ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนีตายครั้งที่ 1 เข้าใจผิด! RE

ชื่อตอน : หนีตายครั้งที่ 1 เข้าใจผิด! RE

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนีตายครั้งที่ 1 เข้าใจผิด! RE
แบบอักษร

บทที่ 1

เข้าใจผิด

เพล้ง!

ผมวางเศษซากของบางอย่างที่ทำจากเหล็กในมือลง เเละเอื้อมมือผ่านกระจกที่เเตกเข้าไปปลดล็อกประตูที่โดนลงกลอนจากด้านใน

เเฮ่!

เสียงเหมือนมนุษย์กำลังครวญครางข่มขู่ด้วยความหงุดหงิดดังมาจากที่ไกลๆ ผมหันไปมอง หน้าซีดเล็กน้อย มือเรียวเปิดเข้าไปด้านในตึกเถวสี่ชั้นที่น่าจะเป็นร้านอะไรซักอย่างอย่างรวดเร็วเเละปิดประตูทันที

ผมทรุดตัวลงนั่ง เเละปิดปาก ตัวสั่นน้อยๆเมื่อเงาคนปรากฎขึ้นที่หน้าต่างกับประตูกระจกที่เเตกละเอียด เเละโล่งใจเมื่อมันเดินผ่านไป เสียงลากเท้าของคนจำนวนมากทำให้ผมรู้ว่า ฝูงคน(?)ที่อยู่ด้านนอกมีมากกว่าหนึ่ง

ผมไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอะไร เเต่สัญชาติญาณของผมร้องบอกว่าพวกนั้นอันตราย!

ผมกอดเข่า นี่มืดเเล้ว อากาศข้างนอกหนาวมาก หนาวขนาดที่ต่อให้สวมเสื้อผ้าก็ยังรู้สึกทรมานอยู่ดี

เเละทั้งเนื้อทั้งตัวผมตอนนี้มีเเค่ผ้าม่านผืนเดียวคลุมกาย

คิดได้ดังนั้น ผมจึงลุกขึ้น มองไปรอบสถานที่...ที่นี่น่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า ให้ตาย มันเก่ามาก เจ้าของคงทิ้งสถานที่นี้ไปนานเเล้ว เเละด้วยความที่มืดมาก ผมจึงทำอะไรได้ไม่ค่อยสะดวกนัก มีกระจกก็เหมือนไม่มี ดังนั้นผมจึงเลือกหยิบเสื้อจากราวเเขวนเเละกางเกงที่พับอยู่มาสวมเเบบลวกๆ ผมพยายามเลือกเสื้อเเละกางเกงที่เน้นให้ความอบอุ่น 

แฮ่!!

โอ้! ไม่นะ! ผมชะงัก ค่อยๆหันไปมองทางหน้าร้านเเละประตูแบบกระจกที่เเตก ร่างๆหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมใบหน้าเน่าเละเเละดวงตาขาวซีดเหมือนปลาตาย สภาพโดยรวมเหมือนศพเดินได้

ผมพยายามควบคุมลมหายใจให้เเผ่วเบาที่สุดเเละพยายามหยุดอยู่กับที่เพื่อซ่อนตัวโดยอาศัยความมืดเป็นโล่กำบัง

ร่างที่เน่าเหมือนศพร่างนั้นทำจมูกฟุดฟิด ก่อนยกขาข้างหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน ผมเหงื่อตก

เเต่เเล้ว...

โอ้ววววว

เสียงพวกคนคลั่งจำนวนมากครวญครางขึ้นพร้อมกันดังขึ้นจากที่ไกลๆ ผมเดาว่าน่าจะห่างไปซักสองช่วงตึก

เเละ... ขอบคุณสวรรค์! เสียงนั่นช่วยผมไว้ เพราะเสียงนั่นดึงดูดเพื่อนใหม่หน้าตาเน่าๆของผมที่กำลังตรวจสอบสถานที่ด้วยการดมให้ค่อยๆเดินลากขาจากไปทางต้นเสียงนั้นอย่างเชื่องช้า ค่อยยังชั่ว! ถ้าเขามีเวลามากกว่านี้เขาหาผมเจอเเน่ ตัวผมมีเเต่กลิ่นยาฉุนรุนเเรง

"เฮ้อ" ผมถอนหายใจออกมา เเละกำลังจะค้นหาสิ่งจำเป็นอย่างอื่นในร้านต่อ

ว้ากกกกกก

เสียงร้องแหลมเล็กเหมือนเสียงของเด็กผู้ชายที่ยังโตไม่เต็มที่ทำให้ผมสะบัดหน้าไปมอง

นั่น..ดังมาจากทางที่พวกฝูงคนคลั่งพวกนั้นมุ่งหน้าไปรวมกัน

ผมหันหลังกลับ ไม่! ไม่ๆ ผม...ผมต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน

