อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๖๔

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๖๔

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 882

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๖๔
แบบอักษร

 

                         ในขณะที่พระพันปีกำลังทรงพระสำราญกับการแสดงอยู่นั้น       นาง

ระบำในชุดดอกไม้นาๆชนิดก็ชักแถวออกมา    พร้อมกับลอยโคมดอกไม้ลงในสระหน้า

ตำหนัก    ต่างร่วมกันพากันร้องเพลงถวายพระพร

 

 

                         ส่วน หลิน ไท่ หยาง ที่ปลอมเป็นนางระบำผีเสื้อ  กำลังซ่อนตัวอยู่ใน

กลีบดอกบัวกลกลางเวที      มันนั่งคู้เข่าอยู่พร้อมกับกระบี่ทั้งหกเล่ม  งานนี้นับว่าเป็น

การยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว        เพราะสัญชาติญาณมันบอกได้เลยว่ากระบี่ที่

เหลือเล่มสุดท้ายอยู่ไม่ไกล้ไม่ไกลกันนัก

 

 

 

                         เวลานี้จิตมารของมันเริ่มครอบงำ หลิน ไท่ หยาง ได้จนเกือบสมบูรณ์

แล้ว     จะมีก็แต่บางครั้งที่จิตใจฝ่ายดีของ หลิน ไท่ หยาง อาจผุดขึ้นมาแทรกแซงบ้าง

เป็นบางครั้ง     อย่างที่มันไม่ฆ่า ป๊าค มิน วู หรือ นางระบำตัวจริงคนนั้น   แต่ก็ช่างมัน

เพราะเวลานี้วิชาต่างๆที่สั่งสมมาได้ผนึกกำลังประสานกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

 

 

                         ตอนทีมันต่อสู้เพื่อแย่งชิงกระบี่ครั้งที่แล้ว   วิชาของมันยังไม่ลงตัวนัก

แต่ตอนนี้มันสามารถใช้วิชามารผนึกกับวิชากระบี่ได้เป็นอย่างดี       มันเรียนรู้จุดด้อย

และช่องโหว่ของวิชากระบี่ดาราเสียด้วยซ้ำไป     แน่ล่ะว่างานนี้มันมิมีพลาด

                        

 

                         และเมื่อเพลงบรรเลงมาถึงตอนที่ดอกบัวบาน       หลิน ไท่ หยาง ก็

พร้อมที่จะชำระความแค้นแล้ว        มันลุกขึ้นแล้วค่อยๆปล่อยผมที่เกล้าไว้ออกจนรุ่ย

ร่ายยาวจรดพื้น

                         “ มันไม่ใช่ที่เราซ้อมกันไว้นี่ ”  นางระบำชุดผึ้งน้อยกระซิบทัก

                         “ ก็ไม่ใช่น่ะสิ !!! ”

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง โยนช่อดอกบัวน้ำเงินที่อยู่ในอ้อมกอดขึ้นฟ้า   พริบตา 

ทุกคนก็มองเห็นกระบี่ที่ซ่อนเอาไว้ภายในทั้งหกเล่ม      ทหารที่ตั้งแถวคุ้มกันพระพันปี

อยู่ถึงกับตะโกนร้อง “ คุ้มกันพระพันปี !!!! ”    

                          แต่มันสายเกินไป เพราะเมื่อ หลิน ไท่ หยาง สะบัดผมที่ปล่อยสยาย

กระบี่ทุกเล่มก็ถูกกระชับเอาไว้ราวกับมีมือจับ     มันฟาดฟันใส่ผู้ที่อยู่รอบข้างอย่างบ้า

คลั่ง     นางระบำก่อนจากนั้นจึงเป็นทหารคุ้มกัน

 

 

                         “ อ๊าคคคคคคค!!!! ”

                         “ กรี้ดดดดดดดดดดดดด!!!! ”

                         เพียงแค่ทอดพระเนตรเห็น     พระพันปีก็ทรงสั่นไปทั้งองค์ด้วยโทสะ

“ นางแมลงสาบโสโครก   เจ้านี่ช่างตายยากเสียจริง ! ”

                         ม่านมุกเหล็กที่อยู่หน้าที่ประทับตกลงมาป้องกันพระองค์ทันที     นอก

จากหนา หนัก แข็งแก่รงกว่ากรงเหล็กแล้วยังปิดบังไม่ให้มองเห็นภายในได้อีกด้วย

 

 

 

                         “ หนีข้าไปไม่พ้นหรอก ” หลิน ไท่ หยาง ร้องตะโกน         มันโผนขึ้น

เหยียบบ่าคนที่ขวางทางอยู่แล้วโผนทะยานจะไปให้ถึงหน้าที่ประทับ      หากแต่สิ่งที่                         

โผล่ออกมาจากม่านมุกเหล็กคือ...

