อิราวาน พรอัมพุ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒

ชื่อตอน : กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒

คำค้น : สุรัตนาวีซ่าส์,สุรัตนาวี ปฐพีไพศาล,นาวี สุนทรีย์ลิขิต,กระบี่รักจอมใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2560 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระบี่รักจอมใจ ตอนที่ ๒
แบบอักษร

                        "เจ้าอยู่ที่ไหน   นกน้อยของข้า " กู่ เทียน เล่อ แกล้งเรียกขาน    ขุนพล

หนุ่มรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักกับเกมกามาที่ศิษย์หนุ่มสรรหามาเล่น     มือที่ถือกิ่งบ๊วยไว้กวัด

แกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี " ....ข้าเก็บดอกบ๊วยมาให้เจ้าแล้ว " 

 

                         พลันเสียงจุ๊บจิ๊บดุจวิหคน้อยดังแว่วออกมาจากทางเดินเบื้องหน้า ขุน

พลกู่รีบสาวเท้าตามเข้าไปทันที         ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นั่นนอกจากรองเท้าผ้าข้างน้อยที่ปัก

ดิ้นไหมเงินไหมทองอย่างงดงาม   เขาแกล้งเอ่ยปากพูดลอยๆ

 

 

 

                        " ข้าเห็นเจ้าแล้วนะ....ระวังตัวไว้ให้ดี "

                        สุดทางเดินคือห้องนอนของ หลิน ไท่ หยาง   บานประตูเลื่อนหน้าห้อง

แง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อย พอมองเห็นแสงตะเกียงวับแวมภายใน     หน้าต่างทุกบานปิด

หับเพื่อพรางแสงคงไว้แต่เพียงตะเกียงดวงน้อย  รองเท้าผ้าอีกข้างถูกวางขัดไว้ระหว่าง

บานประตู แว่วเสียงพ้อเบาๆจากข้างใน

 

 

                        " อา.....ข้ารอดอกบ๊วยจนมันร่วงโรยเหลือแต่ก้านแล้วกระมัง "

                        " ยังอยู่ครบทุกดอก   เหมือนอย่างที่เจ้าสั่งนั่นแหละ " กู่ เทียน เล่อ พิศ

ดูดอกบ๊วยในมือ    มีเพียงสามสี่ดอกที่คลี่กลีบบาน   นอกนั้นยังตูมรอวันแย้ม   เฉกเช่น

เดียวกับความอ่อนเยาว์ สด หวาน ของเรือนร่างศิษย์หนุ่มที่รอคอยเขาอยู่ในห้อง     ขุน

พลหนุ่มหน้าหยกรีบเลื่อนบานประตูเข้าไปแล้วปิดงับลงดาล

 

 

                        หลิน ไท่ หยาง นอนคว่ำทอดกายอยู่บนตั่งไม้ฝังมุกกว้าง      ร่างเกือบ

เปลือยมีเพียงแพรเนื้อดีสีแดงเลือดนกคลุมกายปกปิดเรือนร่างไว้หมิ่นเหม่      สีฉูดฉาด

บาดตาของมันขับผิวอ่อนเยาว์ให้ขาวชวนพิศ     ปลีน่องและขาที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา

เนียนขาวไร้ไรขน   มันกวัดไกวไปมาเหมือนจะจงใจให้ขุนพลกู่ฮึกเหิม

 

 

                        " เข้ามาในที่รโหฐาน  ใยท่านอาจารย์มิปลดอาวุธ   มีประสงค์ที่จะทำ

ร้ายข้างั้นรึ ? "

 

                         " ข้า....เอ้อ...." กู่ เทียน เล่อ ตะกุกตะกัก   เขารีบปลดกระบี่ดารานิล

ออกวางบนโต๊ะ   หากมิใช่เพราะเป็นศิษย์รักแล้วเขาคงจะไม่ทำเยี่ยงนี้

                        " เกราะของท่านด้วย....."

 

 

 

                        เกราะสำริดดำถูกถอดออกวางทีละชิ้น   จนเหลือแต่เสื้อไหมเงินตัวใน   

ผ้าลื่นบางที่แนบเนื้อแลเห็นหุ่นใหญ่หนาล่ำเยี่ยงนักรบโบราณ          มัดกล้ามพูนแน่น

อย่างพะเนินเหล็ก       หลิน ไท่ หยางจ้องมองดูอย่างพึงใจก่อนที่จะแกล้งขยับตัวเบาๆ      

ให้ผ้าแพรเพลาะที่คลุมบั้นท้ายอยู่เลิกออก    จนมองเห็นผลท้อเนียนขาวอมชมพูที่แอบ

ซ่อนอยู่รำไร

 

                        ชีวิตในสนามรบเยี่ยงชายชาติทหาร  ทำให้ กู่ เทียน เล่อ ติดใจหลงใหล

ในรสรักของชาย          ค่ำคืนที่แสนเปลี่ยวเหงากับการอยู่ร่วมกันของชายฉกรรจ์นับร้อย    

ทำให้เขาเผลอใจไปในคราแรก และด้วยความเต็มใจในค่ำคืนต่อๆมา   จากนั้นเขาจึงได้

ค้นพบว่าตนเองมิได้ปรารถนาในรสรักอิสตรีดังเช่นผู้อื่นเสียแล้ว   

 

 

