Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 2 : หาเรื่องใส่ตัว...!!

ชื่อตอน : Chapter 2 : หาเรื่องใส่ตัว...!!

คำค้น : finland,ช้อย,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,รักร้ายๆสไตล์ลูกทุ่ง,แสงสว่างแห่งรัก,กุมหัวใจมังกร,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.3k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2560 07:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2 : หาเรื่องใส่ตัว...!!
แบบอักษร

 

 

#

 

 

ปลื้ม....................

 

ช่วงนี้ผมสังเกตเห็นไอ้ขวัญมันรวยขึ้นผิดหูผิดตา ซื้อทั้งโทรศัพท์ใหม่ ไม่พอยังเลี้ยงข้าวเลี้ยงเบียร์ผมอยู่บ่อย ๆ จนผมนึกสงสัยขึ้นมา

 

“มึงไปทำอะไรมาวะถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้...?”   ผมถามกับมันไป

 

“มึงอยากรวยบ้างมั้ยหล่ะ...? แป๊บ ๆ ก็ได้เงินแล้วนะโว้ย”  มันยักคิ้วถามกับผม

 

“เฮ้ย... ถ้าเรื่องส่งของกูไม่เอาด้วยนะโว้ย”  ผมบอกมันไป

 

“ใครบอกมึงว่ากูส่งของ”  มันหันมาแสยะยิ้มบอกกับผม

 

“ไอ้เหี้ย...!! จะบอกก็บอกไม่บอกก็ไม่ต้องบอก ลีลาอยู่ได้แม่งน่ารำคาญ”  ผมหัวเสียใส่มัน ไม่นานนักมันก็ล้วงเอาแผ่นกระดาษในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วยื่นให้กับผม

 

“โพยพนันฟุตบอล...?”  ผมเลิกคิ้วสูงถามกับมัน

 

“ใช่ เล่นวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้เงินแล้ว แม่งรวยเร็วจะตาย”  มันยิ้มกริ่มบอกกับผม ผมก็พอรู้มาบ้างเหมือนกันว่าแถวนี้มีโต๊ะพนันบอลอยู่หลายเจ้า ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงแข่งขันลีกดังของต่างประเทศ แถวสลัมบ้านผมค่ำมืดดึกดื่นแม่งเชียร์กันลั่นซอย

 

“มึงก็ชอบดูฟุตบอลด้วยไม่ใช่หรือไง...? แม่งไม่ลองซักนัดสองนัดหล่ะวะ”  มันบอกกับผม

 

“สัส.. กูจะเอาตังค์ที่ไหนไปเล่นวะ เค้าแทงกันทีหลายตังค์ไม่ใช่....?”  ผมย้อนถามมันกลับ

 

“มึงมีเท่าไหร่ก็ฝากกูแทงก็ได้ ลงขันกับกูไง”  มันบอกกับผม ไอ้ผมก็ชอบดูฟุตบอลซะด้วย ยิ่งเป็นลีกดังของต่างประเทศด้วยแล้วดูทุกนัด

 

“งั้นนัดคู่ของคืนนี้กูจะลองทายดูก่อน ถ้าทายถูกค่อยว่ากันอีกที”  ผมบอกกับมันไป

 

พอตกกลางคืนผมก็นั่งดูบอลกับไอ้เปรมสองคน ส่วนปานกับปูนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว

 

“มึงว่าคืนนี้ทีมไหนชนะ...?  ผมหันไปถามไอ้เปรม  คืนนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เตะกับ เอฟเวอร์ตัน

 

“กูว่าเอฟเวอร์ตัน”  มันบอกกับผม

 

“แต่กูว่าเลสเตอร์ ซิตี้”  ผมยักคิ้วบอกกับมัน 

 

พอจบเกม “กูบอกแล้วไม่เชื่อ เลสเตอร์ชนะ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ผมหัวเราะชอบใจเพราะทายผลถูก เมื่อเจมี้ วาร์ดี้ ดาวยิงเลสเตอร์ทำคนเดียวไปสองประตู

