อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๔

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๔

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 993

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๔
แบบอักษร

 

 

                        " บัดซบ!!! "

                         มารโลกีย์คอหดเมื่อได้ยินเสียง ฟาง เจิน จู ตวาดใส่       มันได้แต่ลูบ

คลำหัวล้านเลี่ยนด้วยความอับอาย

                        " นี่เจ้ายังมีหน้ากลับมาหาข้าได้เยี่ยงไรกัน    พ่ายแพ้เจ้ามารบูรพาไม่

ว่าแต่เจ้ากลับยอมเสีย เฟย โถว กง จู้ ให้กับมันไป "

                        " ข้าคิดไม่ถึงว่ามารบูรพาจะอยู่ข้างมัน " มารโลกีย์เลี่ยงแก้ตัว

 

 

                         " ชิ!!!เจ้ามารนอกคอกนั่นดีแต่มีชื่อเป็นมารเท่านั้นแหละ      คนเขลา

ที่ไหนก็รู้ว่ามันคือผู้รั้งตำแหน่งอสรพิษหลวง   มือสังหารของพระพันปีหลวง  ไท่หวงไท

เฮาหมิงเยี่ย !!!" 

 

 

                        เพียงพระนามก็ทำให้มารโลกีย์สั่นสะท้าน          ไท่หวงไทเฮาหมิงเยี่ย

เทพธิดาแห่งตำหนักเฉินหนิง  นางพญาหงส์เหนือหมู่พญาหงส์ทั้งปวง     หากพระนาง

มิได้เป็นไท่หวงไทเฮาแล้วไซร้  คงจะได้รั้งตำแหน่งเป็นเจ้ายุทธภพหญิงอีกตำแหน่งเป็น

แน่   ทั้งศาสตร์การยุทธและพลังปราณ      ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงมาจากประมุข

พรรคอเวจี     อีกพระสิริโฉมงดงามยากจะหาใครเทียม   แม้จะทรงพระชนม์แล้วก็ตาม

ทีแต่ผู้ใดจะสะคราญเทียมเท่าในใต้หล้าหามีไม่     ว่ากันว่าอดีตพระนางคือบุปผาโลกีย์ 

ลูกสาวลับๆคนเดียวของ ตง ฟาง ปู้ พ่าย  

 

 

                         " ป่านนี้พวกมันคงจะคาบข่าวไปกราบทูลแล้ว " ฟาง เจิน จู     สะบัด

ชายแขนเสื้อไปมาอย่างหงุดหงิดใจ " ถ้าเจ้าไม่ใช่หนึ่งไปแปดอัปลักษณ์    ข้าจะขบหัว

ของเจ้าทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป " 

                        มารบูรพาอาจจะร้ายกาจแต่ก็คงไม่เท่า ไท่หวงไทเฮาหมิงเยี่ย  เพราะ

เมื่อใดที่พระองค์อ่านโจทย์แผนการของ ฟาง เจิน จู ออก       เมื่อนั้นแหละที่ท่านอ๋อง

และมันจะมิมีหัวอยู่บนบ่าอีกสืบไป

 

 

                        " แล้วป่านนี้    บุปผาจตุรพิษเป็นเยี่ยงไรแล้ว " มารโลกีย์พยายามที่จะ

เปลี่ยนเรื่อง

                         " ข้าเองก็กำลังรอฟังข่าวพวกมันเหมือนกัน " ฟาง เจิน จู ถอนใจ " หลัง

จากนี้เห็นทีข้าจะต้องเป็นคนลงมือเองเสียแล้วกระมัง "

 

 

                        ค้างคาวสีดำตัวใหญ่ตัวหนึ่ง    โผบินมาเกาะที่กิ่งสนใหญ่ข้างหน้าต่าง     

 เพียงชั่วครู่มันก็กลายร่างเป็น กั๊วะ ฟู่ เฉิน หรือนามใหม่ของมัน " อสูรสวาท "        มัน

ใช้นิ้วเท้าเกี่ยวคาคบห้อยหัวลงมารายงาน " เรียกข้ามา มีอะไรให้รับใช้หรือท่านแม่ "

                         " เจ้าจงเร่งไปจัดการขุนพลกู่ที่ด่านหน้าเมืองลั่วหยาง   แล้วรีบกลับมา

รายงานข้า "

 

 

 

 

                        " ก็ไหนท่านแม่สั่งให้ข้ารอ......."

