Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 42

คำค้น : CHAPTER 42

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2560 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 42
แบบอักษร

 

CHAPTER 42

 

               “แต่พี่ว่า....” พี่คาร์ลพูดแค่นั้น ก่อนจะก้มหน้าลงมาใกล้กับฉันอีกครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะใกล้มากเลยล่ะ ฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนจากลมหายใจของเค้าแถวๆแก้มฉัน นี่เค้าจะทำอะไรกันแน่เนี่ย

ครืด~ ครืด~

โอ๊ย! ขอบคุณโทรศัพท์ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่บนเตียง พี่คาร์ลเลยหยุด และยอมปล่อยฉันให้เป็นอิสระทันที โล่งอกไปที....ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าปลายสายคือใคร...พี่พอร์ชนี่นา แย่แล้ว...เค้าต้องสงสัยแน่ๆว่าฉันหายไปไหน ฉันมองหน้าพี่คาร์ลอย่างไม่สู้ดีนัก

“เอ่อ...ยูขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” ฉันบอกไปแบบนั้น เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าฉันยืนคุยโทรศัพท์ในห้องนี้ หลังจากที่เดินมาไกลจากห้องนั้นพอสมควร ฉันก็กดรับสายทันที

“ว่าไงคะพี่พอร์ช”

(ยู....ยูอยู่ไหนครับ พี่มาหาอยู่บ้านแล้วไม่เห็นเราเลย)

“เอ่อ....คือยูมาทำงานต่างจังหวัดน่ะค่ะ”

(ทำงานต่างจังหวัดเหรอ?)

“ค่ะ ว่าแต่พี่พอร์ชมีอะไรรึเปล่า?

(เปล่าครับ พี่จะชวนยูไปทานข้าว แล้วอาทิตย์หน้าน่ะ....เราต้องไปลองชุดแต่งงานด้วยกันนะ)

“อาทิตย์หน้า....ลองชุดแต่งงานเหรอคะ”

(ใช่ครับ เผื่อต้องปรับแก้อะไรจะได้ทันวันงาน)

“อ๋อค่ะ....”

(งั้นยูก็ดูแลตัวเองดีๆนะครับ พี่เป็นห่วง)

“ค่ะ...”

(งั้นแค่นี้แหละครับ พี่ไม่กวนยูแอล พี่รักยูนะครับ)

“ค่ะ....พี่พอร์ช”

หลังจากที่วางสายฉันก็รู้สึกจุกๆในใจยังไงไม่รู้ ฉันรู้สึกผิดกับพี่พอร์ชจังเลย ฉันโกหกเค้าทั้งๆที่อยู่กับผู้ชายอีกคนเนี่ยนะ ทำไมฉันถึงได้แย่ขนาดนี้นะ ฉันเดินวนรอบบ้านคิดเรื่องต่างๆไปเรื่อย ทั้งเรื่องพี่คาร์ลทั้งเรื่องพี่พอร์ช นี่ฉันกำลังทำผิดกับพี่พอร์ชอยู่ใช่มั้ย “พี่รักยูนะครับ” ประโยคนี้ของพี่อร์ชมันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจมากๆเลยล่ะ

“ทำไมไม่ขึ้นไปอาบน้ำล่ะ?” พี่คาร์ลที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ข้างๆฉันตั้งแต่ตอนไหน หันมาคุยกับฉันที่กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆอยู่หน้าบ้าน โชคดีนะที่บ้านหลังนี้มีสนามหญ้าข้างๆบ้านที่กว้างมากอยู่พอสมควรมันดูใกล้ธรรมชาติน่ะ มันเลยช่วยให้บรรยากาศบ้านดีมาก

“อ๋อ....เดี๋ยวก็ขึ้นไปแล้วค่ะ” ฉันบอกพร้อมกับยืนคิดต่อไป

“ใครโทรมาเหรอ?” ทำไมฉันรู้สึกไม่สบายใจกับคำถามนี้เลยล่ะ

“เอ่อ....พี่พอร์ชน่ะค่ะ” ฉันตอบไปตามตรง มันไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกนี่นา

