mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......44 การ&รักษ์

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......44 การ&รักษ์

คำค้น : Older Brother , โชตะคอน, Shotacon,Yaoi, Boy's Love, Y,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.3k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2557 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......44 การ&รักษ์
แบบอักษร

 

 

Older Brother.....44

 

[กาย:Part]

“ห้าววววว...” โลกของผมกำลังมืดลงทุกทีๆ สมองคล้ายกับถูกปิดสวิตช์ให้หยุดทำงานไปชั่วขณะ

 

เปาะ!!!

 

“ทำไรกาย” เสียงดีดนิ้วทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากโต๊ะทำงาน ร่างสูงยืนฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวอยู่ตรงหน้า

 

“โอ๊ะ! ออกเวรแล้วหรอ ผมง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

 

“ครับ....แล้วใครอยู่ร้านล่ะ” พี่หมอถาม

 

“ก็.....ไอ้เซฟน่ะ เดี๋ยวผมไปบอกมันก่อนว่าจะกลับล่ะ ไม่ไหวอ่ะ แม่ง!” ผมลงมากบอกเซฟด้านล้าง มันกำลังนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนๆของมัน

 

“จะกลับแล้วหรอ ไปเหอะ เดี๋ยวกูดูเองไอ้แมนมันบอกจะมา” เซฟบอก ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ หมู่นี้มันตีตัวออกห่างจากผมนะ ผมรู้ว่ามันคิดจะทำอะไร

 

“เซฟ....เซฟ......” เสียงเพลงดังมากมันน่าจะได้ยินผม แต่มันไม่สนใจครับ ผมน้อยใจนะที่อยู่ๆมันเป็นแบบนี้

 

“เป็นอะไรอีกล่ะ” พี่หมอถามระหว่างขับรถกลับคอนโด ตอนนี้ผมมาอยู่กับพี่หมอที่คอนโดแล้วนะ อยู่มาสักพักล่ะ ช่วงแรกๆก็พาไข่มุกมาอยู่ด้วยแต่ว่าเราไม่มีเวลาดูแลไข่มุก เลยต้องให้ไข่มุกกลับไปอยู่กับแม่พี่หมอที่บ้าน

 

“เปล่า...พี่หมอ เคยน้อยใจเพื่อนป่ะ”

 

“ทะเลาะกับใครล่ะ ไอ้ธาร ไอ้แมน หรือ ไอ้เซฟ” ผมถอนหายใจแรงๆออกมา ก่อนจะเอนหลังไปกับเบาะ

 

“ไอ้เซฟ มันไม่สนใจผมเลย ทำไมมันไม่เหมือนเดิมล่ะ ผมเสียใจนะที่มันเมินผมแบบนี้ เจอก็ไม่ค่อยได้เจอ คุยกันก็สองสามคำ เหมือนไม่อยากคุย”

 

“กาย ให้เวลามันหน่อยสิ มันกำลังทำใจอยู่นา”

 

“ทำใจอะไรล่ะ แค่กลับมาเป็นเหมือนเดิมน่ะ ทำไม่ได้หรือไง ผมไม่ชอบแบบนี้เลย ถ้าเป็นเมื่อก่อน มันคงมาส่งผม โทรหา มาอยู่เป็นเพื่อน ไม่โน้นไปนี่ด้วยกัน แต่นี่อะไรอ่ะมัน....”

 

“หยุดพูดถึงคนอื่นได้แล้ว!!! กายพูดถึงมันเยอะไปแล้วนะ” พี่หมอทำให้ผมเงียบลงทันที เมื่อรู้ว่าพี่หมอเริ่มไม่พอใจ เอาจริงๆ พี่มันก็ไม่พอใจทุกครั้งที่ผมพูดถึงไอ้เซฟนั่นแหละ

 

“....................” เงียบครับ ถึงจะไม่พอใจยังไงก็ไม่เห็นจะต้องขึ้นเสียงใส่ผมเลย

 

“กายกินอะไรหรือยัง พี่จะทำให้” พี่หมอถามหลังจากเข้าห้องมา ผมไม่ตอบเดินเข้ามาให้ห้องนอนด้วยท่าทีนิ่งๆ

 