 

เช้าวันต่อมา

 

“ว่าไงวะไอ้ปลื้ม ตกลงวันนี้จะลงกับกูมั้ย...?”  ไอ้ขวัญมันถามกับผม

 

“กูมีร้อยเดียวเองว่ะ”  ผมบอกกับมันไป นั่นเป็นค่าข้าวของผมด้วยซ้ำ

 

“เออ ร้อยเดียวก็ไม่เห็นเป็นไร ชนะมามึงก็ได้เท่าตัว”  มันบอกกับผม สรุปวันนี้ผมเลยลงขันพนันบอลร่วมกับไอ้ขวัญ คืนนี้ผมไม่ได้ออกไปไหนตั้งหน้าตั้งตารอดูฟุตบอล จนกระทั่งทีมที่ผมแทงพนันเป็นครั้งแรกก็ชนะขึ้นมาจริง ๆ

 

“เย้...!! ชนะแล้วโว้ย”  ผมดีใจตะโกนแหกปากขึ้นมาเมื่อเสียงเป่านกหวีดจากกรรมการหมดเวลาการแข่งขัน

 

“ไอ้ปลื้มจะแหกปากหาพระแสงมึงเร๊อะ..? คนจะหลับจะนอน....!!”  อุ่ย... แล้วแม่ก็ตะโกนด่า ผมไม่ได้สนใจมัวแต่ดีใจที่เพิ่งชนะพนันฟุตบอล

 

หลังจากนั้นมา ผมก็ลงขันพนันฟุตบอลกับไอ้ขวัญทุกนัดที่มีการแข่ง จากที่เคยได้หลักร้อย ตอนนี้ก็ขยับขึ้นมาเป็นหลักพัน ผมดีใจมาก

 

“แม่งมือขึ้นนี่หว่ามึงเนี่ยทายถูกทุกนัด”  ไอ้ขวัญมันแซวผมพร้อมกับยื่นเงินค่าพนันฟุตบอลให้

 

“ขอบใจว่ะ ได้เงินเร็วอย่างที่มึงว่าจริง ๆ” ผมยิ้มร่าบอกกับมันไปพอผมมีเงินแล้วผมก็พาบีไปดูหนังหรือไปเที่ยวไหนต่อไหนก็ได้ ผมจับมือบีพาเดินห้างเพื่อไปซื้อของ

 

“ปลื้มใจดีที่สุดเลยรู้มั้ย บีรักปลื้มนะคะ”  แล้วบีก็บอกกับผมเมื่อผมซื้อเสื้อให้

 

“ผมก็รักบีครับ”  ผมยิ้มบอกไป

 

หลังจากซื้อของเสร็จก่อนกลับผมก็ไม่ลืมที่จะซื้อไก่ทอดเคเอฟซีติดมือกลับบ้านด้วย พอส่งบีที่แฟลตเสร็จผมก็กลับบ้านพร้อมกับไก่ทอดถุงเบ้อเร่อ

 

“พี่ปลื้มซื้ออะไรมาเหรอคะ...? ห๊อมหอม”  ปานกันปูนรีบวิ่งเข้ามากอดผม

 

“อ่ะ..พี่ซื้อไก่ทอดมาฝาก”   ผมบอกกับน้อง ๆ ไป ไก่แบบนี้น้องผมไม่เคยกินเลยด้วยซ้ำ พอเห็นว่าผมซื้อมาให้ก็ดีใจกันยกใหญ่

 

“ไปรวยมาจากไหนวะ...?”  แล้วไอ้เปรมมันก็ถามผมขึ้น

 

“จะแดกไม่แดก...? ถ้าแดกก็ไม่ต้องถามมาก”  ผมยักคิ้วถามมันไป

 

“เรื่องอะไรจะไม่กิน”  ว่าแล้วมันรีบคว้าน่องไก่เอาไปกิน

 

