น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 1 : หลานสาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : หลานสาว

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2560 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : หลานสาว
แบบอักษร

ตอนที่ 1

เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของร่างเพรียวบางที่ไปล่ปลิวไปตามแรงลมที่พัดกรูเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องนอนของเด็กสาวทำให้ แองเจลิน่าต้องวางปากกาลง พลางเดินไปยังหน้าต่างเจ้าปัญหาเพื่อจัดการปิดมันเสีย หากแล้วดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของผู้ชายในชุดสูทที่เด็กสาวจำได้ดีว่า เขาคือ ไมเคิล บอร์ดี้การ์ดประจำตัวเธอที่ผู้เป็นน้าชายบุญธรรมส่งมาคอยตามดูแลเธอตั้งแต่เธอมาอยู่ที่อังกฤษตอนอายุ 5 ขวบ จนกระทั่งบัดนี้ แองเจลิน่าอายุ 15 ปี แล้ว หากบอร์ดี้การ์ดร่างสูงก็ยังคงตามติดเธอเหมือนดั่งเธอเป็นเด็กเล็กๆก็ไม่ปาน

มือเรียวบางปิดสมุดไดอารี่ที่เธอกำลังนั่งเขียนอยู่เมื่อครู่ลงเก็บไว้ในลิ้นชักจนเรียบร้อย ก่อนจะนำกรอบรูปแฮนด์เมดที่ใส่ภาพถ่ายของชายหนุ่มเพียงคนเดียวในชีวิตเธอ ...โทมัส

แองเจลิน่ายิ้มให้กับดวงหน้าคมสันที่อยู่ในรูปพลางมองสบประสานสายตาอ่อนโยนจากดวงตาคู่สีเทาที่เปล่งประกายสมจริงราวกับภาพมีชีวิตนั้นอย่างอบอุ่นหัวใจ โทมัสในรูปกำลังยืนโอบไหล่เธอไว้ในขณะที่เด็กสาวในรูปนั้นฉีกยิ้มกว้างขวางอย่างสดใสราวดอกไม้ที่กำลังผลิบาน แองเจลิน่าคิดว่าเธอคงไม่สามารถยิ้มให้ใครแบบนี้ได้อีกแล้ว ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ผู้ชายคนที่อยู่ในรูปนี้

หญิงสาวหยิบปากกาขึ้นมาจัดการบรรจงเขียนด้วยลายมือหวัดเล็กๆของเธออย่างตั้งใจ ‘Tom&Angie’  ก่อนจะติดโบว์และนำไปใส่กระเป๋าเป้ของเธอไว้กันลืม พลางเผยรอยยิ้มหวานอย่างสุขใจจนเกิดรอยบุ๋มเล็กๆตรงมุมปากทั้งสองข้าง

“หวังว่าโทมัสคงถูกใจของขวัญของฉันนะ” 

เด็กสาวก้าวขาเรียวยาวของเธอเร็วๆในขณะที่วิ่งลงไปยังชั้นล่าง หลุยส์หันไปเรียกลูกสาวเอาไว้เมื่อเห็นว่าแองจี้กำลังจะวิ่งออกจากบ้านไปโดยที่ไม่อยู่กินข้าวเช้าที่เปรมอุราและแมรี่เตรียมเอาไว้ก่อน

“เฮ้!..แองจี้ ไม่กินข้าวกับแด๊ดก่อนเหรอ”

“ไม่ค่ะพ่อ หนูรีบ..แต่สัญญาว่าเย็นนี้จะมากินข้าวเย็นด้วยแน่นอนค่ะ”

แองเจลิน่าหันมาตะโกนบอกบิดาก่อนจะก้าวยาวๆวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้เปรมอุราหันมาถามสามีเมื่อเห็นเพียงผมม้าสีน้ำตาลเข้มของลูกสาวไวๆก่อนจะวิ่งออกไปจากบ้านตรงไปหาบอร์ดี้การ์ดประจำตัวเธอที่ยืนรออยู่แล้ว

“นั่นแองจี้จะรีบไปไหนคะ”

“ไม่รู้สิ แต่เมื่อกี๊ผมเห็นไมเคิลแว๊บๆ คงจะไปบ้านนู้นมั้ง ..แกบอกว่าจะกลับมาทันกินข้าวเย็นที่บ้าน งั้นเราก็กินกันเลยเถอะ”

