vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ♥ [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ♥ [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 23

                [PART: ฟอเรส**]**

                ผมไม่เคยคิดว่าจะรักคน ๆ หนึ่งได้มากขนาดนี้ ยิ่งรู้จักยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรักเพิ่มมากขึ้น ใครจะไปคิดล่ะครับว่า ผู้ชายอย่างผมที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรักใคร และปกติก็ไม่สนใครอยู่แล้ว แต่ไหนแต่ไรผมคิดเสมอว่า ตัวเองต้องขึ้นรับตำแหน่งปกครองอาณาจักรเวทมนตร์เป็นหน้าที่ที่ตัวผมเองต้องรับผิดชอบ ผมเลยไม่คิดถึงเรื่องการมีคนรัก

                แต่เมื่อผมได้เจอกับ ‘ฮันนี่’ โลกของผมที่เคยเป็นสีเทากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพู ผมรู้จักคำว่าอ่อนโยน ความสดใส ความน่ารักที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไร เขาทำให้ผมหลงรักหัวปักหัวปำ แถมตอนนี้ผมกำลังจะกลายเป็นพ่อคนแล้วล่ะครับ เพราะลูกน้อยของเรากำลังเติมโตช้า ๆ ในท้องของฮันนี่

ราชินีคนเดียวของผม คือ ฮันนี่....

                “ฝ่าบาท เอกสารที่จะให้ดูมีแค่นี้แหละขอรับ” เสียงพ่อบ้านปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ที่หลุดลอยไป

ดันเผลอคิดถึงฮันนี่ซะได้...

                “อืม” ผมพยักหน้ารับรู้

                “คิดถึงราชินีอยู่หรือครับฝ่าบาท” พ่อบ้านคนสนิทกล่าวล้อ ผมกระตุกยิ้ม

                “อย่ามาทำเป็นรู้ทันเราหน่อยเลย พ่อบ้าน” ผมลุกขึ้นกระชับเสื้อสูทให้เข้าที่

                “ฉันจะไปหาเขาสักหน่อย ปานนี้คงงอนแล้วล่ะมั้ง เพราะฉันเอาแต่สนใจงานราชการที่เข้ามาเยอะแยะสองสามวันติดกัน ไม่ค่อยได้คุยกับเขาเลย”

                ผมเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อตรงกลับไปหาฮันนี่หวานใจที่ห้องนอน ผมทำงานราชการติดกันจนไม่ได้คุยกับร่างบางเลย กว่างานผมจะเสร็จเขาก็หลับไปก่อนทุกที ระหว่างทางเดินผมหยุดเดินเมื่อเจอน้องชายตัวเองกับคนรักของเขา

                “แอเรีย คุณทานอาหารไม่ตรงเวลาแบบนี้ไม่ได้นะครับ” เสียงทุ้มของนัมเบอร์ดังขึ้นพร้อมกับเดินลิ่ว ๆ ตามแอเรีย

                “ฉันไม่หิวนี่! อ้าว พี่ฟอเรส! งานเสร็จแล้วเหรอครับ” น้องชายพอเห็นผมก็ทักขึ้น

                “ใช่ แล้วนี่เถียงอะไรกันอีก?”

                “ผมไม่ได้เถียง! เขาแหละบังคับให้ผมทานข้าวอยู่นั่นแหละ” แอเรียกอดอก

                “ฝ่าบาท น้องชายของฝ่าบาทช่างดื้อซะเหลือเกิน” นัมเบอร์ถอนหายใจ

                “ถอนหายใจทำไม นัมเบอร์ นายเบื่อเหรอ??”

                “พอ ๆ ทั้งคู่เลย แอเรีย นัมเบอร์เขาพูดด้วยความเป็นห่วง ท้องอยู่ก็ควรกินข้าวเยอะ ๆ สามีห่วงภรรยาของตัวเองมากทั้งนั้นแหละ เขาอาจจู้จี้ไปบ้าง เข้าใจเขาหน่อย อย่างอแง” ผมห้ามทัพพร้อมใช้เหตุผลอ้างอิง แอเรียชะงักแล้วมองหน้านัมเบอร์ที่ไม่ต้องพูดอะไรมากมายก็รู้ว่าหมอนี่ห่วงน้องชายผมมาก

                “ถ้าคุณคิดว่าผมวุ่นวายกับคุณมากเกินไป ผมขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มดังทิ้งท้ายไว้แล้วเดินหันหลังหนีไป

