อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๖

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๖

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๖
แบบอักษร

 

                         " บัดสียิ่งนัก " ไท่ หยาง พึมพำอย่างเขินอาย    เพราะนอกจากท่อน

หยกประจำกายของ กู่ เทียน เล่อ และตนเองแล้ว มันก็มิเคยได้เห็นของผู้ใด่ในสภาพ

แข็งขันเยี่ยงนี้อีก     เลือดหนุ่มซ่านขึ้นมาจนหน้าเป็นสีชมพูเข้ม

 

 

 

                        เมื่อพิศดูกายแกร่งกล้ามล่ำ เรือนผมงามดกดำที่แผ่สยาย   ไหนจะใบ

หน้าที่คมสันราวกับเทพบุตรหยก      ก็ยิ่งให้เกิดอารมณ์หวามไหวยิ่งนัก นานแล้วที่ขุน

พลกู่ห่างหายไปและมิได้กลับมามอบความสำราญให้กับมันเยี่ยงเคย        รสรักหวาน

สวาทที่เคยลองลิ้มชิมชมเสมอมาทำให้ หลิน ไท่ หยาง ติดใจและถวิลหา    กำลังปลุก

ปรารถนาดิบที่ตกตะกอนอยู่ภายในฟุ้งกระจายขึ้นมาอย่างช้าๆ

 

 

                       มันหารู้ไม่ว่านี่คือพิษไอปีศาจ    ที่แผ่ซ่านออกจากร่างของ ป๊าค มิน วู 

และมันกำลังแผดเผาดำกฤษณาให้ระเหิดไหม้    รวมทั้งครอบคลุมจิตสำนึกของ หลิน 

ไท่ หยาง อย่างช้าๆ     ก่อนที่มันจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป   เสื้อผ้าพัสตราภรณ์ก็ถูกปลด

เปลื้องลงไปกองอยู่ที่พื้นเสียแล้ว

 

 

                        หลิน ไท่ หยาง ทรุดร่างเปลือยเปล่าลงเบื้องหน้า       มันเริ่มโคจรลม

ปราณขั้นสูงสุดเพื่อขับไล่พิษ   พลังเก้าสิบเก้าหยกมังกร แต่เพียงฝ่ามือของมันสัมผัส

ลงบนแผงอกหนาล่ำแกร่งกล้ามของจอมยุทธต่างแดน   หลินไท่ หยางก็รู้สึกสยิวซ่าน

ไปทั้งร่างจนสุดระงับ           มันหารู้ไม่ว่าพลังมารกำลังแล่นผ่านสวนทางปราณที่มัน

โคจรอยู่อย่างช้าๆ    ด้วยเคล็ดวิชา"มายาใต้หล้า"ที่มันแอบฝึกเอาไว้นั่นเอง

 

 

                         เคล็ดวิชานี้คือปราณมารเหนือมารทั้งปวง  มันคือเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์

ที่จะทำให้ผู้ฝึกฝนดูดกลืนและซึมซับเอาพลังทั้งมวล  จากธรรมชาติ จากอาวุธ และแม้

กระทั่งคู่ประลองมาใช้    และครานี้ก็เช่นกันที่มันจะดึงเอาพลังทมิฬลี้ลับทั้งมวลที่มีอยู่

ในตัวของ ป๊าค มิน วู ออกมา

 

 

                        หัวปีศาจหัวสุดท้ายขององค์หญิงหัวบิน เฟย โถว กง จู้ ได้ฝังเขี้ยวพิษ

มรณะเอาไว้ในร่างของ มิน วู  ด้วยหวังว่าจะปลูกถ่ายความเป็นมารใส่เพื่อที่จะได้เป็น

ทายาทอสูรของมันต่อไป     หากแต่เมื่อมันได้พบกับ หลิน ไท่ หยาง มันจึ่งได้รู้ว่ามีร่าง

ใหม่ที่เยี่ยมยอดกว่าให้มันอาศัยแล้ว

 

 

                         พลันตาของ ป๊าค มิน วู ก็ลืมโพลง     บัดนี้พลังมารที่สถิตย์อยู่ในร่าง

เริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว           แก้วตาสีเขียวเจิดจ้าจ้องสะกดมาที่ หลิน ไท่ หยาง อย่างหื่น

