AshuLa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ยูรอส (รีไรท์)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ยูรอส (รีไรท์)

คำค้น : ต่างโลก, อีโรติก, ปีศาจ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2560 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ยูรอส (รีไรท์)
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ยูรอส

 

            “อะ...อึก...ฮึ่ก”

 

            ร่างสูงใหญ่ยังคงควบขับอย่างแรง เขาและเธอเสพสมกันจนกระทั่งสายฝนหยุดไปแล้ว ทิ้งไปเพียงแอ่งน้ำแฉะๆ ที่ขังตาลานหินซึ่งกำลังสั่นกระฉอกเป็นระลอกตามแรงกระเทือน

 

            “อืมมมม” ปีศาจร้ายส่งเสียงอย่างพอใจขณะกระแทกร่างเล็กจนตัวโยน ศีรษะของเธอกระแทกกลุ่มเยื่อไม้ที่อาศัยหล่อเลี้ยงมาตลอด  

 

            เขาเกี่ยวแขนของหญิงสาวไว้ข้างหนึ่ง กีอาน่ามองภาพเปลือกห่อหุ้มเธอซึ่งกายเป็นเศษซากทั้งน้ำตา ถ้าเธอยังอยู่ในนั้นเขาก็คงไม่อาจแทรกตัวลุกล้ำจากด้านหลังอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

            แต่นั่นก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ...เขาย่อมต้องทำลายมันลงได้ เขาโหดร้ายและป่าเถื่อน แม้แต่ตอนนี้ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หมดสติ เธอถูกปลุกอย่างแรงหลายครั้งเพื่อให้รับรู้รสชาติของความทรมาน

 

            เพื่ออะไร...

 

            เขาทำแบบนี้ทำไม...

 

            เรื่องตลกของเขาไม่ตลกเลยสำหรับเธอ

 

            “โอ๊ย” เธอถูกจับนอนหงายอีกครั้งทั้งที่ส่วนล่างของเขายังค้างคาอยู่ อาการกระแทกแรงๆ หลายทีทำเอาสติจะหลุดลอยอีกหน เขายังไม่อยากหยุด แต่ราตรีนี้กำลังจะหมดลงในอีกเพียงชั่วยาม

 

            ดวงตาแข็งกร้าวตวัดละจากร่างงามชั่วครู่ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจเธอที่ใกล้สลบอีกรอบ เกือบครึ่งชั่วโมงที่ร่างสูงขยับเร่งเร็วปลดปล่อยความร้อนเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย

 

            เขากกเธอไว้ใต้อ้อมกอดชั่วครู่หนึ่ง สูดดมกลิ่นหอมที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย ก่อนจะตัดสินใจถอนกายอย่างเสียดาย เสียงส่วนอวัยวะที่เชื่อมต่อกันนานหลุดออกจากกันแสดงถึงความสนิทแนบและความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดราตรีที่ผ่านอย่างดี

 

            มือใหญ่หยิบผ้าคลุมมาห่มห่อร่างบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยบอบช้ำจนมิดชิด เขาอุ้มเธอขึ้นมาหลังจากสวมใส่กางเกง กวาดตามองเศษซากศพบริเวณลานสังเวยและพวกปีศาจชั้นต่ำที่ยังจับคู่สมสู่กับรอบลาน

 

            คราบเลือดสีทองพวกนี้...

 

            ดวงตาสีฟ้าหรี่ลงก่อนจะตวัดมือวูบเดียวเท่านั้น เพลิงนรกสีดำสนิทก็เผาผลาญแทบทั้งป่า

 

            “ม่ายยย”

 

            “อ๊ากกก”

 

            “อ๊าก...แขน แขนของข้า”

 

            พวกสวะชั้นต่ำร้องระงม เปลวเพลิร้ายกาจกลืนกินทั้งผืนป่าจนสิ้นไม่เหลืออะไรแม้แต่หลักฐานการกำเนิดยังดินแดนนี้ของหญิงสาว

 

            ...

