อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๔

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๔

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 16:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๔
แบบอักษร

 

                           " ริยำ !!!! "  ท่านอ๋องน้อยเขวี้ยงจอกน้ำจัณฑ์ลงพื้นอย่างคลั่งแค้น 

" นางหงส์เฒ่านั้นตลบหลังเราจนได้ "

 

 

                          ท่านอ๋อง หวาง เจี้ยน หลง มองดูแผนที่บนกำแพง     กำลังสำคัญถูก

โยกย้ายไปประจำอยู่ชายแดนเสียสิ้น   และกว่าที่จะรู้ว่าคำสั่งจากในวังจะมาถึง ก็สาย

เกินกว่าที่จะยั้งเอาไว้ทัน       มีพระราชเสาวนีย์สั่งตรงมาว่าให้เดินทางภายใน ๒๔ ชั่ว

ยามเพื่อตั้งกองกำลังป้องกันแล้วจะมีผู้ใดเล่ากล้าทัดทาน

 

                          นางมาร ฟาง เจิน จู ที่คิดลอบปลงพระชนม์ก็ทำพลาด      อันที่จริง

พระองค์ไม่น่าที่จะไปเชื่อพวกมารนอกรีตสับปลับเหล่านั้นเลย       แต่ก็ยังดีที่พวกมัน

ถูกสังหารตายหมดไม่เหลือใครเอาไว้ให้สืบสวน      มิเช่นนั้นพระองค์เองก็ยังกริ่งเกรง

อยู่ว่า       องค์พระพันปีหลวงอาจจะเค้นเอาความลับจากพวกมันเรื่องที่ท่านอ๋องสนับ

สนุนพรรคมาร

 

 

                         ตอนนี้ไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่าการแกล้งทำเป็นออกไปประพาสล่า

สัตว์  ข่าวแจ้งการลอบปลงพระชนม์พระพันปี  ยังมิได้มีข่าวแจ้งกลับมาอย่างเป็นทาง

การ        หากลี้ออกไปเสียตั้งแต่คืนนี้เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนความผิดก็เห็นจะคู่ควร     

ว่าแล้วท่านอ๋องก็สั่งการให้ทหารคนสนิทแจ้งข่าวแก่ เฉิน กวาน ซี

 

 

                         เนื้อในจดหมายมีเพียงแค่ว่า    พระองค์จะเสด็จประพาสล่าสัตว์ใน

ป่าตามลำพังและไม่ต้องการคนไปคุ้มครอง   สำหรับหนังสือและข้อความราชการทั้ง

หมดจะกลับมาสะสางอีกเจ็ดวันให้หลัง         ที่จริงแล้วพระองค์เองก็ไม่รู้หรอกว่าจะ

เสด็จกลับมาเมื่อใด     แต่ในเมื่อร้อนตัวกลัวความผิดและอาญาหลวงที่อาจซัดทอด

มาถึงตัว  การหลบหนีไปด้วยวิธีง่ายๆแบบนี้ดูจะดีกว่าเป็นไหนๆ        ถ้าหากว่าเรื่อง

กบฏแตกออกมาจริงๆ        พระองค์ก็จะไปเอาทรัพย์สมบัติที่ซุกซ่อนเอาไว้ในหุบเขา  

แล้วหนีข้ามทะเลไปอยู่เสียที่เมืองไท่(ไทย)เปลี่ยนชื่อแซ่เสียหน่อย    ถึงตอนนั้นจ้างก็

ไม่มีใครตามหาเจอแล้ว

 

 

                         เมื่อคิดได้ดังนั้น   พระองค์ก็จัดการเก็บข้าวของที่สำคัญขึ้นม้าทรงตัว

โปรดแล้วควบหายไปในความมืด     โดยที่มิได้สนใจจะบอกองครักษ์คู่ใจชู้รักเลยสักคำ

เดียว

 

 

 

                           ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

 

 

 

                         ฝ่าย หลิน ไท่ หยาง ที่หลบอยู่ในศาลเจ้าร้าง   พอฝนเริ่มซาก็เดินออก

สำรวจรอบชายคาศาล    มองเห็นต้น อุ้ย หมี่ หรือข้าวโพดขึ้นอยู่หลังศาลเป็นดง      จึง

หักเอามาเผาเสียด้วยฟืนแห้งๆในเตาหน้าศาล    ก็พอที่จะเกลื้อท้องให้หายหิวไปได้พัก

ใหญ่              แต่มันมิได้เฉลียวใจเลยว่ากลิ่นและควันของไฟจะทำให้มันได้เจอเข้ากับ

อาคันตุกะในยามวิกาล

 

 

                         นางมารมายา หลังจากที่ถูกซัดด้วยกระพรวนเหินเก้าสายจนบาดเจ็บ

สาหัสแล้ว   มันก็อาศัยช่วงเวลาที่หลังคาวังถล่มลงมาใส่เหินฟ้าหนีลัดเลาะไปตามราว

ป่ามาเรื่อยๆ       อวัยวะภายในของมันบอบช้ำ พลังธาตุแตกซ่าน    ไท่หวงไทเฮา หมิง 

เยี่ย มิใช่ผู้ที่มันคู่ควรจะประมือด้วยเลยสักนิด

 

