อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๑

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๑

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 848

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๕๑
แบบอักษร

 

 

                         พัดขนนกถูกยกขึ้นรับทันที   หวู่ กง กง ตะโกนใส่หน้า "  ถ้าไม่อยาก

ตาย อย่ามาขวางข้า  "

 

 

                        " ถ้าข้ากลัวตาย  ข้าก็คงจะไม่มารบ " เปรตทะเลดำตอบ " ขอแค่ปลง

พระชนม์ได้   ถึงข้าตายก็ไม่เสียดายชีวิต "

 

 

                         ทั้งคู่ผันกายออกห่างกัน    หวู่ กง กง ซัดเหรียญเข้าใส่เปรตทะเลดำ 

แต่ก็ถูกพายไม้ยกขึ้นปัดป้องจนสิ้น " เมื่อครู่นี้ว่าข้าเป็นสุนัขลอบกัด   แล้วสิ่งที่เจ้าทำ

นี้เรียกว่าอะไร …..กระบวนท่าธรรมะอย่างนั้นรึ "

 

 

                         " สามหาว!!! เจ้าดูถูกข้า "  หวู่ กง กง ตวาด " ข้าจะกำจัดพวกอธรรม

อย่างเจ้าให้สิ้นซาก "

 

 

                         พายไม้ถูกเหวี่ยงฟาดลงมาสามกระบวนท่า  แต่ก็ถูกต้านเอาไว้ด้วย

พัดขนนกทั้งสิ้น    วิทยายุทธ์ของมันทั้งสองเรียกได้ว่าไม่มีใครกินใครลงเลยทีเดียว

 

 

                         " ธรรมะล้วนดีบริสุทธิ์ อธรรมเลวไร้ที่ติ จริงหรือ  ไหนลองบอกข้าซิ "

 

 

                        " อย่ามาถามข้า    ถามฝ่ามือของข้าสิ      พวกเจ้ามันล้วนโหดเหี้ยม

เลวทราม 

 

 

                        " ใครบอกเจ้ากันเล่าหรือว่าเจ้าเห็นมันด้วยตัวเองถ้วนทั่ว " เปรตทะเล

ดำตอบเหนื่อยๆ " พวกข้าเองก็มีชีวิต มีครอบครัว มีความรัก  หากพวกเจ้าไม่รังแกกัน

ไฉนเลยพวกข้าจึงจะมาล้างแค้น "

 

 

                         หวู่ กง กง นิ่ง  ทุกคำพูดของมันล้วนจริงแท้      หลายปีก่อนนั้นฝ่าย

ธรรมะออกตามล่าตัวแปดอัปลักษณ์บ้างถูกสังหาร บ้างถูกจับกุม  หลายตนที่เห็นอยู่

ในตอนนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานทั้งสิ้น    

 

 

                         " หึ หึ หึ เกิดขลาดกลัวขึ้นมาเสียเช่นนั้น " หวู่ กง กง เบี่ยงเบนประเด็น

 

                         " หาใช่เช่นนั้นไม่  " เปรตทะเลดำตอบ " ทั้งข้าและพี่ชาย    ต่างก็สู้เพื่อ

ชนเผ่าของเรา  พวกข้าต้องการแผ่นดินอยู่มิใช่เป็นผีพเนจรเยี่ยงนี้   "

 

                         หวู่ กง กง เบ้ปาก " ข้ามีอยู่ที่หนึ่ง.....ในนรกโลกันต์อย่างไรเล่า "

 

 

                        พูดจบมันก็ซัดฝ่ามือใส่อีกฝ่าย  ยังดีที่กระแทกเข้าได้ที่หัวไหล่ข้างขวา      

แม้ว่าจะไม่รุนแรงนักแต่มันก็ทำให้เปรตทะเลดำผงะถอยออกไปได้

 

 