หลุยส์เอ่ยอย่างง่ายๆและคลายความกังวลไปเยอะเมื่อเห็นชายคนที่ตามติดลูกสาวไปไม่ห่าง หากเปรมอุราชะเง้อมองตามลูกไปอย่างเป็นห่วง ถึงอย่างไรเปรมอุราก็ยังคงติดนิสัยเลี้ยงลูกแบบคนไทยแท้ๆ แองจี้กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ นี่ยังดีว่าแองเจลิน่าไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเพราะเด็กสาวมีโทมัสและแอนนาที่คอยดูแลอยู่อีกชั้นหนึ่ง แต่เธอก็ยังกังวลอยู่ดี หลุยส์จึงหันมาเอ่ยกับภรรยาอย่างปลอบใจ

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่าเปรม โทมัสส่งบอดี้การ์ดตามเป็นเงาประกบอยู่แล้ว แองจี้ไม่มีทางเป็นอันตรายอะไรได้เลย”

เปรมอุราได้แต่พยักหน้ารับกับสามีแกนๆ หลุยส์นั้นหลังจากที่เคยตั้งแง่กับแอนนาเรื่องรับแองจี้เป็นลูกบุญธรรม หากพอได้มาอยู่กับลูกได้เห็นความรักที่แอนนามีให้กับแองจี้อย่างจริงใจราวกับแม่แท้ๆ ชายหนุ่มก็ดูจะคลายความโกรธลงไปไม่น้อย แต่เปรมอุรานั้นได้แต่นึกหวั่นอยู่ลึกๆในใจ แองจี้ดูจะอบอุ่นจนเกินไปจากความรักของแอนนาและโทมัสจนเธอเป็นห่วง!

โดยเฉพาะรายโทมัสนั้นถึงขั้นแอบส่งบอดี้การ์ดตามประกบลูกสาวของเธอแบบที่ตัวแองจี้เองก็ยังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ โดยที่ชายหนุ่มให้เหตุผลกับหลุยส์ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆว่าเพื่อป้องกันไม่ให้แองเจลิน่าเกิดอันตรายจากเรื่องไม่คาดคิด

แต่เปรมอุรากลับคิดต่าง แองจี้อาจจะไม่เป็นอันตรายจากคนอื่น แต่ลูกสาวเธอจะเสียคนเพราะโทมัสกับแอนนานี่แหละ โดยเฉพาะโทมัสที่หลังๆเริ่มติดลูกสาวของเธอแจ จนเปรมอุรากังวลใจ...เธอกำลังฝากปลาย่างไว้กับแมวหรือเปล่าก็ไม่รู้?

“โทมัสจะกลับไปทำงานที่เมืองไทยเมื่อไหร่คะ”

“น่าจะอาทิตย์หน้า คุณถามทำไมหรือเปรม”

เปรมอุราแอบถอนใจอย่างโล่งอก พลางคิดในใจ...ห่างกันสักพักก็ดีเหมือนกัน

“เปล่าค่ะ กินข้าวกันเถอะค่ะ”

เปรมอุราหันไปยิ้มกับหลุยส์ผู้เป็นสามีอย่างคลายความกังวลใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ขณะนี้แองเจลิน่านั้นกำลังขึ้นรถไปยังคฤหาสน์ของตระกูลโวลฟอร์ดเพื่อนำของขวัญไปอวยพรให้กับน้าชายบุญธรรมของเธอ

.....................................................................................

Happy birthday ค่ะทอม”

แองจี้ยื่นกล่องของขวัญที่เป็นกรอบรูปแฮนด์เมดฝีมือของเธอให้กับชายหนุ่มก่อนจะชะโงกขึ้นจุมพิตแก้มที่สากไปด้วยไรหนวดของโทมัสอย่างเคยชิน  ชายหนุ่มก้มลงมองของขวัญฉลองวันเกิดครบอายุ 31 ปีของเขาจากหลานสาวแล้วก็อมยิ้ม แม่หนูน้อยแองจี้ของเขายังคงคอนเซ็ปต์ของขวัญแฮนด์เมดที่ทำสำหรับเฉพาะ Tom&Angie เท่านั้น!