                        " เจ้าไม่ต้องถาม " ฟาง เจิน จู ตัดบท " สังหารมันให้ได้แล้วรีบกลับมา

ให้เร็วที่สุด "

                        ใบหน้าหล่อเหลาที่แอบซ่อนอยู่ใต้ผ้าคาดสีดำหัวเราะในลำคอ " ขอรับ   

แล้วท่านจะไม่ผิดหวังเหมือนที่สั่งใครบางคนแถวนี้ "

 

 

                        " เจ้า !!! " มารโลกีย์ตวาด     มันถลันเข้าไปหา กั๊วะ ฟู่ เฉิน แต่ก็ไม่ทัน

เพราะว่าอีกฝ่ายกลายเป็นค้างคาวตัวใหญ่บินหนีไปเสียแล้ว

                       ฟาง เจิน จู เขม้นมองดวงดาวบนฟ้า    นับวันความหวังในการได้ครอง

บัลลังก์ของมันกับท่านอ๋องดูจะเริ่มเลือนรางเต็มที

 

 

 

                        ข้างฝ่าย ป๊าค ดอง กัน ที่กำลังเดินทางพาน้องชายและ หวาง หนี่ หง 

 กลับไปที่สำนักกระบี่ดารา        บัดนี้มันจำต้องทิ้งม้าแล้วใช้วิชาตัวเบารีบเร่งเดินทาง

ไป     ในครานี้มันยินยอมที่จะสูญเสียพลังปราณในการต่อสู้ทั้งหมดเพียงเพื่อเอาชีวิต 

ป๊าค มิน วู ให้รอด

 

 

                        ในความจริงนั้น ตัว หวาง หลี่ หง เองก็สามารถที่จะเดินลมปราณขจัด

พิษได้          แต่ที่มันมิกล้าทำก็ด้วยเนื่องว่า  หากมารโลกีย์ย้อนกลับมาเล่นงานมันอีก

คราวนี้เห็นทีจะไม่รอดกันทั้งสามคน       และอีกอย่างมันเองก็ใช้วิชาพรรคมารเหมือน

กันหากพลั้งพลาดอะไรไปพิษมารเข้าแทรกจะลำบาก      ยิ่งป๊าค ดอง กัน ยิ่งแล้วใหญ่

เพราะมันเองก็ไม่เคยเรียนรู้วิธีการขจัดพิษเลยด้วยซ้ำ

 

 

                        " พี่ท่าน.....ถึงแม่น้ำแล้วเหรอ.....อา.....สวยจัง....เลย "

                         หวาง หลี่ หง ถึงกับหน้าซีด    เพราะตรงที่มันกำลังเดินทางอยู่นี่เป็น

กลางป่ากลางหุบเขา        จะเอาแม่น้ำที่ไหนมาให้เห็น แม้กระทั่งหนองบึงยังไม่มีเลย       

มันเหลือบดูสีหน้าของหนุ่มป๊าคผู้น้องแล้วก็ต้องอุทานออกมา

                        " แย่ล่ะสิ    พิษเริ่มโคจรไปทั่วร่างแล้ว " 

 

 

 

 

 

                        ปากของ ป๊าค มิน วู ที่ซีดขาว ตอนนี้กลับม่วงจนเกือบดำ      ขอบตา

ก็เริ่มคล้ำเขียวและเส้นผมค่อยๆหงอกขาว " เจ้าส่งมันมาให้ข้าดีกว่า     เพราะเจ้าแบก

มันมานานแล้ว   คืนนี้เราต้องไปให้ถึงสำนักกระบี่ดาราให้ได้ไม่เช่นนั้น...มันคงไม่รอด "

 

 

                        ป๊าคอ ดอง กัน รีบหยุดแล้วส่งค่อยๆส่ง มิน วู ให้         แต่เมื่อมันเห็น

สภาพน้องชายก็แทบที่จะต้องหลั่งน้ำตาออกมา        หวาง หลี่ หง ดึงขากางเกงที่ขาด

เพราะถูกปีศาจองค์หญิงหัวบินกัดขึ้น       

 

 

 

                       " ไม่....ไม่น่าเชื่อ " ป๊าค ดอง กัน อุทานด้วยความตกตะลึง     รอยแผล

นั้นกลับกลายเป็นรอยเขี้ยวมารสีดำคล้ายรอยสัก        ตอนนี้มีเพียงเลือดสดๆที่เปรอะ

เปื้อนอยู่ภายนอกเท่านั้น    หวาง หลี่ หง บีบปากของ มิน วู ขึ้น แล้วก็ต้องกลืนน้ำลาย

ลงคอด้วยความลำบากใจ        ที่มุมปากของมันทั้งสองข้าง บัดนี้มีเขี้ยวงอกออกมาให้

เห็นเด่นชัดแล้ว......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}