เสียงโซ่ตรวน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 09

คำค้น : เสือโคร่ง บิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.9k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2560 06:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
09
แบบอักษร

 

 

 

 

 

            กิ๊ว

 

"ส... สไลม์?"

 

เจ้าตัวนุ่มนิ่มพวกนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาหาผมช้าๆก่อนที่จะร้องอย่างดีใจ ตัวสีชมพู สีฟ้า สีม่วง และ ทองนั้นพุ่งเข้ามาหาผมก่อนที่จะใช้ลิ้นนุ่มๆของมันเลียมาที่ข้างแก้มผมเบาๆ

 

"มะ มาทำอะไรที่นี่"

 

ผมกอดหมับเข้าที่สไลม์สีเขียวใสตัวที่เคยเล็กอย่างดีใจพวกมันเองก็ร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นผม มาได้ยังไง...

 

"ตามหาเจอได้ยังไง? มาช่วยเหรอ?"

 

ผมถามออกไปอย่างดีใจกอดพวกมันที่ขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่เสียงพวกมันจะร้องตอบผม

 

กิ๊ว

 

"หนีไปซะ ไม่ควรมาที่นี่ ถ้า... ถ้าเดม่อนมาเห็นแล้วละก็ จะต้องแย่แน่ๆ"

 

ผมดันพวกมันให้ออกไปแต่พวกมันก็ยังดึงดันไม่ยอมหนี ถ้าอยู่ที่นี่จะโดนฆ่า อาจจะโดนเดม่อนฆ่า ที่เซริไม่ถูกฆ่าก็เพราะเซริฆ่าไม่ตายเพราะแบบนั้น จะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เสียงกุกกักดังขึ้นมาเมื่อผมหันไปมองเดม่อน และ ลูกๆของมันกำลังกลับมา

 

"หนี หนีสิ หนีไป!"

 

กรรร

 

เสียงคำรามของฝูงสัตว์ประหลาดที่เพิ่งจะเข้ามาดังขึ้นทำให้ผมหันไปมองอย่างผวา เดม่อนกำลังมองมาทางนี้แสยะเขี้ยวคมขู่สไลม์ที่อยู่ข้างๆผม

 

"ไม่ อย่าฆ่าพวกมันนะ... เดม่อน"

 

"ทำไมละ...? ทำไมข้าจะฆ่าพวกมันไม่ได้"

 

เสียงแหบนั้นถามขึ้นมา พลางกางกรงเล็บที่แหลมคมวาววับออกสไลม์พวกนั้นเองก็ตั้งท่าต่อสู้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็ไม่ชนะเพราะกรดของพวกนั้นมันสามารถฆ่าพวกมันได้ก็ตามที

 

"อย่า ไม่เอาอย่าฆ่ามันเลย ขอร้องละ ยอมแล้วจะให้ทำอะไรก็ได้ จะคลอดลูกให้ จะให้เดม่อนทำวันละหลายๆครั้ง เพราะงั้น... ฮึก อย่าฆ่าพวกมันนะ"

 

ผมถลาเข้าไปดึงแขนของมันอ้อนวอนมันทั้งๆที่มันกำลังขู่ฟ่อๆอยู่ ดูท่ามันจะไม่ได้สนใจผมเลยชักนิดเดียวย่ำเท้าเข้าไปหาสไลม์ที่อยู่ด้านหลังของผม

 

"ซะ เซริ ช่วยหน่อย ช่วยทีสิ นั่นมันพี่น้องของแกนะ"

 

ในเมื่อขอจากเดม่อนไม่ได้ผมก็เลยหันไปขอจากเซริที่ยืนมองดูอยู่นิ่งๆ มันเองก็คงต้องการให้สไลม์พวกนี้ตาย... ทำไม ถึงทำเเบบนั้นละ

 

"เซริ... พา น้ำ...า ออกไป"

 

ผมโดนผลั่กให้ออกห่างขณะที่ตัวมันกำลังคืบคลานเข้าหาสไลม์พวกนั้น พวกมันร้องกิ๊วๆอย่างน่าสงสารพลางพยายามเข้ามาใกล้ผมทั้งๆที่โดนสัตว์ประหลาดพวกนี้ล้อมรอบอยู่

 

"อย่า... อย่าทำมัน"

 

กิ๊วว

 

เซริพาผมมาอยู่ที่ข้างๆลำธารเล็กๆที่มีเกาะอยู่ใจกลางก่อนที่มันจะกระโดดเข้าไปในวงพร้อมกับตั้งท่าจะจู่โจมสไลม์ตัวอื่นทันที ทำไมมันถึงทำตัวแบบนั้นกัน... นั่นมัน นั่นมันพี่ของแก... นะ

 

ฉึ่ก!

