อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๔๘

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๔๘

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 967

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 16:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๔๘
แบบอักษร

                           " ข้าว่าแล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ " มารบูรพาถอนใจ

 

 

                         สองพี่น้องป๊าคยังคงนั่งอ่านจดหมายของ หลิน ไท่ หยาง ต่ออย่างหนัก

ใจ     ตื่นเช้ามาพ่อบ้านไซตัวดีก็วิ่งมาปลุกพวกมันถึงเตียงพร้อมด้วยจดหมายลาฉบับนี้    

เนื้อความในจดหมายกล่าวฝากสำนักกระบี่ดาราเอาไว้      พร้อมทั้งกล่าวคำขออภัยแก่

เจ้าสำนักทั้งสองด้วยหากได้พบ   ตัวมันจะขอออกตามหาอาจารย์พร้อมด้วยกระบี่คู่ของ

สำนักคือดารานิล   หากมันกลับมาได้เมื่อไรก็จะยินยอมพร้อมรับโทษทัณฑ์ทั้งหมด

 

 

                         " มันยังคิดหรือว่าจะกลับมาได้ " ป๊าค มิน วู บ่น " เด็กก็เท่านั้น   แถม

วรยุทธิ์มันก็ยังอ่อนด้อย "

 

                         มารบูรพาหัวเราะ หึ หึ ในลำคอ " เจ้าเคยประมือกับมันมาแล้วหรือไร

ถึงกล้ากล่าวว่าวรยุทธของมันอ่อนด้อย "

 

                         " วรยุทธมันลึกลำถึงขั้นใด ไฉนเลยเจ้าจึงได้พูดเช่นนั้น "

 

 

                         " หาชั่วไม่.....แม้ข้าเองก็ยังจำแนกสายของมันมิออก   มันมีมายาใต้

หล้าอันเป็นวิชาลึกลับต้องห้ามของสำนักสุสานโบราณ   อีกทั้งเพลงกระบี่ดาราประจำ

สำนักก็แคล่วคล่อง   เมื่อวานนี้ถ้าหากว่าพ่อบ้านไซไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะล่ะก็ข้าคงได้

ประมือกับมันแน่ "

 

 

                        ป๊าค ดอง กัน ขมวดคิ้ว " แล้วเจ้ากลัวมันเช่นนั้นหรือ? "

 

                        ไร้คำตอบ   มารบูรพาได้แต่กอดอกยืนมองออกไปนอกหน้าต่างนิ่งนาน   

การกระทำเยี่ยงนี้แย่เสียยิ่งกว่าการตอบรับหรือปฏิเสธเสียอีก

 

                        " แล้วมันรู้หรือยังเรื่องบิดา-มารดาของมัน "

 

 

                        " ยัง......ข้าเคยคิดว่าจะบอกมันตอนเช้า   แต่ดูเหมือนว่าเราจะบอกมัน

สายเกินไป "

 

 

                         มารบูรพาถอนใจ " แค่เรื่องอาจารย์ของมัน   ข้าก็ยังไม่รู้เลยว่ามันจะ

เตลิดไปถึงไหนกัน    ถ้าหากว่ามันรู้เรื่องนี้อีกคงตรอมใจตาย "

 

 

                        " ข้าก็ว่าเช่นนั้น " ป๊าค ดอง กัน พึมพำ " หลิน ไท่ หยางเอ๋ย เวลานี้เจ้า

อยู่ที่ใดกัน "

 

 

                         นี่คืออีกคำถามที่ทุกคนยังสงสัย  แต่อีกหนึ่งที่ทุกคนสงสัยคือ หลิน ไท่

หยาง จะตามไปช่วยขุนพลกู่ไปด้วยเหตุใดกัน

 

 

 

                         ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

 

 

 

                         เช้าแล้วยามนี้      ณ ป่าสนกลางหุบเขาที่ทลายราบจากการประมือ

ของมารโลกีย์และ หลิน ไท่ หยาง เมื่อคืนนี้    ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนของ หลิน ไท่

หยาง เอนทอดอยู่บนพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่มและชุ่มไปด้วยน้ำค้าง      เสียงขันเบาๆของ

ไก่ป่าทำให้มันสะดุ้ง หลิน ไท่ หยาง ผลุดลุกขึ้นอย่างตระหนก

 

 

 

                          " ข้า......เกิดอะไรขึ้น "

 

 

                          มันจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะว่าความทรง

จำทั้งหมดปนเปเลื่อนเปื้อน       มันมิได้รู้เลยว่าสิ่งที่มันได้ทำลงไปคือเสพปราณ ดูดน้ำ 