                “อย่าดื้อให้มากนักสิ ทำให้คนรักเป็นห่วง ทรมานใจทั้งคู่ใช่ไหมล่ะ หวานกับเขาบ้าง หมอนั่นเป็นผู้ชายที่ขี้หึง แต่เขาแค่ชอบเก็บอาการไว้เท่านั้นแหละ สามีของนาย นายน่าจะรู้จักเขาดีนะแอเรีย”

                “รู้แล้วล่ะน่า...ไปง้อก็ได้! ผมไปก่อนนะพี่ฟอเรส” แอเรียบอกแล้ววิ่งตามนัมเบอร์ที่หายไปแล้ว

                “ให้ไปง้อนะ ไม่ใช่ไปชวนเขาทะเลาะอีก” ผมบอกไล่หลังไปขำ ๆ

                ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของตัวเอง พอเปิดประตูเข้าไปถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อไม่เห็นร่างบางอยู่ในห้อง

                “หายไปไหนของเขา”

                “เออ ฝ่าบาทคะ หาราชินีอยู่หรือคะ” เสียงแม่บ้านบังเอิญเดินผ่านมาดังขึ้น

                “ใช่ เห็นเขาไหม?”

                “อยู่ห้องสมุดค่ะ เห็นไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้วนะคะ” เธอตอบ ผมมองนาฬิกาตรงข้อมือตัวเอง

                มันจะบ่ายสองแล้ว?

                “ไปทำอะไรอยู่ที่นั่นนะ” ผมพึมพำและเดินตรงไปห้องสมุด

[PART: ฮันนี่**]**

                ผมมานั่งขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดตั้งแต่เช้าแล้วครับ สองสามวันมานี้ ฟอเรสไปทำงานราชการ เราเลยไม่ค่อยได้คุยกันเลย ผมรู้สึกเหงาและคิดถึงเขาจัง...เมื่อวานผมนั่งถักถุงเท้าเล่นแต่ยังถักไม่เสร็จเลย ว่าจะถักไว้ให้ลูกใส่นี่แหละครับ  มันดูมั่ว ๆ ยังไงไม่รู้ แฮะ...

                ผมเอามานั่งถักเล่นอยู่ที่ห้องสมุด แต่พอถัก ๆ ไปสักพักผมดันเผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหน แต่ผมก็มารู้สึกตัวตื่นตอนรับรู้สัมผัสจากร่างสูง

ฟอดดดด

                “อือออ” ผมรู้สึกถึงริมฝีปากกดลงประทับรอยจูบลงแก้มของผม

                ผมลืมตามองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ห่างผมไม่ถึงคืบ

                “คุณฟอเรส!!” ผมผงะออกอย่างตกใจนิด ๆ (ไม่นิดแล้วล่ะฮันนี่ ตะโกนออกมาดังขนาดนี้)

                “ตกใจอะไรขนาดนั้น ชายาที่รัก...” เขาเอ่ยขี้เล่นดึงตัวผมไปนั่งระหว่างขาของเขา

                ฟอเรสโอบกอดผมจากด้านหลังอย่างแนบชิด

                “อ๊ะ ปล่อยเลยนะครับ คุณเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน?” ผมดิ้นเล็กน้อยแต่มือหนารัดแน่นกว่าเดิม ฟอเรสกระตุกยิ้มแล้วก้มลงมาจูบหลังคอผมอย่างหมั่นเขี้ยว

                “อ๊ะ! อย่าแกล้งสิครับ”

                “ไม่ได้แกล้ง ทำไมตัวหอมเหมือนขนมปังขนาดนี้ล่ะ กลิ่นเนย กลมกล่อม น่าหม่ำจัง” เสียงเข้มกระซิบข้างหู

                “ผมไม่ใช่อาหารนะครับ จะมาหม่ำ ๆ ผมไม่ได้” ผมทำแก้มป่องงอน ๆ เพราะเขาทำให้ผมเหงา...

                “ทำไมฉันจะหม่ำฮันนี่ไม่ได้ล่ะ น่ากินขนาดนี้...” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมหลุดยิ้ม

                “อย่านะ ฮะ ๆ คุณฟอเรส ไม่เอา อย่าแกล้งได้ไหมเล่า งานคุณเสร็จแล้วเหรอครับ ถึงได้มีเวลามาหาผม” ผมใช้มือดันหน้าเขาออกและหน้าร้อนวูบเมื่อเขาจูบมือผม

                “เสร็จแล้ว พูดเสียงแบบนี้ งอนใช่ไหม?”