“เออหัดทำมาหากินซะบ้าง มึงเป็นพี่ก็ต้องดูแลน้องนะไอ้ปลื้ม”  เมื่อแม่เห็นว่าน้อง ๆ มีของดี ๆ กินก็พอใจและไม่เคยถามหรือสนใจเลยด้วยซ้ำว่าผมไปเอาเงินมาจากไหน

 

ผมชนะพนันบอลเกือบทุกนัด จะมีบางนัดเท่านั้นที่เสมอตัวเพราะผลการแข่งขันเสมอกัน พอได้เงินจากการพนันมาผมก็เอามาซื้อพวกขนมของกินให้กับน้อง ๆ รวมถึงให้กับแม่บ้าง

 

“คืนนี้กูลงห้าพัน”  ผมบอกกับไอ้ขวัญไป

 

“ตั้งห้าพันเลยเหรอวะ กะจะเอารวยทีเดียวเลยรึไง...?”  ไอ้ขวัญมันแซวผม

 

“เออ”  ผมตอบมันไปสั้น ๆ ผมคิดว่าถ้าคืนนี้ชนะพนันอีกผมจะไปถอยมือถือใหม่มาใช้ซักเครื่อง

 

และแล้ว “ไชโย...!! ชนะอีกแล้วโว้ย ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” ผมตะโกนซะดังลั่นจนน้อง ๆตื่นกันหมด พอคิดว่าพรุ่งนี้จะไปถอยมือถือใหม่ผมก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก

 

เงินที่หามาได้ง่ายก็มักจะใช้ออกไปง่ายเช่นกัน อยากซื้ออะไรก็ซื้ออยากกินอะไรก็กิน เพราะคิดเสมอว่าเดี๋ยวมันก็ได้มาอีก จนผมได้ใจจากเงินเดิมพันแค่หลักร้อย เพิ่มเป็นหลักพัน แล้วก็หลายพันไปจนถึงหลักหมื่น ดังนั้นผมจึงออกมาแทงพนันบอลด้วยตัวเอง ไม่ได้ร่วมลงขันกับไอ้ขวัญเหมือนอย่างเคยแล้ว

 

“เฮ้ย.. คืนนี้คู่บิ๊กแมตช์ด้วยนะเว้ย กูว่าจะเล่นหนัก ๆ ซักหน่อยกูมั่นใจว่ะ”  ผมยิ้มกริ่มบอกกับไอ้ขวัญไป

 

“แน่นอนอยู่แล้ว”  ไอ้ขวัญตอบรับผม  คืนนี้เป็นคู่ของ เชลซี ดวลแข้งกับ ลิเวอร์พูล

 

“มึงเล่นข้างไหน...?” แล้วไอ้ขวัญมันก็ถามกับผม

 

“กูต้องเล่นเชลซีอยู่แล้ว กูจะลงซักแปดพัน”  ผมบอกกับไอ้ขวัญไป

 

“แต่กูลงวิเวอร์พูล”  มันบอกกับผม

 

“ช่างมึงดิ ถ้าไม่เชื่อกูระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า”   ผมพูดเยาะเย้ยมันไป

 

“แล้วเรามาดูกัน”  มันยักคิ้วบอกกับผม

 

คืนนี้ผมใจจดใจจ่อตั้งตารอดูฟุตบอลคู่บิ๊กแมตช์ ระหว่างเชลซีกับลิเวอร์พูล ถ่ายทอดตอนตีสองผมก็อดหลับอดนอนเพื่อที่จะรอดู ถึงแม้ว่าอยากจะข่มตานอนหลับซักงีบแล้วค่อยตื่นขึ้นมาดูก็ตาม แต่มันก็นอนไม่หลับเพราะตื่นเต้น ผมเลยถ่างตารอ ส่วนไอ้เปรมมันจะตื่นมาดูตอนที่ผมตะโกนเชียร์โน่นแหล่ะ

 

หลังจากเริ่มการแข่งขันไปได้ไม่นาน นาทีที่ 17 หงส์แดงก็ซัดยิงประตูขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

 

