อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๘

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๘

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๘
แบบอักษร

 

                         ในขณะที่ป๊าค ดอง กัน และ ป๊าค มิน วู เดินทางมาพร้อมกับประมุข

พรรควังบุปผาและมารบูรพาหรือ หวาง หลี่ หง     กระบี่เอกดาราก็ถูกบรรทุกมาในเรือ

พยัคฆ์มังกรด้วย ส่วนกระบี่ดารานิลขุนพลกู่ก็มอบให้กับหลิน ไท่ หยาง ไปแล้ว ที่เมือง

หาน เจ้าสำนัก หลิน เทียน ใช่ คือผู้ครองกระบี่ศตดารา ส่วนอีกสามเล่มคือ ดาราสมุทร  

ทิพย์ดารา  เบญจดารา  และ ดาราชาดนั้น  อยู่ในมือของนางมายา ฟาง เจิน จู    ผู้ซึ่ง

บัดนี้ได้พบกันกับหนึ่งในแปดอัปลักษณ์ มารโลกีย์แล้ว

 

 

                        เมื่อมิได้เปลือยกาย       นางก็งามเทียมอัปสราสรวงในเครื่องทรงชุด

ทองตราที่ท่านอ๋องน้อยประทานให้      แขนทั้งสี่ข้างที่เกินมาถูกซ่อนอยู่ภายใต้ช้องผ้า

ที่คลุมไว้เบื้องหลังอย่างแนบเนียนพร้อมกระบี่ทั้งสี่เล่ม      ซึ่งตอนนี้ยังขาดอยู่อีกสาม 

จึงเป็นที่น่าสงสัยยิ่งว่าเพราะเหตุใดนางจึงปรารถนากระบี่ทั้งเจ็ด

 

 

 

                        กระบี่ดาราสมุทร   งามล้ำด้วยริ้วลายจำหลักในเนื้อโละสีน้ำเงินเข้มที่

มองดูราวกับเกลียวคลื่น  เปี่ยมไปด้วยความอ่อนช้อยพลิ้วไหว        ส่วนทิพย์ดารานั้น

เล่าก็ประกอบกับทองคำแท้แวววามทรงคุณค่าและเที่ยงตรงแม่นยำ   ข้างเบญจดารา

กลับฉลุลายฝังอัญมณีเลอค่าทั้งห้าเพิ่มความงดงามและหนักแน่น       อันกระบี่ใดจะ

แกร่งกล้าเสมอเหมือนหามีไม่    ทางดาราชาดนั้นไซร้ชุบเสริมพลังธาตุไฟด้วยแร่อัคนี

แดงลี้ลับ         แม้กรีดต้องเพียงน้อยนิดก็เกรียมไหม้เสมือนถูกนาบด้วยแท่งเหล็กเผา

ไฟร้อนแดง

 

 

                         นางกำนัลที่ตามรับใช้มิมีผู้ใดกล้าอยู่ใกล้แม้จะรู้ว่านางไร้ซึ่งอันตราย

เมื่ออยู่ในจวนแห่งนี้        ต่างพากันยอบกายห่างออกไปหลายสิบก้าวราวกับเดินตาม

พยัฆค์สาว    ตั้งแต่รู้ข่าวว่าจะต้องถูกส่งมารับใช้ ฟาง เจิน จู นางกำนัลบางนางถึงกับ

หนีออกนอกจวนไปไม่ยอมกลับมาอีกเลยก็มี

 

 

                         อาหารที่นางสั่งมาเสพล้วนแล้วแต่วิปริตพิสดาร  ตั้งแต่เด็กทารก คาง

คกพิษ ปรอทแดงกระทั่งเถ้ากระดูกผีตายโหงและโลหิตสุนัขดำ        จะมีมนุษย์โลกผู้

ใดเล่าเสพสรรพพรรค์นี้ได้นอกจากนางมายาผู้ลี้ลับ

                        ฟาง เจิน จู หยุดลงตรงที่ระเบียง  แล้วโบกมือไล่ให้เหล่านางกำนัลให้

ถอยห่างออกไป

                       " อา.....บรรพชิตชั่ว   ออกมาจากกำบังเถิด " นางหัวเราะระริกระรี้ 

" ข้าได้กลิ่นคาวสวาทเจ้ามาตั้งแต่ร้อยลี้โน่นแล้ว "

 

 

                         บัดดล ร่างใหญ่ยักษ์ก็ค่อยๆก้าวออกจากเงาของเสา     น่าประหลาด

ยิ่งที่เสาต้นเพียงนิดกลับซ่อนร่างของมันได้อย่างไร้ร่องรอย

                          " ท่านฟาง  ฉลาดล้ำเลิศนัก " มารโลกีย์คุกเข่าคำนับ "   สมแล้วที่เป็น

เจ้าแห่งแปดอัปลักษณ์ "

                          นางผายมือเชื้อเชิญให้ลุกขึ้น " ข้าจะถือว่ามันคือคำชม   เป็นอย่างไร

บ้างญาติของข้า "

                          มารโลกีย์ยามนี้มันมิได้สวมชุดชายตัดฟืนอีกต่อไป   คงเหลือไว้เพียง

กางเกงและจีวรแดงโลหิตที่พาดเฉียงอกเอาไว้         ทั้งร่างแน่นกำยำด้วยมัดกล้ามและ

ลายอักขระอัปรีย์พร้อมทั้งโซ่ตรวนที่รัดรึงคอ แขน ขา มันเอาไว้

 

 

 

