" เห้!  คิดมาก " 

ไอ้เสกยื่นเบียร์กระป๋องมาให้คงเห็นเหมือนกันกับผม

และมันก็นั่งลงมองท้องฟ้าที่มืดดำผมรับมาและเปิดดื่มมองเพื่อนสองคนที่เดินจับมือกันมาไอ้นนนัทนั่นเองช่างเป็นความรักที่น่าอิจฉาจริงๆ สองคนนั่นนั่งลงข้างๆผม

แล้วผมก็เห็นพี่เนียร์เดินกลับเข้าไปบ้านพักคนเดียว

พี่เนียร์มองมาที่ผมแปบนึงก็หันหนี

ผมก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรแต่มันเจ็บปวดในใจมากกว่าทุกครั้งหรือความอดทนผมเริ่มจะหมดลงหรือเพราะ ว่าผมรู้ว่าจะสูญเสียพี่เนียร์คนที่ผมรักมาเกือบ20ปีให้กับผู้หญิงคนนั้น

" จะต้องทำไงถึงจะเข้าถึงคนที่ชอบที่สุดได้ และต้องทำไงถึงจะฉุดรั้งอีกฝ่ายไว้ได้  "  

ผมถามเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

" กร  " 

เสียงของไอ้นัทเรียกชื่อผมคงเพราะปกติผมไม่ค่อยพูดอะไรเลื่อนลอยมั่ง แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกกลัว

" ความรักนี่มันเกิดขึ้นไม่เลือกเวลาและบุคคลจริงๆ เห้อ! "   

ไอ้เสกพูดออกมาเหมือนรู้จักความรักดีกว่าใคร

"  มึงไม่ต้องคิดอะไรมาก มึงแค่เดินตามหลังตาลุงนั่นไปกระชากคอเสื้อแล้วก็ถามว่า ทำไมถึงยกเลิกการดูตัว "   

ไอ้นนบอกแล้วตบบ่าผมเบาๆ

" ว่าไงนะ ยกเลิกงั้นเหรอ  "

 เสียงไอ้เสกกับไอ้นัทพูดพร้อมกัน

ยกเลิกการดูตัวเเสดงว่า..... ผมไม่คิดอะไรมากรีบลุกขึ้นยืน

" ไปสิ กูเองก็อยากรู้  "  ไอ้นนบอก

"  นนเท่ห์อ่า ชอบที่สุด "  ไอ้นัทพูดกับไอ้นนแล้วเอามือเกาะเเขนเอาหน้าซบลงกับเเขนไอ้นน

" พอๆสวีทมามากพอแล้วกูอิจฉา " 

ไอ้เสกพูดแล้วจับเเขนไอ้นัทออกแล้วขยับตัวมานั่งกั้นทั้งสองไว้ผมมองเพื่อนทุกคน แล้วยิ้มออกมาเดินไปจุดหมายคือบ้านพักพี่เนียร์

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

ผมเคาะประตู ไม่มีคนมาเปิดจึงลองบิดประตูไม่ได้ล็อคเลยเปิดเข้าไปพอดีเจ้าของห้องเปิดประตูห้องน้ำออกมา

" มีอะไรหรือ?  " 

พี่เนียร์ตอนนี้มีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวช่วงล่างช่วงบนเปลือยโล่งและกำลังเช็ดตัวอยู่ทำให้ผมรีบหันหน้าหนีภาพตรงหน้าเดินไปเปิดระเบียงห้องปล่อยให้พี่เนียร์ใส่เสื้อผ้า

คงมีแค่ผมสินะที่อายกับเรื่องแบบนี้​  

นั่นเพราะว่าผมคนเดียวที่มีความรู้สึกเพราะอีกฝ่าย ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยคงคิดว่าเป็นผู้ชายเหมือนกันถึงไม่อายที่จะถอดเสื้อผ้าต่อหน้าได้  แต่พี่เนียร์ลืมไปหรือป่าวว่าคนที่ยืนตรงหน้าเคยสารภาพรักกับพี่

คิดแล้วรู้สึกเจ็บหน่วงที่ใจนิดๆ

" มีอะไรหรือเปล่า  " 

พี่เนียร์ถามเมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

" เรื่องที่พี่ยกเลิกการดูตัว " 

ผมถามเพราะรู้มาว่าถ้าทั้งสองแต่งงานกัน ธุรกิจก็จะเติบโตไปอีกเหมือนต้องพึ่งพากัน แต่ถ้าพี่เนียร์ปฏิเสธก็หมายถึงการทุบหม้อข้าวตัวเองในเมื่อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทพี่เนียร์ก็คือครอบครัวผู้หญิงคนนั้น

" ไม่เกี่ยวกับนาย " 

พี่เนียร์ตอบด้วยท่าทีๆสบายๆ

" ไม่เกี่ยวกับผม​ แต่ผมก็ยังอยากรู้ถ้ามันเกี่ยวกับพี่  "

ผมพูดเสียงดังด้วยอารมณ์โกรธให้ตายสิพออยู่กับพี่เนียร์ทีไรผมไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

พี่เนียร์เดินมาประชิดตัวผมแล้วดึงกระชากคอเสื้อผมแล้วกดจูบลงที่ริมฝีปากผมแช่ไว้สักพักแล้วถอนริมฝีปากออก ปล่อยคอเสื้อผมลง

" ทีนี้รู้ยัง​  เหตุผลที่ฉันปฏิเสธการดูตัวนั่น "  

พี่เนียร์พูดจบแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยท่าทีสบายๆ

แตกต่างจากผม

ทิ้งผมยืนอึ้งอยู่กับที่​ พี่เนียร์จูบผมงั้นหรือ

คำตอบนั่นหมายความว่าอะไรนะหรือว่าแบบนี้ผมก็มีหวังขึ้นมาอีกครั้งสิ  หัวใจที่เหี่ยวเฉาของผมกลับชุ่มชื้นขึ้นมาอีกด้วยจูบนั่น

จะว่าไปจูบตาลุงนั่นห่วยไปหรือป่าวเหมือนคนจูบไม่เป็น

ผมยิ้มออกมาแล้วเอามือลูบที่ริมฝีปากตัวเองไปมา

ช่างเป็นวันเริ่มปีใหม่ที่ดีจริงๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

มาเเล้วจุดเริ่มต้นพี่เนียร์กับกรเอื่อยๆหน่อยเพิ่งเริ่มแนะนำตัวไปก่อนตอนหน้าเสกต่อมาแน่จร้าอย่าเพิ่งเบื่อกันนะ

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️    ขอบคุณคร้า  ❤️

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}