โทมัสก้มลงไปจูบหน้าผากของเด็กสาวเบาๆพลางเอ่ยเสียงทุ้มอย่างอ่อนหวาน

“ขอบใจจ้ะแองจี้ วันนี้จะอยู่ค้างกับหม่ามี๊แอนนาหรือเปล่า เราจะได้ฉลองวันเกิดกันเหมือนทุกปีไง”

โทมัสเอ่ยขึ้นพลางสบตากลมโตสีน้ำตาลเข้มนั้นอย่างหลงใหล ดวงตาของแองจี้ต้องมีเวทมนตร์อยู่อย่างแน่นอนเพราะเขาไม่สามารถละสายตาไปจากดวงตาใสแจ๋วคู่นี้ไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

แองเจลิน่าส่ายหน้าจนหางม้าที่มัดไว้สะบัดไปมาพลางเอ่ยกับร่างสูงของโทมัสเสียงอ่อยๆ

“ไม่ได้ค่ะ วันนี้แองจี้สัญญาว่าจะรีบกลับไปกินข้าวเย็นกับคุณแม่แล้วก็แด๊ด ช่วงนี้คุณแม่เข้มงวดมากๆ แองจี้ขี้เกียจฟังคุณแม่บ่นเลยต้องทำตัวเป็นเด็กดีกับคุณแม่สักหน่อย”

“แล้วไม่เป็นเด็กดีกับฉัน...กับหม่ามี๊แอนนาบ้างหรือไง”

โทมัสเอ่ยท้วงอย่างน้อยใจ หากแองเจลิน่าหัวเราะอย่างร่าเริงพลางยิ้มหวานใส่ดวงตาสีเทาอมเขียวของร่างสูงตรงหน้าอย่างเต็มที่จนชายหนุ่มหัวใจเต้นผิดจังหวะ

“แองจี้ต้องทำแบบไหนถึงจะเป็นเด็กดีของคุณกับหม่ามี๊แอนนาล่ะคะ”

“ห้ามมีเพื่อนผู้ชายเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อฟังกันละก็ได้เห็นดีกันแน่ล่ะแองจี้”

โทมัสคาดโทษร่างเพรียวที่ผอมเก้งก้างอย่างเสียงเข้ม หากเด็กสาวหัวเราะคิกจนชายหนุ่มไม่พอใจ

“ไม่ตลกนะแองจี้ ฉันพูดจริง ห้ามมีผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด”

“โอเคๆ แองจี้สัญญา แองจี้จะไม่มีแฟนถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากคุณน้าและคุณแม่ๆทั้งหลายก่อน โอเคมั้ยคะ”

“ทำสัญญากันเดี๋ยวนี้เลย”

โทมัสเอ่ยพลางย่อตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับอีกฝ่ายพลางจ้องดวงตากลมโตสีน้ำตาลนั้นเขม็ง แองเจลิน่าพยักหน้าพลางเอ่ยตอบรับเสียงหนักแน่น

“สัญญาค่ะ...”

โทมัสเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยแต่สัญญาปากเปล่า หากยังไม่ยอมลงมือประทับสัญญา!

“ประทับตรายืนยันหรือยัง”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางชี้มาที่ริมฝีปากของตัวเอง หากแองเจลิน่าส่ายศีรษะเบาๆพลางเอ่ยท้วงพร้อมๆกับที่แก้มค่อยๆแดงซ่านขึ้นอย่างเขินอาย

“ไม่เอาค่ะ...แองจี้โตแล้ว เพื่อนๆบอกว่าไม่มีใครจูบกับพ่อแม่หรือญาติๆกันแล้วค่ะ เราจะต้องเก็บเฟิร์สคิสเอาไว้จูบกับคนรักของเรา”

โทมัสจ้องมองใบหน้าเรียวที่ก้มหน้าหลบตาเขาก่อนจะชะโงกไปจูบที่ริมฝีปากอิ่มนั้นอย่างอุกอาจและเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ลิ้นอุ่นหนาเบียดแทรกเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจพลางตวัดรุกไล่ลิ้นเรียวเล็กนั้นอย่างห้ามใจไม่ไหว เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มจูบแบบแลกลิ้นกับอีกฝ่ายอย่างดูดดื่มจนแองเจลิน่าต้องเอามือยันอกอีกฝ่ายไว้เมื่อชายหนุ่มดึงรั้งตัวเธอเข้าไปจนแทบจะจมหายไปกับอกกว้างกำยำของเขา

แองจี้หอบหายใจคำโตราวกับคนที่ขาดอากาศหายใจมานานเมื่อริมฝีปากเรียวบางของอีกฝ่ายยอมถอนจูบที่แสนจะรังแกหัวใจของเด็กสาว แองจี้รู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังเดินท่องไปยังดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และความลึกลับน่าค้นหา ในขณะที่โทมัสยังคงพรมจูบไปทั่วใบหน้าเนียนใสของเด็กสาวพลางพร่ำกระซิบไม่ห่างจากริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้น

 

“งั้นรู้เอาไว้เลยว่า ฉันนี่แหละคนรักของเธอแม่นางฟ้าตัวน้อย จูบแรกของเธอเป็นของฉันตั้งแต่ขวบนึงแล้วแม่หนูแองจี้!

