ทิกันตา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ความทรงจำที่ยังตามหลอกหลอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ความทรงจำที่ยังตามหลอกหลอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2560 03:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ความทรงจำที่ยังตามหลอกหลอน
แบบอักษร

ตอนที่ 4

ความทรงจำที่ยังตามหลอกหลอน

 

 

พ่อคะ!!!!.....” เสียงร้องตะโกนสุดเสียงของดารารายนางแบบสาวสวย ดังกังวานไปทั่วบ้าน นี่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายถึงเรื่องในอดีตวันนั้นอีกแล้วหรอ คิดได้เช่นนั้นก็ตั้งสติแล้วลุกขึ้นนั่ง พลางใช้มือขวาเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าและลำคอระหง มืออีกข้างหนึ่งก็วางทับอยู่ตรงหัวใจที่มันยังคงเต้นแรงเพราะฝันเมื่อครู่นี้ เธอรีบมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องนอน พร้อมกับสังเกตว่ามีความผิดปกติใดใดหรือไม่ โชคดีที่ไฟจากข้างบ้านยังคงไม่ถูกเปิดขึ้น คุณป้าพรข้างบ้านคงจะหลับสนิทเพราะเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันสินะ ถึงไม่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของเธอ

ก็ทำไงได้ในเมื่อรั้วกั้นบ้านดันเป็นรั้วเดียวกันเสียนี่ ความห่างของบ้านแต่ละหลังก็ไม่ได้ไกลกันเลยสักนิด ถ้าเธอทำอะไรนิดอะไรหน่อยเสียงดัง คุณป้าพรก็เป็นอันต้องมาเกาะรั้วบ้านที่ใช้ร่วมกันพร้อมตะโกนให้เธอเบาเสียงทุกที แถมในซอยละแวกบ้านใกล้เคียงก็ล้วนเป็นคนวัยทำงานกันทั้งนั้น ป่านนี้เขาคงจะหลับกันหมดแล้ว

เมื่อเธอมองดูรอบๆห้องนอนสีชมพูของเธอแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็เบาใจไปได้เปราะหนึ่ง เธอร้องเสียงดังขนาดนั้นก็กลัวว่าเดี๋ยวคนแถวนี้จะตกใจคิดว่าขโมยขึ้นบ้าน แล้วยกขบวนกันเข้ามาถล่มบ้านเธอเอาได้ นึกแล้วก็ให้รู้สึกตลกในความคิดของตัวเองนัก ใครจะคิดว่านางแบบสาวสวยเจ้าของเรือนร่างอันเย้ายวนที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมจะมีมุมวิตกกังวลกับเขาด้วยเหมือนกัน

บ้านของเธอหลังนี้แต่ก่อนเคยเป็นของคุณป้าดาริณ คุณป้าผู้มีพระคุณที่สุดของเธอ บัดนี้คุณป้าของเธอเสียไปแล้ว บ้านนี้จึงถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอในฐานะบุตรบุญธรรมของท่านไปโดยปริยาย บ้านของคุณป้าเป็นบ้านปูนสองชั้นขนาดปานกลางอากาศถ่ายเทเย็นสบาย คุณป้าชอบบอกตลอดว่ารับลมข้างนอกบ้านน่ะสดชื่นยิ่งกว่าใช้เครื่องปรับอากาศเสียอีก ด้วยติดนิสัยนี้มาจากคุณป้าดาริณตั้งแต่เด็ก เธอจึงไม่ค่อยชอบเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องสักเท่าไหร่ กลับชอบที่จะเปิดหน้าต่างรับลมจากข้างนอกมากกว่า

คุณป้า เมื่อหญิงสาวนึกถึงคุณป้าผู้เป็นที่รัก ตาของเธอก็เริ่มแดงก่ำ พลันน้ำตาก็รื้นมาคลออยู่ทั่วตาคม จนแล้วจนรอดก็กลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป มันไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย เธอไม่ได้เสียใจที่ได้มาอยู่กับคุณป้าดาริณ แต่เพราะสาเหตุของการที่ต้องมาอยู่บ้านหลังนี้ต่างหากที่ทำให้น้ำตาของเธอไหลไม่หยุด สาเหตุที่เกี่ยวโยงกับฝันร้ายที่ทำให้เกิดบาดแผลลึกในใจของเธอมาช้านาน