“เพราะงี้เองสินะ” พี่คาร์ลเดินมายืนข้างๆฉัน

“คะ?” ฉันหันไปถามเค้า เพราะยังไม่เข้าว่าเค้าหมายความว่าไง

“คิดมากอยู่ใช่มั้ย...”พี่คาร์ลลูบผมฉันราวกับต้องการปลอบใจ

“ยูรู้สึกผิดค่ะ...พี่พอร์ชเค้าดีกับยูมากเลยนะพี่คาร์ล เค้าดูแลยูมาตลอด เค้าไม่เคยทำร้ายหรือทำให้ยูเสียใจเลย แต่ดูสิ่งที่ยูกำลังทำกับเค้าสิ่ง....ยูนี่มันแย่จริงๆ”

“ไม่หรอกยู เราทำผิดอยู่ก็จริง แต่หลังจากผ่าน 3 วันนี้ไป ทุกอย่างมันก็จบแล้ว”

“คิดดูดีๆนะ ความรักกับความสงสาร มันไม่เหมือนกันหรอก”

“พี่คาร์ลคะ....ยูมีเรื่องจะถาม ยูว่าจะถามตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสซักที”

“ถามมาสิ...”

“ตอนที่ยูความจำเสื่อม ทำไมพี่คาร์ลต้องไปประกาศคบกับริต้าด้วยคะ? ยูไม่เข้าใจ”

“เรื่องนั้นเองเหรอ...”

“บอกความจริงยูได้มั้ยคะ ความจริงทุกอย่าง”

“มันอาจจะฟังดูเหมือนโกหกนะ แต่พี่ทำไปเพราะช่วยยู”

“ช่วยยูเหรอคะ?

“ริต้าเค้ามีรูปที่พี่กับยูอยู่ด้วยกัน แล้วรูปนั้นก็เห็นหน้ายูชัดด้วย ในสถานการณ์แบบนั้น พี่ก็ไม่อยากให้ยูเดือดร้อน พี่เลยต้องทำแบบนั้น”

“.......”

“ยูอาจจะไม่เชื่อนะ แต่พี่พูดจริงๆ”

“ยูเชื่อค่ะ...ยูแค่ตกใจ”

“ตกใจเรื่องอะไรเหรอ?

“ยูคิดมาตลอดว่าพี่คาร์ ทำแบบนั้นเพราะต้องการตัดขาดจากยู พี่คาร์ลไม่ได้รักยูแล้ว”

หลังจากที่ได้ยินทุกอย่างจากปากพี่คาร์ล ยิ่งทำให้ฉันสับสนไปใหญ่เลย รู้สึกเหมือนน้ำตากำลังจะไหลด้วย เพราะที่ฉันคิดมามันผิดไปหมด ที่แท้...ที่เค้าทำแบบนั้นไปก็เพื่อปกป้องฉัน เค้าปกป้องฉันถึงแม้ว่าฉันจะจำเค้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมนะ....ทำไมเค้าถึงได้ทำเพื่อฉันขนาดนี้ ฉันคิดว่าความรักตอนอายุ 15 ของฉันเป็นแค่ปั๊ปปี้เลิฟธรรมดา แต่ดูสิ่งที่พี่คาร์ลทำเพื่อฉันสิ่ง....