“สัสเอ้ย...!! เข้าไปได้ยังไงวะ... แม่ง”   ผมเสียดายขึ้นมาเพราะไม่ทันไรก็โดนนำไปก่อนแล้ว พอนาทีที่ 36 หงส์แดงก็ขึ้นนำเป็น 2 ประตูต่อ 0

 

“ไอ้เหี้ย....เล่นยังไงของมึงวะ...!!”  ผมเริ่มโมโหขึ้นมารู้สึกหัวเสียที่โดนยิงนำไปก่อนสองประตู พอจบครึ่งเวลาแรก หงส์แดงขึ้นนำไปก่อน  2 : 0

 

“เอาวะยังเหลือครึ่งหลังหวังว่าจะตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง”  ผมได้แต่ปลอบใจตัวเอง ใจจดใจจ่อรอเชียร์ครึ่งเวลาหลัง พอนาทีที่ 61 เชลซีก็ได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1:2

 

“เฮ้...!! มันต้องอย่างนั้น อีกลูกเดียว”  ผมตะโกนร้องด้วยความดีใจ ใจชื้นขึ้นมาเพราะเหลืออีกแค่ลูกเดียวก็จะเสมออย่างน้อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่แล้ว

 

ปิ๊ด ปิ๊ด ปี๊ดดดดดดด  กรรมการก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ผลปรากฏว่าทีมผมแพ้ไป

 

“สัสเอ้ย... ไม่น่าเลยอีกนิดเดียวแท้ ๆ”  ผมเสียดายที่ครั้งนี้ผมเป็นฝ่ายแพ้พนัน

 

วันรุ่งขึ้น

 

“เป็นไง ไหนมึงบอกเชลซีจะชนะไง...? สุดท้ายก็แพ้ราบคาบ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”  ไอ้ขวัญมันหัวเราะเยาะผม

 

“ไอ้เหี้ย.. กินมาทุกครั้งเสียบ้างจะเป็นไรวะ” ผมเบะปากบอกกับมันไป

 

พอแพ้เสียพนันบอลครั้งแรก ใจผมก็อยากจะได้เงินคืนเลยต้องแทงหนักกว่าเดิม พอครั้งที่สองครั้งสามก็ยังเสียอีก ตอนนี้ผมถึงกับหน้ามืดอยากได้เงินพนันที่เสียไปกลับคืนมาทั้งหมดเลยพนันไปครั้งสุดท้ายสองหมื่นเทหมดหน้าตัก แต่แล้ว

 

“ไอ้เหี้ย..!! ไอ้สัส..!! เล่นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย...?”  ผมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ผมแพ้อีกตามเคยตอนนี้ผมเป็นหนี้พนันครั้งนี้ไปสองหมื่นและยังมีเงินที่ทางโต๊ะพนันบอลให้ยืมเล่นก่อนหน้านี้อีก รวมแล้วเกือบหกหมื่นที่ผมต้องจ่ายให้โต๊ะพนันบอล

 

“ชิบหายแล้ว กูจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเค้าวะเนี่ย...?”   ผมนั่งกุมขมับเครียดนอนไม่หลับไม่อยากให้ถึงพรุ่งนี้ ผมไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้พนัน

 

เช้าวันต่อมา ผมไม่อยากไปเรียนหรือออกไปไหนทั้งนั้น วันนี้เลยขาดเรียนแม่งซะเลยมือถือก็ไม่ยอมเปิด เพราะรู้ดีว่าโต๊ะพนันบอลต้องโทรมาตามแน่ ผมเอาแต่นอนหมกอยู่ที่บ้านจนกระทั่งตกเย็น

 

“ไอ้ปลื้มอยู่มั้ยวะ...!!”  ไอ้ขวัญมันตะโกนเรียกผมอยู่ที่หน้าบ้าน ผมเดินออกมาหามัน

 

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย ตายังกะหมีแพนด้าไม่สบายหรือไงวะ...?  ไอ้ขวัญมันถามกับผม

 

“ไปคุยกันข้างนอก”  ผมบอกกับมันแล้วเดินนำมันออกจากซอยมา

 