                        " ฮา ฮา เจ้าช่างคล้ายวานรที่เล่นละครยิ่งนัก   ดูเถิด  ใครกันที่กล้าทำ

กับเจ้าเยี่ยงนี้ "

                        มันเบะปากพ่นลมหายใจดังโคดุ " เจ้านักบวชศากยะน่ะสิ   มันรวมหัว

กับสองเจ้าสำนักกระบี่ดารารุมทำร้ายข้า       จับข้าขังในหอนพนภา  แล้วตีตรวนข้าไว้  

 แต่ไม่ว่าจะทำยังไงข้าก็แกะมันไม่ออก"

 

 

                        ฟาง เจิน จู ยิ้มพราย แขนลี้ลับทั้งสี่ข้างของนางค่อยๆยื่นออกจากช้อง

ผ้าดูน่าขยะแขยงมันกุมกระบี่ทั้งสี่เอาไว้มั่น " มาสิ ญาติของข้า   ข้าจะปลดมันให้ "

                         มารโลกีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น    เมื่อ ฟาง เจิน จู เยื้อง

กรายมาใกล้   นางร่ายรำกระบี่อย่างว่องไวราวกับสายลม    หากทุกกระบวนท่ามิอาจ

สะกิดผิวของตรวนเทพได้เลยแม้แต่น้อย     จะมีก็เพียงประกายไฟจากการกระทบกัน

ของมันกับกระบี่เท่านั้น

 

 

                        " บัดซบ  ไม่ระคายเลย " นางบริภาษ " .....เพียงแต่ข้ามีกระบี่ครบเจ็ด

เล่มเท่านั้น "

                       " แปลว่าข้าหมดหวังที่จะถอดมันอย่างนั้นหรือ " มารโลกีย์ครวญ

                      " ไม่......ข้าจะลองดูอีกที "

 

 

                        นางอ้าปากออกกว้างแล้วแลบลิ้นใส่    พริบตานั่นเองที่มารโลกีย์ต้อง

ตกใจแทบสิ้นสติ       ลิ้นเหนียวยาวแดงดุจกิ้งก่าที่มีตุ้มหนามที่ปลาย    พุ่งตรงเข้าใส่

ตรวนที่จับติดคอของมัน  มันมิอาจขยับหนีไปไหนได้จึงจำต้องเบือนหน้าหนีด้วยความ

ขยะแขยง         เสียงอะไรบางอย่างดังกรอด.....กรอด....     มารโลกีย์เหลือบลงมองดู

ตรวนคอที่เริ่มง้างออกอย่างสยดสยอง    ฟาง เจิน จู มิได้คิดแก้กลไกในตรวนแต่อย่าง

ใดหากนางใช้ลิ้นนรกนั่นกร่อนทำลายมันทีละน้อย      เนื้อโลหะเริ่มโค้งงอบิดเบี้ยวผิด

รูปร่างและถ่างออก   หากเมื่อครู่นี้มันขยับตัวหนีคงไม่พ้นหัวหลุดออกจากบ่าเป็นแน่

 

                        แคร๊งงงง!!!

                        เสียงตรวนตกลงสู่พื้นเป็นอันสุดท้าย ทำให้มารโลกีย์กล้าลืมตาขึ้นมา

มอง    มันถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมทั้งคลำที่คอและแขนนวดผ่อนคลาย

 

 

 

                        " ขอบคุณท่านฟาง " มันก้มหัวคำนับ " ไม่ได้ท่านข้าคงจะต้องสวมมัน

ไว้จนตาย "

                        " อืมม์......ลุกขึ้นมาเถิดญาติข้า " นางพูดทั้งที่ลิ้นนรกแลบยาวออกมา

เป็นวา " มาดูกันซิว่าข้าได้อะไรจากเจ้าตรวนเทพนี่ "

                        นางใช้ลิ้นนรกอัปลักษณ์จับตรวนยกขึ้น     เมื่อไร้ห่วงรัดรึงมันก็มิต่าง

อะไรจากตุ้มคู่ลูกโซ่อาวุธอีกชนิดหนึ่ง      มารโลกีย์มองมันด้วยความเคียดแค้น

 

                         " ดี....ขอข้าเถอะท่านฟาง   ข้าจะเอาไอ้นี่แหละสังหารเจ้าศากยะกับ

พวกสำนักกระบี่ดาราเอง "

 

                        นางมายากระชับตรวนในมือแล้วลองแกว่งไกวชั่งน้ำหนัก      หากนับ

ลิ้นนรกนั้นไซ้แล้วเปรียบได้กับนางมีถึงเจ็ดกร      มิแปลกท่างปรารถนาเจ็ดกระบี่ดารา    

และเพียงเหวี่ยงมันใส่ต้นแป๊ะก๊วยใหญ่ข้างระเบียง      มันก็กระแทกทะลุออกไปอีกฝั่ง

อย่างง่ายดายราวกับเป็นหยวกกล้วย    

    

 

                         " ไม่เลวนี่.....ข้าเองก็อยากจะให้เจ้าไปจัดการกับพวกมันเช่นกัน  เสีย

ดายที่บุปผาจตุรพิษชิงไปเสียก่อน       แต่ข้ายังมีอีกงานให้เจ้า.....อยากลองลิ้มชิมเนื้อ

หนุ่มเมืองหานหรือไม่ "

 

 

                        มารโลกีย์เลียปากอย่างหื่นกระหาย " ขอเพียงท่านฟางบัญชามา "

 

 

                         ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น