ฮืออออออออ

เอาตัวเองให้รอดๆๆ ผมเท้าเเขนลงบนเคาน์เตอร์ไม้ในร้าน

ใครก็ด้ายยยยยย ช่วยเเม่ผมด้วยยยยยยย

มือเรียวหันไปคว้าราวเเขวนเหล็กออกมาจากผนัง เเละเผลอสบถออกมาเบาๆ "บ้าเอ๊ย"

ขายาววิ่งออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ให้ตาย! เมืองนี้มันน่าขนลุกชะมัด! ตอนกลางวันว่าสยองเเล้ว ตอนกลางคืนยิ่งน่ากลัวกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า! คุณลองนึกภาพบ้านเมืองที่เหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายปีนะ โดยไม่ว่าจะบ้าน ตึกเเถว เเละร้านค้าเเทบจะทุกที่มีสภาพเหมือนโดนปล้น ไม่ก็ถูกทำลายเสียยับ บนถนนสองเลนส์ซึ่งอยู่ระหว่างอาคารคอนกรีตสูงสี่ชั้นก็มีเเต่รถเก่าสภาพโทรมๆจอดขวางเต็มไปหมด เเละตอนนี้เป็นเวลากลางคืน เเสงที่พอจะหาได้จึงเป็นเพียงเเสงจันทร์ ซึ่งค่อนข้างสว่างในคืนนี้ ทว่าทัศนวิสัยก็โดนหมอกเย็นๆขัดขวางอยู่ดี นี่ยังไม่รวมพวกต้นไม้พุ่มหญ้าที่ขึ้นเเทรกตามถนนกับรอยเลือดเก่าๆนะ

มือเรียวสวยซึ่งกำราวเเขวนเหล็กเอาไว้เเน่นของผมสั่นน้อยๆ ผมกำลังกลัว ใช่ ผมกำลังกลัวมากด้วย ผมในตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้เเม้เเต่ชื่อ จำหน้าตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เเต่ผมมีความทรงจำพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างความรู้รอบตัวทั่วไปครบถ้วน สัญชาติญาณในการเอาตัวรอดของผมก็ค่อนข้างสมบูรณ์ เเต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี การที่ไม่รู้เรื่องของตัวเองเลยเเม้เเต่น้อยมันน่ากลัวอย่างไร้สาเหตุ

ผมก็ได้เเต่หวังว่า การเชื่อใจตัวเองในคราวนี้ จะทำให้ผมรู้จักตัวเองขึ้นมาบ้าง

ฮือออออ

อยู่นั่นเอง!

ผมที่วิ่งมาสุดฝีเท้า ซ่อนตัวอย่างรวดเร็วหลังรถยนต์คันหนึ่ง หอบเล็กน้อย ก่อนหันไปสังเกตสถานการณ์อย่างละเอียด

เด็กคนนั้นกับ...ผมเดาว่าเป็นเเม่ของเขานะ เเม้สภาพจะดูไม่ค่อยออกเเล้วก็ตาม ท่าทางพวกเขาจะถูกล้อม เด็กปลอดภัย เเต่คนเเม่นี่... ผมขมวดคิ้วอย่างเศร้าใจเล็กน้อย ต้องขอบคุณเเม่ที่สละชีวิต เด็กชายอายุราวหกเจ็ดขวบคนนั้นถึงได้ยังรอดอยู่จนป่านนี้

เด็กชายนั่งขดตัวอยู่บนระเบียงยื่นจากอาคารยกพื้นซึ่งมีความสูงเกือบสองเมตร ตรงนั้นไร้พื้นที่ปีนป่าย คนเเม่คงใช้ร่างตัวเองเป็นบันไดส่งตัวลูกชายขึ้นไป เเละลำพังเพียงพละกำลังของเด็กคงไม่อาจช่วยดึงร่างเเม่ตัวเองได้ทัน

คนเเม่... ยังไม่ตาย เเต่ร่างกายที่เต็มไปด้วยเเผลเหวอะเหมือนโดนรุมกัดจากรอบด้านเริ่มซวนเซเหมือนกำลังจะหมดเเรงต่อสู้ในอีกไม่ช้า เเละตอนนั้นเองที่เธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยเเววตาเกรี้ยวกราด ผมกับเธอประสานสายตากัน เธออึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นผม เเต่เเววตาที่เหมือนสิ้นหวังของเธอปรากฎความหวังขึ้นเล็กน้อย เธอหันไปมองลูกชายของเธอ ก่อนหันมามองผมด้วยสายตาวิงวอน เเละไม่ทันให้ผมได้ตั้งตัว ผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งฝ่าพวกคนคลั่ง(?)ไปทางอื่น ทั้งส่งเสียงร้องดังมาก เพื่อล่อเหล่าคนคลั่งพวกนั้นให้ตามไปให้ได้มากที่สุด

