Faddist/ปอฝอ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Special Happy New Year

คำค้น : วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ นิยายวายน่ารัก นิยายหวานๆ ฟิน มหา'ลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 62.4k

ความคิดเห็น : 232

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2560 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Happy New Year
แบบอักษร

 

 

 

Special Happy New Year

กับคนรู้ใจ ปีไหนก็มีความสุข

[Kan Tossakan]

 

 

 

 

ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีแสนดี

อย่างที่รู้ๆ กันว่าปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมากสำหรับผม ผมได้เข้าเรียนในคณะที่อยากเรียน ได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการ  ได้เจอสังคมใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ประสบการดีๆ  มีเพื่อนที่ดี มีรุ่นพี่ที่น่ารัก และที่สำคัญผมมีแฟน

แฟนคนนี้ผมรักมากนะครับ เป็นแฟนคนแรกและคิดว่าจะมีแค่คนเดียว ไม่ใช่แค่คิดเฉยๆ นะครับ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะมีแค่คนเดียว ผมนี่คิดไกลถึงขั้นแต่งงานแล้วนะ ถึงพี่เขาจะเฉยๆ ก็เถอะ

มันดีอีกอย่างก็ตรงที่ผมสอบเสร็จเมื่อปลายเดือนธันวาคมแล้วมหาวิทยาลัยผมปิดเลยถัดปีใหม่ไปอีกหลายวัน ผมเลยมีเวลาว่างมากมายในการทำนั่นนี่ ปกติตอนยังไม่มีแฟนก็อ่านหนังสือข้ามปีอ่ะครับ แต่ปีนี้ได้คุยกับแฟนข้ามปี เป็นอะไรที่แฮปปิลี่ดี๊ด๊ามาก (ศัพท์พวกนี้ผมจำมาจากไอ้บีมอีกที)

ปีใหม่นี้ไม่มีอะไรมาก ผมอยู่กับครอบครัวนั่นแหละครับ เมื่อคืนเรามีปาร์ตี้กันเล็กๆ เฉพาะครอบครัวผม พี่บาร์ก็อยู่ที่บ้านพี่บาร์ พี่เขาบอกว่าญาติๆ มาบ้านแล้วก็มีปาร์ตี้เหมือนกัน ส่วนตอนเช้ามานี่ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับพี่เขาเลย กลับจากวัดผมก็มานั่งกินข้าวกับพ่อแม่และน้องที่แสนดีอยู่นี่แหละครับ

“ปีใหม่นี้ไม่ชวนพี่เขาไปไหนเหรอลูก”  แม่ถามผม

“ทุกปีก็ไม่เคยชวนไป” พระลักษณ์ตอบ

“ปีไหนๆ ก็นั่งอ่านหนังสือ” พระรามว่าตาม

“เจ้าสองตัวนี้ก็ไปว่าพี่เขา” พ่อเอ็ดน้องเบาๆ แต่สองคนนั้นมันไม่สะทกสะท้านหรอกครับ

“พี่กัณฐ์ชวนพี่บาร์ไปเที่ยวหน่อยดิ น้องดาจะไปด้วย” น้องสาวคนสวยของผมอ้อน

“นี่ก็ยังไม่รู้ว่าพี่เขาว่าหรือเปล่า วันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย” ผมบอกแล้วตักผัดบวบให้น้องดา

“ก็ให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้างเถ๊อะ ติดกันตลอดๆ” พระลักษณ์ว่า

“จะอะไรกับความรักของพี่นักหนาเนี่ยฮะ?” ผมรวบช้อนแล้วหันไปถามน้องชายทั้งสอง

“อิจฉา!!” มันสองคนตอบกลับมาเป็นเสียงเดียวกันก่อนจะทำหน้าบึ้งแล้วเดินออกไปพร้อมกัน

 

ผมลองโทรหาพี่บาร์หลังกินข้าวเสร็จแต่พี่เขาก็ไม่รับ ผมเลยว่างเลยไง นั่งเล่นโทรศัพท์ที่โซฟาอยู่คนเดียวแบบเหงาๆ พระลักษณ์กับพระรามมันก็ไปทำอะไรไม่รู้สองคนบนห้องมันนั่นแหละ ส่วนนางสีดานี่เข้าไปดูซีรี่ย์ พ่อกับแม่ไปหาน้าเพื่อจะไปไหว้คุณยายที่อุดรฯ ผมเลยว่างไง ผมกดเข้าแอ็พพลิเคชั่นสีน้ำงินสุดโปรด เมื่อสองสามวันที่แล้วคนบ่นเรื่องเกรดกันยกใหญ่ ดีกันเป็นแถวรับปีใหม่เลยทีเดียว ส่วนผมนี่รอวนไปครับ เกรดออกอีกทีสงสัยจะเปิดเทอม

 

Bar Saraawut

2 hrs

ให้เท่าไร่กับการตื่นเช้ามาทำบุญ #อยากฝากบุญไปให้แต่ต้องฝากใจมานะ #ไม่แท็กปล่อยให้เห็นเอง #สวัสดีปีใหม่25XX

209 likes 84 comments

 

Yiwaa : สายหน่อยก็อ่อยเลยค่า~

Pond pawee : อยากฝากความอิจฉาไปแต่ไม่ต้องฝากใจมา

Bbeam ptv : ปีใหม่แล้วเปลี่ยนเป็นพี่บาร์จีบ

ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล : ปีไหนอีบาร์ก็อ่อยค่ะ แต่มันอ่อยซึนๆ