“กาย.........” ผมไม่ฟังเสียงเรียกของร่างสูง เดินเลยเข้าห้องอาบน้ำ คนยิ่งเหนื่อยๆอยู่ มาเจอแบบนี้เข้า ผมชัดเริ่มรู้สึกไม่ดี เกิดอยากจะร้องไห้ขึ้นมาซะอย่างงั้น

 

หลายวันมานี้ ผมต้องทำงานที่ร้านคนเดียวมาตลอด ทั้งไอ้แมนไอ้ธารและไอ้เซฟดูทุกคนจะยุ่งจนลืมผม ไอ้ธารมันโทรมาบ้างแต่เป็นผมมากกว่าที่โทรไปหามันโทรไปด่าว่าหายหัวแต่ก็นะ ตอนนี้มันต้องดูแลลีวายส์เยอะขึ้นนี่

 

 

 

“กาย.......” พี่หมอเรียกผมทันทีเมื่อเห็นผมออกมาจากห้องน้ำ “กาย...อย่าเป็นแบบนี้สิ....พี่ขอโทษ” พี่หมอเอื้อมมือมาดึงมือผมให้นั่งลงบนตัก

 

“เป็นแบบนี้ทุกที....บางทีผมก็ไม่ได้อยากจะฟังคำขอโทษ แต่อยากให้เรา....ไม่ต้องทะเลาะกันน่ะ ผมเหนื่อย....ช่วงนี้ดูเหมือนอะไรๆก็ไม่ดีไปหมดสำหรับผม ทั้งเพื่อนทั้งแฟน...ผมอยาก....อยู่คนเดียว!” ผมเอาแต่ใจนะ และทุกคนก็รู้

 

“ก็ได้....แล้วแต่กาย พี่ยังไงก็ได้” พี่หมอพูดจบ ก็เดินออกไปจากห้องนอนอย่างที่ผมต้องการ แต่ผมไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นซบหน้าลงกับเตียงนุ่มก่อนจะปล่อยให้ตัวเองร้องให้ออกมาคล้ายกับว่าผมเก็บกักน้ำตามานานแสนนาน

 

 

 

 

“กาย! ทำไมกลับมาป่านนี้ล่ะลูก” หลังจากนั่งร้องไห้อยู่ที่คอนโดราวๆสองชั่วโมงผมจึงตัดสินใจกลับบ้าน พี่หมอหายไปไหนก็ไม่รู้ ผมไม่อยากอยู่ในหห้องกว้างๆคนเดียว

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

 

“หรือว่าทะเลาะกันหรอลูก หืม” แม่ทราบครับว่าผมไปอยู่กับพี่หมอ เพราะพี่หมอเป็นคนมาขออนุญาตท่านเอง แม่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านถือว่าผมโตพอที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว

 

“เปล่าครับ ผมขอตัวก่อน” แม่มองผมอย่างห่วงๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย

 

ผมเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นอาทิตย์แล้วครับที่เซฟไม่ไลน์มาหาผมเหมือนทุกๆวัน ไหนมันบอกว่าจะเหมือนเดิมไง ไอ้เพื่อนเหี้ย!!!

 

 

 

“กาย....กาย ตื่นยังลูก” ผมลืมตาขึ้นช้าๆ ปรับสายตาให้รับกับแสงยามเช้าที่กำลังสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน

 

“ครับผม” อ้าว....เช้าที่ไหนล่ะ สิบเอ็ดโมงแล้ว เหอะ! วันนี้เป็นวันที่ผมตื่นเต็มตาที่สุด เพราะหลายวันมานี่ผมไม่ค่อยได้นอนเท่าไหร่ ทำงานกลางคืนนอนกลางวันมันจะเหมือนกับนอนช่วงกลางคืนได้ไง

 

“เป็นไง....ดีขึ้นหรือยัง มาทานข้าวมา แม่ทำของชอบเราไว้เยอะเลย” แม่ผมนี่ช่างน่ารักจริงๆเลยว่ามั้ย

 

“ฟอด!!! ผู้หญิงคนเนี่ย รักที่สุดเลย รู้ป่ะ ผมรักแม่มากกว่าพ่ออีกนะ”

 

