อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๒

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๒

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒๒
แบบอักษร

 

                         หวาง หลี่ หง     แสร้งกอดตัวเองด้วยความหวาดกลัว " อย่าจับข้านะ

ขอรับ    ข้ายังไม่เคย ฮา...ฮา..."

                       ว่าแล้วก็โผนขึ้นสูงไปจับเชือกใบเรือเอาไว้        ยังมิทันไร ป๊าค ดอง กัน

 ก็รีบรุดตามมาอย่างว่องไวแต่ก็มิอาจสัมผัสได้แม้ปลายก้อย

 

 

                       " อ๊า~~~~ ข้ากลัวแล้วท่านจอมยุทธ    อย่าขืนใจข้า     ข้ายังบริสุทธิ์ 

" หวาง หลี่ หง แกล้งป้องปากตะโกน " ช่วยข้าด้วย     มีจอมยุทธหื่นกามจะลวนลาม

ข้า~~~~~~ "

                        " เจ้า.....เจ้า......บัดซบ  เจ้ามันช่างร้ายกาจ " ป๊าค ดอง กัน หน้าแดง

ก่ำ    ทั้งโกรธทั้งอายเจ้ากวีหน้าหยกนั่นช่างกล้าป้ายสีเขาให้เสียหาย      แม้ว่ารูปร่าง

หน้าตาของมันจะแลน่าหลงไหลแต่วาจาและเล่ห์เหลี่ยมของมันนั้นช่างเลวทราม

 

 

                        หวาง หลี่ หง ดีดดิ้นคล้ายเป็นอิสตรียามที่โหนตัวด้วยเชือกลอยไปมา     

จากเสานั้นไปเสานี้  " จะทำไงดี....จะทำไงดี.....ข้ายังไม่อยากเสียความบริสุทธิ์    รักข้า

ชอบข้าก็พาพ่อสื่อแม่สื่อมาสู่ขอ   อย่าทำเหมือนข้าเป็นนางคณิกา......อุ๊บ!!! "

 

 

 

                        ด้วยความคึกคะนอง แกล้งดีดดิ้นเป็นหญิง   ทำให้ลืมไปว่าอีกฝ่ายนั้น

วรยุทธหาชั่วช้าไม่      เพียงลัดนิ้วมือเดียวที่เหินผ่าน ป๊าค ดอง กัน ก็คว้าเอาเอวเจ้ากวี

ปากเสียนั่นมากอดเอาไว้แน่น        และก่อนที่ มารบูรพาหรือ หวาง หลี่ หง จะคิดแก้ไข

ประการใด   ปากพล่อยๆของมันก็ถูกประกบจูบด้วย ป๊าค ดอง กัน เสียแล้ว

 

 

                        มันมิได้ผิดที่เหล้าหรือพระจันทร์เป็นใจ       หากเป็นเพราะความถือดี

อยากเอาชนะต่างหากที่ทำให้จอมยุทธหนุ่มเมืองหานอุกอาจกระทำการเช่นนั้น      แต่

เมื่อริมฝีปากได้สัมผัสกับเจ้าหนุ่มกวีหน้าหยกแล้วไซร้     มันกลับมิอาจต้านทานความ

ต้องการที่เร้นซ่อนภายในกายได้     ชั่วครู่กว่ามันจะยินยอมถอนปากออกมาหายใจ 

 

 

                        " เจ้า......เจ้าช่างกล้า " หวาง หลี่ หง ตะกุกตะกักปากคอสั่น " เจ้ารู้ไหม

ว่าข้าคือ....."

                       ยังมิทันที่จะได้เอ่ยคำใดต่อไป ปากของ ป๊าค ดอง กัน ก็ บดขยี้ลงมาซ้ำ  

หากคราวนี้หวานซึ้งและนุ่มนวลกว่า     แม้อีกมือของมันจะยึดเชือกผ้าใบเรือเอาไว้เพื่อ

ทรงกายหากอีกมือก็โอบเอวบางของหวาง หลี่ หง มั่น    

 

 

                       เพียงปลายลิ้นอุ่นชื้นเลียไล้สอดแทรกเข้ามา    มันก็เผลอใจเผลอกาย

เผยอริมฝีปากรับทันที        จริงอยู่ว่าเบื้องหน้าของมันคือมารบูพาผู้ยิ่งยง  หากแท้จริง

แล้วนั้นมันก็ยังเป็นเพียงจอมยุทธหนุ่มไม่ประสา  แม้ศิษย์ผู้พี่คือประมุขพรรควังบุปผา