Pandora : อยากทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมกัณฐ์

Bar Saraawut : ท่องศีลข้อ  3 ให้ขึ้นใจPandora

ก้อนขาวๆ แพรวพราวบนฟ้า : ความหวงผ.ก็มา

Ramie ram : อยากฝากใจไป

Lucky man : แต่ต้องฝากใจพี่สะใภ้มา

 

เดี๋ยวก่อน

ก่อนจะอ่านคอมเม้นต์อื่น  ขอพิจารณาคอมเม้นต์เมื่อกี้ก่อน มันทำกันเป็นขบวนการจริงๆ ครับ ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ครับ ผมอยากทะลุจอไปกระชากคอมเม้นต์นองชายตัวเองออก แต่ก็ทำได้แค่กดยุกยิกเม้นต์ไว้

 

TOSAKAN  : ท่องศีลข้อ 3 ให้ขึ้นใจRamie ram Lucky man

โซ่  โซเซ : ความหวงม.ก็มา

NaNaNa : ปีใหม่แล้วหวานกันน้อยๆ หน่อยเถอะครับ

TOSSAKAN : น้อยกว่านี้อ่ะยาก แต่ให้มากกว่านี้น่ะได้

Tonkla : เพื่อนผมหายครับ  Bar Sarawut

Bar Sarawut: กูเขินอยู่ไง >///<

U unun : กูยังยืนยันว่ากูเบื่อพวกมันยันปีใหม่

 

ผมยิ้มให้คอมเม้นต์ของคนอื่นๆ แล้วกดเข้าไปส่องพี่บาร์ พี่เขาอัพรูปปาร์ตี้เมื่อคืนกับรูปทำบุญเมื่อเช้า เล่นอยู่ไม่นานพี่บาร์ก็เฟซไทม์มาหา ผมแทบจะกดรับทันทีโดยที่ไม่ต้องดูให้นานว่าใคร  ก็รูปพี่เขาโชว์หราอยู่หน้าจอขนาดนี้จะดูกี่ทีก็รู้ว่าคนนี้แฟนผม

“สวัสดีปีใหม่ครับแฟน” ผมกรอกเสียงหล่อๆ ลงไปในโทรศัพท์  ไม่ต้องบอกว่าหล่อมากแค่ไหน ยังไงผมก็เก่งพอที่จะคิดเองได้ว่าผมหล่อจริงๆ

[ทะทำไมรับเร็วขนาดนี้] พี่บาร์ถามเสียงสั่นๆ เหมือนตกใจคนตัวเล็กนั่งอยู่ที่ห้องกินข้าว เสียงทีวีดังลอดมาให้ได้ยินเบาๆ เหมือนมีคนดูอยู่อีกห้อง

“ก็เล่นโทรศัพท์อยู่ เมื่อเช้าตื่นไปทำบุญด้วยแหละ” ผมบอกแล้วขยับตัวให้ตรง

[เออแม่กับพ่อไปส่งน้าทิ้งกูอยู่กับน้องสองคน] คนที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ว่าหน้างอๆ เหมือนจะน้อยใจแม่แต่มันกลับทำให้ผมยิ้มกับท่าทางน่ารักๆ นั่น

“เออ นี่ผมก็อยู่กับน้องเหมือนกัน พ่อกับแม่ไปอุดรฯ”

[อืม…] เราเงียบไปเหมือนต่างคนต่างไม่มีอะไรจะพูด ไม่รู้ว่าพี่เขาคิดอะไรแต่ผมนี่แค่เห็นหน้าพี่เขาก็ลืมคำพูดแล้วครับ เห็นหน้าแฟนแล้วความสุขมันจุกอก เคยเป็นไหม?

“ทำไมเงียบครับ” ผมถาม เมื่อหน้าจอโชว์เพดานบ้านแทนหน้าของพี่บาร์ที่ผมชอบมอง

[กินขนม] แก้เขินไปดิ ผมคิดขำๆ ในใจแต่ไม่พูดออกไปหรอก เกิดขินมากๆ แล้วกดวางนี่ผมแย่นะครับ

“มากินที่บ้านผมไหม?” ชวนไว้ก่อน เผื่อฟลุ๊ค

[พ่อกับแม่กลับตอนไหน] พี่เขาถามกลับมาพร้อมเสียงเคี้ยวกรุบกรับ

“ตอนเย็นมั้ง ถามทำไมครับ”ผมดึงเอาหมอนที่อยู่ข้างๆ มาหาแล้วเอามากอดเบาๆ

[ก็เผื่อไปกวน วันหยุดงี้เผื่อมึงอยากอยู่กับครอบครัว] ผมยิ้มกับความน่ารักของพี่เขา

“พี่ก็ครอบครัวผมไง”ผมว่ายิ้มๆ

[เด็กบ้า! กูหมายถึงพ่อแม่ต่างหาก] เสียงโวยวายเขินๆ ดังออกมาเบาๆ

“ก็มีพ่อ มีแม่ น้องสาว น้องชาย ภรรยา น้องภรรยา พ่อตา แม่ยาย อยากอยู่ด้วยหมดเลย” ผมว่ายิ้มๆ