“ไม่เชื่อหรอก....ถ้ารักแม่ก็ต้องเชื่อฟังแม่สิ แม่ว่านะ พ่อยังเชื่อฟังแม่มากกว่าลูกเลย”

 

“นั่นเค้าเรียกว่า กลัวเมียต่างหาก อ่าๆๆๆๆ” ผมกับแม่พากันหัวเราะเมื่อพูดถึงพ่อ พ่อผมน่ะ แม่พูดคำเดียวก็อยู่หมัดแล้วล่ะครับ แม่ผมเจ๋งสุดๆ

 

“จริงสิ  พี่ธัญญ์จะมาวันมะรืนนี้นะ กายไปรับหน่อยสิ เห็นบอกว่าไม่ได้จองโรงแรมไว้ แม่เลยให้พี่ธัญญ์มาพักที่บ้านเรา” พี่ธัญญ์ที่ว่า ก็คือพี่ชายไอ้นัทลูกพี่ลูกน้องผมที่ครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องกับไอ้ธารนั่นแหละ แต่พี่ชายมันเป็นคนดีนะ เราสนิทกันมาก

 

“ได้สิ เดี๋ยวกายไปรับเองก็ได้”

 

 

 

 

 

“กาย....กายใช่ป่ะ” ร่างสูงในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนเท่ๆ เข้ามาทักผม ในขณะที่ผมหันซ้ายหันขาวมองหาคนที่ผมมารับที่สนามบิน

 

“อย่ามาๆ ทำเป็นจำไม่ได้หรอ โอ่ ทำไมพี่สูงงี้อ่ะ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนผมว่าพี่สูงขึ้นอีกแล้วนะ”

 

“อ่าๆๆๆ ก็เท่าเดิมนะ ว่าแต่เราเหอะ น่ารักขึ้นนะเนี่ย มากด้วย ฟอด!!!” พี่ธัญญ์ก้มลงมาหอมแก้มผม ทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาหันมามอง

 

“พี่ธัญญ์! โอ่ เล่นงี้เลยอ่ะ ผมมีแฟนแล้วนะ”

 

“เอานาๆ แฟนไม่เห็นซะหน่อย หิวว่ะ พาพี่ไปหาไรกินหน่อยดิ” น่าตาดีแม่ง ทำงี้คัยมันจะมาจีบ เค้าคงคิดว่าผมเป็นแฟนพี่หมดแล้ว

 

“แวะห้างนะ พอดีแม่ทำกับข้าวอร่อยเกินผมเลยกินเกลี้ยงล่ะ” ผมบอกกับพี่ธัญญ์ที่กำลังขับรถซึ่งพี่แกอาสาขับให้เอง

 

“คร้าบๆๆ กลัวพี่แย่งกินว่างั้น.......ห้างนี่หรอ”

 

“ครับ” พี่ธัญญ์เลี้ยวรถเข้าจอดและเราก็เดินเข้ามาในห้าง โดยที่พี่แกกอดคอผมไม่ยอมปล่อย  ไม่อายหรอก พี่น้องกันสนใจคนอื่นทำไม

 

“กินอะไรดี....กายอยากกินอะไร พี่เลือกไม่ถูก เอาอาหารไทยนะ”

 

“งั้นก็....ไปข้างบนดีกกว่า มีให้เลือกเยอะเลย” พี่ธัญญ์พยักหน้ารับ เราเลยพากันเดินขึ้นไปอีกชั้น ไม่นานเราก็เข้ามาในร้านอาหารไทยร้านหนึ่งที่ผมชอบมากินกับไอ้เซฟ

 

“ตอนนี้ยังทำผับอยู่ใช่มั้ย” เรานั่งคุยไปด้วยระหว่างทาน ผมสั่งของหวานมาทานครับ เพราะกินข้าวมาแล้ว

 

“ทำอยู่......พี่จะไปป่ะล่ะ เดี๋ยวผมพาไป”

 

“ไปสิ มาทั้งที ว่าแต่เราเหอะ ที่ว่ามีแฟนน่ะ เค้าเป็นใคร ทำอะไรที่ไหน บอกได้ป่ะ” ถามซะเยอะเชียว แต่ถ้าไม่สนิทจริงคงไม่กล้าถามแบบนี้หรอก

 