                “เปล่าครับ”

                “แน่ใจเหรอ?”

                “แน่ใจครับ!!....” ผมพยักหน้า แต่แววตาเข้มที่จ้องอยู่ทำให้ผมยอมพูด

“ผมน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็รู้ว่าคุณทำงาน ผมไม่อยากไปงอแงใส่คุณ” เขายกตัวของผมให้หันหน้าไปหาเขา ทำให้ตอนนี้ผมนั่งคร่อมฟอเรสอยู่

                “ขอโทษที่ทำให้เหงา ให้ฉันทำอะไรแก้ตัวได้ไหม” เขาเลื่อนมือมาโอบเอวผมไว้

                “จะทำอะไรแก้ตัวครับ”

                “ฉันว่างแล้ว งานราชการเคลียร์หมดแล้ว เวลาของฉันเป็นของฮันนี่ทั้งหมด อยากทำอะไรตามใจหมดเลย”

                “จริงเหรอครับ!” ผมยิ้มตื่นเต้นพลางคิด

                “งั้นเราออกไปข้างนอกกันได้ไหม ผมอยากไปเล่นสเก็ตที่เขาเพิ่งเปิดใหม่ น่าสนุกมากเลย”

                “เอาสิ แต่จะไหวหรือเปล่า?” เขาถามห่วง ๆ พลางใช้มือลูบท้องของผม

                “ไหวครับ คุณไปด้วย ผมไหวอยู่แล้ว”

                “งั้นก็ตกลง ไปเล่นสเก็ตกัน”

                “เย้!” ผมกระโดดกอดคอของเขาอย่างดีใจ เพราะจะได้ออกไปเล่นข้างนอกกับเขา

                “แต่...” เสียงเข้มพูดทำให้ผมชะงัก

                “แต่อะไรครับ”

                “หอมแก้มฉันก่อน”

                “คุณฟอเรส! หาเรื่องให้ผมเขินอยู่เรื่อยเลย ไม่เอา ผมไม่หอม” ผมส่ายหน้า

                “ไม่หอมก็ไม่ไป” เขาส่ายหน้ากวน

                “คุณขี้แกล้ง...” แต่ขัดใจเขาไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอก

                ฟอดดด ผมก้มลงไปหอมแก้มข้างซ้ายของเขา

                “หอมแล้ว” ผมบอก แต่ร่างสูงก็ยังไม่หยุดแกล้งผม

                “อีกข้างล่ะ?”

            ฟอดดด

                ผมหอมแก้มอีกข้างของเขาอย่างรวดเร็ว

                “ครบแล้วครับ!”

                “ทำตัวน่ารักจังเลย ป่ะ งั้นเราไปเล่นสเก็ตกัน” เขาหาเสื้อกันหนาวหนา ๆ มาให้ผมใส่คลุมทับอีกด้วย

                ผมรู้สึกว่าน้ำหนักตัวของผมหนักขึ้นนิดหน่อยด้วยล่ะ สงสัยช่วงนี้กินเยอะ แฮะ ๆ

                ลานสเก็ต

                ผมจับขอบราวผนังไว้แล้วมองฟอเรสที่นั่งยอง ๆ ลงเพื่อสวมรองเท้าให้ผม ผมมองการกระทำของเขาเงียบ ๆ

                “อย่ามาจ้องฉันด้วยสายหวานแบบนั้นฮันนี่ ฉันอยากจูบ...” เขาเงยหน้าสบตากับผม

                “ผมไม่ได้จ้องคุณด้วยสายตาหวานซะหน่อยนี่นา”

                “ใช่เหรอ เห็นชัด ๆ ว่ามองฉันแบบนั้น” เขาหัวเราะ

                “ส่งมือมาให้ฉันสิ เราจะสเก็ตไปด้วยกัน” เขายื่นมือมาหาผม ผมมองมือหนาที่จับผมไว้ เมื่อไหร่ก็อบอุ่นเสมอ          ผมจับมือของเขาไว้

                ฟอเรสดึงมือของผมให้สเก็ตไปตามเขา วันนี้ที่ลานสเก็ตคนไม่เยอะเท่าไหร่ครับ เลยไม่วุ่นวาย ไม่เสียงดังมาก  ผมเห็นคนเล่นอยู่ในลานสเก็ตด้วยกันมองพวกผมยิ้ม ๆ เพราะร่างสูงตรงหน้าผมเลื่อนมือมาโอบเอวของผมไว้สองข้างจากด้านหลังแล้วดันผมเบา ๆ ให้เลื่อนไปข้างหน้า

                เราเล่นสเก็ตไปด้วยกันเรื่อย ๆ มีเสียงหัวเราะขำเป็นระยะ เป็นอะไรที่สนุกมาก ราวกับเต้นรำไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางน้ำแข็งแผ่นใหญ่

                ถ้าความรักเหมือนการเต้นรำ ก็คงจะให้ความรู้สึกที่ว่ายิ่งเต้นยิ่งรู้สึกติดใจ ยิ่งเต้นยิ่งถลำลึก...

