ภัคร์ภัสสร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 1 : เกมล่าแจ็คพ็อต

ชื่อตอน : Chapter 1 : เกมล่าแจ็คพ็อต

คำค้น : ล่ารัก, ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต, เจ้าสาว, นิยายรัก, นิยายน่ารัก, สนุก, ภัคร์, ภัคร์ภัสสร, ผู้หญิงของมาเฟีย, Chineserose, writer, บ่วงรักเฉพาะกิจ

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2559 11:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 : เกมล่าแจ็คพ็อต
แบบอักษร

1

เกมล่าแจ็คพ็อต

ดวงตาคู่โตของหญิงสาวหมองลงไป เมื่อรอนานจนเริ่มสับสนหมดหวัง ในแววตานั้นกำลังหาทางออกให้กับตนเองว่าหากปกรณ์ไม่มาตามนัดแล้วตนจะทำอย่างไรต่อไป การถ่ายทำยังไม่เริ่ม เธอจึงเดินกลับออกมานั่งที่ม้านั่งข้างนอกโรงถ่าย แสงแดดยามบ่ายเจิดจ้า ลมร้อนพัดผ่าน ความร้อนอ้าวของด้านนอกทำให้หญิงสาวเริ่มมีเหงื่อซึม

 

“โธ่... เชอร์รี่ ฟังพี่ก่อนนะครับ เราก็เล่นเกมไม่กี่ชั่วโมงเอง”ปภาณพิชญ์หันไปมองตามเสียงสนทนาที่เธอได้ยินแว่วๆ ภาพชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของร่างสูงสมาร์ทในเสื้อยืดแบรนด์ดังพอกันกับกางเกงยีนส์ในสไตล์หนุ่มมาดเซอร์แต่ดูดีแบบเว่อร์วังในสายตาของครีเอทีฟสาว ดูเหมือนว่าเขากำลังงอนง้อคนรักที่มีอาการงอแง เพราะความคิดบางอย่างไม่ตรงกัน

 

อย่างน้อย... แฟนเขาก็มา ไม่เหมือนเรา... พี่หมอไปอยู่เสียที่ไหนแล้วก็ไม่รู้...ปภาณพิชญ์คิดอย่างน้อยอกน้อยใจ นัยน์ตาว่างเปล่าทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย นาทีนั้นเสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็โวยวายเกือบถึงขั้นเหวี่ยงก็ผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเธอเข้า จนอดไม่ได้ที่จะปรายตาไปมอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“พี่แทนจะให้เชอร์รี่ทนฟังคนที่โกหกเชอร์รี่มาตลอดอย่างนี้เหรอคะ เชอร์รี่ไม่ฟัง และเราเลิกกันนับจากนี้!” คนเป็นแฟนกำลังเหวี่ยง ท่าทางเกรี้ยวกราด

 

“โอเค เชอร์รี่ เราจะเลิกกันก็ได้นะ แต่เชอร์รี่ทิ้งพี่ไปตอนนี้ไม่ได้”หนุ่มมาดเซอร์ยื่นคำขาด สีหน้าเขาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ สีหน้าแบบนั้นถ้าไม่เพราะว่าเขาเป็นคนใจเย็นละก็ เขาต้องเป็นคนเย็นชาแน่ๆ คนแอบฟังคิด

 

“ทำไมไม่ได้ล่ะ?”หญิงสาวหน้างอตอบออกไปอย่างขัดใจ ปภาณพิชญ์เดาว่าหญิงสาวคงเป็นคุณหนูเอาแต่ใจที่กำลังไม่พอใจแฟนหนุ่มข้างๆไม่เบาเลย

 

“ก็เกมกำลังจะเริ่ม พี่จะแข่งในรายการกับใครล่ะ? ไม่มีใครหาคนมาแทนเชอร์ได้ทันหรอกนะครับ เกมใกล้เริ่มแล้ว”เขาสรุป

 

“งั้นเหรอ?” หญิงสาวมาดคุณหนูจ้องตาชายคนรักอย่างเอาเรื่อง “รั้งเชอร์รี่ไว้ ไม่ใช่เพราะแทนแคร์เชอร์รี่หรอกเหรอคะ แต่รั้งไว้เพราะแทนกลัวจะไม่ได้เล่นเกมโชว์บ้าบอนั่น!” เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจ สีหน้าก็ปริ่มจะมีน้ำตา

 

“พูดเบาๆ หน่อยสิเชอร์รี่!” เขาเอ็ดแฟนสาวก่อนหยุดหันมองรอบๆ เพราะไม่อยากให้ทีมงานได้ยินเสียงแฟนสาวที่กำลังพูดถึงรายการในทางที่ไม่ดีเกมโชว์บ้าบอที่ไหนให้เงินรางวัลตั้งห้าแสนล่ะเชอร์รี่!’ เขาคิด