“เมื่อคืนมึงเสียเหรอวะไอ้ปลื้ม...? เห็นพี่ดำโทรมาหากูว่ามึงหายเงียบไปเลย”  แล้วไอ้ขวัญมันก็ถามกับผม

 

“อืม”  ผมตอบมันไปสั้น ๆ

 

“อะไรวะ แพ้ไม่กี่ตาเดี๋ยวก็ได้คืนมาเองแหล่ะ นิดหน่อย”  ไอ้ขวัญมันพูดเหมือนจะปลอบใจผม

 

“นิดหน่อยเตี่ยมึงอ่ะดิ ตั้งหกหมื่นนะโว้ย”  ผมบอกกับมันไป

 

“ห๊ะ... หกหมื่น...!!  ไอ้เหี้ยปลื้มแม่งทำไมเสียเยอะขนาดนั้นวะ..?”  ไอ้ขวัญมันเบิกตากว้างถามกับผม

 

“อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยว่ะ ตอนนี้กูคิดแค่ว่าจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้พนันบอล”  ผมถอนหายใจเหมือนคนหมดอาลัยตาอยากบอกกับไอ้ขวัญไป

 

“เงินตั้งหกหมื่นไม่ใช่น้อย ๆ นะเว้ย มึงก็เล่นหนักเกิน”  ไอ้ขวัญมันบอกกับผม

 

“เออ กูแม่งใจร้อนเองแหล่ะได้แล้วไม่ยอมหยุด พูดตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ว่ะ”  เฮ้ออออออออ ผมได้แต่ถอนหายใจยาว

 

ผมขาดเรียนไปสามวันแล้วเพื่อที่จะหลบหน้าพี่ดำเจ้าของโต๊ะพนันบอล

 

“ไอ้ปลื้มทำไมไม่ไปเรียน..? เห็นน้องบอกมึงหยุดเรียนมาสองสามวันแล้ว”  แม่เพิ่งกลับจากรับจ้างเข็นผักที่ตลาดถามกับผม แม่ต้องไปเข็นผักตั้งแต่ตีห้ากลับมาก็เกือบทุ่มเลยไม่ค่อยได้เจอกัน ไอ้เปรมมันคงเอาไปฟ้องแม่

 

“ผมไม่สบาย พรุ่งนี้ก็ไปแล้วล่ะ”  ผมบอกปัดกับแม่ไป

 

เช้าวันต่อมาผมก็ไปเรียนตามปกติ แต่มือถือก็ยังไม่เปิดอยู่ดี ผมเดินไปตาก็คอยสอดส่องพี่ดำกับพวกไป กลัวว่าจะมาทวงเงินจากผม พอมาถึงโรงเรียนก็ค่อยเบาใจหน่อย

 

“ตกลงมึงเอาไงวะ หาเงินได้รึยัง...?”  ไอ้ขวัญมันกระซิบถามกับผมขณะที่กำลังเรียนอยู่

 

“สัส.. กูจะไปหาเงินมาจากไหนวะ..? ถามโง่ ๆ มึงนี่”  ผมเอ็ดมันไปเบา ๆ

 

“พี่ดำกับพวกตามตัวมึงอยู่นะเว้ย ระวังตัวเอาไว้บ้างก็ดี”  แล้วไอ้ขวัญมันก็บอกกับผม ผมก็พอจะรู้มาบ้างเหมือนกัน

 

พอโรงเรียนเลิกผมก็รีบจ้ำอ้าวออกจากโรงเรียนเพื่อที่จะกลับบ้าน ไม่สนใจใครทั้งนั้นแม้กระทั่งบีที่บอกให้ผมไปส่งที่แฟลตผมก็ยังปฏิเสธ พอผมกำลังเดินข้ามสะพานลอยเท่านั้นแหล่ะ พวกพี่ดำก็เข้ามาดักหน้าดักหลังผมเอาไว้

 