ผมลุกขึ้นเมื่อวงล้อมคนคลั่งเริ่มบางตาลง เเละมองตามหญิงสาวคนนั้นไปด้วยใบหน้าติดจะซีดเผือด เธอจงใจสละชีวิตตัวเองเพื่อให้ผมช่วยลูกเธอใช่ไหม? เเต่ผมไม่มีเวลาคิดอะไรวุ่นวายมากนัก ผมวิ่งไปทางเด็กคนนั้นอย่างรวดเร็ว เด็กชายที่เอาเเต่มองตามเเม่ตัวเองด้วยความอึ้งๆเหมือนกำลังตกใจคิดว่าเเม่ทิ้งสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นผม

"โดดลงมาเร็วเข้า!" ผมกล่าวทั้งตั้งท่ารับ

เด็กชายตัวน้อยส่ายหน้า เเววตาทั้งตกใจ ไม่ไว้ใจ เเละหวาดกลัว

เเฮ่!!

"โธ่เว้ย!" ผมสบถเเละควงเหล็กในมือฟาดก้านคอหนึ่งในพวกมันที่พุ่งเข้าหาผมทั้งปากที่อ้ากว้าง เเละฟาดอีกคนที่โถมใส่จากด้านขวาที่หัวอย่างเเรง

ผลคือคนคลั่งที่โดนผมฟาดต้นคอลุกขึ้นมาอีกทั้งสภาพคอหักเอียงกะเท่เร่ เเต่อีกคนที่โดนฟาดหัวเเน่นิ่งไปเเล้ว เห็นดังนั้นผมจึงฟาดเข้าที่หัวตัวที่ลุกขึ้นมาเต็มเเรงทันที ผมโล่งใจเมื่อเห็นมันล้มตึงเเละเเน่นิ่งไม่ลุกขึ้นมาทำท่าเหมือนจะขย้ำผมอีก

กรี๊ดดดดดด!!

เสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงดังขึ้นไม่ไกลทำผมตกใจ ไม่นะ!

"เเม่ฮะ!!" เด็กชายจำเสียงเเม่ของตัวเองได้ร้องขึ้นทั้งน้ำตา

ผมขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดเมื่อพบว่าพวกคนคลั่งพวกนั้นชักจะหันมาสนใจผมเเทนเเล้ว ผมตั้งท่ารับเด็กอีกครั้ง

"รีบลงมาเร็วเข้า!จะปล่อยให้การเสียสละของเเม่เธอสูญเปล่าไม่ได้นะ!"

"ไม่! ไม่มีเเม่เเล้วผมจะอยู่ไปเพื่อใคร! ไม่เอาเเล้ว!" เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ หลับตา ยกมือสองข้างปิดหู เห็นท่าทางนั้นเเล้วผมหวั่นใจ เด็กคนนั้นคงสิ้นหวังจนคิดจะทิ้งชีวิตเเล้วจริงๆ

ผมสงสารนะ เเต่ไม่มีเวลาปลอบในตอนนี้ จึงพูดออกไปว่า "ฉันไง! ต่อจากนี้นายอยู่เพื่อฉันนะ! ฉันจะเป็นครอบครัวให้นายเอง!!"

เด็กชายค่อยๆลืมตาขึ้น อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนถามเสียงแผ่ว "คุณจะมาเป็นเเม่ให้ผมเหรอ"

ผมสำลัก ไม่ใช่!! โอ๊ย ไม่มีเวลาปฏิเสธเเล้ว ผมหน้าซีดเมื่อเห็นคนคลั่งสามคนเดินมาทางนี้ ปากเปรอะเลือดสดๆพวกนั้นทำผมสยองจนขาสั่นไปหมด

"จะเป็นอะไรก็ช่าง! รีบลงมาได้เเล้ว! เร็วเข้า!"

เด็กชายเองก็เห็นคนคลั่งพวกนั้น จึงรีบโดดลงมาด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ ผมรับร่างเล็กๆนั้นเอาไว้เเละวางลงบนพื้น จูงมือเเละสั่งเสียงเข้ม "วิ่งให้เร็วที่สุดเลยนะ!"

