อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๑

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๑

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๓๑
แบบอักษร

 

                        เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องดังระงมไปทั้งป่า   คืนนี้เดือนดับจึงมองเห็นดาว

ทุกดวงบนฟ้าได้แจ่มชัด           อากาศบนยอดเขาเย็นเยียบน่ากลัวและมีหมอกบางๆ

หวาง หลี่ หง และสองพี่น้องป๊าค     ตัดสินใจนอนค้างที่ศาลาร้างกลางหุบเขาเพื่อพัก

ผ่อน      ม้าที่ขี่มาถูกผูกเอาไว้โคนต้นไม้ใกล้ๆให้กินหญ้า     อาศัยผ้าใบหนาที่รองพก

พามาปูลาดตรงพื้นกันเปื้อนและเอาสัมภาระต่างหมอนหนุน        ส่วนกระบี่นั้นยังคง

อยู่คู่กายมารบูรพา

 

 

                        " ที่นี่น่ากลัวชะมัด " มิน วู บ่น " ทำไมพวกเจ้าถึงไม่จุดไฟกันล่ะ "

                        หวาง หลี่ หง ขมวดคิ้ว " เจ้าอยากจะให้คนที่ติดตามเรามาเห็นเหรอว่า

เราอยู่ที่ไหน     เจ้าทนรออีกไม่กี่ชั่วยามก็จะเช้าแล้ว"

                         " แต่ข้าหนาวด้วยนี่นา     กว่าจะเช้าข้าคงแข็งตาย " มิน วู ทำท่ากอด

อกตัวสั่น

                         ป๊าค ดอง กัน ถอนหายใจ ก่อนที่จะถอดเสื้อคลุมออกส่งให้ " เอ้า เจ้า

เอาไปใส่ก่อน "

 

 

                         มิน วู มองอย่างลังเล " ......เอ่อ  แล้วท่านพี่ไม่หนาวเหรอ? "

                        " ข้ามีที่อุ่นกว่านั้นอีก " ดอง กัน หัวเราะ

                        หวาง หลี่ หง   ตวัดชายผ้าคลุมที่ห่มอยู่ออก คลุมบ่า ป๊าค ดอง กัน ไว้   

 แล้วโอบมาจนชิด

                        " เออ  ดี " มิน วู เยาะ " รักกันให้ตายไปเลย       แหม....หาโอกาสนาน

แล้วสิ "

 

 

                        ทั้งคู่ไม่ยอมตอบหรือโต้เถียง       นอกจากแอบอิงซบกันแล้วแกล้งทำ

เป็นหลับไม่ใส่ใจ   อาการทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในสายตาของมารโลกีย์ทั้งสิ้น     มันนั่งยอง

อยู่บนยอดไม้ไกลๆแล้วหัวเราะกับความประมาทของทั้งสาม

                         ใต้โคนต้นไม้ที่มันอยู่  ยังมีตุ่มดินเผาขนาดย่อมอยู่อีกใบ   ตัวของมัน

หุ้มผ้าแดงลงอักขระประหลาดและผูกปมไว้ที่ปาก   มารโลกีย์เปลี่ยนท่าลงนั่งขัดสมาธิ

และพนมมือขึ้นบริกรรมคาถา

 

 

 

                        ตุ่มใบนั้นสั่นเบาๆก่อน จากนั้นไม่นานผ้าแดงก็หลุดออก      อะไรบาง

อย่างในนั้นส่งแสงสีเขียววูบวาบดุจหิ่งห้อยยักษ์แล้วค่อยๆลอยออกมา      มันคือศีรษะ

มาร เฟย โถว กง จู้      ที่มีเพียงหัวปีศาจสามหัวติดกันเท่านั้น  ไม่มีตัว ไม่มีแขนขาหรือ

ว่าอื่นใด      มันลอยขึ้นมาหามารโลกีย์อย่างรวดเร็ว

                        นี่คือเวทย์ทมิฬขั้นสูงสุดที่สามารถสร้าง องค์หญิงหัวบิน ปีศาจสังหาร

จากนรกขึ้นมาเป็นทาสช่วงใช้        มารโลกีย์ชี้ไปตรงที่วัดร้างเบื้องหน้า " เหยื่อของเจ้า

อยู่ที่นั่น   ไปเลือกกินได้ตามสบาย "

 

 

                        ใบหน้าสวยสยองยิ้มให้ด้วยริมฝีปากเปื้อนโลหิต        มันคำนับมาร

โลกีย์แล้วค่อยๆลอยเรี่ยลงไปหาคนทั้งสามอย่างช้าๆ

 

 

                        มิน วู มองคนทั้งคู่นอนกอดกันอย่างอิจฉา        มันเองก็อยากที่จะมีคู่

แบบนี้บ้างเหมือนกัน       แล้วยิ่งมาต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ความเหงาใจมันก็ยิ่งมีมาก