“เฮ้ย.. ไอ้ปลื้มหายเงียบไปเลยนะมึง ตอนมึงได้กูจ่ายให้มึงทันที แต่พอมึงเสียคิดจะเบี้ยวเหรอวะ..?”  แล้วพี่ดำก็พูดขึ้น

 

“โธ่พี่ ผมไม่ได้จะเบี้ยวซักหน่อยผมกำลังหาเงินมาให้พี่อยู่ ขอเวลาผมอีกหน่อยนะ”  ผมบอกกับพี่ดำไป

 

“กูให้เวลามึงสามวันมึงต้องหาเงินมาใช้หนีกูให้ได้ ไม่อย่างนั้นมึงกับกูเห็นดีกันแน่”  แล้วพี่ดำก็ชี้หน้าบอกกับผม

 

“สัส...แล้วกูจะไปหาเงินที่ไหนมาให้มึงวะ..?” ผมได้แต่คิดในใจเดินหน้าเครียดกลับบ้านพอกลับมาถึง

 

“พี่ปลื้มปานอยากกินไก่ทอด”  แล้วปานก็เข้ามาอ้อนบอกกับผม ช่วงระยะหลังมานี้ผมเสียพนันบอลติด ๆ กันเลยไม่ได้ซื้อของติดไม้ติดมือกลับเข้ามาเหมือนอย่างเคย

 

“หนูด้วยค่ะพี่ปลื้ม”  ปูนน้องคนเล็กเงยหน้าทำตาแป๋วบอกกับผม เฮ้อออออออ ผมได้แต่ถอนหายใจยาว

 

“ไว้พี่มีเงินเมื่อไหร่แล้วจะซื้อมาให้นะ”  ผมได้แต่เลี่ยงบอกกับน้องไป

 

สามวันผมจะไปหาเงินที่ไหนมาให้พี่ดำ อย่าว่าแต่หกหมื่นเลยหกร้อยผมยังไม่มีด้วยซ้ำ

 

 

...................................................................

 

หากได้ชื่อว่าการพนันแล้วไม่ว่าจะพนันในรูปแบบไหน ล้วนไม่เคยทำให้ใครรวย หรือสามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ได้หรือรวยก็มักจะเป็นเจ้ามือ ส่วนผู้เล่นก็มักจะเสียอยู่เรื่อยไป ถึงแม้บางคนเคยเสี่ยงแล้วได้เงินมาก็ตามแต่ก็จะเหลิงเพิ่มเงินเดิมพันให้มากขึ้นไปอีก พอเสียก็จะเสียมากจนหมดเนื้อหมดตัว

 

การพนัน ขันต่อ ก่อกิเลส

ชักนำเหตุ ทรุดทราม ความฉิบหาย

พาหะแห่ง ย่อยยับ และอับอาย

ใครงมงาย เดือดร้อน ยากถอนตัว

การพนัน นั้นคือ สื่ออุบาทว์

ยามเป็นทาส ลืมกมล ผลดีชั่ว

ขาดสำนึก ยั้งคิด จิตมืดมัว

คอยเกลือกกลั้ว ตกต่ำ ระกำใจ

ถึงทรัพย์สิน เงินทอง กองท่วมเขา

ก็ผลาญเผา ลุ่มหลง หมดลงได้

คล้ายปีศาจ สิงสู่ อยู่ภายใน

ดังเปลวไฟ ไหม้คุ สุมอุรา

อาจหนึ่งคน ร่ำรวย ด้วยโชคช่วย

หมื่นพ้นม้วย วายวอด กอดปัญหา

ทางวิบัติ ถอยเสื่อม เอือมระอา

ดุจโรคา กินเกาะ เซาะร่างกาย

จงทบทวน ฉุดรั้ง ตั้งสติ

ใช้หิริ โอตตัปปะ ก่อนจะสาย

เลิกพนัน ทิ้งละ ปวงอบาย

เปลี่ยนสิ่งร้าย ชะตาอับ กลับเป็นดี

 

...........................................................................

To be continue..................

..........................................................................

 

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปโปรดคอยติดตามนะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}