[บ้าแล้วดิมึง] พี่เขาว่าแล้วหน้าก็เริ่มแดง

“เขินแล้วดิพี่” ผมว่าหยอกคนทางนั้นไปอีก

[มึงนี่มัน…]

“น่ารักล่ะสิ” ผมว่าแล้วเอียงหน้ามองพี่บาร์

[บ้า…] ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางมองคนหน้าแดงที่ก้มลงไปกินขนมแก้เขิน

“สรุปให้ผมไปรับไหม?” ผมถามแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ พี่บาร์

[รับทำไม]

“เอ้า! มากินขนมบ้านผมไง” ผมว่าแล้วกระตุกยิ้ม

[บ้านกูก็มี] พี่เขาบอก

“อยากให้มากินที่บ้านผมไง อร่อยนะ” ผมว่าแล้วเอียงคอมอง พยายามจะทำตัวให้น่ารักที่สุดแต่ก็เออคนมันไม่เคย ได้แค่นี้แหละ

[ก็ขนมเหมือนกัน]

“กินขนมกับคนรู้ใจ กินยังไงก็อร่อยไม่รู้เหรอ” ผมว่าแล้วมองพี่บาร์ที่กำลังเหวอ

[มึง…]

“อะไรอีก จะตกลงก็ตกลง”

[เออ! จะมารับก็มา!] พี่บาร์ว่าแค่นั้นแล้วการสนทนาของเราก็จบลง รู้หรอกว่าเขินจนทนไม่ไหวเพราะคนที่หยอกไปก็เขินมากเหมือนกัน

 

ผมลุกขึ้นไปหยิบกุญแจรถที่ห้อง ตอนที่เดินลงมาสองแฝดนั่นเปิดประตูออกมามองผม มันสองคนขมวดคิ้วแล้วจุ๊ปาก ก่อนจะมองหน้ากันแล้วยิ้ม

“บอกแล้วขาดเขาได้สักวันที่ไหน” พระลักษณ์หันไปพูดกับพระราม

“ก็คิดไว้อยู่ว่าจะไปหาเขาเมื่อไหร่”  พระรามก็ลอยหน้าลอยตาพูดต่อ

“พี่กัณฐ์ไปหาพี่บาร์เหรอ!” นางสีดาเปิดประตูออกมาถาม

“ก็อื้อ พี่ชวนพี่บาร์มาที่นี่” ผมมองไปที่สองแฝดแล้วมองน้องดาก่อนจะตอบเด็กๆ ออกไป

“ก็ว่าแล้วไง เขาห่างกันไม่ได้~

“เขามานี่เราต้องเก็บน้ำตาลไปฝังดินหรือเปล่า”

“ทำไมอ่ะพี่พระลักษณ์” น้องดาถามพี่ชายคนรอง

“ก็ถ้าสองคนนี้มาบ้านก็จะหวานนนจนน้ำตาลอายไง พี่กลัวน้ำตาลทนไม่ได้เลยคิดว่าควรเอาไปฝังไว้ก่อน” พระลักษณ์ว่าพลางจับคางตัวเองเหมือนครุ่นคิดแผนการร้าย

“พี่พระลักษณ์ เหมือนเพื่อนน้องดาว่าเลย” น้องดามองพี่ชายฝาแฝดแล้วส่ายหัวไปมา

“อะไร” พระรามหันไปถามแทน

“พวกพี่หล่อ”

“แน่นอน” พระลักษณ์ส่งยิ้มน้อยๆ ให้น้องสาว อันนี้ผมเห็นด้วย ผมและน้องชายผมหล่อมาก

“พวกพี่เก่ง”

“ก็ใช่อีกแหละ” พระรามพยักหน้ารับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยอีกแหละ

“พวกพี่รวย”

“พ่อแม่รวย” ผมแก้แทนน้องชายสองคนที่กำลังยิ้มหน้าบาน

“นั่นแหละค่ะ รวมๆ แล้วพี่พระลักษณ์กับพี่พระรามมีดีทุกอย่าง”

“พูดไปนั่น พี่เขินนะเว้ย!” พระลักษณ์ว่าแล้วทำเป็นตบไหล่พระรามเขินๆ

“มีดีทุกอย่างยกเว้นสติที่ดี!” น้องด่าว่าแล้วสะบดหน้ากลับเข้าห้อง ผมหัวเราะขำๆ กับคำพูดของน้องสาว เอ๊ะ! หรือของเพื่อนน้องสาว แต่ก็นั่นแหละ พระลักษณ์พระรามไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นผมหมายถึงสติ น้องชายผมก็เหมือนคนทั่วไปนี่แหละครับ ถึงจะมีมากกว่าเขาหน่อยก็เถอะ

“สรุปว่าเรามีดีทุกอย่าง” พระรามว่าทวนที่น้องดาพูด

“ยกเว้นสติ” ผมมองพระลักษณ์ที่หันไปพูดกับพระราม

“แล้วสรุปมันดีหรือไม่ดีวะ” พระรามถามพระลักษณ์กลับ

“ความจริงถ้าเรามีทุกอย่างดีแล้ว เราไม่ต้องมีสติก็ได้นะ” พระลักษณ์หยุดคิดก่อนจะพูดออกมาให้ผมได้ตะลึงในความสามารถทางการวิเคราะห์ของน้องชาย