 

                         " อรรรรรรรรรค!!! " มันกระอักลิ่มโลหิตสีดำออกมาอีกครั้งด้วยความ

เคียดแค้น   ยามนี้ลูกหลานพรรคมารล้วนดับสูญด้วยฝีมือนาง  แผนการณ์ที่วางเอาไว้

ก็ฉิบหายไปจนหมดสิ้น     มันประเมินปรีชาญาณขององค์พระพันปีต่ำเกินไปจึงทำให้

ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเช่นนี้

 

 

                         หากมิใช่ว่ามันคืออมนุษย์แล้ว   นางมารมายาคงจะได้ตายไปหลาย

สิบรอบ    นี่ก็เดินทางด้วยพลังวิชาตัวเบามานานหลายสิบลี้จนแทบหมดลม  แต่ก็ยัง

หยุดมิได้           มันชะเง้อคอมองดูแสงไฟวิบวับดวงเล็กๆกลางป่าที่นั่นอาจจะมีที่ให้

มันหลบพักได้

 

 

                         เสียงประตูที่เปิดออกดังผลัวะทำให้ หลิน ไท่ หยาง สะดุ้ง  อาคันตุกะ

ยามวิกาลผู้นี้มาในสภาพสะบักสะบอมยิ่งนัก  เสื้อผ้าอาภรณ์แปดเปื้อนขาดวิ่น มิหนำ

ซ้ำยังมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง   แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดนั่นคือกรทั้งหก

แสงจันทร์หลุบหรู่ที่ส่องผ่านบานประตูย้อนเข้ามาในศาลเจ้า     สาดต้องร่างให้บังเกิด

เงาใหญ่น่าเกรงขามไปจรดโต๊ะบูชาองค์เจ้าแม่กวนหยินพันกร      หลิน ไท่ หยาง ขน

ลุกซู่รีบก้มลงโขกศีรษะขอขมา

 

 

                         " ข้าไม่ได้ตั้งใจโขมยของเหล่านี้ขอรับเจ้าแม่...ข้า...ข้า  ข้าจะไม่ทำอีก

แล้ว...ได้โปรด "

 

 

                        มันกลัวลนลาน   นางมาร ฟาง เจิน จู เองก็ตระหนกมิใช่น้องที่ถูกเข้า

ใจผิด     กระบี่ที่เงื้อเอาไว้เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันจึงต้องรีบลดลงทันควัน        หลิน 

ไท่ หยาง ขดหมอบด้วยความหวาดกลัว           ยามนี้มันอ่อนโรยและขลาดเกินกว่าที่

จะคิดประมือกับผู้ใดอีกต่อไปแล้ว     และเพียงนางมารมายามองเห็นมัน พลันดวงตา

มารก็เล็งเห็นรังสีอสูรที่อยู่ในร่างของ หลิน ไท่ หยาง      ร่างอันอ่อนเยาว์และงดงามนี้

เปรียบประดุจตำหนักหยกแห่งใหม่ที่น่าเข้าพำนัก

 

 

                        " เจ้าเป็นใครกัน...." 

 

 

                        " ข้าคือ เสี่ยว หลิน "  มันรีบลนลานโกหก  " ข้าออกมาเดินทางตามหา

อาจารย์ของข้า    แต่ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น    จู่ๆข้าก็....ก็....ก็มาโผล่เอาที่นี่ "

 

 

                        แซ่นั้นทำให้ความเกลียดชังที่ฝังบ่มคุกรุ่นขึ้นมาในทันใด    แต่ช่างเถิด

คนแซ่นี้มีให้เกลื่อนกล่นบนแผ่นดินต้าจง   ดูอย่างคนแซ่ฟางด้วยกันปะไร   บางคนเป็น

ญาติกันแต่นางเองยังมิเคยเห็นหน้าเสียด้วยซ้ำ  

 

 

                        " ช่างหัวอาจารย์ของเจ้าปะไร "  นางคว้าข้อมือของหลิน ไท่ หยางขึ้น

มาสำรวจชีพจร 

 

                       " ว่าแต่...เจ้านี่ช่างเหมาะสมอย่างยิ่ง "

 

                      " เหมาะ....เหมาะอะไรกัน " 

 

                      " ข้า...คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน " ฟาง เจิน จู เล่า " ข้าจำเป็นที่จะต้องถ่าย

ทอดพลังยุทธ์และเคล็ดวิชาทั้งมวลให้กับศิษย์    ไม่ให้วิชาของข้าต้องดับสูญ "

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง    มองดูกรทั้งหกที่เคลื่อนไหวสลับกันไปมา ราวกับขา

ของแมลงมุม    บางมือจัดแต่งทรงผม บางมือก็ทำความสะอาดบาดแผล และบางมือ

ก็ยังคงเงื้อกระบี่อยู่

 

