อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๙

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๙

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๙
แบบอักษร

 

                        มือสังหารรีบชักเอาถุงระเบิดควันออกมากำไว้หากแต่ช้ากว่าองค์รักษ์

เฉิน      ที่พลิกพลิ้วกายจากบนเพดานลงมากระชากมันออกไปจากมือในเสี้ยวพริบตา     

ก่อนจะโจนกลับไปยืนเคียงข้างท่านอ๋องน้อย

 

                          " ท่านอ๋องเป็นอะไรมากไหมขอรับ " เฉิน กวาน ซี ถามด้วยความเป็น

ห่วง

 

                          " ข้าคาดไว้แต่แรกแล้วว่ามันจะต้องลงมือมาลอบกัดข้าไม่วันใดก็วัน

หนึ่ง    เสียดายนักที่ข้าไม่คิดว่ามันจะส่งมือสังหารปืนไฟมาจัดการกับข้า     ต้นห้องทั้ง

สิบสองของข้า........"

 

 

                          อ๋อง หวาง เจี้ยน หลง เงื้อง้าวขึ้นสุดล้า " ........เจ้าจะต้องชดใช้  ทวน

เทพวายุคลั่ง!!! "

                          ไม่ทันที่มือสังหารจะได้ทันขยับกาย     คมง้าวก็ฟาดลงกับพื้นสุดแรง     

พลังปราณพลันระเบิดจากปลายง้าวฉีกพื้นไม้เบื้องหน้าเปิดเปิงประทุขึ้นมาเป็นเส้นตรง

พุ่งเข้าหามันชั่วพริบตา            ร่างทั้งร่างของมันถูกพลังปราณมหาศาลอัดกระแทกจน

กระเด็นไปหลายเชียะ  ชุดรัดรูปสีดำและหน้ากากฉีกขาดหลุดลุ่ย มีดสั้นและอาวุธที่พก

มาหักกระจาย     มันมิอาจทนทานความบอบช้ำได้ไหวจึงสลบไปในทันที

 

 

                        " แฮ่ก....แฮ่ก....แฮ่ก....." ท่านอ๋องน้อยหายใจหอบถี่  ขณะเดินถือง้าว

ก้าวตามไปดูร่างของมือสังหารพร้อมกับองค์รักษ์คู่ใจ    หากแม้ยามนี้มือสังหารหมอบ

ราบสิ้นท่าแล้วแต่ องค์รักษเฉินหาวางใจไม่         มันเดินปราณเตรียมพร้อมรับมือมั่น

ฝ่ามือกลับกลายเป็นสีแดงด้วยพลังที่อัดแน่นสมฉายาวิชา ฝ่ามือโลหิต

 

 

                        แม้ว่าจะบาดเจ็บจนสลบไสลไม่ได้สติ     แต่ร่างบึกบึนในชุดดำรัดรูป

ที่ขาดวิ่นจนเกือบจะเปลือยเปล่าก็มองดูยั่วตัณหามิใช่เล่น         แท้ที่จริงมันผู้นั้นมิใช่

ชายชาว ต้าจิง ทั้งหมดหากแต่เป็นลูกครึ่งพวก หงฟะ     เพราะสีผมและโครงร่างใหญ่

ล่ำสันอย่างพวกหงฟะแต่มีใบหน้าอย่างชาว ต้าจิง      แท้จริงแล้วมันนั้นมีประสงค์อัน

ใดกันแน่กับการมาลอบสังหารครั้งนี้

 

 

                         " อย่า ! " อ๋อง หวาง เจี้ยน หลง   ยกมือปรามเมื่อเห็นองค์รักษ์เฉินเงื้อ

ฝ่ามือเตรียมสังหาร " เอาแค่จี้สกัดจุดมันไว้ก็พอ "

                        " แต่.....แต่มันเพิ่งสังหารต้นห้องท่านอ๋องไปนะขอรับ " 

                        " นั่นหละสิ่งที่มันจะต้องชดใช้ "  รอยยิ้มอ๋องน้อยเหี้ยมเกรียม  " แล้วข้า

เองก็อยากจะรู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่ส่งมันมา "

 

                         มือท่านอ๋อง หวาง เจี้ยน หลง เอื้อมไปแตะที่ใบหน้าหล่อเหลาของมือ

สังหารนิรนามอย่างย่ามใจ  " ให้ทหารเอามันไปล่ามไว้ในห้องทรมานเชลย    แล้วคืนนี้

ข้ากับเจ้าจะได้ลงไปสนุกกับการสอบสวนกัน "

 

 

                         เพียงเท่านั้นทั้งท่านอ๋องและองค์รักษ์หนุ่มก็ประสานเสียงหัวเราะกัน

อย่างสะใจ

 

                         แต่ในขณะที่เจ้ามือสังหารนิรนามกำลังประมือกับอ๋องน้อยอยู่นั้น     สี่

บุปผาจตุรพิษก็ปะทะเข้ากับอีกหนึ่งมือสังหาร   มันจงใจที่จะเข้ามาเพื่อตัดการคุ้มกันให้

เพื่อนของมันลงมือได้อย่างสะดวก

                         " เจ้าสองคนเข้าไปคุ้มกันท่านอ๋องก่อน " เยี่ย ไหล่ เซียง   สั่ง หมั่ว หลี 

และ เหลี่ยง ฮวา " ข้ากับหมู่ ตัน จะรับมือกับมันเอง "