“เป็นหมอ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแถวๆนี้แหละ รู้แค่นี้พอ แล้วพี่ล่ะ มีแฟนยัง” ไม่ได้อยากรู้หรอกแต่ไม่อยากโดนซักว่าแฟนเป็นคนยังไงอะไรประมาณนี้เลยถามกลับซะเลย

 

“มีแล้วสิ หล่อๆแบบพี่ไม่เหลือหรอก อ่าๆๆๆ มีแล้วๆ ทะเลาะกันโคตรบ่อยว่ะ แต่ก็นะ...รักกันก็มาก เลิกกันไม่ได้ซะที”

 

“แหม....อยากเห็นแล้วสิ ว่าแต่ไอ้นัทล่ะ เป็นไงบ้าง”

 

“เรียนเที่ยวเล่นเหมือนเดิมแต่ก็เพลาๆลงบ้าง....มันจะตามพี่มาด้วยแต่พี่ไม่อยากให้มา” เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งท่านเสร็จและออกมาจากร้าน

 

“แวะซื้อกางเกงยีนหน่อยดิ ไม่มาหลายวันล่ะ” เราเดินผ่านร้านกางเกงยีนแบรนด์ดังพอดี และผมก็อยากได้อยู่หลายวันล่ะ วันนี้มาแล้วก็อยากจะซื้อเลย

 

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ซื้อให้เลยเป็นไง”

 

“ได้ครับป๊า กระเป๋าหนักป่าว ผมซื้อเยอะนะขอบอก” ผมยักคิ้วกวนๆให้พี่ธัญญ์ พี่แกยิ้มให้ก่อนจะยกมือขึ้นโยกหัวผมไปมา

 

“เอาเลย น้องทั้งคน สิบตัวเลยเป็นไง”

 

“เยอะไปนา...ห้าตัวพอ คึคึ” ผมกอดเอวพี่ทันเดินเข้าไปในร้านและเลือกซื้อกางเกงจนพอใจก่อนจะกลับมาบ้าน เมื่อมาถึงพี่ธัญญ์ก็ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องที่จัดเตรียมไว้ให้ทันที ส่วนผมก็ลงมาดูทีวีในห้องนั่งเล่น

 

ผมหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู โทรศัพท์ที่ตลอดสองสามวันนี้ไม่มีใครโทรเข้ามาแม้แต่คนเดียว เหอะ! ลืมผมไปกันหมดแล้วมั้ง ผมเปิดนั่นโน้นนี่ดู แอบแปลใจเล็กน้อยที่ทำไมลีวายส์เองก็หายเงียบไป ไม่โทรมาเลย หรือจะไม่สบายนะ

 

ผมกำลังโทรหาลีวายส์แต่ว่า โทรออกไม่ได้ เอ๊ะ!!! โทรศัพท์ผมโทรออกไม่ได้อ่ะ อ้าว ตัวสัญญาณหาย อะไรวะ ผมเพิ่งเห็นนะเนี่ย แม่ง เจ๊งล่ะ อินเตอร์เน็ตก็ใช้ไม่ได้ เน็ตที่บ้านก็ได้มีด้วยสิ ช่างเหอะ! ยังไงก็คงไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ว่าแต่ ผมเป็นห่วงลีวายส์จัง

 

“อ้าวกาย คิดว่านอนอยู่ในห้องซะอีก” พี่ธัญญ์เดินลงมาจากข้างบน ทักผมเมื่อเห็นว่าผมนอนอยู่บนโซฟา

 

“นอนล่ะ เมื่อคืน”

 

“กวนนะเรา.......คุณน้าล่ะ” พี่ธัญญ์มานั่งลงข้างๆผม

 

“ไปหาพ่อที่บริษัทน่ะ...หรือไม่ก็ค้างที่โน้นกับพ่อเลย” พ่อผมไม่ค่อยกลับบ้านครับ ท่านจะนอนที่บริษัทเป็นประจำ และเราก็ไม่ได้ว่าอะไรมากมายชินซะแล้ว รู้ว่าท่านต้องทำงาน

 

“อืม......คืนนี้ไปเที่ยวที่ผับใช่ป่ะ....โทรไปชวนแฟนเราด้วยสิ”

 

“มันไม่ว่างหรอก เข้าเวร คงดึกๆน่ะ”