“พี่ไม่เคยไม่รักยูเลยนะ ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้”

หลังจากที่พูดจบพี่คาร์ลพูดจบ เค้าก็เอื้อมมือมาประคองหน้าฉันไว้ทั้งสองข้าง ทำให้ฉันกับเค้าจ้องตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายตาของพี่คาร์ลมันยืนยันทุกอย่างว่าเค้าพูดจริง ยิ่งเค้าทำแบบนี้ฉันยิ่งรู้สึกผิดต่อเค้ามากขึ้น ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าหน้าพี่คาร์ลเริ่มขยับเข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ เรื่อยๆ ฉันพอจะดูออกแหละ....ว่าเค้าจะทำอะไร แต่ฉันพึ่งคุยกับพี่พอร์ชไปเองนะเมื่อกี้....ฉันจะทำผิดไปมากกว่านี้ไม่ได้

“เอ่อ...นี่ก็ดึกมากแล้ว งั้นยูไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“อื้ม...ยูไม่ต้องไปนอนห้องอื่นหรอก อาบน้ำเสร็จแล้วนอนห้องนั้นเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปนอนห้องรับแขกเอง”

“งั้นก็ได้ค่ะ”

02.30 น.

ฉันตื่นขึ้นมากลางดึก ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงตื่นขึ้นมา คงเพราะแปลกที่ด้วยแหละมั้ง แล้วตื่นมาครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะหลับต่อไม่ได้ด้วยนะ เรื่องพี่พอร์ชกับพี่คาร์ลยังวนเวียนอยู่ในหัวฉันอยู่เลย อืม...ไหนๆก็ตื่นแล้ว ไปดูพี่คาร์ลหน่อยดีกว่า ฉันตัดสินใจเดินไปห้องข้างๆ แต่พอเปิดเข้าไปก็พบห้องที่ว่างเปล่า เค้าไปไหนของเค้านะ...หรือว่าจะอยู่ข้างล่าง แต่ข้างล่างไม่มีห้องนอนซักหน่อย แต่ก็นะ....งั้นลองลงไปดูข้างล่างดีกว่า ฉันเดินลงไปชั้นล่างทันทีเพราะหวังว่าจะเจอพี่คาร์ล

แล้วก็เจอจริงๆด้วย....พี่คาร์ลนอนอยู่บนโซฟาตัวนั้น

ฉันเดินไปใกล้ๆโซฟาที่อยู่ในห้องรับแขก ทำไมมานอนตรงนี้นะ...ยิ่งพึ่งหายไข้อยู่ด้วย ฉันเดินไปนั่งดูพี่คาร์ลที่หลับ ก่อนจะห่มผ้าที่ตกอยู่พื้นให้เค้าเหมือนเดิม ไม่เห็นจะต้องมานอนไกลขนาดนี้เลยนี่นา ฉันเอื้อมมือไปจับหน้าพี่คาร์ลอย่างถือวิสาสะ ฉันมีโอกาสแค่ตอนนี้แหละ เพราะถ้าเค้าตื่น ฉันคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แน่ๆ

“คงเหนื่อยมากเลยสิคะ”

“......”

“ขอบคุณที่ทำเพื่อยูมาตลอดเลยนะคะ”

“......”

“ขอโทษด้วยที่ยูงี่เง่าใส่...ขอโทษที่ยูไม่คิดให้ดี จนทำให้พี่คาร์ลต้องเสียใจตั้งหลายครั้ง”

“......”

“ขอโทษนะคะ คนดีของยู”

ฉันก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันพูดแบบนี้ รู้ตัวอีกที ฉันก็ก้มลงไปจูบที่หน้าผากพี่คาร์ลแล้ว เค้าทำอะไรเพื่อฉันมาตั้งหลายอย่าง แค่จะพูดความรู้สึกตัวเองตรงๆต่อหน้าเค้าฉันยังไม่กล้าเลย ฉันเอามือขึ้นมาเกลี่ยบริเวณหน้าของเค้าเบาๆ ไล่ลงมาตั้งแต่หน้าผาก ขอบตา จมูก แล้วแก้มของเค้า สัมผัสพวกนี้มันยังคุ้นเคยกับฉันอยู่เลย พี่คาร์ลไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เค้ายังเหมือนเดิมสำหรับฉันเสมอ คงมีแค่ฉันเองที่คิดมากไป คิดไปต่างๆนานาจนบางครั้งก็ทำให้เค้าเสียความรู้สึกไปไม่รู้เท่าไหร่

ตอนเช้า....