                        " ไม่ว่าจะธรรมะหรืออธรรมต่างล้วนมีเหตุผลส่วนตัวกันทั้งสิ้น    ตราบ

ใดที่ไม่มีการพูดคุยอย่างสันติวิธี  ผู้ใดกำหนดเล่าว่าใครเลวใครดี   ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่

บอกว่าตัวเองดีทั้งสิ้น "

 

                        " งั้นก็จัดงานเลี้ยงดื่มน้ำชาแทนการท้ารบสิ "

 

                       " เจ้าพูดเหมือนกับว่าพวกเจ้าจะยอมเยี่ยงนั้น "

 

                       " ข้ากับเจ้าถึงต้องต่อสู้กันไงเล่า !!! " หวู ่กง กง  ซัดอีกสามฝ่ามือตาม   

เปรตทะเลดำจึงได้ทรุดลงกองอยู่กับที่    มันเงื้อฝ่ามือขึ้นแล้วเกร็งปราณหมายที่จะอัด

ให้ยับด้วยสาปสุวรรณมาลี  

 

 

                         …..ไม่ว่าจะธรรมะหรืออธรรม    ต่างก็มีเหตุผลส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น    

ผู้ใดกำหนดเล่าว่าใครเลวใครดี.....       หวู่ กง กง ค่อยๆลดมือลงเมื่อนึกถึงคำนั้นได้

 

 

                          เปรตทะเลดำ   มองหน้าขันทีใหญ่อย่างประหลาดใจ " ไฉนเจ้าจึงไม่

สังหารข้าเสีย "

 

 

                          " ก็....นะ " หวู่ กง กง พึมพำ " บางที่หลังเสร็จศึกครั้งนี้       ข้าอาจมี

เพื่อนดื่มชาเพิ่มขึ้นอีกสักคน "

 

 

                           แต่ยังไม่ทันที่เปรตทะเลดำจะได้ตอบอะไรออกไป หวู่ กง กง ก็เหิน

กลับไปที่หอบัญชาการใหญ่เสียแล้ว

 

 

 

   

                           ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

 

 

 

 

 

                        ((((( ฮูมมมมมมมมมมม!!!!!! )))) 

 

 

                        ทาริกาโลหิตคำรามใส่กองทหารองครักษ์ดังลั่น     แม้ว่าพวกนี้จะมี

ชุดเกราะอย่างดีเยี่ยมแต่ก็มิอาจทนพลังคลื่นเสียงมฤตยูได้   ถึงจะไม่บาดเจ็บสาหัส

แต่ก็กระเด็นไปคนละทิศละทาง       อีกหนึ่งอย่างคืออาจเป็นเพราะว่าตอนนี้ทาริกา

โลหิตเริ่มหมดแรงแล้วก็ได้

 

 

                        พิ๊งงงงงง!!!!!พิ๊งงงงงง!!!!!พิ๊งงงงงง!!!!!

 

                       (((( แฮ่ซซซซซซซซซซ์ !!!!!! ))))

 

 

                         ทาริกาโลหิตแผดเสียงร้องดังลั่น     ฟาง เจิน จู แทบหงายหลังตกลง

พื้นไป  ดีที่มันตีลังกากลับลงมายืนบนพื้นได้ทัน        ทาริกาโลหิตกำลังดิ้นทุรนทุราย

ด้วยความปวดร้าว ก้นของมันมีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุ

 

 

                         หวู่ กง กง เหินเข้ามาในห้องพร้อมทั้งซัดเหรียญเงินเข้าใส่อีก      แต่

ครั้งนี้ ฟาง เจิน จู สกัดมันออกได้ทั้งหมด   ขาทั้งสองข้างของทาริกาโลหิตยังคงดิ้นเร่าตะเกียก

ตะกายอยู่ในกองเลือดของตัวเอง

 

 

 