 

 

                         “ บัดซบ....ปืนสยบหงส์ !!!! ”

                         ทุกคนที่เห็นทิ้งตัวลงนอนหมอบกับพื้นทันที       เป็นที่รู้กันว่าปืนนี้ใช้

กำจัดศัตรูที่ใช้วิชาตัวเบาหรือเหาะได้       กระสุนระเบิดออกจากปากกระบอกปืนทั้งสี่

พร้อมกันแล้วกระจายเม็ดตะกั่วจำนวนมหาศาลเต็มอากาศ   ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ยังคง

ตั้งหรือยืนอยู่บริเวณนั้นเป็นต้องพรุนไปด้วยแรงทำลายของมัน

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง อาศัยความว่องไวเหวี่ยงให้กระบี่ทั้งหกเรียงตัวกันเป็น

ใบจักรหมุนเข้าปัดป้องกระสุนทั้งหมดให้กระเด็นออกไป      หากแต่เมื่อจะก้าวต่อกลับ

เจอเข้ากับหนุ่มงิ้วทั้งสี่

 

 

                         ทั้งสี่ล้วนเขียนหน้าตาด้วยลวดลายต่างๆ  เขียว แดง ขาว และดำ  มัน  

คือพวกที่เล่นอุปรากรเรื่องล้อเลียนการเมืองอยู่บนเวทีเมื่อครู่นี้

                         ทั้งสี่ตั้งท่าเตรียมพร้อมการต่อสู้     น่าแปลกที่ หลิน ไท่ หยาง รับรู้ได้

ถึงพลังอันมหาศาลของมัน  คงมิใช่งิ้วธรรมดาเป็นแน่      แท้ที่จริงนั้นมันคือสี่จอมยุทธ

มังกรนั่นเอง

 

 

                        “ ถอยไป เจ้าพวกตลก ” หลิน ไท่ หยาง ตวาด “ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ”

                        หนึ่งในนั้นซึ่งทาหน้าเป็นลวดลายสีขาวชักกระบองออกมา “ ข้าว่าคง

ยากว่ะ   เพราะวันนี้ข้าอยากฆ่านางระบำ”

 

 

                        มันควงกระบองแล้วไล่หวดมาแบบไม่ยั้ง    อีกคนที่ทาหน้าสีดำฟาด 

ใส่ด้วยกระบองสามท่อน            ส่วนคนที่ทาหน้าสีเขียวจู่โจมมันด้วยง้าวขนาดใหญ่

หลิน ไท่ หยาง รับมือมันด้วยกระบี่ทั้งหกอย่างไม่หวาดกลัว    หากแต่เมื่ออีกคนที่ทา

หน้าสีชาดตวัดกระบี่เข้ามา     วูบแรกนั้นมันรับรู้ได้เลยว่าเป็นวิชากระบี่ดารา

 

 

 

 

                         สี่จอมยุทธมังกรที่ปลอมแปลงกายเป็นงิ้วมาเพื่อคุ้มกันองค์พระพันปี

ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงนั้นนางระบำผู้หมายปลงพระชนม์คือชาย      มิหนำซ้ำคนที่ทา

หน้าสีแดงนั่นก็คือ กู่ เทียน เล่อ ด้วย     คู่รักฟาดฟันเข่นฆ่ากันอย่างไม่รามือโดยมิได้รู้

ความจริงที่ซ่อนเอาไว้เลยแม้แต่น้อย      สี่ต่อหกนับว่ามิน้อยหน้ากันเพราะหกกกระบี่

นั้นมีผู้ใช้เพียงหนึ่งเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}