                “ฮันนี่ เดี๋ยวนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้นะ ฉันขอไปห้องน้ำหน่อย” ฟอเรสกำชับเมื่อเรากำลังถอดรองเท้าออก เพื่อเอาไปคืน

                “ครับ ๆ ผมจะนั่งรอคุณตรงนี้” ผมรับปาก ฟอเรสพยักหน้าแล้วเดินตรงไปทางห้องน้ำ

                จังหวะเดียวกันขณะฟอเรสเดินไปห้องน้ำชาย ผู้หญิงสูงเพรียวใส่กระโปรงสั้นเดินออกมาพอดี ทำให้ชนกับร่างสูงเข้าอย่างจัง

                “อ๊ะ” เธอร้องและทำท่าจะล้ม ฟอเรสด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจึงคว้ามือเธอไว้เพื่อไม่ให้ล้ม ผมหันไปมองเหตุการณ์ตรงหน้า เธออึ้งใบหน้าคมของร่างสูง และแกล้งเซไปซบอกของเขา

                “ไม่เป็นอะไรนะ?” ฟอเรสถามขึ้นพร้อมกับดันผู้หญิงตรงหน้าออกจากตัวเขา

                ผมมองภาพตรงหน้าและยิ้มให้ฟอเรสที่หันมามองผมว่านั่งอยู่ที่เดิมรึเปล่า แม้ในใจผมจะรู้สึกไม่ชอบเวลาที่เขาเข้าใกล้ผู้หญิงคนอื่น แต่ผมจะไปงอแงกับเขาเพราะเรื่องแค่นั้นได้ยังไงล่ะครับ

                “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มหวาน ฟอเรสแค่พยักหน้ารับรู้แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

                ผมมองผู้หญิงคนนั้นที่มองตามฟอเรส เธอกำลังจะเดินผ่านมาทางผมพอดี เพื่อนของเธอก็กวักมือเรียก

                “หวาย เสร็จรึยังเนี่ยย่ะ หายไปไหนนาน” พวกเธอเดินมาหยุดตรงหน้าผมพอดีเป๊ะ...

                “เสร็จแล้ว...นี่แก เมื่อกี้ฉันเจอผู้ชายหล่อมาก ฉันอยากได้เขาจัง” ผมที่นั่งฟังอยู่ก็ก้มหน้าลงกุมมือของตัวเองไว้

                “หล่อแบบนั้น เขาไม่มีเมียแล้วรึไงย่ะ?” เพื่อนเธอถาม

                “หึ ถึงมีก็เลิกได้ไม่ใช่รึไง?” คำพูของเธอทำให้ผมชะงักกึก

                คนเรามีวันเลิกกันได้ด้วย...

                “ผมไม่เลิก...” ผมเผลอพูดออกไปทำให้เธอสองคนหันขวับมามองผม ผมเลยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเนียน ๆ

                “ผมไม่เลิกทำงานพิเศษนี้หรอกนะครับ” ผมแกล้งพูด เธอก็เลยหันกลับไปคุยกันต่ออย่างไม่สนใจผม

                “แกจะไปแย่งคนที่เขามีเจ้าของแล้วทำไม ฉันไม่สนับสนุนหรอกนะ คนโสดก็มีตั้งเยอะแยะ ถึงหล่อแค่ไหนมีคนรักแล้ว เราก็ไม่ควรจะไปยุ่ง ไปเหอะ หวาย” เพื่อนเธอชวน ผู้หญิงที่เดินชนฟอเรสพูดทิ้งท้ายไว้ด้วย

                “แต่ถ้าผู้ชายเขาเด็ดจริง ก็คุ้มที่จะแย่งมาไหมล่ะ?”