กระหาย          ริมฝีปากสีม่วงจัดอ้ากว้างพร้อมทั้งเขี้ยวสีดำที่งอกออกจากมุมปากมี

หยาดพิษสีดำหยดติ๋ง

 

 

              <<< ฟู่.......ฟู่......ฟู่.......ฟู่.......ฟู่.........ฮาซซซซ์  >>>

                           มันพ่นไอปีศาจสีม่วงเข้มออกมาใส่หน้า หลิน ไท่ หยาง แบบเต็มๆ       

                         " อั๊กกกกกกกกกกกก "   ร่างทั้งร่างกระตุกสั่นด้วยความตื่นตระหนก 

หากมันก็สายเกินไปเสียแล้ว      ด้วยดวงตามารที่จ้องสะกดลงมาทำให้มิอาจขยับหนี

ไปไหนได้          ปากของ ป๊าค มิน วู ประกบลงมาประทับจุมพิตอย่างดูดดื่มพร้อมทั้ง

สอดลิ้นร้อนๆเข้าไป

 

 

                        " อื๊ออออออออออออ " หลิน ไท่ หยาง อ่อนระทวย    

                       สิ่งที่มันทำได้ยามนี้มีเพียงการเผยอปากรองรับการจูบอย่างดูดดื่มของ 

ป๊าค มิน วู   ลิ้นเปียกฉ่ำที่สอดควานเข้าไปในปาก ส่งพิษมารให้ล่วงลงสู่ลำคออย่างช้า

ๆไม่มีขาดตอน    ดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวบัดนี้เริ่มหรี่ปรือ       พิษสวาท

ทะลักไหลเข้าสู่ร่างและดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตเฉียบไว   ร่างทั้งร่างเทิ้มสั่นและโงนเงน

ป๊าค มิน วู ที่ถูกพิษมารบงการกด หลิน ไท่ หยาง ให้นอนหงายราบไปบนพื้นที่มีแต่ข้าว

สารเหนียวสีดำแล้วพลิกร่างขึ้นคร่อม    มันจ้องดูใบหน้าอันอ่อนหวานที่กำลังจะสิ้นสติ

อย่างปรีดา       เหยื่อกามารสล้ำเลอเลิศที่คู่ควรแก่การร่วมรักเป็นของมันแล้ว

 

 

                       มันถอนปากออกอย่างช้าๆ  คราบไอปีศาจสีดำยังคงเปรอะอยู่ตามริม

ฝีปากและคาง    ป๊าค มิน วู จับขาของ หลิน ไท่ หยาง ขึ้นพาดบ่าแล้วจ่อแท่งทวนทอง

เข้าตรงร่องคูหาหยกขาว

 

 

                       " อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

 

 

                       หลิน ไท่ หยาง กรีดร้องสุดเสียง  เมื่อช่องทางลี้ลับถูกรุกรานอย่างโหด

ร้าย     ความยาวใหญ่ของ ป๊าค มิน วู ถูกสอดใส่เข้าไปภายในแบบไม่ปราณี

                       " ฮ่าๆๆ ชอบใช่ไหมล่ะ " มันคำราม " อยากให้ข้าทำแรงขึ้นอีกใช่ไหม!!! "

 

 

                         หลิน ไท่ หยาง เกร็งตัวแอ่นด้วยความเจ็บปวดระคนหฤหรรษ์  เพราะ

เมื่อสิ้นคำเจ้าหนุ่มพลังมารก็กระดวนแท่งทวนเข้าไปจนมิดด้าม  พร้อมทั้งโถมร่างกอด

มันเสียแน่น

                        " อาซซซซ์......แน่นเหลือเกิน..ยอดรักของข้า........ซี้ดดดดดดด " เสียง 

มิน วู สั่นเครือ " ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันจะมีความสุขแบบนี้ .........โออออออออ "

 

 

                         ไท่ หยาง ทั้งเสียวและแสบจนน้ำตาไหล        มันกอด ป๊าค ดอง กัน 

แน่นพร้อมทั้งครางกระซิก " ข้าเจ็บ...ข้าเสียว...ข้าอึดอัด....อาห์....แต่อย่า....ได้โปรด...