 

“งั้นหรอ......เป็นไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีเลย มีปัญหากับแฟนหรือเปล่า” พี่ธัญญ์โน้มตัวลงมาถามผมใกล้ๆ พลางหรี่ตามอง

 

“ป่าวซะหน่อย”

 

“อ่ะๆ เปล่าก็เปล่า แต่ถ้ามันรังเกเรา บอกพี่นะ พี่จะจัดการเอง” พี่ธัญญ์บอกอย่างมั่นใจ

 

“โอ่ ตัวเท่าพี่เนี่ย มันต่อยปลิวเชื่อผม”

 

“ขนาดนั้นเลย อยากเจอซะแล้วสิ หึๆๆ” ดูเหมือนพี่แกจะอยากเจอพี่หมอมากจริงๆ

 

 

 

 

“คนเยอะนะเนี่ย ร้านก็โอเคเลย” พี่ธัญญ์พูดบอก หลังจากเข้ามาในร้านพร้อมกับผม ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาร้านเปิดพอดี ไอ้เซฟคงอยู่

 

“ก็เพิ่งตกแต่งใหม่ไป เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอ่ะ เหนื่อยเอาการ”

 

ผมพาพี่ธัญญ์มานั่งตรงโซนบาร์ของร้าน สักพักก็ขอตัวขึ้นมาในห้องทำงานข้างบน พบว่าไม่มีใครอยู่เลย เมื่อกี้ผมก็ไม่เห็นไอ้เซฟอยู่ด้านล่าง แล้วมันไปไหนกันนะ หรือผมไม่เห็นมันเอง

 

“เห็นไอ้เซฟมั้ย” ผมกลับลงมาถามพนักงานในร้าน

 

“พี่เซฟเพิ่งออกไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อนน่ะฮะ ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าจะไปไหน” ผมพยักหน้ารับและกลับมาหาพี่ธัญญ์

 

“ไง....สาวที่นี่สวยๆทั้งนั้นเลยนะ โอ่ เห็นแล้วคึกอ่ะ” เหอะๆ หืนเหมือนกันนะ พี่กู

 

“จีบเลย คว้าไว้ซักคน ผมไม่บอกแฟนพี่หรอก รับรองๆ” เราต่างก็ยืนหน้าเข้าไปคุยกันข้างๆหูของอีกฝ่าย เพราะเสียงเพลงในร้านดังกลบเสียงพูดของเราสองคน

 

“อ่ะ!!! เมาป่ะเนี่ย...อ่าๆๆๆ” อยู่ๆใครก็ไม่รู้เดินมาชนผมเข้า ทำให้เสื้อของพี่ธัญญ์เลอะเพราะแก้วเหล้าในมือผม

 

“อ่า เสื้อตัวโปรดนะ กาย รับผิดชอบเลยนะ” พี่ทันมีโว้ยครับ แล้วก็ทำหน้างอด้วย แม่ง ช่างไม่เข้ากับหน้าตาอันหล่อเหลาของพี่แกจริงๆ คงเมาล่ะ

 

“งั้นไปเปลี่ยนข้างบนแล้วกัน อย่างอนนะคนดี ป่ะ”

 

 

 

“เสื้อใครอ่ะ ตัวเล็กไปป่าว” ผมพาพี่ทันมาเปลี่ยนเสื้อด้านบน หยิบเอาเสื้อไอ้เซฟมาให้ใส่ก่อนและให้เด็กเอาเสื้อพี่แกไปซัก

 

“ของเพื่อน มาๆ ผมติดกระดุมให้” ผมจัดคอเสื้อให้พี่ธัญญ์ก่อนจะติดกระดุมให้

 

“แฟนเรานี่โชคดีนะ มีแฟนน่ารักแบบกาย ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเลย ฟอด!

 

แกร๊ก!!!