 

            “ท่านยูรอส”

 

            “ท่านยูรอส”

 

            “นั่นท่านยูรอสพาใครมา”

 

            เสียงเหล่าข้ารับใช้ทำความเคารพผู้เป็นนายประปรายสลับเสียงกระซิบกระซาบตามหัวมุมทางเดิน

 

            คฤหาสน์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชัยภูมิเทือกเขาทมิฬ ปราการเหล็กไหลล้อมรอบด้วยกลุ่มภูเขาหินที่เป็นหน้าด่านธรรมชาติอีกชั้น จะว่าไปเนินทุ่งหญ้าเรียบด้านตะวันตกนั้นก็ออกจะเหมาะสำหรับระดมพล ส่วนลำธารลึกที่ผ่านทิศใต้ก็ช่วยขวางกั้นศัตรูไม่ให้บุกยึดโดยง่าย...ที่นี่ช่างเหมาะสมกับตระกูลคาทซ์หนึ่งใน 7 ตระกูลผู้นำแห่งเผ่ามารอันสูงส่ง

 

            ทว่าเขาไม่ใช่มารเลือดแท้...ผมสีขาวและดวงตาสีฟ้าอ่อนจัดคล้ายเรืองแสงได้พรรค์นี้แสดงออกถึงอีกครึ่งของโลหิตในกายที่ไหลเวียนคือไททันหรือเผ่าพันธุ์ยักษ์แห่งแดนน้ำแข็ง

 

            สิ่งที่ต่างออกไปจากทุกวันก็คือวันนี้ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันโอบอุ้มบางสิ่งบางอย่างกลับเข้ามาด้วย ในห่อผ้าคลุมนั้นดูเล็กบางกะจ้อยร่อยขัดกับร่างกายสูงใหญ่ของเขาอย่างยิ่ง

 

            ยูรอสมุ่งตรงไปยังห้องพักของตนเอง เงาทมิฬองครักษ์ประจำกายติดตามไม่ห่าง ยิ่งเข้ามาใกล้เหล่าข้ารับใช้ต่างรับรู้ได้โดยสัญชาตญานว่าไม่ควรเปิดปากถาม หากอยากอยู่และมีชีวิตการทำงานอย่างสงบควรเก็บปากเก็บคำและทอดสายตาลงให้ต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

            ห้องพักของเขาถูกเปิดออก ส่วนรับรองค่อนข้างกว้างขวางทอดต่อไปยังห้องด้านในที่ประกอบไปด้วยเครื่องนอน เขาวางร่างในห่อผ้าคลุมลงด้านหนึ่งของเตียงกว้าง เงาทมิฬเรียกเมดมาสองนางเพื่อรอรับคำสั่งอย่างรู้งาน ทันทีที่มือใหญ่ค่อยๆ คลี่ผ้าสีหม่นออกก็ปรากฏโฉมงามที่แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเห็นยังอดอุทานไม่ได้

 

            “ช่างงดงามนัก” เมดสาวที่ดูเยาว์วัยกว่ากล่าวอย่างเหม่อลอยในขณะที่หัวหน้าเมดซึ่งยืนข้างกายเธอยังคงสงบนิ่งระวังกิริยาได้อย่างน่าชื่นชม

 

            ถึงจะเอ่ยชมไปอย่างนั้นแต่สตรีตรงหน้าก้าวข้ามเกินคำว่างดงามไปอย่างมาก ผิวกายขาวลออสะอาดตาคล้ายจะเปล่งแสงนี้ ดูๆ ไป ถ้าบอกว่านางถือกำเนิดจากดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาก็ไม่มีใครกล้าคิดเป็นอื่น เส้นผมสีทองกระจ่างยาวสยายเหมือนแพรไหมไล้ระทรวดทรงจรดเอวอ่อนอันสมบูรณ์แบบ เนินอกเนียนที่เห็นบางส่วนเต็มไปด้วยรอยช้ำซึ่งเกิดจากการบีบจับ รอยดูด และรอยฟันขบกัด เรียกความเก้อเขินให้ผู้มองอย่างยิ่ง ไม่ต้องคาดคิดต่อให้มากความก็รู้ได้ในใจว่าเป็นผลงานของใคร

 

            “ดูแลนางให้ดี อย่าให้คลาดสายตา”