.อย่าเอามันออก "

 

 

                        จอมยุทธหนุ่มต่างแดน ค่อยๆถอนท่อนทวนทองออกจากร่าง หลิน ไท่ 

หยาง อย่างช้าๆแล้วเดินหน้าสอดมันกลับเข้าไปใหม่         คราวนี้นุ่มนวลแผ่วเบาทว่า

กระชั้นถี่

 

 

                        สองมือของ ป๊าค มิน วู    สอดประสานเข้ากับมือของ หลิน ไท่ หยาง 

ขณะที่เริ่มโหมจังหวะดุนดัน       ทุกคราที่ขยับส่ายข้าวสารเหนียวรอบกายก็พลิกไถล

ลื่นพาให้เคลื่อนไปรอบๆห้อง       เสียงลมหายใจหอบกระเส่าคละเคล้ากับเสียงเมล็ด

ข้าวถูกบดขยี้แกรกกรากดังระงมไปทั้งห้อง      ตราบจนกระทั่งร่างทั้งคู่ไปหยุดอยู่ที่ริม

หน้าต่าง     ป๊าค มิน วู จึงค่อยๆประคองให้ ไท่ หยาง โอบคอมันขึ้นมาเกี่ยวขารัดรอบ

เอวราวกับท่าของวานรอุ้มแตง

 

 

                        " อาซซซซซซซซซ์ " หลิน ไท่ หยาง ร้องครางเสียงสั่น  ยามเคลื่อนไหว

ในท่านั้นท่อนทวนทองของ ป๊าค มิน วู ก็เสยงัดเข้าตรงจุดเสียวกระสันของมันโดยตรง       

เล่นเอาแข้งขาอ่อนหมดแรงจนมิอาจรั้งกายไว้กับเอวได้

 

 

                       " ทนอีกนิด.....ซี้ดดดดดด.....แล้วเจ้าจะได้พลังทั้งหมดของข้า " หนุ่ม

พลังมารครวญ " ขอข้าอีกนิด...อาหหหห์.......ดี.....อืมม์.......ดีมาก.....เจ้าจะต้องขยับเอง

...อืออ....อา....อา.....อา.....อา...ช่ายยยย.....ช่าย......ช่าย.....อ๊าคคคคคค!!!!!!!!!"

 

 

                        ป๊าค มิน วู ตะโกนก้อง         มันอัดกระแทกท่อนทวนทองเข้าไปในตัว 

หลิน ไท่ หยาง จนสุดแก่นแล้วระเบิดเอาพิษมารสีดำสนิทให้กระฉูดในลำไส้จนหมดสิ้น        

ร่างของทั้งคู่เกร็งกระตุก สั่นระริก ด้วยความเสียวซ่าน      ผสมผสานกับความรู้สึกเป็น

อิสระที่ได้ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกจากร่างกาย

 

 

 

     ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ที่ ป๊าค ดอง กัน กับ หวาง หลี่ หง นั่งปรึกษา
กันอยู่ในห้อง   นกเหยี่ยวภูเขาตัวหนึ่งก็บินโผลงมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง
 
 
 
                        " เนตรนภา " หวาง หลี่ หง  หรือมารบูรพา  อุทานอย่างดีใจ " ข้าคิดว่า
เจ้าถูกพวกมารโลกีย์จัดการไปเสียแล้ว "
 
 
                       มันค่อยๆกระโดดขึ้นมาเกาะที่ปลอกข้อมือหนังของ หวาง หลี่ หง อย่าง
รู้งาน    พร้อมทั้งยกข้อเท้าข้างขวาขึ้นให้เห็นห่วงและหลอดทองคำที่ติดเอาไว้       หวาง 
หลี่ หง แกะมันออกดู  " เจ้านายของข้าคงเรียกมันไปเพื่อให้เอาข่าวมาส่ง     ไหนขอข้าดู
หน่อยซิ.........อา แย่แล้ว " 
 
 
 
 
                        " มันเขียนว่าอะไรหรือ? " ป๊าค ดอง กัน       เดินมาสมทบดูด้วยความ
ประหลาดใจมารบูรพากัดริมฝีปากอย่างวิตก " ข่าวส่งมาว่า   ท่านเจ้าสำนักทั้งสองถูก
บุปผาจตุรพิษสังหารเสียแล้ว........"
 
 
 
 
 
 
                                ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}