 “พ่อผิดสัญญากับรัน! ฮือ ฮือ พ่อผิดสัญญากับรัน!” เสียงร้องไห้ของหญิงสาวราวกับจะขาดใจ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน เธอได้แต่เอามือปิดหน้าเพื่อไม่ให้เสียงร้องนั้นมันเล็ดลอดออกมา ด้วยกลัวว่าข้างบ้านจะได้ยินเข้า และถ้ายิ่งร้องไห้หนักมากกว่านี้มันจะยิ่งทำให้แผลในหัวใจถูกกรีดลึกมากขึ้นไปกว่าเดิม

ปีนี้ก็ล่วงเข้าเป็นปีที่สิบแล้วนับตั้งแต่วันนั้น วันที่เสียงปืนนัดนั้นได้เปลี่ยนชีวิตครอบครัวของเธอและคุณหนูดารารายไปตลอดกาล

ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันเลื่องชื่อรายใหญ่ของประเทศนามว่า นภมณฑล คอร์ปอเรชั่น บริษัทนี้ถูกก่อตั้งโดยคุณสุริเยนทร์ นภมณฑล คุณปู่ของเธอผู้มีหัวนักธุรกิจและช่ำชองในด้านอสังหาริมทรัพย์ ท่านล้มลุกคลุกคลานก่อตั้งบริษัทมานานหลายสิบปี บริหารกิจการทุกอย่างด้วยตนเองมาตลอด ในที่สุดบริษัทนี้ก็ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ในเวลาไม่นาน

นภมณฑล คอร์ปอเรชั่น จึงเปรียบเสมือนกับหัวใจของคุณปู่ ท่านรักบริษัทนี้มากกว่าสิ่งใด แต่เมื่อถึงคราวที่ชราภาพท่านเองก็เดินไปไหนมาไหนไม่คล่องเหมือนก่อน ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา คุณปู่ก็จำต้องวางมือ และส่งต่อบริษัทนี้ให้กับคุณพ่อของเธอ คุณสุริยะ นภมณฑล ซึ่งเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่าน และเมื่อถึงเวลาอันสมควรบริษัทนี้ก็ต้องตกมาเป็นของเธอในสักวันหนึ่ง เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณสุริยะ และเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลนภมณฑล

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็มลายลงไปในพริบตาพร้อมกับเสียงปืนนัดนั้นที่ยังคงดังก้องอยู่ในหูและคอยตามหลอกหลอนเธอมาช้านาน

ด้วยความที่คุณพ่อของเธอไม่ชำนาญด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เลยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องมาแบกรับภาระบริษัททั้งหมด ทำให้ท่านบริหารงานผิดพลาดจนบริษัทต้องขาดทุนอย่างมหาศาลจนเกือบจะล้มละลาย คุณปู่เมื่อล่วงรู้ถึงสถานการณ์ของบริษัทที่ท่านรักยิ่งกว่าสิ่งใด ก็ให้เศร้าเสียใจอย่างหนักที่บริษัทที่ท่านสร้างมากับมือพังทลายลงไปต่อหน้าโดยที่ท่านไม่สามารถทำอะไรได้เลย เหมือนกับว่าศักดิ์ศรีของท่านมันหมดสิ้นไปเสียอย่างนั้น ท่านนอนร้องไห้ทุกวันอยู่ในคฤหาสน์นภมณฑล จนตรอมใจตายในที่สุด แต่คุณพ่อของเธอก็ยังคงหวังจะกู้ชื่อเสียงของบริษัทกลับคืนมาเลยหลงเชื่อคำลวงจากเพื่อนที่ทำธุรกิจด้วยกันว่าจะเข้ามาช่วยบริหารกิจการให้ใหม่ ผลกลับกลายเป็นว่าบริษัทถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว คุณพ่อของเธอก็ยิ่งเป็นทุกข์มากขึ้นไปอีกที่นอกจากจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณปู่ของเธอต้องเสียชีวิตแล้ว เขายังเป็นคนที่ทำลายบริษัทที่คุณปู่รักด้วยน้ำมือของตนเอง

เมื่อชีวิตมาถึงทางตัน ไร้ซึ่งหนทางจะก้าวเดินต่อ คุณสุริยะจึงตัดสินใจจบชีวิตของตนเองลงด้วยกระสุนปืนนัดนั้นหลังจากผ่านงานทำบุญครบรอบหนึ่งร้อยวันของคุณปู่มาได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน

ณ ตอนนั้นเธอ คุณหนูดารารายซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนภมณฑลที่เหลืออยู่ มีอายุเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น จะให้ลุกขึ้นมายืนหยัดต่อสู้เพื่อเอาบริษัทของพ่อเธอคืนมาก็ใช่ที อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ต้องการบริษัทนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเธอโทษว่ามันมาจากบริษัทนี้ทั้งนั้น เธอจึงต้องปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมดและยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นเพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แต่ด้วยความที่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ เธอจึงต้องถูกรับอุปการะจากญาติที่เหลืออยู่ซึ่งก็คือคุณป้าดาริณ พี่สาวของคุณดารารัตน์คุณแม่ของเธอ

แม้ว่าคุณป้าดาริณจะไม่ได้รวยล้นฟ้าเหมือนกับบ้านของเธอ ท่านก็ยังคงมอบความรักและการเลี้ยงดูที่ดีให้แก่เธอตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา แต่ทว่าตอนนี้คุณป้าดาริณไม่อยู่กับเธออีกแล้ว เพราะท่านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่คุณป้าดาริณเสีย เธอเพิ่งจะเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังเพียงไม่กี่สัปดาห์ เมื่อไร้ที่พึ่งพิงอีกต่อไป เธอก็จำต้องตัดสินใจหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพตนเองให้ได้เร็วที่สุด นับว่าโชคยังพอเข้าข้างเธออยู่บ้าง เพราะด้วยความที่เธอเป็นคนรูปร่างสูงเพรียวบาง โครงหน้ารูปไข่ ตาสองชั้นเฉี่ยวคม ปากนิดจมูกหน่อย ทำให้เธอเป็นที่ถูกตาต้องใจของพี่ชาตรี แมวมองที่กำลังมองหาดาวรุ่งหน้าใหม่เพื่อเข้าสู่วงการนางแบบในขณะนั้นได้ไม่ยาก

 นับตั้งแต่นั้นมาก็เกือบ 2 ปีแล้ว ที่เธอทำอาชีพนางแบบ รายได้ที่เธอได้รับจากการติดต่อให้ถ่ายแบบหรือเดินแบบในแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อย ปัจจุบันจึงนับได้ว่าเธอเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการนางแบบเลยก็ว่าได้ และชื่อของ ดาราราย นภมณฑล ก็สามารถเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นก็มิวายถูกมองด้วยสายตาดูแคลนจากบุคคลอื่นที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลของเธอเป็นอย่างดี ว่าที่ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลนภมณฑลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องมานุ่งน้อยห่มน้อยเดินแบบ ถ่ายแบบ นี่ก็เพราะตระกูลของเธอตกอับจนถึงขีดสุด

แต่แม้ว่าคำดูถูกนั้นจะประเดประดังเข้ามาในชีวิตมากเพียงใดก็ตาม เธอก็ไม่เก็บมันมาคิดเป็นอุปสรรค ดังนั้นเธอจึงเลือกมองข้ามเรื่องราวเหล่านั้น เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และได้แต่หวังว่าสักวันคำดูถูกนั้นจะถูกลบล้างไปเสียที เธอจำคำสอนจากคุณพ่อได้ดีว่าให้อดทนและเข้มแข็ง ไม่ว่าใครจะว่าเราอย่างไร เราต่างหากที่เป็นคนรู้จักตัวเราเองมากที่สุด

อย่างไรก็ตามแม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่ฝันร้ายจากวันที่บิดาฆ่าตัวตาย ก็ไม่เคยเลือนหายออกไปจากความทรงจำของเธอได้เลย มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน บาดแผลที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในหัวใจก็ไม่มีทีท่าว่าจะรักษาให้หายได้โดยง่าย

“ฮือ ฮือ ทำไมทุกคนต้องทิ้งรันไป รันทำอะไรผิด” ชีวิตที่ไม่เหลือใครของดารารายช่างน่าเศร้ายิ่งนัก ร่างบางตัวสั่นระริกเพราะยังไม่หยุดร้องไห้จากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมานานนับสิบปี เธอมักฝันแบบนี้บ่อยครั้งเวลาที่เธอเหนื่อยจากการทำงานหรือเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับว่าเป็นเครื่องเตือนใจให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตอยู่ตลอดเวลา