 

 

“ไอ้เหี้ย!!!!” ปึก! ผมถูกใครคนหนึ่งกระชากแขนอย่างแรง ก่อนที่พี่ธัญญ์จะถูกผลักออกไปชนกับโต๊ะทำงานใกล้ๆ และตามด้วยซัดหมัดหนักๆ จนผมตกใจทำอะไรไม่ถูก

 

“สัด” แต่พี่ธัญญ์ก็ไม่ยอมเช่นกัน ผลักอีกคนออกก่อนจะตามมาถีบมัน ล้มลงกับพื้น

 

“พี่ธัญญ์ๆ” ผมเข้าไปห้ามพี่ทันไว้ ทำให้พี่แกหยุดมองหน้าคนที่เพิ่งจะพุ่งพรวดเข้ามา

 

“กาย! นี่มันอะไรกันน่ะ” ไอ้เซฟเข้ามาอีกคน มันถามเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พี่หมอลุกขึ้นมากระชากแขนผม ใช่ครับ พี่หมอเป็นคนแรกที่เข้ามาและเห็นพี่ธัญญ์หอมแก้มผมเข้าพอดี

 

“กาย ไอ้นี่มันเป็นใคร แล้วกายหายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน บอกพี่มาเดี๋ยวนี้ กายมีคนอื่นหรอ” พี่หมอถามผม ด้วยดวงตาแดงกล่ำมีสีหน้าโกรธจัด

 

“สนใจด้วยหรอ ว่าผมจะเป็นยังไง ไม่ต้องมาจับผม อึกๆ....ไหนบอกว่าจะเข้าใจผมไง ....อึก...ทำไมพี่ทำไม่ได้ล่ะ” พี่หมอคลายมือออกจากแขนผมออก

 

“กาย....” เซฟ จับมือผมไว้

 

“มึงด้วย .....” ผมผลักอกมันแรงๆ “มึงไม่มองหน้ากู ไม่คุยกับกู ไม่โทรมาหา มึงเป็นบ้าไปแล้วหรือไง มึงบอกจะเหมือนเดิมไม่ใช่หรอ นี่อะไรกันอ่ะ บอกกูสิ! บอกกู!!!

 

“มีเรื่องอะไรกัน” ไอ้ธารเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับลีวายส์ที่มีสีหน้าตกใจ ตากลมเปิกกว้ายกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปาก

 

“ไอ้ธาร มึงก็อีกคน อึกๆ....มึงทิ้งร้านปล่อยให้กูดูแลร้านอยู่คนเดียว กูเหนื่อยเป็นนะเว้ย อึกๆ.....” เงียบครับ ทุกคนเงียบไม่มีใครพูดบอกอะไรเลย

 

“เอิ่ป............” ไอ้แมนก็มาด้วย

 

“ไม่ต้องหลบไอ้เหี้ยแมน อึกๆ...มึงอ่ะ ทิ้งคนแรกเลย อึกๆ....อื๊ออออออออ”

 

“อ้าว พูดงี้ก็สวยสิ นี่เมียกูยืนอยู่นะเว้ย” มันหันไปแก้ตัวกับเมียมันก่อนจะมองหน้าแต่ละคนที่ยืนเงียบ “โอ่ๆ ไม่ร้องนะคนดี ใครทำไอ้กายของกูร้องวะ แม่ง!!! อย่าร้องๆ กูขอโทษ ที่ทิ้งมึงทิ้งร้านไปหารักแท้มา (ยังจะเล่น) กูสัญญาว่าต่อไปกูจะเข้าร้านทุกวันนะๆ นะคะคนดี” มันเข้ามากอดปลอบผม และก็โดนพี่หมอผลักออกไป

 

“พี่ขอโทษ ทั้งที่สัญญาไว้แล้วแต่...พอกายพูดถึงคนอื่นทีไร้ มันก็อดคิดไม่ได้นี่ พี่หึงน่ะ กายเข้าใจหรือเปล่า”

 

“แล้วที่พี่หายไปล่ะ อึกๆ หายหัวไปเหมือนกันนี่ อึก....ไม่โทรหา หายไปเลยอ่ะ!!!