ฉันลืมตาขึ้นมาอีกที พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนโซฟา โซฟาที่พี่คาร์ลนอนอยู่เมื่อคืน แต่ตอนนี้ไม่มีเค้าอีกแล้ว สงสัยเค้าตื่นก่อนแล้ว เมื่อคืนฉันต้องเผลอนั่งหลับอยู่แถวๆนี้แน่เลย ถึงได้มาลงเอยกับโซฟาตัวนี้ ฉันค่อยๆลุกขึ้น ก่อนจะมองหาพี่คาร์ล หายไปไหนของเค้าเนี่ย? ฉันลุกขึ้นเดินรอบบ้านเลยเพื่อหาเค้า หรือว่าอาบน้ำอยู่ข้างบน งั้นฉันไปทำอาหารรอเค้าดีกว่า แต่พอเดินเข้ามาทางครัวฉันก็หยุดชะงักที่โต๊ะอาหาร

อะไรกันเนี่ย...มีอาหารวางไว้เต็มโต๊ะเลย แถมยังโพสอิสใบนึงวางอยู่ด้วย ฉันเดาว่าพี่คาร์ลต้องเป็นทำอาหารพวกนี้ไว้แน่ “พี่ต้องเข้าไปเคลียร์ธุระในบริษัทนิดหน่อย ตื่นแล้วก็ทานข้าวด้วยนะ ไว้เดี๋ยวพี่โทรหา” อ๋อ...อย่างงี้นี่เองสินะ ดีจังทำอาหารไว้ด้วย น่ารักที่สุดเลย ....

13.47 น.

นี่ก็บ่ายโมงแล้วนะ...ทำไมพี่คาร์ลยังไม่กลับอีก ฉันนั่งรอนอนรอเค้ามานานแล้วนะเนี่ย อุตส่าห์ทำอาหารเที่ยงไว้รอ เพราะคิดว่าเค้าต้องกลับมาแน่ๆ ที่ไหนได้....เงียบมากค่ะ เงียบอะไรเบอร์นี้ ขนาดเค้าบอกจะโทรหายังไม่โทรมาเลย ทำไมเป็นแบบนี้นะ >_< หรือฉันควรโทรไปดี แต่ถ้าเค้าทำงานอยู่มันจะเป็นกวนเค้ามั้ยนะ แต่เอาเถอะ....โทรไปก็ได้รู้ไงว่าเค้าจะมาตอนไหนจะได้ไม่เสียเวลารอ....โชคดีนะที่พี่ตุ๊กตาเอาข้อมลูส่วนตัวนางแบบนายแบบให้ตอนนั้น ฉันเลยมีเบอร์พี่คาร์ล

(ตู๊ด.....ตู๊ด.....ตู๊ด....ฮัลโหล)

“ฮัลโหลค่ะ นี่ยูเองนะคะ”

(อ๋อ...ยูเองเหรอ)

“เอ่อ....พี่คาร์ลทำงานอยู่รึเปล่าคะ?

(ครับ ตอนนี้พี่ทำอยู่....ยังไม่เสร็จเลย)

“อ๋อ....งั้นเหรอคะ งั้นแค่นี้แหละค่ะ ยูไม่อยากรบกวน”

(เดี๋ยวก่อนสิ...ยูโทรหาพี่มีอะไรรึเปล่า?)

“ไม่มีค่ะ....ไม่มีอะไร”

(งั้นแค่นี้นะ)

อะไรกันเนี่ย....เย็นชาชะมัดเลย น้ำเสียงเรียบเฉยมาก นี่ฉันอุตส่าห์โทรไปหานะ ไม่ดีใจอะไรเลยใช่มั้ย แถมไม่คิดจะถามฉันคืนซักคำเลยเหรอ ใจดำไปป่ะเนี่ย >_< ฉันคงโทรไปกวนเวลาทำงานเค้าสินะ เหอะ! งั้นก็ทำงานไปเถอะ อุตส่าห์มาอยู่ด้วยตั้ง 3 วัน ใช่สิ! มันคงเยอะไปสินะถึงไม่กระตือรือร้นอะไรเลยเนี่ย โธ่เอ๊ย! แล้วทำไมฉันต้องโมโหด้วยเนี่ย!