“เออจริงสติไม่ต้องดี เพราะเรามีดีทุกอย่างแล้วไง” เออแล้วมันสองคนก็พูดกันเรื่องสติดีกับทุกอย่างดีอยู่หน้าห้อง ผมกลัวสติผมดีเกินไปตามพวกมันสองคนเลยเฟดตัวเองออกจากพื้นที่ตรงนั้นเงียบๆ

ผมขอกลับคำนะครับ น้องชายผมไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไปสักเท่าไหร่หรอก

 

ผมขับรถออกไปรับพี่บาร์ ระหว่างทางแม่โทรมาแล้วผมก็บอกท่านไปตามตรง ท่านแซวกลับสองสามคำแล้วบอกจะกลับค่ำๆ ผมก็ตอบรับท่นไปนั่นแหละ บอกให้ท่านระวังรถดีๆ เพราะช่วงนี้ปีใหม่ไงครับ รถราเยอะ ถึงแม้ว่าวันนี้จะซาๆ ลงแล้วแต่ก็ถือว่าเยอะมากกว่าทุกวันอยู่ดี เพราะหลายคนก็มาเที่ยวต่างจังหวัด หลายคนก็เริ่มกลับบ้าน หลายคนเตรียมตัวกลับไปทำงานแล้วก็มี ส่วนผมคนนี้ไปรับแฟน

ผมเคยไปบ้านพี่บาร์ครั้งเดียวตอนที่ไปส่งพี่เขากลับบ้านนั่นแหละ ความจริงพี่เขาหลอกล่อให้ผมไปต่างหาก กะยังไงจะให้ผมตกใจไงครับ แต่ผมก็แสดงออกเฉยๆ นิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว พ่อพี่เขาเหมือนจะดุแต่ท่านก็ใจดี ไม่ต่างจากแม่ที่เข้าใจเราดีทุกอย่าง แม่พี่บาร์ท่านน่ารักครับเหมือนจะชอบผมมากด้วยซ้ำ พี่บาร์มีน้องสาวอีกหนึ่งคนเพิ่งเรียน ม.2 น้องบลายธ์เป็นคนคุยเก่ง ร่าเริง เห็นแล้วผมคิดถึงน้องดาเลยส่วนอีกตัวที่ขาดไม่ได้คือไอ้ลำไย หมาหน้าหล่อของแม่พี่บาร์ ผมเคยเข้าไปหยอกมันครั้งหนึ่งแต่มันก็นิ่ง หล่อแล้วหยิ่งไงมัน

ผมเลี้ยวรถไปทางอำเภอของพี่บาร์ ไกลหน่อยแต่ยังไงก็คุ้มที่ได้เจอ ดีกว่าละเมอแล้วไปเพ้อในเฟซ ตอนเราสองคนไม่ได้เจอกันนี่เราก็คุยกันบ่อยครับ ผมไม่อยากใช้คำว่าตลอดเพราะว่าก็มีบ้างที่ต่างคนต่างอยู่กับครอบครัว ถึงผมจะไม่ใช่ก็เถอะ พ่อผมเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อวานตอนดึกๆ เกือบได้เค้าท์ดาวน์รอพ่อเข้าบ้านแล้วไง แต่สุดท้ายก็ได้ปาร์ตี้ด้วยกันอยู่ดี เป็นหมอเหมือนจะลำบากแต่พ่อบอกพ่อรักอาชีพนี้ ให้ไปทำอย่างอื่นคงไม่ไป บางทีผมก็สงสารแม่ แต่แม่ผมท่านเข้าใจและพวกท่านไม่เคยมีปัญหากันเรื่องนี้

แน่สิ บ้านผมมีสติของสองแฝดนั่นเป็นตัวปัญหาแล้ว

ขับรถอยู่นานผมก็หาบ้านพี่บาร์จนเจอ สัญลักษณ์ของบ้านนี้คือไอ้ลำไยที่นอนเฝ้าประตูบ้าน ผมจอดรถก่อนจะลงไปกดกริ่งแล้วรอคนที่ผมอยากเจอมาเปิดประตู

“พี่กัณฐ์!” ไม่ใช่พี่บาร์แต่เป็นน้องบลายธ์ต่างหาก “ทำไมทำหน้าผิดหวังอย่างนั้นล่ะคะ เจอคนน่ารักไม่เหมือนเจอคนหล่อหรือไง” น้องบลายธ์ว่าแล้วส่งยิ้มล้อผม ผมอยากจะขอโทษน้องสาวตัวน้อยที่อดทำหน้าผิดหวังไม่ได้ตอนเจอน้อง ก็ผมหวังไว้สูง เปิดประตูมาอยากยื่นหน้าไปหอมแก้มพี่บาร์เลยด้วยซ้ำ

“พี่ขอโทษครับ พี่บาร์ล่ะ” ผมว่าแล้วมองเข้าไปในบ้าน

“บลายธ์โกรธจริงๆ แล้วนะคะ ต้องพาบลายธ์ไปด้วยนะ” น้องตัวเล็กอ้อนอย่างน่ารัก

“แน่นอนอยู่แล้ว พี่จะปล่อยให้น้องบลายธ์อยู่บ้านคนเดียวได้ยังไงล่ะครับ” ผมรับปากน้องบลายธ์แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ

“เย้ๆ พี่กัณฐ์ใจดี ไม่เหมือนพี่บาร์ รายนั้นไม่ยอมให้ไปท่าเดียว” น้องบลายธ์ว่าแล้วยู่หน้า