 

                         " ….ข้าคือนางมารมายาฟาง เจิน จู "  นางกระซิบ  " ข้าคือตำนานลี้

ลับจากทุกราชวงศ์    เหนือฟ้าใต้บาดาลข้าเจนจบ    ข้าครองศาสตร์แห่งชนเผ่าดารา

มาแต่ดึกดำบรรพ์ "

 

 

                         มือนางลูบไล้ไปตามใบหน้าของหลิน ไท่ หยาง " ข้าสัมผัสได้ถึงพลัง

เพลิงพิสุทธิ์ไร้ขั้ว   ไท่ อิน  หยกศิลาเย็นไร้จำกัด   และพลังมารอย่าง มายาใต้หล้าอีก   

ช่างน่าประหลาดนัก      ที่ธาตุของเจ้ากลับทำให้พลังเหล่านี้ดำรงสมดุลอยู่ด้วยกันได้   

อย่างผสมกลมกลืน  "

 

 

                         นับว่าเป็นบุญของมันที่มิได้เอ่ยชื่อที่แท้จริงออกมา     เพราะหากนาง

มายารู้ว่าแท้จริงนั้นหลิน ไท่ หยางคือบุตรชายของศัตรูนาง    มันคงมิลังเลเลยที่จะเด็ด

ชีพเสีย    แล้วนี่พลังยุทธ์ที่ หลิน ไท่ หยาง มีอยู่       ก็ล้วนแล้วแต่มิใช่พลังสายแท้ของ

สำนัก มิหนำซ้ำยังมีพลังมารอีกต่างหาก 

 

                         " ข้า....." หลิน ไท่ หยาง มิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้

 

                         " ใยยังมิยอมโขกหัวรับข้าเป็นอาจารย์อีก!!! " นางมารมายาตวาดเสียง

เขียว

 

 

                         " คารวะท่านอาจารย์ " มันรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแทบเท้า 

 

 

                         นางมารมายาทำท่าสูดกลิ่นอยู่สองคราก่อนที่จะยิ้มกระหยิ่มใจ " เจ้า

ศิษย์โง่.... ยังมิหาของกินมาปรนนิบัติอาจารย์อีก "

 

 

                         " อา...ใช่ๆ " หลิน ไท่ หยาง คว้าข้าวโพดที่เผาเอาไว้ขึ้นมาส่ง "   ขอ

เชิญท่านอาจารย์รับประทาน "

 

 

                          " ของเยี่ยงนี้คู่ควรกับข้ากระนั้นหรือ....ข้าหมายถึงในห้องโน่น " ลิ้นสี

แดงสดแลบเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย " มีทั้งตัว...มีทั้งไข่...อะไรจะวิเศษไปกว่านี้ "

 

 

                         " แต่...นั่นมัน " หลิน ไท่ หยาง กลืนน้ำลาย " ข้า...ข้าไม่กล้า "

 

 

                         " เจ้าศิษย์โง่....ของดีแบบนี้ไม่รู้จักกิน     งั้นถอยไป เดี๋ยวข้าจะจัดการ

เอง "  ว่าแล้วนางก็เดินไปหยิบเทียนไขที่จุดเอาไว้ขึ้นมา         เพียงเปิดประตูห้องเข้าไป

เสียงขู่ดังฟ่อก็ดังขึ้น  นางมารมายาเพียงหัวเราะกระซิกกระซี้แล้วหับประตูปิดลง

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง แลเห็นเพียงเงาวูบไหว   ผ่านบานประตูกระดาษบุไม้

เก่าแก่ขาดวิ่นหน้าห้อง    เงาอสรพิษชูคอแผ่พังพานสูงเกือบอก ก่อนที่จะพุ่งเข้าฉกกัด 

ฟาง เจิน จู อย่างดุร้าย    ทว่านางมารมายากลับส่งเสียงร้องอย่างมีความสุขเมื่อเขี้ยว

พิษฝังลงในกายของมัน

 

 

                          นางนั่งยองลงที่พื้น  แล้วเลือกเอาไข่งูจงอางที่กองอยู่ใส่ปากกินทีละ

ใบอย่างเพลิดเพลิน    ได้ยินเสียงดูดและขยอกกลืนจ๊วบจ๊าบชวนคลื่นเหียน   และเมื่อ

ไข่หมดลงมันก็จับแม่งูที่กัดคาอยู่กับหัวไหล่มากัดกินตาม   ลำตัวกลมลุ่นไร้หัวของมัน

ที่สะบัดไปมา         ส่งให้โลหิตกระเซ็นสาดเปรอะไปตามบานประตูดูสยดสยองยิ่งนัก

หลิน ไท่ หยาง ทนไม่ไหวต้องปิดตาเพื่อหลบภาพอุบาทว์เหล่านี้     นี่มันจะต้องกลาย

เป็นศิษย์ของจอมมารปีศาจฟาง เจิน จู ไปแล้วหรือนี่

 

 

                        ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น