                          และเมื่อหลิน เทียน ไช่     พี่ชายร่วมน้ำสาบานจากสำนักกระบี่ดารา    

ชักชวนให้เขามาช่วยเป็นครูฝึกสอนวิชากระบี่ให้กับบรรดาศิษย์ ในสำนักยามที่ว่างเว้น

จากราชการ         เขาก็ได้มาพบเข้ากับ หลิน ไท่ หยาง  ทายาทเพียงผู้เดียวของศิษย์พี่ 

เทียน ไช่ ขุนพลหนุ่มก็ประจักษ์แก่ใจตนเองว่าเขาได้พบหยกน้ำหนึ่งเข้าให้แล้ว

 

 

                         นอกจากใบหน้าที่ชดช้อยเยี่ยงอิสตรีและเรือนร่างประเปรียวดุจมฤคา

น้อยแล้ว  วรยุทธ์เพลงกระบี่ก็หาชั่วไม่      ในจำนวนศิษย์สำนักกระบี่ดาราทั้งหมดไม่มี

ใครมีฝีมือเทียบเท่าได้กับ หลิน ไท่ หยาง     ยากนักที่ขุนพลกู่จะหักห้ามใจมิให้หลงใหล

ในเสน่ห์หนุ่มของศิษย์น้อยได้      ทางฝ่าย หลิน ไท่ หยาง เองก็มีใจโอนเอียงมาทางเขา

อยู่บ้างมิใช่น้อย   เมื่อค่ำคืนแห่งความอดทนของ กู เที่ยน เล่อ หมดสิ้น        เขาก็ได้เอ่ย

ปากฝากรักกับ หลิน ไท่ หยาง  ในที่สุด

 

 

                        หลายต่อหลายครั้งที่เขาจำต้องแสดงบทบาท " ท่านอาจารย์ที่แสนดี " 

ต่อหน้าต่อตาผู้อื่น       ทั้งๆที่ในใจอยากที่จะฉุดคร่าศิษย์หนุ่มไปกักไว้เสียในจวนมิให้

ผู้ใดได้เห็น     หากแม้นมิติดที่ หลิน เทียน ไช่ ศิษย์พี่ร่วมน้ำสาบาน

 

 

 

                        แท่งหยกกลางกายของขุนพลกู่แข็งผงาดจนแหวกรอยแยกของชุดออก

มาอย่างน่ากลัว    สีมันออกคล้ำและสะพรั่งไปด้วยเส้นโลหิตขดขอดรอบท่อนลำ   ส่วน

ปลายแท่งหยกกลับแดงดุจชาด      มันแอ่นงอนราวกับมังกรผงาดและบานออกเยี่ยงศร   

หลิน ไท่ หยาง แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากดั่งกระหาย     เจ้าศิษย์น้อยผู้นี้มิได้กริ่งเกรง

ในศาสตราอาชาชายอันใหญ่ยิ่งนี้แม้แต่น้อย

 

 

                        " อา.......ท่านอาจารย์     คือกระบี่อีกเล่มที่ข้าปรารถนาเหนือศาสตรา

ใดๆใต้หล้า " หลิน ไท่ หยาง จับจ้องมองมังกรทองตัวเขื่อง      ที่ผงาดอยู่ตรงหน้าอย่าง

ปรารถนา    มืออ่อนนุ่มกุมกำมันไว้ไม่มิดด้วยขนาดอันโอราฬ  ขุนพลกู่รู้สึกร้อนผะผ่าว

ไปทั่วทั้งร่างเพียงต้องสัมผัสจากปลายลิ้นที่ละเลียดโลมเลียมันอย่างเอร็ดอร่อย

 

 

                        " ซี้ดดดดด......อาห์.....มันเป็นของเจ้าแต่ผู้เดียว.....นกน้อยของข้า " กู่ 

เทียน เล่อ ครางพลางแอ่นกายดุนดันแท่งหยกเข้าในปากของศิษย์น้อยด้วยความเสียว      

เขากระหายในรสรักจนแทบคลั่งใจแล้วยามนี้    มิเสียแรงที่เสี้ยมสอนมากับมือ ทั้งปาก

และลิ้นระรัวริกไหวแม้นยามที่อมขยอกแท่งหยกเข้าไปจนมิดด้าม   

 

 

 

                          " อูวววว์.....พอก่อนเถิด.....ประเดี๋ยวข้าจะทะลักหลั่งออกมาเสียก่อน

ประไร " ขุนพลกู่กัดฟันพูด   หลิน ไท่ หยาง ถอนปากออกอย่างเสียดาย    หากแต่ยังไม่

วายใช้ปลายลิ้นเขี่ยวนไว้ปลายรอยแยกที่หัวมังกรทองเล่น       กู่ เทียน เล่อ แทบจะเข่า

อ่อนทรุดลงไปนอนกองกับพื้นด้วยความเสียวซ่าน       เขารีบจับศิษย์รักยืนหันหลังแล้ว

เบียดกายประชิดบั้นท้ายอันงอนงาม       และบัดนี้มังกรทองก็พานพบกับถ้ำหฤหรรษ์ที่

ซ่อนอยู่ใต้ผลท้อสีชมพูแล้ว    หลิน ไท่ หยาง โหย่งก้นเข้าหาขุนพลกู่อย่างยั่วยวน   ปาก

ก็พร่ำท่องดุจยังฝึกฝนเพลงกระบี่

 

 

                             " ......กระบวนท่าที่ ๑ มฤคาเหลียวหลัง "

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}