 

กิ๊ววว

 

"ไม่ ไม่!! เดม่อน! อย่าทำนะ!!"

 

เสียงสวบดังขึ้นสนั่นบาดหูกรงเล็กแหลมคมนั้นกางออกกว้างพร้อมกับฟันลงกับลำตัวของสไลม์ตัวสีทองนั้นอย่างแรงเสียงซู่ซ่าดังขึ้นร่างกายของมันละลายลงไปกับพึ้นทันที

 

"อย่า... ทำมัน โธ่เว้ย!"

 

แหมะ

 

"อะ..."

 

จู่ๆก่อนที่ผมจะทันได้ข้ามไปอีกฝั่ง น้ำหลายๆหยดเหนียวเหนอะก็หยดลงมาที่แก้มทันที พอผมเงยหน้าขึ้นมองกลับพบกับเสือโคร่งตัวใหญ่สีขาวลายดำเงางอกออกมาจากหน้าผากยาวโค้งตวัดสวยงาม พร้อมกับมันที่แยกเขี้ยวขู่ใส่ผม ปีก... ของมันเหมือนปีกนกอยู่ก็จริงแต่ใหญ่และกำลังจะกระพือลงมาทางนี้ ผมชะงักไปเมื่อในท้องปวดแปร๊บ ขาสั่นระริกทันทีเมื่อน้ำนั่นไหลลงมาอาบต้นขา

 

"เด... ม่อน"

 

พรื่บ พรื่บ!

 

กรรร!

 

เสียงคำรามของมันดังลั่นถ้ำ ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากพึ้นที่มีหินเล็กๆสะเทือนไปมาลมพัดแรงจนหนาวสั่นมันใช้ขาหน้าของมันตวัดมารั้งเอวผมขึ้นสูงเหนือพึ้น ร่างกายลอยสูงพร้อมกับภาพตรงหน้า พวกสัตว์ประหลาด และ สไลม์ที่หยุดการต่อสู้หันมาทางนี้พอดี

 

"ชะ ช่วย... ด้วย! ช่วยด้วย...!"

 

"น้ำ...าา!!"

 

เสียงสุดท้ายนั้นแผ่วเบาไปตามแรงลมที่สะพัดไปตามปีกที่กระพือ เสือตัวใหญ่สูงเกือบๆสองเมตรนั้นพาผมบินขึ้นสูงจนผมต้องเกาะนิ้วของมันเอาไว้แน่นขนของมันนุ่มแปลกๆถึงแม้มันจะมีกลิ่นฉุนอยู่บ้างก็เถอะ

 

"อึ่ก... อ๊ะ"

 

ท้องฟ้ากลางคืนที่มีแสงจากดวงจันทร์นั้นทำเอาผมตะลึงทั้งๆที่ควรจะกลัวแต่กลับเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้าทิวทัศน์ก้อนเมฆสีน้ำเงินที่สะท้อนดวงจันทร์นั้นสวยจนผมแทบจะลืมหายใจ ตรงหน้าเป็นเกาะลอยฟ้าที่เคยเห็นอยู่ตอนที่เดินเข้าเกาะนี้ มีถ้ำทางเข้า ต้นไม้ ทุ่งหญ้ากว้าง แม่น้ำใหญ่ที่ไหลลงมาจากเกาะลอยฟ้าตกลงสู่พึ้น

 

พรื่บ พรื่บ

 

ตุบ

 

"อึ๊ก..."