                “อย่าคิดเลยจะดีกว่า ทำลายความรักของคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องสนุกหรอกนะ” เพื่อนของเธอพูดอย่างเข้าใจโลก

                ผมมองพวกเธอที่เดินจากไปแล้ว ผมถอนหายใจเบา ๆ

                “เฮ้อ ทำไงได้ คุณฟอเรสหล่อมากนี่นา จะห้ามคนไม่ให้มาสนใจเขาก็ไม่ได้...” ผมพึมพำคนเดียวก็สะดุ้งกับเสียงเข้มที่ดังขึ้น

                “พึมพำอะไรคนเดียว? หิวแล้วเหรอ”

                “คุณฟอเรส มาแล้วเหรอครับ” ผมเงยหน้ามองที่ขมวดคิ้ว

                “เหนื่อยเหรอ ทำไมดูหน้าซีด ๆ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” เขาชวน ผมเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขาไว้

                “ผมอยากกินแพนเค้ก...” เขาหัวเราะพร้อมกับขยี้ผมของผมเบา ๆ

                “อันนี้ แม่หรือลูกอยากกิน หือ?”

                “ผมกับลูกครับ” ผมยิ้ม ฟอเรสก็พยักหน้า

                “ตามใจทุกอย่าง อยากทานเท่าไหร่ไม่มีอั้น” เขาอนุมัติอย่างใจดี

                “ขอบคุณครับ แต่อย่าตามใจผมมากสิ เดี๋ยวผมก็อ้วนกันพอดี” ผมบ่นงุบงิบเรียกเสียงหัวเราะของฟอเรสเสียงดังเชียว

                การที่เราอยู่กับคนรักแบบนี้ มันมีความสุขมากเลยนะครับ...

                “อิ่มไหม**?...”** เสียงเข้มถามขึ้นเมื่อเดินอยู่ถนนทางเท้าทางเดินกลับไปบ้าน เขาไม่ได้ให้คนมารับเราครับ เพราะร้านแพนเค้ก ค่อนข้างอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ เขาก็เลยอยากเดินกลับกับผม เราไปทานแพนเค้กกันมาครับ อิ่มมาก! และผมก็ยังซื้อกลับมาฝากทุกคนอีก

                “เอามาให้ฉันถือเองดีกว่ามา มันร้อน” เขาเอาถุงจากมือของผมไปถือไว้

                “อ๊ะ ไม่เป็นไรครับ ผมถือเองได้”

                “ไม่เอา ฉันถือให้ ฮันนี่จับมือฉันดีกว่า” ฟอเรสยื่นมือของเขามากุมมือผมไว้แทน  “ยังไม่ตอบเลยว่าอิ่มไหม”

                “อิ่มมากครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”

                “คุณฟอเรสครับ...” เขาเลิกคิ้วตั้งใจฟังที่ผมพูด “ถ้าเกิดว่ามีผู้หญิงมาชอบคุณ...คุณจะทำยังไง”

                มือหนากุมมือของผมแน่นขึ้น ก่อนเขาจะตอบคำตอบที่ทำใจของผมเต้นแรงถี่

                “ก็ไม่ทำอะไร ฉันห้ามไม่ให้ใครมาชอบไม่ได้หรอก แต่สิ่งที่ฉันห้ามได้คือใจของฉันเอง ว่าฉันจะรักแค่ฮันนี่คนเดียว รักชายาที่เป็นหนึ่งเดียวของฉัน เพราะฮันนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดของฉัน...”

                “ผมก็รักคุณนะครับ...” ผมกุมมือของเขาไว้แน่น

                ฟอเรสเชยคางของผมขึ้น

                “เรื่องที่นายรักฉัน มันแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมแล้วค่อย ๆ บรรจงจูบลงอย่างแผ่วเบา

                “อื้อออ” ผมสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาดูดและขบกัดริมฝีปากของผมที่เม้มอยู่

                “เปิดปากหน่อยฮันนี่...” เสียงเข้มพูดแทรกออกมา ผมเลยเผยอปากรับลิ้นของเขาที่ตวัดเข้ามาเกี่ยวลิ้นเล็กของผมอย่างหยอกล้อ

                “อือออ...อา” เขาจูบผมจนพอใจแล้วยอมปล่อยผมออก ผมหายใจหอบพร้อม ๆ กับหน้าที่แดงฉ่า

                งื้อ...เขาจูบผมกลางที่สาธารณะ ดีนะครับไม่มีใครเดินผ่านมา

                “อยากจูบอีก รีบกลับบ้านกันเถอะ” ฟอเรสพูดขี้เล่น ผมก็เลยพยักหน้าขี้เล่นตามเขา ทำให้เสียงหัวเราะของเราดังขึ้นอีกครั้ง....


....................................................................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}