ดื่มเลือด กินเนื้อ ของมารโลกีย์เข้าไปจนเต็มคราบ    มันรู้สึกแน่นท้องจนอึกอัดแต่ก็เต็ม

เปี่ยมไปด้วยพลังอันล้นเหลือ

 

 

 

                        " ตายจริง!!! " มันอุทานขึ้นอย่างตกใจ " เสื้อผ้า....เสื้อผ้า...ข้าหายไป

ไหนกัน "

 

 

                        อย่างอับอาย มันยกมือขึ้นปิดบังของรักของสงวนแล้วมองหาอาภรณ์

สวมใส่   เหตุการณ์เยี่ยงนี้เกิดขึ้นกับมันมาสองครั้งสองคราแล้ว   นับตั้งแต่ครั้งที่ได้ทำ

การเดินลมปราณรักษา ป๊าค มิน วู      และนี่มันก็เกิดซ้ำอีกครั้งเมื่อประมือเข้ากับมาร

โลกีย์

 

 

                        " มันเกิดอะไรขึ้นในตอนที่ข้า.....ไม่รู้ตัว......กันแน่ " หลิน ไท่ หยาง พึม

พำอย่างวิตก    มันมองดูเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของตัวเอง ไม่มีส่วนใดที่ผิดปรกติ ชอก

ช้ำ หรือว่าบุบสลาย  ไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนหรือหยดเลือด  และเมื่อมันลุกขึ้นยืนจึง

ได้พบว่ากระบี่ของมันถูกวางซุกเอาไว้ที่กอหญ้าข้างทาง   รวมๆอยู่กับสัมภาระในห่อผ้า

ที่หิ้วมาด้วย 

 

 

                         " อา....... มารโลกีย์ " มันถึงกับต้องอุทานออกมา     เมื่อมองเห็นซาก

แห้งหลังตอสนที่โค่นล้ม    โครงกระดูกขนาดใหญ่ขาวโพลนกองระเกะระกะ   ยากที่จะ

เดาได้ว่าส่วนใดคือแขนและส่วนใดคือขา    ทุกๆชิ้นเมือนจะถูกกัดแทะดูดเลียกินอย่าง

เกลี้ยงเกลาจนขาวโพลนไปหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งเอ็นและไขข้อภายใน   ข้างๆกันนั้น

มีจีวรลงอักขระสีแดงชาดและตรวนทองเหลืองคู่ลูกตุ้มกองอยู่

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง ขนลุกซู่     มันจะได้ลางๆว่าคล้ายกับจะถูกอะไรบาง

อย่างซัดเข้าอย่างแรงจนสลบไป   นับว่าโชคดียิ่งนักที่มันมิได้พานพบกับ *ตัวอะไร* ที่

มาจัดการมารโลกีย์      เจ้าสัตว์ประหลาดที่หิวโหยตัวนั้นคงจะเห็นมารโลกีย์เข้าจึงจัด

การเขมือบเสียจนเหลือแต่โครงกระดูก     ดีที่อิ่มเสียก่อนมิเช่นนั้นเหยื่อรายต่อไปอาจ

จะเป็นตัวของมันแทนก็ได้

 

 

                        หลิน ไท่ หยาง หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้วมันนั่นแลค่อผู้เสพเนื้อหนังเลือด

ปราณของมารโลกีย์เสียจนหมดสิ้น    มันมองหาเสื้อผ้าที่พอจะสวมใส่ได้แต่ก็พบเพียง

เศษผ้าที่ใหญ่มิเกินฝ่ามือ    มันจึงจำใจต้องเลือกเอาจีวรสีเลือดที่ตกอยู่มาคลุมทับร่าง

กายแทน

 

 

                        มันอดสูยิ่งนัก ต้องพ่ายแพ้ต่อศัตรูเสียตั้งแต่เพิ่งเดินทาง    แถมยังถูก

แกล้งให้ต้องเปลือยกายล่อนจ้อนกลางป่ากลางเขาแบบนี้    หากมีผู้ใดมาพานพบเข้า

มันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน

 

 

                         " ข้าจะมาย่อท้อตอนนี้มิได้ "  มันบอกกับตัวเอง "  จนกว่าข้าจะได้เจอ

กับอาจารย์อีกครั้ง "

 

 

                          …...แล้วถ้าหากไม่เจอเล่า    เสียงหนึ่งจากจิตใจของมันเอ่ยปากถาม   

หลิน ไท่ หยาง ได้แต่มองภุมรีหยกที่บัดนี้ถูกนำมาห้อยที่คออย่างลำบากใจ                                            

 

 

 

                         ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}