เด็กชายพยักหน้ารัวๆ ผมจึงออกวิ่งทันที มือหนึ่งจูงเด็กชาย อีกมือถือราวเหล็ก เเละฟาดเต็มเเรงที่หัวเมื่อพวกมันเข้ามาขวางทางวิ่งผม

บ้าเอ๊ย! ด้านหลังตามมาเป็นพรวนเลย ผมต้อง ต้องหาที่หลบ เด็กเริ่มจะหมดเเรงเเล้ว ผมก็ด้วย สัญชาติญาณเอาตัวรอดผมดี เเต่ว่าร่างกายไม่พร้อมเอาเสียเลย เพราะทำอะไรแบบไม่ดูสังขารตัวเอง เเรงผมจึงตกลงเรื่อยๆ เหมือนคนไม่เคยออกกำลังกายที่ฝืนวิ่งนานๆหลายชั่วโมง

พอเลี้ยวตรงช่วงตึกข้างหน้า ผมรีบอุ้มเด็กชายหายเข้าไปในอาคารที่ประตูเปิดอ้าเอาไว้ ใช้ขาดันประตูปิด เเละใช้ความมืดอำพรางตัว ไม่ลืมยื่นมือปิดปากเด็กชายที่หอบหายใจดังเกินไปเมื่อพวกมันเดินผ่านมา พยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เเละปล่อยเด็กให้เป็นอิสระเมื่อพวกมันไปเเล้ว

"เเฮ่กๆ" เด็กชายตัวน้อยหอบหายใจเเรง เหนื่อยจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น ผมก้มลงไปลูบหลังปลอบ น่าสงสารจริงๆ ตัวเเค่นี้เเต่ต้องมาสูญเสียเเม่ไปต่อหน้าต่อตา

"ชื่ออะไรน่ะเรา" ผมนั่งชันเข่าให้หน้าอยู่ในระดับเดียวกับเด็ก เเละใช้เเขนเสื้อเช็ดเหงื่อตามใบหน้าของเขาให้อย่างใจดี

"...ธริมโม่ฮับ"

"โอเค ธริมโม่ พี่ชื่อ..." ชื่ออะไรดีล่ะ บ้าจริง ไม่รู้ชื่อตัวเองเเล้วจะเเนะนำตัวยังไงดีล่ะเนี่ย ในระหว่างที่คิด จู่ๆปากก็เผลอโพลงออกไปตามสัญชาติญาณ ขนาดตัวเองยังตกใจ "...เเจ็ค"

"เเจ็ค?" เด็กชายพูดทวนทั้งเอียงคอ คงสงสัยเสียงที่เหมือนไม่มั่นใจของเขา

ผมพยักหน้า "อืม เเจ็ค" ต่อจากนี้ เขาคือ เเจ็ค...เเค่เเจ็ค!

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง ผมเปิดประตูอาคาร ยื่นหน้าออกไปเล็กน้อยเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรวม หมอกหายไปเเล้ว ทำให้เห็นชัดเจนว่าพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีพวกคนคลั่งเดินเพ่นพ่านเหมือนเมื่อคืน บางทีมันอาจจะตามสิ่งที่เร้าใจกว่าไปที่อื่นหมดเเล้วก็ได้

เเต่เพื่อความไม่ประมาท ผมขอระวังตัวเอาไว้ก่อนก็เเล้วกัน ผมเดินออกไปข้างนอก ระวังตัวเต็มที่ มือหนึ่งยกขึ้นกวักเรียกสมาชิกใหม่

"ตามมาธริมโม่"

"ครับ คุณเเม่"

โครม!!

ผมสะดุดล้มหน้าคะมำทั้งที่ไร้สิ่งกีดขวาง ดันร่างเด็กชายกลับเข้าไปในอาคารตามเดิมเเทบไม่ทัน เมื่อเข้ามาเเล้วผมคุกเข่าให้หน้าเสมอเด็ก บอกอีกฝ่ายทั้งเเววตาจริงจังเเละสีหน้าเคร่งเครียด

"ธริมโม่ เรียกเเม่ไม่ได้นะ เรียกพี่ เข้าใจไหม"

ธริมโม่กวาดสายตามองบนมองล่างผมเล็กน้อย เรียกอีกครั้งทั้งเเววตาใสซื่อ "พี่สาว?"

โอ้ย ผมอยากร้องไห้ "ธริมโม่... พี่เป็นผู้ชาย!" ผมกล่าว บีบไหล่เด็กเเน่น

ธริมโม่ทำหน้าไม่เข้าใจ

"เเต่ว่า...เวลาเห็นคนสวยๆก็ต้องเรียกว่าพี่สาว ไม่ใช่เหรอครับ"

สวย?...สวยอะไร!? ผมเป็นผู้ชายนะ!!

"ขนาดทำหน้าเหวอๆยังสวยเลย พี่สาวสวยจัง"

"!!??"

ผมเป็นผู้ชายจริงๆนะ ผมมีเเท่งหยกเป็นหลักฐาน!!


ติดตามตอนต่อไป.

​1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจ :)

ความคิดเห็น