เป็นทวีคูณ

 

 

                         ป๊าค ดอง กัน จูบที่หน้าผาก หวาง หลี่ หง เบาๆ " นอนได้แล้ว "

                          " แล้วทีเจ้าล่ะ  ทำไมจึงยังไม่ยอมหลับ " มันตอบ

                          " ข้ายังกังวลอยู่     ที่นี่มันเงียบสงบเกินจนน่ากลัว " 

                         หวาง หลี่ หง จูบคางบึกบึนเบาๆ " เจ้าน่ะคิดมากไปเอง  ที่นี่ไม่มีอะไร

ซักหน่อย "

 

 

                        " ข้าไปห้องน้ำก่อนนะ " มิน วู พูดแทรกขึ้นดังๆ

                         ทั้ง หวาง หลี่ หง  และ  ป๊าค ดอง กัน มองหน้ากัน    จากนั้นจึงตอบ 

" ก็ไปสิ "

                         สิ้นเสียงฝีเท้าของผู้น้อง ป๊าค ดอง กัน ก็เริ่มซุกซนกับบั้นท้าย หลี่ หง

                         " นี่   กลางป่ากลางเขาเจ้ายังมีอารมณ์อีกเหรอ " หวาง หลี่ หง ตีมือ

                         "น่า   เจ้ามาอนเบียดกับข้าแบบนี้ใครจะไม่มีอารมณ์ล่ะ "

                          ไม่ได้เพียงพูด    เพราะมือของเจ้าหนุ่มเมืองหานลูบไล้ไปมาที่หน้าขา   

จนเจอเข้ากับแท่งหยกแข็งขึง 

 

 

 

                        " นี่ไง   เจ้าเองก็มีอารมณ์เหมือนกันนี่นา   ว่าแต่ข้า "

                        " อย่า " หวาง หลี่ หง กลืนน้ำลาย " เดี๋ยวน้องชายเจ้าก็กลับมาแล้ว "

                        ดอง กัน  พึมพำงึมงำอยู่ในลำคอขณะพลิกตัวขึ้นไซ้ " น่า....นิดเดียว

เอง   เจ้านี่เข้าห้องน้ำนานจะตายไป  "

                         มารบูรพาหลับตาปี๋เมื่อใบหูถูกปลายลิ้นซอกซอนเข้าไป      มิหนำซ้ำ

มือหยาบๆก็กำลังขยุ้มขยำท่อนหยกของเขาอยู่    ความที่กลัวว่า มิน วู จะมาเห็นเข้าก็

หมดไป " อืมม์.....ก็ได้  แต่เร็วๆเข้านะ   ข้าเองก็จะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน "

 

                        แท้ที่จริงแล้ว        มิน วู มันวางแผนที่จะแอบดูลีลาเด็ดของพี่ชายมัน

ต่างหาก     มันแกล้งทำเป็นปวดถ่ายขอตัวออกไปห้องน้ำแล้วกลับย้อนมาที่หลังศาลา

อีกครั้ง      ทั้งคู่หายไปแล้วพร้อมกับผ้าใบหนาที่ปูนอนด้วย     มิน วู แอบหัวเราะเบาๆ

ขณะย่องออกตามไปดูหลังพุ่มรำเพยที่กำลังสั่นไหวเบาๆ       มันเลียปากอย่างตื่นเต้น

ก่อนที่จะค่อยๆก้มลงซุ่มดู

 

 

                         แต่สิ่งที่มันกำลังเห็นอยู่ไม่ใช่ หวาง หลี่ หง หรือ พี่ชายของมัน     แต่

เป็นหัวของอะไรสักอย่างที่โตใหญ่มีผมยาวรุงรัง       ไม่ใช่แค่หัวเดียวเพราะว่ามันยังมี

อีกสองหัวที่งอกออกมาข้างๆด้วย    มันเปล่งแสงสีเขียวตองวูบวาบเหมือนหิ่งห้อย ลิ้น

สีดำในปากฉกแลบไปมาเหมือนอสรพิษล่าเหยื่อ

 

 

                      " เหวออออออออออออ!!!! " มิน วู แหกปากร้องสุดเสียง

                     ศีรษะมาร เฟย โถว กง จู้ หันกลับมาทันที      ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวทั้ง

สามแยกกว้างมองเห็นเลือดสีม่วงไหลพรั่งพรูออกมา      มิน วู ผงะหงายหลังลงไปนั่ง

กองอยู่กับพื้นแบบหมดรูป

 

 

                        แต่ยังมิทันที่มันจะได้ทำอะไรก็มีเสียงบ่นขึ้นมาดังๆ " เป็นผีเป็นสางใย

ไม่อยู่ในหลุม  กลับออกมาเที่ยวหลอกเที่ยวหลอนชาวบ้าน "

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}