 

ผมนอนกุมท้องของตัวเองแน่นขดตัวกลมเมื่อมันวางผมลงกับรังของมัน รังที่ทำจากหญ้าเหมือนกับรังนกนั้นกว้างขวางหญ้าไม่ได้ทำให้ระคายเคืองแต่มันกลับนุ่มแปลกๆ ผมหันไปมองหน้ามันหน้าหวาดๆ เสือโคร่งตัวใหญ่ยกเท้าขึ้นมาเลียแผล็บๆเหมือนแมวก็ไม่ปาน เพิ่งเห็นหางของมันที่ยาวเฟื้อยตรงปลายเป็นหางแหลมเหมือนกับใบพัด เท่าที่รู้... เสือก็เหมือนแมว แต่... แต่ผมไม่ยุ่งกับมันดีกว่าไม่รู้ว่าที่มันจับผมมานั้นจับผมมาเป็นอาหารรึอะไรกันแน่ รังก็อยู่ตามผาหินสูงกว่าพึ้นทีราบพวกนั้นไม่มีทางออกไปง่ายๆรองเท้าก็ไม่มีได้เจ็บเท้าก่อนที่จะรอดออกไปได้แน่ๆพอคิดได้แบบนั้นผมก็ถอนหายใจออกมา นั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมมือของรังมันเองก็จ้องมองผมเหมือนกันแต่ทำท่าไม่สนใจขณะที่ในหัวเอาแต่คิดเรื่องสไลม์พวกนั้น... พวกนั้นมัน จะรอดกันมั้ย? หรือว่า ไม่รอดกันเพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นก็คือ สไลม์ตัวสีทองถูกฆ่าไปแล้วเหลืออีกสี่ตัวเท่านั้น

 

ฟู่

 

เสือโคร่งตัวใหญ่พ่นลมหายใจออกมา กลิ่นคาวเลือดลอยตลบอบอวลไปทั่วจนผมต้องใช้มือปิดจมูกแน่นหางของมันตวัดไปมาก่อนที่จะรวบข้อเท้าผม

 

"หวา...!"

 

ร่างกายผมถูกกระชากเข้าไปหามันอย่างแรงร่างกายไถลไปตามหญ้านุ่มๆนั่นก่อนที่ตัวผมจะปะทะเข้ากับหน้าท้องของมันเท้าหน้ากรงเล็บมันวาวสะท้อนแสงยกขึ้นสูงผมหลับตาแน่นคิดว่ามันจะตะปบมาที่หัวของผมแต่ทว่ามันกลับค้วาเอาแผ่นหลังของผมเข้าไปใกล้มัน ตอนนี้ผมมาหยุดอยู่ตรงหน้าของมันความเงียบปกคลุมนอกจากเสียงแซ่กๆจากหางที่ตวัดซ้ายทีขวาที ผมขยับตัวออกห่างจากอุ้งเท้าของมันที่โอบล้อมผมเอาไว้แต่ลิ้นที่ตวัดเลียลงมานั้นกลับโดนจุดสำคัญอย่างหัวนมทำเอาผมสะดุ้ง

 

แผล็บ แผล็บ

 

"อ๊ะ อย่า..."

 

ลิ้นสากๆของมันเลียตั้งแต่ต้นขาจนมาถึงหน้าอกความร้อนจากลิ้นทำเอาผมสั่นเทิ้มใช้มือยกปิดหน้าปิดตาของตัวเอง ต้นขาถูกแยกกว้างอัตโนมัติก่อนที่ลิ้นอวบหนาเปียกซึ้นน้ำลายนั้นจะซุกไซร์ไปตามขอบปากทาง

 

"อ๊า... อึ๊ก"

 

ผมรวบกอดเท้าหน้าของมันแน่นทั้งโดยโดนลูบไล้ด้วยลิ้นจนอุ่น แต่ก็ซึ้นจนเกือบจะเปียกเหมือนกันตามร่างกายทุกซอกทุกมุมโดยเลียไปทั่วแทบจะไม่มีตรงไหนที่ไม่เปียกน้ำลายของมันคาวเลือดจนผมแทบจะอ้วกออกมาแต่ผมก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ ท่อนกายตั้งซันอย่างไม่อาจห้ามน้ำตรงส่วนลับหายไปหมดแล้วมันเลียซ้ำๆติดๆกันสอดลิ้นที่ห่อเข้ากันเข้าไปได้นิดหน่อย ผมใช้มือปิดปากแน่น อุ้งเท้านิ่มทั้งสองกักแผ่นหลังผมเอาไว้ขณะที่ขาของผมกำลังแยกกว้างให้เสือตัวใหญ่นั้นเลียอย่างเอร็ดอร่อย ร่างกายเขยื้อนไปตามเเรงตวัดลิ้นขึ้นลง จนไม่นานนักเมื่อผมทนไม่ไหว ปลดปล่อยน้ำรักจนสาดกระเซ็นบนหน้าท้องพอมันเห็นแบบนั้นก็รีบกวาดลิ้นต้อนเอาน้ำสีขุ่นเข้าปากทันที ราวกับเสียดายหนักหนา