เมื่อไหร่กันนะที่เธอจะหลุดพ้นจากฝันร้ายนี้เสียที เธอควรจะหาทางออกเช่นไรถึงจะหลุดพ้นจากมัน

ดารารายหันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งด้วยเห็นแสงของพระอาทิตย์ที่ทอแสงส่องเข้ามาในห้องนอนของเธอ นกน้อยที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ใกล้บ้าน ก็พากันส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเพื่อบ่งบอกว่ามันเตรียมพร้อมสำหรับเช้าวันใหม่แล้ว

เช้าแล้วหรอเนี่ย เราคงร้องไห้มาเป็นชั่วโมงเลยสินะ หึ หึ อดีตคุณหนูดารารายหัวเราะในลำคออย่างสมเพชในชะตาชีวิตของตนเองยิ่งนัก โชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตของเธอไปถึงเมื่อไหร่กันนะ

เธอรีบเช็ดน้ำตาที่อยู่ทั่วใบหน้าก่อนที่มันจะไหลทะลักลงมาอีกระลอก แล้วลุกขึ้นจากเตียงด้วยสภาพร่างกายที่เหนื่อยอ่อน ถ้าได้ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำเสียหน่อย อาจจะช่วยชำระความเศร้าที่อยู่ภายในใจของเธอก็คงได้มั้ง

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอก็หันไปมองนาฬิกาก็พบว่ากว่าจะถึงเวลานัดหมายที่พี่ตรีบอกก็อีกตั้งหนึ่งชั่วโมง

ไปตักบาตรสักแป๊ปนึงคงไม่เป็นไรมั้ง ว่าแล้วเธอก็จัดการทำกับข้าวเล็กๆน้อยๆไปใส่บาตรให้พระท่าน

“นิมนตร์ค่ะหลวงพ่อ”

เธอนิมนตร์พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตแถวบ้านทุกเช้า แล้วนำกับข้าวที่เตรียมไว้ถวายท่าน

“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง เจริญพรนะโยม” ท่านให้พร

“ขอบพระคุณค่ะหลวงพ่อ คือว่า..

หลวงพ่อท่านสังเกตอากัปกิริยาก็พอเดาได้ว่าเธอคงมีเรื่องอะไรจะถามอย่างแน่นอน

“โยมมีอะไรจะถามอาตมาอย่างนั้นหรือ”

“เอ่อคือว่าหลวงพ่อคะ หลวงพ่อพอจะมีบทสวดมนตร์ก่อนนอนไว้ป้องกันไม่ให้ฝันร้ายมั้ยคะ แบบที่ไม่ให้ฝันร้ายอีกต่อไปเลยน่ะค่ะ” เธอบอกท่านไปตามตรงอย่างคนใคร่รู้

“อาตมาไม่มีบทสวดแบบนั้นหรอกโยม”

“อย่างนั้นหรอคะ” เธอตอบเสียงเศร้า

“แต่อาตมาอาจจะแนะนำได้เพียงแค่ให้โยมทำจิตให้ว่าง นั่งสมาธิก่อนนอนสักสิบนาทีก็ได้ แล้วโยมก็ลองนึกถึงสิ่งที่ทำให้โยมมีความสุขมากที่สุด อาจจะพอช่วยโยมได้บ้างไม่มากก็น้อยนะ” ท่านชี้แนะ

“ให้นึกถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุขมากที่สุด อย่างนั้นหรอคะ” เธอทำหน้าฉงนใจ

“ใช่แล้วโยม”

เธอนิ่งไปสักพักหนึ่ง แล้วก็นึกออก “หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณมากๆเลยนะคะหลวงพ่อ” หลวงพ่อท่านพยักหน้ารับ แล้วเดินจากไป

       เรื่องที่ทำให้มีความสุขที่สุดอย่างนั้นหรอ เธอพอจะนึกออกได้เรื่องหนึ่งแล้วละ

       

       ปล.รีดเดอร์ท่านไหนที่กำลังรอคอยคุณคินพระเอกสุดหล่อของเรากันอยู่           แอบสปอยล์ไว้ก่อนว่าตอนหน้ามาแล้วนะจ๊ะ ไรท์จัดมาให้อ่านกันแบบยาวๆแน่นอน 

      ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ติดตาม

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น