“ไม่ต้องกงต้องกินกันแล้ว คนกินเค้าไม่มาแล้ว....” ฉันบ่นไปพร้อมกับเก็บอาหารบนโต๊ะ กะว่าจะอาไปเททิ้งซักหน่อย ยังไงก็ไม่มีความหมายแล้วอยู่แล้วนี่

พึ่บ!!!

“กรี๊ด!!!” ฉันร้องกรี๊ดออกมาอีกครั้ง เมื่อยู่ๆก็มีใครบางคนมากอดฉันจากด้านหลัง ทำให้ฉันตกใจจนปล่อยจานในมือลงทันที โชคดีนะที่ยืนอยู่กับโต๊ะ ทำให้จานหล่นลงโต๊ะพอดี ไม่แตก...ไม่เสียหายใดๆ

“งอนพี่เหรอ?” พี่คาร์ลยื่นหน้ามาพูดข้างๆหูฉัน ตอนแรกก็งอนเฉยๆนะ แต่พอทำแบบนี้โกรธเลยล่ะ....

“พี่คาร์ล!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคะ ทำไมชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยเลย” ฉันหันหน้าไปหาพี่คาร์ลก่อนจะผลักตัวเค้าออก

“โอ๋ยู....พี่ขอโทษ ขอโทษน้าาาา” พี่คารล์พยายามใช้ลูกอ้อนกับฉันอีกตามเคย

“ไม่ค่ะ....”

“นี่! พี่อุตส่าห์ซื้อไอศกรีมมาให้เราเลยนะ”

“ไม่ค่ะ!

“โธ่ยู อย่าโกรธพี่เลยนะ นี่พี่ทำงานเสร็จก็รีบกลับมาหาเราเลยนะ”

“นี่รีบแล้วเหรอคะ?

“อย่าประชดกันแบบนั้นสิ ไม่เห็นใจไอศกรีมบ้างเหรอ”

“ชิ!...

“ดีกันนะๆ จะได้กินไอศกรีมกัน เดี๋ยวมันละลายหมดนะ”

“ก็ได้ค่ะ ยูเห็นแก่ไอศกรีมหรอกนะคะ”

“น่ารักที่สุด....”

พี่คาร์ลเดินเข้ามาบีบแก้มฉันเล่นไปมา ราวกับว่ากำลังเล่นกับเด็ก 3 ขวบอย่างงั้นแหละ แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่ผลักหรือต่อต้านเค้าเลย ฉันเพียงแค่ยืนนิ่งๆและมองดูเค้าที่ดูเหมือนจะมีความสุขในการหยอกล้อฉันเหลือเกิน

1 ชั่วโมงต่อมา...

ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเราแทบจะไม่ได้คุยกันเล่นเพราะเอาแต่กินไอศกรีม ฉันพึ่งรู้นะเนี่ยว่าไอศกรีมอร่อยแค่ไหน อาจจะเพราะไม่ได้กินนานแล้วล่มั้ง....หรือาจจะเพราะคนที่นั่งกินข้างๆ ทำให้บรรยากาศการกินของฉันมีชีวิตชีวามากกว่าปกติ แตถึงอย่างงั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากหรอกนะ เพราะฉันยังนอยด์เค้าอยู่....นิดนึง

“ไหนตอนแรกบอกติดงานไงคะ” ฉันเอ่ยขึ้น...ในขณะที่เราสองคนนั่งดูทีวีกันได้สักพัก

“พี่โกหกน่ะ”

“ทำไมต้องโกหกด้วยคะ แบบนี้มันไม่สนุกนะคะ”

“ก็พี่อยากรู้นี่นาว่ายูจะรอพี่รึเปล่า จะคิดถึงพี่มั้ยตอนพี่ไม่อยู่”

“........”