 

 

                          " ไม่ได้ !!! " เหลียง ฮวา กระซิบเสียงเบา " มันซ่อนอยู่ตรงประตูพอดี  

ขืนทะเล่อทะล่าเข้าไปมันคงยิงเราแน่ "

                         " ท่านอ๋องมีองค์รักษ์เฉินกับต้นห้องคุ้มกันอยู่แล้ว " หมั่ว หลี    เตือน 

" หน้าที่ของเราสี่คนคือจัดการกับเจ้านี่ "

                         สี่บุปผาจตุรพิษพยักหน้าตกลงพร้อมเพรียงกัน

 

 

                         เยี่ย ไหล่ เซียง      เหวี่ยงตุ้มเหล็กหนามปลายโซ่ใส่บานประตูเลื่อนที่

คาดว่ามีมือสังหารแอบอยู่เต็มแรง    มันกวาดลากเอาประตูทั้งบานแหลกพังยับเยินไม่

มีชิ้นดี    หากก็ไม่พบว่ามีผู้ใดแอบซุ่มอยู่     หมั่ว หลี  ร่อนพัดเหล็กใส่ซ้ำอีกครั้ง    หวัง

ว่ามันจะบินไปตัดศีรษะของมือสังหารที่แอบหลังเสา    แต่มิทันที่มันจะบินร่อนไปได้ถึง

ครึ่งทางก็โดนยิงสกัดเสียก่อน

 

 

                         " เจ้าหน้าตัวเมีย   ช่างไม่มียางอาย   อายกล้าใช้ปืนไฟกับอิสตรีเยี่ยง

พวกข้า   น่าบัดสีนัก " หมั่ว  หลี ยังคงยั่วให้อีกฝ่ายโต้ตอบ

 

 

                         " แล้วพวกเจ้าทั้งสี่ไม่อายหรือไร   ที่รุมข้า  "  เสียงเอ่ยตอบปร่าแปร่ง

คล้ายพูดไม่ชัด

                         เยี่ย ไหล่ เซียง บุ้ยใบทำท่าทีชี้ไปที่ใบหู      เหลียง ฮวา พยักหน้ารับ

แล้วค่อยๆค้อมตัวลงหมอบคลาน

                         " แล้วอีกอย่างข้าก็เป็นสตรีแท้ๆ       ไม่เหมือนพวกเจ้าที่โหดร้ายผิด

มนุษย์ " เสียงนั้นพูดต่ออีก

 

 

                         เหลียง ฮวา ผลุดลุกขึ้นแล้วใช้ขลุ่ยหยกเป่าลูกอดกอาบยาพิษใส่ต้น

เสียงทันที      ร่างที่แอบซ่อนเผ่นออกจากกำบังพร้อมทั้งยิงปืนสวนกลับมาหา เหลียง 

ฮวา    ดีว่านางรีบก้มหัวหลบกระสุนได้ทัน นับว่าคู่ต่อสู้ก็ว่องไวและเชี่ยวชาญเชิงการ

ต่อสู้ไม่แพ้กัน

 

 

                         ร่างนั้นอยู่ในชุดรัดรูปจนทำให้มองเห็นปทุมถันอวบสล้างและสะโพก

ใหญ่ผายได้ชัด    แน่แล้วว่ามันเป็นอิสตรีจริงหากแต่ผมที่ถักเป็นเปียยาวนี่สิ  กลับมีสี

ทองเหมือนพวก หงฟะ  มิแปลกที่มันพูดได้ไม่ชัด       พวกนางเคยได้ยินมาว่าที่ ต้าจิง 

มีมือสังหารรับจ้างเป็นหญิงชาวต่างชาติชื่อ  *หม่า ตง หน่า* ( มาดอนน่า ) ผู้ใช้ปืนไฟ

เป็นอาวุธ   นางเป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่มเด็กเร่ร่อนและลูกของหญิงคณิกาที่เกิดมา

จากชาวหงฟะ    ซึ่งในสมัยนั้นมีอยู่มากมายทั่วต้าจงโดยมันมักจะรวมกลุ่มกันอยู่ที่ท่า

เรือ ตงไห่  เพื่อทำงานเป็นกุลีรับจ้างหรือลูกเรือพาณิชย์

 

 

                         ( ในภาษาจีนนั้น  ไม่มีคำที่ออกเสียงได้ตรงตัวกับภาษาอังกฤษ    จึง

มักจะใช้คำที่ออกเสียงคล้ายกันแทน )

 

 

                         ในความเป็นจริงนั้นหญิงและชายรบสู้ได้ดุจเดียวกัน        ชายอาศัย

ความหนักหน่วงรุนแรงละความเด็ดขาดในการปะทะ       หากแต่หญิงนั้นอาศัยความ

ว่องไวและการหลอกล่อเข้าช่วยด้วย     จึงนับว่าเล่ห์มารยาสตรีก็จัดได้ว่าเป็นเชิงยุทธ์

ที่แสนจะอันตรายอีกวิชาหนึ่ง    เยี่ย ไหล่ เซียง ยิ้มพราย   นางแก่กล้าในสนามศึกพอ

ที่จะวางแผนให้น้องๆของหล่อนกำชัยได้โดยมิต้องเหนื่อยแรง

 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}