“อะไรจะออกนอกหน้าขนาดนั้นตุ๊กตาบลายธ์” เสียงของคนที่ผมคิดถึงดุน้องสาวเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่ออกมา “ถ้าจะไปก็ไปเอาเสื้อ” พี่บาร์ว่า น้องบลายธ์หันมายิ้มให้ผมแล้ววิ่งกลับไปเอาเสื้อที่ข้างบน

“ไปหลอกน้องได้ไง จะปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวเหรอ” ผมถามคนตรงหน้ายิ้มๆ

“ก็พูดไปงั้น พอรู้ว่ากูจะไปหามึงนี่ว้อนท์มากกูบอกเลย กูเลยหมั่นไส้ไง คือคงคิดว่ามึงเป็นพี่ชายแล้วกูเป็นคนข้างบ้านที่หน้าคล้ายกัน” ผมยิ้มกับประโยคคล้ายจะบ่นน้องของพี่บาร์ นึกว่าเป็นอะไรที่แท้งอนที่น้องตัวเองชอบผมนี่เอง

“หึงผมว่างั้น?” ผมเลิกคิ้วถาม

“กูหวงน้องกู” พี่บาร์บอบก่อนจะเดินออกมาใส่รองเท้าข้างนอก ผมมองตามทุกการกระทำของพี่บาร์แล้วยิ้มกับตัวเอง ทำไมไปมองพี่เขาขนาดนั้นวะ สติไม่ดีเหมือนสองแฝดนั่นหรือไง นั่นคือคำถามที่ผมอยากถามตัวเองที่ไม่สามารถละสายตาไปจากพี่บาร์ได้ การแต่งตัวธรรรมดาๆ ที่ผมมองกี่ครั้งก็คิดว่ารัก เสื้อแขนยาวคอกลมสีเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกที่พอดีกับขาเรียว มองกี่ทีก็คิดว่าดูดีจนไม่อยากละสายตาไปมองอะไร

“มองนานกว่านี้กูจะเก็บคิดเงินเป็นนาทีแล้วนะหมอ” เสียงเหมือนจะเขินของพี่บาร์ทำให้ผมได้สติ ผมสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะกะพริบตามองพี่บาร์อีกที คนที่นั่งใส่รองเท้าเมื่อกี้ยืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว หน้าที่ใครๆ บอกว่าหล่อแต่ผมคิดว่าสวยเอียงมองผมเล็กน้อยเหมือนรอคำตอบ

“ก็คนมันไม่ได้มองตั้งหลายวัน” ผมว่าแล้วยกมือลูบท้ายทอยแก้เขิน

“เมื่อกี้ก็เพิ่งเฟซไทม์เถอะ” พี่เขาว่าแล้วหันหน้าไปทางอื่น

“มันเหมือนเจอตัวจริงที่ไหน” ผมบอกก่อนจะขยับเข้าไปใกล้พี่บาร์อีก

“ขยับออกไปไกลๆ เลย” พี่บาร์หันมาดุผม

“ก็รู้ว่าพูดไปผมก็ไม่ทำจะพูดให้เปลืองน้ำลายทำไม” ผมยื่นหน้าเข้าไปอีกตอนพูดคิดว่าพี่บาร์จะเขินจนหน้าแดง แต่มันไม่ใช่

“ไม่ได้พูดให้เปลืองน้ำลาย ที่กูพูดบ่อยๆ เนี่ยเผื่อมึงอยากได้ยินเสียงกู” พูดจบพี่เขาก็เดินออกไปที่หน้าบ้านเร็วๆ แต่ไม่เร็วเท่าสายตาผมที่ทันเห็นหูแดงๆ ของพี่บาร์ ผมยิ้มกับความน่ารักของแฟนแล้วหันกลับไปดูว่าน้องบลายธ์เสร็จหรือยัง

“นึกว่าจะได้ดูฉากจูบ พี่กัณฐ์นี่ไม่ไหวเลย” น้องบลายธ์ที่แอบมองอยู่ประตูเดินออกมา

“หน้าบ้านนะครับ”

“สนทำไมเล่าก็บลายธ์อยากดู จะให้ตามไปดูในห้องไหมล่ะ!” น้องสาวตัวเล็กว่าให้ผมได้หน้าเหวอก่อนจะเดินตามพี่ชายเขาไป

อย่างนี้สินะที่เขาว่ากันว่า วัยรุ่นสมัยอายุแค่สิบสี่ก็น่ากลัว

 

ผมกดปลดล็อครถ แล้วพี่บาร์ก็เปิดประตูหลังให้น้องบลายธ์ก่อนที่ตัวเองจะขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ผมมาถึงพอดีกับตอนที่พี่บาร์ปิดประตู พี่บาร์เงยหน้าขึ้นมามองผม ผมเลยกระตุกยิ้มหล่อๆ ให้พี่เขาก่อนจะขยิบตาให้ คนข้างในก็เขินเงียบๆ ไปตามระเบียบนั่นแหละครับ

 

ผมแวะซื้อของสดที่ซูปเปอร์มาเก็ตก่อนเข้าบ้าน  ให้พี่บาร์เขาเลือกเอาไปทำอะไรกินกันสี่ห้าคน น้องบลายธ์ซื้อเค้กไปด้วยสามปอนด์ รายนั้นบอกว่าเป็นการเชื่อมมิตรภาพระหว่างเด็กสาวที่กำลังเจริญเติบโต ข้ออ้างล้านแปดนั่นไม่ต่างจากพี่บาร์ พี่กับน้องเหมือนกันจริงๆ นะครับ คนพี่นี่มองโซนเครื่องดื่มแล้วก็มองอีก แต่ก็ต้องตัดใจเพราะเด็กเยอะเกิน