 

“พี่โทรหากายเป็นร้อยๆสายแล้วนะ แต่ไม่ติดเลย เมื่อวานมีเคสผ่าตัดด่วน พี่เลยไม่ได้ไปหากาย พี่ขอโทษ”

 

“ลีวายส์ก็โทรหาพี่กายไม่ติดเหมือนกันนะฮะ พี่กายอย่าร้องนะฮะ ทุกคนเป็นห่วงพี่กาย ไม่มีใครทิ้งพี่กายหรอฮะ” ลีวายส์เข้ามากอดเอวผม ตากลมโตเริ่มน้ำตาคลอเบ้า

 

“กูขอโทษว่ะ กูคงคิดผิดไปที่พยายามตีตัวออกห่างจากมึง ทั้งที่มันอาจจะไม่จำเป็นเลย เพราะยังไง กูก็ยังคิดถึงมึงเหมือนเดิมแต่ว่า......มันไม่เดิมที่ความรู้สึก กูว่าตอนนี้ มึงไม่ใช่คนที่กูชอบแล้วล่ะ”เซฟพูดบอก มันยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาให้ผม “เรากลับมาเป็นเพื่อนที่สนิทกันเหมือนเดิมนะ เดี๋ยวกูพาไปดูหนัง โอเค๊” เอาหนังมาล่อกันนี่หว่า ชิท์!

 

“อะไร มองกูเพื่อ?”

 

“ไอ้ธาร ไอ้เหี้ย อึกๆ....กูจะไม่คุยกับมึงอาทิตย์หนึ่ง คอยดู!!!” ผมจะทำจริงๆนะ เชื่อสิ!

 

ผมหันกับไปหาพี่หมอที่กำลังจ้องเขม่งพี่ธัญญ์ไม่วางตา ส่วนพี่ธัญญ์แกไม่ได้สนใจอะไรยืนมองนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา เพราะไม่ได้คุ้นเคยกับใครในที่นี้

 

“นี่พี่ธัญญ์ ลูกพี่ลูกน้องกู!!!” ผมพูดประโยคนั้นใส่หน้าไอ้พี่หมอ “พี่ชายไอ้นัทไง”

 

“ทำไมต้องหอมแก้มด้วยละ ถึงจะพี่น้องก็เถอะ”

 

“ทำไม มึงจะไม....เกี่ยวไรกับมึง....ฟอด! ฟอด! กูจะหอมทำไมล่ะ” มาแล้วพี่กู งานกวนวิ่งตามมาติดๆ หอมแก้มผมซ้ายทีขาวทีโชว์ไอ้พี่หมอเลย

 

“ไอ้.....นี่เมียกู! ไอ้สัด!!!” ไอ้เซฟที่ยืนอยู่ใกล้ๆคว้าแขนพี่หมอไว้ “ปล่อยไอ้เซฟ ปล่อยเลย”

 

“ก็พี่เป็นซะอย่างเนี่ย ผมเลยไม่กล้าไปไหนมาไหนกับมัน หวงอะไรนักวะ”

 

“แล้วถ้าเมียมึง มึงหวงป่ะล่ะ” จบข่าว เงียบ ไอ้เซฟปล่อยมือออกจากแขนพี่หมอกลับมายืนข้างๆผม ไอ้แมนพยักหน้ารับว่าจริงๆ ส่วนไอ้ธารไม่ต้องพูดถึง ลีวายส์ตอนนี้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนมันเรียบร้อยล่ะ แต่ล่ะคนแม่ง! เฮ้ออออ

 

“อ่าๆๆๆๆ แบบนี้ล่ะหายหวงว่ะ แฟนเรานี่ใช้ได้ๆ แต่ว่าอย่าหึงมากนักมีเหตุผลบ้างก็น่าจะดีกว่านี้นะไอ้น้อง พี่ลงไปจีบสาวข้างล่างดีกว่า เพื่อเกี่ยวกลับไปได้ซักคนสองคน ไปล่ะ กายกลับเองนะ พี่จะไปหาเพื่อนด้วย อ่อ จริงสิ......ขอโทษแทนไอ้นัทน้องเลวๆของกูด้วยนะที่มาสร้างเรื่องเมื่อคราวที่แล้ว ไปล่ะ ฟอด!!!” เฮ้ย!!! ไอ้พี่บ้า ไปแล้วยังจะทิ้งระเบิดไว้ให้ผมอีก บ้าจริงไอ้พี่คนนี้

 

“กูว่ามึงกลับไปก่อนเหอะ กลับไปคุยกับพี่หมอก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ กูไปรับ เราไปดูหนังกัน” ไอ้เซฟบอก

 