“แล้วมันก็ได้ผลด้วยนะ เพราะยูโทรหาพี่ก่อนซะอีก”

“ยูก็แค่โทรไปถามเฉยๆ”

“แน่ใจเหรอ....”

“แน่ใจสิคะ”

“แต่พี่ว่าไม่นะ น้ำเสียงยูตอนที่พี่บอกว่าทำงานอยู่ มันฟังดูผิดหวังยังไม่รู้”

“คิดเองเออเอง”

“คิดถูกใช่มั้ยล่ะ”

“มั่วที่สุดเลยต่างหาก”

“งั้นให้พี่พิสูจน์หน่อยมั้ยล่ะ”

พี่คาร์ลเริ่มขยับเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จากตอนแรกที่เราสองคนนั่งอยู่ข้างๆกัน กลายไปเป็นว่าพี่คาร์ลกำลังดันตัวฉันติดกับโฟซาเข้าเรื่อยๆ เอาอีกแล้วนะ....เค้าชอบทำอะไรแผลงๆอยู่เรื่อยเลย ฉันเองที่ยังงงๆและรับมือไม่ทันก็ไม่มีทางเลือกอะไรเลย นอกจากมองหน้าเค้านิ่งๆ

“จะทำอะไรคะ?

“คิดว่าจะทำอะไรล่ะคะ….

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะคะ พี่คาร์ลสัญญากับยูแล้วไงว่าจะไม่เอาเปรียบยู”

“ก็ไม่ได้จะทำอะไรซักหน่อย ก็แค่....อยากกอดน่ะ”

พูดจบพี่คาร์ลกับโน้มตัวและทิ้งน้ำหนักมาทับตัวฉันทันที อะไรกันเนี่ย....พี่คาร์ลกอดฉันไว้แน่น ในขณะที่ฉันเองก็ยังคงงงๆกับสถานการณ์  ใจนึงฉันก็อยากผลักเค้าออกไปนะ แต่อีกใจก็อยากให้เค้ากอดฉันไว้นานๆแบบนี้ ไม่รู้ทำไมแต่เวลาเค้าทำแบบนี้ ฉันรู้สึกปลอดภัยและสบายใจเหลือเกิน....

“พอได้แล้วมั้งคะ”

“ไม่พอหรอก รู้มั้ยว่าตอนที่พี่ไปทำงานพี่คิดถึงเราแค่ไหน...”

“เวอร์ไปแล้วค่ะ”

“จริงๆนะ....พี่กลัวว่าถ้าพี่กลับมาช้า แล้วจะไม่เจอเราอีก”

“........”

 

“อย่าทิ้งพี่ไปนะครับ...คนดี”

 

#

อ๋อย.....ใครเจอประโยคนี้ไปโกรธแค่ไหนก็หายสินะ

“อย่าทิ้งพี่ไปนะครับ...คนดี”

ถ้าเป็นไรท์นะ นอกจากจะไม่ทิ้งแล้วจะอยู่ด้วยตลอดเวเลยล่ะ 5555

นี่ไม่ได้อิจฉาเลยเลยจริงจริ๊งงงง!

 

ว่าด้วยวันสุดท้ายของปี....ไรท์ก็ขอขอบคุณรีดทุกคนที่ชอบและติมตามผลงานของไรท์มากๆเลยนะคะ ถึงแม้จะมีเงียบไปบ้าง (ช่วงนั้นเรียนหนักและสอบเยอะจริงๆ ^^) นั่นแหละ.....ขอบคุณมากน้าาา ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆในทุกๆปีตลอดไปนะคะ

 

ปล.เรื่องนี้อีก 3 ตอนก็จบแล้วน้าาาาาา

ฝากเม้นเป็นกำลังใจให้นิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ ^^

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.pnghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_38.png

 

 

 



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น