“ทำไมซื้อเยอะแยะขนาดนี้ล่ะคะ” น้องบลายธ์ยื่นหน้ามาถาม ตอนนี้เราทั้งหมดอยู่บนรถและอีกไม่นานก็คงจะถึงบ้านผม

“ก็เอาไปทำกินกันไง ตั้งสี่ห้าคน” พี่บาร์ตอบ

“อ้าวนึกว่าจะให้บลายธ์ไปเล่นกับพี่นางสีดา กินเค้กกันไปสองคนแล้วพี่บาร์กับพี่กัณฐ์ก็ไปกินขนมด้วยกันซะอีก” น้องว่ามาผมกับพี่บาร์ก็แข่งกันหน้าแดง ไม่รู้ว่าพี่บาร์คิดอะไรหรือเปล่า แต่ผมคิดถึงเรื่องที่ผมพูดกับพี่บาร์เมื่อช่วงสายๆ

“ดะได้ยินเหรอ” พี่บาร์ถามน้องสาวตัวเองเบาๆ

“ได้ยินไม่ชัดหรอก” น้องบลายธ์ว่าแล้วกลับไปนั่งที่เดิม “อะไรน๊า~ กินขนมกับคุณรู้ใจ กินยังไงก็อร่อย” น้องบลายธ์ครับ สาบานกับหน้าหล่อๆ ของพี่สิว่าได้ยินไม่ชัด นั่นมันเป๊ะทุกครับเลยนะครับน้องภรรยา

 

เวลาเกือบบ่ายสองผมถึงมาถึงบ้าน นี่แค่ไปรับแล้วพามาเลยทันทียังใช้เวลานานขนาดนี้ ให้ไปหยอดมากกว่านี้จะทำได้ยังไง นี่แหละผมเลยคิดว่าถ้าไปหาพี่บาร์แต่ละทีควรเตรียมเสื้อผ้าไปด้วย  ไปทีค้างนานๆ ไปเลย

น้องดาวิ่งออกมาเปิดรั้วบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงแตรรถผม น้องสาวคนสวยที่มัดผมแกละเกาะที่กระจกรถเหมือนรอคอยมานานแสนนาน

“ทำไมมาช้า!” เสียงแหลมๆ ของน้องดาทักทันที

“บ้านพี่บาร์อยู่ไกลไง” ผมตอบแล้วลูบหัวน้องสาวที่เข้ามาอ้อน

“รู้งี้น้องดาไปเล่นบ้านพี่บาร์ดีกว่า” น้องดาว่าก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พี่บาร์ “สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่สะใภ้~” เสียงใสทักแล้วยิ้มหวาน พี่บาร์ที่เตรียมยกมือรับไหว้นี่หน้าแดงไปเลย

“โอ๊ะ! บลายธ์ลืม สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่เขย” เอ้าเฮ้ย! ผมมองคนตัวเล็กอีกฝั่งเขินๆ น้องบลายธ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วสองสาวก็หันไปสบตากัน “สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่นางสีดา”

“สวัสดีปีใหม่ค่ะน้องบลายธ์ นางสีดานี่เต็มยศไปอ่ะ เรียกพี่ดาเฉยๆ ก็ได้ แล้วเราก็อายุใกล้ๆ กัน ไม่ต้องเป็นทางการมากหรอก” น้องดาว่าแล้วเดินเข้าไปหาน้องบลายธ์

“มาแล้วโว้ย!” พระรามวิ่งออกมาหาผมแล้วรับถุงของสดไป

“นายช้ามากพี่ชาย เลี้ยงน้องยังไงให้น้องหิวขนาดนี้!” พระลักษณ์เดินออกมาตามแล้วหันมาพูดกับผม

“คนที่ทำไข่เจียวไหม้ไม่มีสิทธิ์พูดค่ะ” น้องดาว่าแล้วสะบัดหน้าหนีพระลักษณ์ อย่าบอกนะว่าตอนที่ผมไม่อยู่พวกคุณหนูทั้งหลายนี่ทำกับข้าวกินเอง? ผมต้องโดนท่านหญิงแม่เล่นงานแน่ๆ

“ก็เธอไม่ใช่หรือไงยัยน้องเรื่องมาก บอกอยากกินไข่เจียวน่ะ!” พระลักษณ์หันไปแยกเขี้ยวใส่น้องดา

“ไม่ได้หมายควมว่าให้พี่พระลักษณ์ทำเองสักหน่อย ออกไปซื้อให้เนี่ยแป๊บเดียวเอง”  อีกคนก็เถียงกลับ

“ก็อยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ปีใหม่คนใหม่น่ะรู้ไหม?” ยังยังเลิกเถียงกันอีก

“พอดีเลย ปีใหม่ คนใหม่ ทำบ้านใหม่” พระรามว่าเบาๆ

“เฮ้! นายต้องเข้าข้างเรานะบีหนึ่ง” พระลักษณ์หันไปหาพระราม

“เออเราลืมไปบีสอง เราลืมเข้าข้างนายเพราะความหิว” เออมันก็ยังไปเล่นกันต่อ

“เลิกเล่นได้แล้วค่ะ นี่น้องดากับน้องบลายธ์หิวแล้วนะ” น้องดาว่าแล้วมองไปที่น้องบลายธ์ ทำให้สองหนุ่มนั่นมองตาม

“โอ๊ะโอ! สวาน้อยน่ารักผมยาวสลวยแสนสวยนี่คือใครเหรอ?” พระรามเดินมาแล้วทักน้องบลายธ์

“สวัสดีครับๆ อย่าตกใจพี่ชื่อพระลักษณ์นะครับ” พระลักษณ์พูดแล้วก็ยิ้มหล่อ

“ส่วนพี่ชื่อพระรามนะครับ คนสวยชื่ออะไร?”