“คุณขี้ตู่จังค่ะทอม ฉันยังไม่ได้รับปากคุณสักหน่อยว่าจะให้คุณเป็นแฟนฉันน่ะ” เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างเอียงอาย หากโทมัสกลับรัดร่างเพรียวของอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมอก พลางเอ่ยเสียงทุ้มอยู่ข้างหูเธอ

“เธอไม่จำเป็นต้องตกปากรับคำอะไรทั้งนั้นหรอกแองจี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกแม่หนูน้อย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปจากสองมือของฉันแน่ๆ”

“คุณจะไม่ให้โอกาสแองจี้ได้เจอหนุ่มๆบ้างหรือไงคะ”

“ทำไม จะบอกว่าฉันแก่หรือไง ฉันเพิ่ง 31 วันนี้เองนะแองจี้ หนุ่มกว่านี้ก็เด็กๆยังไม่โตทั้งนั้น สู้ฉันไม่ได้หรอก”

ชายหนุ่มเอ่ยยืนยันยิ้มกริ่ม หากใบหน้าหวานในอ้อมแขนกลัวหัวเราะจนเต็มเสียงก่อนจะเขย่งตัวขึ้นจูบปลายคางของเขานัยน์ตาพราว

“ถ้าอย่างนั้นแองจี้จะรีบเรียนให้จบไวๆค่ะ คุณจะได้ไม่แก่มากไปกว่านี้”

“ฉันจะถือว่าเธอสัญญากับฉันแล้วว่าเธอจะเป็นของฉันคนเดียวแองจี้ ระหว่างที่ฉันต้องไปทำงานที่เมืองไทย ฉันจะสั่งให้ไมเคิลเตะผู้ชายทุกคนที่เข้ามาใกล้เธอเกินระยะหนึ่งเมตร”

“อนุญาตค่ะ รับรองว่าแองจี้ไม่ทำตัวเป็นเด็กเกเรแน่ แองจี้สัญญา”

โทมัสตอบรับคำสัญญาเสียงหวานนั้นด้วยจุมพิตที่แสนละมุนละไม ก่อนที่จะโอบกอดร่างเพรียวในอ้อมแขนอย่างอาวรณ์ อีกไม่กี่วันเขาก็ต้องเดินทางไปทำงานที่บริษัท โอลเชสเตอร์ สาขาประเทศไทย ตามคำสั่งของบอร์ดบริหาร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ใหญ่ในตระกูลโวลฟอร์ดที่เห็นว่า เขา “สมควร” ที่จะไปทำหน้าที่ของตัวแทนของแอนนาในการจัดการมรดกของโอลเชสเตอร์ที่แอนนาอุตส่าห์ฟ้องหย่าแย่งมาจากหลุยส์ได้!

หากชายหนุ่มได้แต่เฝ้าปลอบใจตัวเอง ...เขาจะดูแลทุกอย่างเพื่อรอวันที่แองจี้จะโตพอและกลับมารับช่วงต่อสมบัติทั้งหมดจากแอนนาไป

 

.............................................................

 

.............................................................

ร่างแบบบางและซีดเซียวของแอนนาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาร่างสูงล่ำสันของผู้เป็นน้องชายพลางแตะเบาๆที่แขนอย่างปลอบใจเมื่ออีกฝ่ายยืนมองร่างเพรียวบางของเด็กสาวที่เพิ่งจะขึ้นรถไปกับบอร์ดี้การ์ดของเขาเพื่อกลับไปร่วมมื้อเย็นกับครอบครัวที่บ้าน โทมัสหันกลับมามองพี่สาวที่กำลังยืนมองเขาด้วยแววตาที่เห็นใจพลางเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงแหบห้าว

“พี่ว่าผมเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่าที่ใช้คำพูดผูกมัดแองจี้เอาไว้แบบนี้  เธอยังเด็กและอาจจะเจอผู้ชายที่ดีกว่าผมก็ได้”

“ไม่มีใครรักและต้องการแองจี้มากไปกว่าพี่และเธอ แองจี้ควรจะเป็นครอบครัวของเรามาตั้งแต่แรก”

เสียงอ่อนเบาที่เอ่ยขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย คราวนี้จึงเป็นโทมัสบ้างที่เป็นฝ่ายหันกลับมากุมมือพี่สาวเอาไว้

“ผมจะไม่ยอมให้แองจี้ต้องไปอยู่กับคนอื่นแน่ๆ ผมสัญญา...”

 

.................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น