“ถ้าเปี้ยวล่ะน่าดู” ผมบอก พี่หมอปรายตาไปมองมันก่อนจะดึงมือผมออกมา

 

 

“อ่ะ เช็ดหน้าซะ” ผมหันไปมองพี่หมอที่กำลังขับรถอยู่ พี่มันส่งผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อมาให้ผม

 

“ทำไม”

 

“ก็เช็ดรอยหอมแก้มไง โคตรไม่ชอบ เช็ดเดี๋ยวนี้นะ” พี่มันเอื้อมมือมาเช็ดๆๆ ให้ผม ผมจึงดึงผ้ามาเช็ดเอง บ้ากันไปใหญ่แล้ว

 

 

 

“พี่ขอโทษนะ....ยังโกรธพี่อยู่หรือเปล่า” เรากลับมาถึงคอนโดให้เวลาไม่นานและจัดการกับตัวเองให้คลายอารมณ์ร้อนลง ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมานั่งโซฟา และพี่หมอก็ตามออกมา

 

“โกรธ”

 

“โธ่กาย ฟอด!....”พี่หมดนั่งลงข้างๆผม ก่อนจะหอมแก้มฟอดใหญ่ พี่มันกอดเอวผมไว้และเอนหลังไปกับพนักพิงโซฟาโดยที่ผมทับทาบตามลงไปอย่างอัตโนมัติ “พี่คิดถึงกายนะ อย่าหายไปแบบนี้อีก โทรไปก็ไม่ติด รู้ป่ะ พี่ต้องอดทนแค่ไหนตอนมีเคสผ่าตัด เพราะในหัวพี่มีแต่กาย เกือบจะต้องเรียกหมอคนอื่นกลางคันเลยรู้ป่าว”

 

“จริงหรอ ถ้าคนไข้ตาย ผมก็ผิดอ่ะดิ”

 

“หึ! จุ๊บ!!! ที่นี่รู้ยังว่ากายน่ะ มีอิทธิพลสำหรับพี่แค่ไหน ถ้าเป็นไปได้ พี่อยากอยู่กับกายตลอดเวลาเลย อยากมอง อยากรู้ว่าตอนที่พี่ไม่อยู่กายกำลังทำอะไร” ผมอมยิ้มให้กับคำพูดของมัน

 

จริงๆ ความรู้สึกของผมน่ะ ไม่ได้โกรธหรอก แต่มันเป็นความน้อยใจมากกว่า คิดดูนะ เมื่อก่อนเราติดเพื่อนกันมากอยู่ๆ พวกมันก็หายหัวหมด แล้วผมเองก็เป็นคนขี้ใจน้อยด้วยสิ พอเป็นแบบนี้ผมก็รู้สึกไม่ได้ ยิ่งมาทะเลาะกับพี่หมอยิ่งแล้วใหญ่

 

“งั้น ผมไปหาตอนเข้าเวรทุกวันเอาป่ะ วันล่ะสองรอบเลย”

 

“กายก็ต้องทำงานนา จะเทียวไปเทียวมาได้ไง พี่ก็เป็นห่วงอีกนั่นแหละ” อันนั้นก็ไม่ได้อันนี้ก็ไม่ได้จะงอนอีกล่ะนะ

 

“ขี้หวงขี้ห่วงกันจริงๆ เลย แบบเนี่ยไม่ไหวหรอก”

 

“เมียทั้งคนอ่ะ ก็ต้องหวงสิคร้าบบบบบ” ผมแบบปากให้ร่างสูง ทำให้ไอ้พี่หมอถือโอกาสฉกจูบผมไปซะงั้น

 

ถึงจะทะเลาะกันยังไง โกรธกันมาแค่ไหน แต่ถ้ารักกันจริง ผมเชื่อว่าเราจะยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างแน่นอน ผมรักพี่หมอครับ รักมาก ส่วนพี่หมอน่ะหรอ ดูเอาเองก็แล้วกันว่าพี่มันรักผมมากหรือเปล่า 

 

..............................................................................

คู่นี้ไม่มีอะไรมาก แค่มาอัพเลเวลความหึงหวง ขี้เป็นหวงของพี่หมอรักษ์ให้ดูเฉยๆ

ถ้าภาษาไม่สวย และมีคำผิด ขออภัยด้วยนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น