                          โดยไม่ต้องสั่ง   ทหารองครักษ์ที่อยู่รายรอบต่างพุ่งหอกที่ถืออยู่ในมือ

เข้าใส่ทาริกาโลหิต    มันกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทั้งหอบัญชาการ       ฟาง เจิน จู เองก็ปรี่

เข้าไปหมายที่จะช่วยป้องกันหากถูก หวู่ กง กง จู่โจมเข้ามาเสียก่อน

 

 

                         มันประมือกับขันทีใหญ่   โดยที่ไม่ยอมปรายตาไปดูทาริกาโลหิตเลย

แม้แต่น้อย         แต่ภาพของลูกอสูรยักษ์ที่ถูกกลุ้มรุมแทงก็ยังคงเด่นชัดในความรู้สึก     

แขนทั้งหกของมัน    กำกระบี่เข้ารุมแทงฟัน หวู่ กง กง และเหล่าทหารองครักษ์อย่าง

มิกลัวเกรง

 

 

                         ทาริกาโลหิตนั้นยอมให้เอาหอกทิ่มแทงแต่โดยดี  เพราะมันมีแผนร้าย

อยู่ในใจ    เมื่อ หวู่ กง กง ติด พันการประมือกับ ฟาง เจิน จู มันจึงง่ายต่อการที่จะลอบ

โจมตีด้วยคลื่นเสียงมฤตยู    ทาริกาโลหิต กลั้นใจเกร็งพลังลมปราณที่เหลือทั้งหมดเอา

ไว้เตรียมปลดปล่อย      และเมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันถอยเข้ามาในรัศมีแล้วจึงได้ลงมือ

 

 

                        (((( อุว๊างงงงงงงงงงง !!!!!!! )))

 

 

                         พริบตาร่างของ หวู่ กง กง     ก็กระเด็นไปปะทะเข้ากับประตูจำหลัก

ลายหงส์มังกรอย่างแรงจนแตกปริ      ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับแหลกเละจม

ลึกเข้าไปในเนื้อไม้   อาณุภาพพลังคลื่นเสียงมฤตยูสุดท้ายก่อนตายของทาริกาโลหิต

ช่างเข้มข้นรุนแรงนัก

 

 

                         ฟาง เจิน จู ได้ทีรีบเหินข้ามร่างของ หวู่ กง กง  เข้าหอบัญชาการชั้น

ในทันที       นางหันมามองทาริกาโลหิตที่นอนรอความตายอยู่อย่างสำนึกในบุญคุณ

ก่อนที่จะเผ่นขึ้นบันไดไป

 

 

                         " อะ.....อา......บัดซบ " หวู่ กง กง คราง " ข้าหลงกลมันหรือนี่......"

 

 

                         ขันทีใหญ่พยายามรวบรวมพลังที่เหลือเฮือกสุดท้ายซัดใส่ทาริกาโลหิต    

ถึงมันจะขวาง ฟาง เจิน จู ไว้ ไม่ได้   แต่ก็ขอให้มันได้เก็บคู่แค้นรายสุดท้ายของมันเถอะ 

 

 

                         " อา........สาปสุวรรณมาลี !!!! "

 

 

                        ร่างของทาริกาโลหิตบวมพองออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

ด้วยความเจ็บปวด    ลูกตาถลนทะลักออกนอกเบ้าลิ้นทะลักจุกปาก   ร่างของมันบวม

ใหญ่และพองออกไปเรื่อยๆราวกับเป็นลูกโป่งและสุดท้ายก็ระเบิดออกเป็นจุณ   เหลือ

ไว้เพียงเศษเลือดและเนื้อกองมหึมา

 

 

                         หวู่ กง กง กระอักเลือดออกมาลิ่มใหญ่     มันได้ใช้กำลังภายในเฮือก

สุดท้ายจนหมดสิ้นแล้ว       มือที่ซัดสาปสุวรรณมาลีใส่ทาริกาโลหิตตกลงข้างตัวพร้อม

กับหน้าที่ฟุบคว่ำลงไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}