จะชาญเชี่ยวเชิงกาม ขนาดที่ว่ามีหนุ่มพร้อมที่จะพลีกายสังเวยพรหมจรรย์ให้เป็นร้อย     

แต่มันกลับมิเคยใส่ใจ  แล้วนี่ไฉนเลยมันจึงได้มาเสียท่าให้จอมยุทธเมืองหานขโมยจูบ        

แรกนั้นมันก็รู้สึกเคอะเขินที่จะโต้ตอบ   หากรสจูบที่เร่าร้อนและดุดันก็ปลุกปั่นอารมณ์

พิศวาสของมันจนกระเจิดกระเจิง

 

                         บนเสากระโดงเรือพยัคฆ์มังกร     มีเงาสีดำของร่างชายหนุ่มสองคน

แนบชิดกันอย่างคู่รักซ้อนทาบลงบนดวงจันทรา   เสียดายนักที่เจ้ากวีคนเมื่อครู่นี้หาย

ไปเสียที่ใดก็ไม่รู้  จึงมิได้เห็นว่ายังมีภาพที่งดงามเสียยิ่งกว่าปรากฏขึ้นแล้ว      แลมัน

ก็คือหนึ่งในคู่รักใต้ดวงแขไขนั้น

 

 

 

                         เพียงพลิกพลิ้วร่างเหินผ่านลมทะเลไป   ป๊าค ดอง กัน ก็อุ้มเอา หวาง

 หลี่ หง ลอยละลิ่วมาจนถึงหัวเรือพยัคฆ์มังกรที่สร้างจากไม้แกะสลักต้นมหึมา       ใน

ปากที่อ้ากว้าง     ก็เป็นดุจประหนึ่งอ่างไม้กลมยาว ที่กว้างพอจะให้สองจอมยุทธหนุ่ม

ลงไปนอนเล่น

 

 

                        " เจ้ามัน......." หวาง หลี่ หง พูดอะไรไม่ออก

                        ป๊าค ดอง กัน เอานิ้วแตะริมฝีปากที่แดงช้ำด้วยพิษจูบ " อย่าเอ่ยวาจา

ใดๆอีก   มิเช่นนั้นข้าจะจุมพิตเจ้าจนกว่าจะหยุด "

                        ใบหน้าหล่อเหลาของหวาง หลี่ หง แดงซ่าน   ยามเบือนหนีด้วยความ

กระดากอาย   มันมิกล้าขยับกายหนีทั้งๆที่วรยุทธ์วิชาตัวเบาสูงส่งนัก คล้ายกับว่าตอน

นี้มันได้กลายไปเป็นเพียงจิตรกรหนุ่มอ่อนด้อยจริงแท้         เพราะสิ่งที่มันทำได้มีเพียง

การทอดร่างนอนหายใจระทวยในอ้อมกอดอันอบอุ่นเท่านั้น    ป๊าค ดอง กัน อดไม่ได้ที่

จะก้มลงเชยชมแก้มขาวเนียนราวหยกน้ำดี

 

 

                        " อ๊ะ! เจ้าผิดสัญญาแล้วนะ  ข้ายังมิได้เอ่ยปากอะไรเลยสักคำ   ไฉน

เจ้าจึงล่วงเกินข้า "  หวางหลี่ หง ตัดพ้อ

                        จอมยุทธหนุ่มเมืองหานยิ้มร่า " ก็เจ้ากำลังพูดอยู่นี่อย่างไร    พูดอีกสิ 

ถ้าเจ้าไม่กลัวเปลืองเนื้อเปลืองตัว "

 

 

                       ไม่เพียงพูดเปล่า      เพราะ ป๊าค ดอง กัน ซุกไซ้ซอกคอขาวๆอย่างหื่น

กระหาย    หวาง หลี่หง มิเพียงไม่ผลักไสหนำซ้ำยังไม่ดิ้นรนหนี       จะมีก็แต่เพียงคำ

อุทธรณ์ " ข้าไม่พูดเจ้าก็ลวนลามข้าอยู่ดี  อิสตรีในเรือลำนี้มีมากมายใยเจ้าไม่ไปข้อง

แวะ  กลับมาพิศสวาทข้าเหมือนกับว่าเจ้าไม่ใช่ชายชาตรี "

                       " ฮาๆ   เจ้าช่างเจรจานัก "   ป๊าค ดอง กัน สำรวลร่า " จะความสุขรูป

แบบใดชายชาตรีก็ควรที่จะหัดทดลองเสพไว้มิใช่หรือ? "

                        มือมันโลมลูบลงไปต่ำใต้จนถึงหน้าขาเปรียวแกร่ง " .........แล้วอย่า

บอกข้านะว่าเจ้ามิปรารถนา "    

                        มันมองหน้าหล่อคมของ หวาง หลี่ หง ที่บูดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน     

เมื่อทวนหยกประจำกายถูกกุมกำแล้วรูดชักผ่านเนื้อผ้านุ่มเนียนบางเบา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}