“เห็นพี่บาร์ไหม? ทำไมไม่ทักทาย” ผมว่าแล้วชี้ไปที่อีกคน

“ไม่เอา! เรารักษาศีลข้อ 3 อยู่”

“คนมีเจ้าของเราจะไม่คุยด้วย!” สองแฝดหันไปมองแล้วหันกลับมาที่น้องบลายธ์เหมือนเดิม “สรุปแล้วคนสวยชื่ออะไรครับ”

“คนสวยชื่อนางสีดาค่ะ สวยที่สุดในบ้านคือนางสีดา!” น้องดาตะโกนบอก

“เอ้า! แล้วบลายธ์ล่ะคะ”

“บลายธ์ก็น่ารักไง” น้องสาวผมพูดก่อนจะเดินไปจูงมือน้องบลายธ์ “เข้าข้างในกันเถอะตรงนี้หนาว” แล้วน้องบลายธ์ก็อุ้มเค้กเดินตามน้องดาไป

“พี่กัณฐ์ ผมโดนผู้หญิงเมิน!

“สาวน้อยน่ารักคนนั้นเมินผม!

“เตรียมสอบแกทแพทอยู่ใช่ไหม? หรือเรียนหนักเกินไป ว่างๆ ก็พากันไปดึงสติบ้าง” พี่บาร์ว่าน้องชายผมก่อนจะเดินเข้าบ้าน

 

เราทำอาหารกินกันง่ายๆ ซึ่งจะใช้คำว่าเรามันก็ไม่ถูกเพราะคนทำคือพี่บาร์  ผมก็เข้าไปช่วยให้พี่เขายุ่งยากขึ้น ก็ล้างผักล้างหมูให้นะครับบอกเลย ถึงจะหั่นหอมไม่ได้ แต่ก็หอมแก้มเป็นกำลังใจได้นะครับ จนในที่สุดของกินเล่นยามว่างอย่างยำรวมก็เสร็จลงด้วยฝีมือพี่บาร์ ข้างๆ กันเป็นข้าวไข่เจียวของน้องดา และผัดมาม่าของสองแฝด เด็กๆ เข้ามายกอาหารออกไปแล้วนั่งกินกันที่ห้องนั่งเล่น ดูทีวีไปเรื่อย คุยกันไปเรื่อยและเหมือนน้องชายผมจะแข่งกันเต๊าะน้องบลายธ์ แต่น้องเขาก็ไม่สนใจ

นกไปดิน้องผม

“บลายธ์ไม่ชอบคนหล่อค่ะ” น้องบลายธ์บอกปฏิเธพระลักษณ์เป็นรอบที่สอง พี่บาร์นี่ยิ้มเลย ส่วนน้องชายผมนี่เหวอไปครับ

“แสดงว่าบลายธ์ชอบคนสวยอ่ะดิ” น้องดาถาม

“บลายธ์จะโฟกัสที่การเรียนก่อน” นางเอกไปอีกครับน้องเมีย

“เหมือนพี่กัณฐ์น่ะเหรอ? รอตามจีบตอนเข้ามหาลัยน่ะเหรอ” พระรามว่า

“แล้วก็วนมาที่พี่” ผมว่ากลับเบาๆ

“จะเถียง?” น้องชายผมเลิกคิ้วถาม

“คนที่ไม่มีแฟนนอนคุยข้ามปีไม่มีสิทธิ์พูด” ผมตอบน้องยิ้มๆ แล้วกระตุกคิ้วให้หนึ่งครั้ง พระรามนี่เหวอตามพระลักษณ์ไป ส่วนพี่บาร์หันมาจ้องหน้าผม

“เด็กบ้า” พี่บาร์ว่าเบาๆ ให้ผมได้ยินคนเดียว แล้วผมก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว

“เคยโดนคนบ้าจูบไหม?” ผมหันกลับไปกระซิบพี่เขาเบาๆ

“เคยโดนแฟนคนบ้าเตะไหม?” พี่บาร์ก็ถามกลับเบาๆ

“ทุกวันนี้เต็มปากเต็มคำว่าแฟน” น้องบลายธ์ว่าแล้วเหล่ตามองพี่บาร์

“คุยกันอย่างกับเราเป็นธาตุอากาศที่บางเบา” น้องดาว่าต่อ

“ดะได้ยินเหรอ” พี่บาร์ถามกลับเขินๆ

“ไม่ม้างงง แคะหูรอฟังตั้งนานละเนี่ย” พระลักษณ์ว่า

“เด็กก็อยู่ส่วนเด็กไปดิ” ผมว่าแล้วดันหัวเพราะลักษณ์ที่เอียงมาใกล้ๆ ผม

“โตกว่าแค่ปีสองปี”