 

“เพคะ ท่านลอร์ด” เมื่อได้รับบัญชา ข้ารับใช้ต่างไม่กล้าอิดออด

 

ร่างสูงเดินออกมาพยักหน้าให้กับเงาทมิฬซึ่งยืนเว้นระยะห่างอยู่นอกส่วนห้องนอน เจ้านายและองครักษ์เดินหายออกไปยังทางเดินด้านนอกอีกครั้ง บรรยากาศเคร่งเครียดกดดันโอบล้อมคฤหาสน์ตระกูลคาทซ์ราวกับครั้งที่ยังแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำตระกูลสายหลักกันดุเดือด

 

ห้องทำงานสุดปีกตะวันตกของอาคารถูกจุดตะเกียงเอาไว้รอท่า ตีสี่เข้าสู่วันใหม่แต่สำหรับดินแดนแห่งนี้ไม่ได้ต่างไปจากช่วงเวลาตกดึกนัก ท้องฟ้าขมุกขมัวไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน มีเพียงดวงจันทร์ทั้งสามและดวงอาทิตย์ซึ่งตกอยู่ในคราสชั่วนิรันดร์เท่านั้นที่เป็นสัญลักษณ์สำหรับแยกแยะ

 

ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นคู่นั้นคล้ายกับว่ามีเปลวเพลิงเต้นระริกยามเมื่อมองออกไปนอกผนังกรุกระจก เผยให้เห็นลานกว้างที่กินเนื้อที่กว่าครึ่งไมล์ จากนั้นจึงเป็นกำแพงล้อมรอบปราการสูงตระหง่านติดธงสมิงดำแห่งคาทซ์ เบื้องล่างคือเนินสูงและต่ำที่เทลาดสลับลงไปยังทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา

 

“ข้ารู้สึกถึงพลังของแอสการ์” เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ เมื่อนึกย้อนตอนที่กำลังครอบครองนาง

 

“เป็นความจริงท่านลอร์ด ข้าพบลอร์ดแอสการ์อยู่ที่ป่าด้านเหนือ ท่านผู้นั้นยังกล่าวอีกด้วยว่า มาช้าเกินไปป่านนี้คงไม่เหลือแล้วสินะ ฝากบอกญาติผู้น้องของข้าด้วยว่าเจ้าพวกนั้นรู้ตัวหมดแล้วว่าโดนหลอก ระมัดระวังให้จงหนัก อย่าได้ประมาทเด็ดขาด

 

ริมฝีปากได้รูปบิดขึ้นเป็นรอยยิ้ม “อยากมาก็มา ข้าก็แทบอดใจรอไม่ไหวแล้วเช่นกัน”

 

ใบหน้าหล่อเหลาฉาบไปด้วยรังสีแห่งการฆ่าฟันและไอวิปลาส ทหารรักษาตระกูลเบื้องล่างกำลังฝึกปรือฝีมือกันอยู่สะท้อนเงาในดวงตาของเขาราวกับมดปลวก

 

“เช่นนั้นท่านคงตัดสินใจเรื่องหมายกำหนดพิธีแต่งตั้งอัศวินได้แล้ว” ร่างที่ยืนอยู่เอ่ยอย่างรู้ใจผู้เป็นนาย...อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็จะมีพิธีแต่งตั้งอัศวิน

 

“นานแล้วที่ไม่ได้ไปเยือนนครหลวง...มาลองเดาหรือไม่ชาโดว์ พวกมันจะพูดอะไรบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ” น้ำเสียงเย็นเยียบหัวเราะแผ่วปกติแล้วเขาไม่เดินทางไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิเวลามีงานรื่นเริงพรรค์นี้

 

“ข้าน้อยมิกล้าขอรับ” เจ้าของนามสมมุติ ชาโดว์ตามตำแหน่งเงาทมิฬไม่ออกความเห็น

 

“ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย” ยูรอสโบกมือก่อนจะครุ่นคิดบางอย่าง “ข้าจะพานางไปด้วย”

 

หนนี้ไม่ต้องท้าให้เดาชาโดว์ก็รู้ว่า นางหมายถึงใคร

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น