 

แผล็บ แผล็บ

 

"อึ๊ก อ๊า... อา"

 

เมื่อมันหยุดเลียเสร็จ แก้มที่มีหนวดยาวๆนั้นก็ทิ่มลงมาที่แก้ม เสียงครางครือในลำคอนั้นเหมือนแมวไม่มีผิด รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อยเมื่อมันไม่ได้กระหายอยากจะกินผมลงท้องไปแบบนี้ แต่ว่า... แล้ว มันจับผมมาทำไมกันละ?

 

แต่ถึงให้ถามมันออกไปมันก็คงตอบผมไม่ได้หรอกยังไงซะมันก็เป็นแค่สัตว์ ถึงจะเป็นเสือที่มีปีกก็เถอะนะ... นี่คงจะปกติที่สุดในเกาะแล้วละมั้ง

 

ตามที่เห็นมา... มีทั้งพวกบนบกเช่น ปลาโลมาที่เหมือนคน พวกที่บุกเรือตอนแรก กับ สัตว์ประหลาดที่ไล่พวกผมตอนขึ้นเกาะครั้งแรก พวกสัตว์ในหุบเหว เช่น สไลม์ และ ตะขาบยักษ์ และ พวกสุดท้ายน่าจะเป็นพวกที่บินได้ สรุปคือ น่าจะมีสี่ประเภทคือ พวกบนบก พวกใต้ดิน พวกในน้ำ และ พวกบนฟ้า แล้ว... ที่สำคัญ คือที่นี่ มันเป็นเกาะอะไรกันแน่ทำไมถึงมีสัตว์ประหลาดเยอะขนาดนี้กัน

 

แผล็บ

 

"...อื้อ"

 

เสือตัวนั้นเลียมาที่แก้มของผมขัดความคิดจนผมต้องหันไปมองมันก้มลงมองผมตาใสก่อนจะเลียผมอีกครั้ง และ อีกครั้ง

 

"พอที... อ๊ะ เหม็นคาวหมดแล้ว"

 

ฟู่

 

มันพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งก่อนที่จะหาวหวอดใหญ่ จากนั้นมันก็ตวัดเท้าหน้ามันโอบผมเอาไว้ ผมขยับตัวลงนอนพลางมองหน้ามันอย่างกล้าๆกลัวๆ จะไม่... เขมือบกันใช่มั้ย? ไม่สิถ้าจะกินคงกินตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้วคลไม่พามาที่รังของมันหรอกหรืออาจจะเอามาตุนไว้...

 

พอคิดไปๆมาๆความง่วงงุนก็เริ่มโถมเข้ามาอีกรอบนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ถูกพามารังของพวกสัตว์ประหลาดแปลกๆไม่ได้อยากจะหลับแต่ว่ากลับสู้ความง่วงไม่ได้ ผมอิงเข้ากับเท้านุ่มๆของมันหางของมันตวัดมาห่มให้เบาๆ ก่อนที่ผมจะหลับตาลงมีแต่ความมืดที่ปกคลุมจากนั้นก็ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของเสือโคร่งสีขาวตัวใหญ่ ไม่นานหลังจากนั้นสติผมก็เลือนลาง แล้วหลับลงไปในที่สุด.

 

 

 

 

 

………………………………………………………………………..

 

มาแล้ววววว ขอโทษที่ไม่ได้ต่อมานานครับ พอดีสัปดาห์ก่อนนั้นไม่ว่าง ขอโทษจริงๆครับ ฮา อ่านในสนุกนะครับ อรุณสวัสดิ์

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}