“คนที่พาแฟนมาบ้านวันปีใหม่ได้ไม่เรียกเด็ก” ผมบอกน้องชายก่อนจะส่งยิ้มอย่างผู้ชนะไปให้

“โอเคๆ ผู้ใหญ่ทั้งหลาย น้องดาขอถ่ายรูปแล้วอัพสวัสดีปีใหม่หน่อย เร็วๆ” น้องดาว่าก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้น วิญญาณเซเลปนี่เข้าสิงน้องชายผมทันที แย่งกันมานั่งคนละข้างของผม พี่บาร์นั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วผมก็โอบไหล่พี่เขาเบาๆ น้องดากอดคอน้องบลายธ์ก่อนจะชูโทรศัพท์ขึ้นสูง

แชะ!

เสร็จเรียบร้อยคุณเธอก็อัพแล้วแท็กทุกคน เป็นอัตโนมัติครับ ทุกคนวางช้อนแล้วเช็กโทรศัพท์ทันที

 

Nang’ Srida

2 mins

ครอบครัวสุขสันต์ ยิ้มรับวันปีใหม่withTOSSAKAN Bar Sarawut and 3 orthers

20 likes 16 comments

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่คอมเม้นต์มันไหลเร็วเรื่อยๆ จนพวกพี่ๆ เขาเข้ามาแซวคนอื่นๆ เลยหยุดไปเหมือนจะปล่อยให้พวกพี่เขาแซวก่อน คอมเม้นต์พี่เขาบันเทิงดีครับ ผมชอบอ่าน

 

Yiwaa : ความครอบครัวก็มาค่ะ

Teangnuena wayo : ไปหาเขาตั้งแต่เมื่อไหร่  Bar Sarawut

Bbeam ptv : ทุกปีอยู่กับเพื่อน ปีนี้อยู่กับแฟนนะครับTOSSAKAN

Ramie ram : พี่ผมเป็นคนรักครอบครัวครับ

                NaNaNa : ไม่บอกก็รู้ โอบไหล่ยิ้มกว้างขนาดนั้น

                Pin pinna : หวานเรียกพี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้น้องสาวมาช่วยแซว อิจไปดิกู

TOSSAKAN : บอกแล้วว่ารักมากๆ ให้เลิกคงยากแล้วไง

 

                “จีบออกสื่ออีกแล้วครับพี่ผม” พระลักษณ์ว่าแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งก่อนจะก้มลงกินยำต่อ

                “เหมือนอย่างพี่เขาบอก  หวานเรียกพี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้ยังมาหวานรับต้นไปให้คนโสดอิจฉาอีก” พระรามว่าต่อแล้วมองผมตาขวางๆ

                “ปีหน้าก็จะหวานแบบนี้อีก เน๊อะ~” ผมว่าแล้วหันไปถามพี่บาร์

                “อือ” พี่เขาตอบเบาๆ กับหน้าแดงๆ

                “ปีต่อไปด้วยเน๊อะ”ผมถามต่อ

                “ปีต่อไปอีกต่อไปอีกก็ได้” พี่เขาช้อนตามองผมแล้วตอบ

                “ทุกปีเลยดีกว่า” ผมบอกยิ้มๆ

                “แค่มีมึง ปีไหนก็ได้” พี่บาร์ว่าเขินๆ  แล้วผมก็ยิ้มเขินตาม

                “ยอมแล้วววว”

                “กลัวความหวานแล้ววว” เด็กๆ โอดครวญให้พวกผมสองคนได้หัวเราะ ผมมองหน้าพี่บาร์แล้วพี่บาร์ก็มองตาผม สายตาที่ขอบคุณและบอกทุกสิ่งทุกอย่างให้กันได้รู้ สายตาที่มองมาแทนคำสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันทุกปี

                ปีใหม่นี้มีแฟนดีๆ มานั่งมองตาหรือยังครับ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TOSSARA

#Tossara

#วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ

01/01/2017

สวัสดีปีใหม่ค่า~ ว่าจะเข้ามาอัพให้อ่านตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไฟล์มันหายเลยต้องมานั่งแต่งใหม่เมื่อเช้า น่าสงสารจังชีวิต แต่ยังไงนี่ก็เป็นของขวัญปีใหม่นะคะ แทนคำขอบคุณที่ทุกคนอยู่ด้วยกันมาตลอด  คอยอ่านคอยเม้นต์ตลอด เป็นกำลังใจให้ตลอด หวังว่าจะเป็นแบบนี้ต่อๆ  ไป อยู่ด้วยกันทุกปี ไรท์จะคอยสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้ทุกคนได้อ่านกัน

ว่าเรื่องไรท์แล้ว ไรท์ไม่ได้หายนะคะ เพิ่งสอบเสร็จเมื่อช่วงปลายเดือน ก็ถือโอกาสพักยาวมาจนปีใหม่ ผลงานเรื่องใหม่นี่ไรท์ไม่ได้ลืม แต่จะเขียนสักเรื่องนี่มันยากมาก เลยอยากให้ทุกคนอดใจรอกันก่อน ขอบคุณทุกคนที่ชอบงานเขียนเรื่องนี้ หวังว่าพี่บาร์กับน้องกัณฐ์จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

รักคนอ่าน รักคนเม้นต์

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น