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะเชอร์รี่”ชายหนุ่มพูดตอนนี้หน้าที่นิ่งเริ่มมีคิ้วขมวดเข้าชนกันแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์

 

“เชอร์รี่จะกลับ!หญิงสาวมาดคุณหนูบอกอย่างคนเอาแต่ใจโดยไม่ใยดีสักนิดว่าแฟนหนุ่มจะเสียหน้าและพังพินาศมากแค่ไหนถ้าเธอทิ้งเขาไปกลางคันแบบนี้

 

แต่เธอก็ทำจริงๆ

 

“เชอร์รี่!” เขาเรียกชื่อคนรักสาวแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ฟังเขาอีกต่อไปแล้ว

 

 

“ไม่ต้องตามมานะ เราขาดกัน”สิ้นคำแค่นั้นร่างบอบบางก็สะบัดหน้ากลับหลังหัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากเขาไปแบบไม่ใยดีเลยสักนิดว่าชายหนุ่มจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างไรนับจากนี้

 

 

“ปัดโธ่เว้ย!ธันยาพัฒน์ชกต้นไม้อย่างหัวเสีย สายตาคมมองเข้าไปในโรงถ่าย มันอาจจะมืดสักหน่อยแต่ก็พอรู้ได้ว่าข้างในกำลังเตรียมการถ่ายทำ ทีมงานต่างกุลีกุจอเตรียมฉากและเริ่มเช็ครายชื่อผู้เข้าร่วมแข่งขันกันแล้ว เขาลงชื่อแฟนสาวในการสมัครมาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้ชายหนุ่มยังลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีไหม เพราะสภาพตอนนี้เขาไม่มีคู่แล้วน่ะสิ

 

ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยติดจะทึนทึกด้วยซ้ำ หล่อนนั่งเงียบๆ หากทว่ามีแววร้อนรน ขณะเดียวกันมือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์แนบใบหูเล็กนั่นเอาไว้ หญิงสาวกรอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ เธอมองมาสบประสานเข้าพอดีกับดวงตาของเขานับได้ครั้งสองครั้ง ชายหนุ่มหวังว่าเธอคงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งจะทะเลาะกับแฟนสาวไปหรอกนะ

 

ธันยาพัฒน์ละสายตาจากหญิงสาว จะสนใจทำไมเรื่องคนอื่นวะเนี่ยไอ้แทน? คิดหาทางรอดให้ตัวเองดีกว่าว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้เชอร์รี่โกรธหนีไปแล้วเขาคิด ก็จะไม่ให้แฟนสาวโกรธเขาได้อย่างไรในเมื่อเชอร์รี่เธอเป็นหญิงสาวขี้อายแม้จะมีหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราระดับเน็ตไอดอล หรือเป็นดาราได้สบายๆ เลย แต่เธอก็ไม่ชอบแสดงออกเอาเสียเลย อีกอย่างเธอโกรธที่เขาไม่ยอมบอกเธอตรงๆ ว่าจะมาเล่นเกมโชว์เพื่อชิงเงินรางวัล เกมแต่ละอย่างโหดเข้าขั้น รายการที่ว่าแจ็คพ็อตรัก เลิฟเวอร์คูเปอร์เกม ไม่ใช่ไม่เคยดูทางทีวีดิจิตอลชั้นนำ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเป็นคนดู กับผู้ร่วมเล่นเกมเหล่านั้นแล้วเชอร์รี่เลือกที่จะเป็นคนดูอยู่ทางบ้านดีกว่า อีกอย่างเธอเพิ่งจะรู้ความจริงในวันนี้เองว่าธันยาพัฒน์หรือแทนร้อนเงินถึงขั้นต้องมาเล่นเกมโชว์ล่าเงินรางวัล ก็ไหนยัยปิงเพื่อนสนิทของเจ้าหล่อนโฆษณาสรรพคุณ นายนั่นนักหนาว่าเป็นถึงทายาทโรงแรมดังที่ภูเก็ต แถมคุณแม่ยังยุให้ จับเขาให้อยู่หมัด เพราะนามสกุลดัง แม้โม้นักหนาว่าเขาเป็นทายาทเศรษฐี แต่ไหงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ รวยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือไม่ได้รวยแต่กำลังจะล้มละลาย แล้วคราวนี้เป็นไงล่ะ? พอเธอรู้ความจริงก็นอกจากจะไม่ได้เล่นเกมแน่ๆแล้ว แฟนยังทิ้งหน้างานแบบนี้ มันซวยยิ่งกว่าซวยซะอีก

 

“น้องแทนใช่ไหมคะ? พร้อมยังคะ แล้วแฟนน้องล่ะ?” ทีมงานเดินเข้ามาถามธันยาพัฒน์

 

“เอ่อ ขอเวลาสักพักครับ?”ชายหนุ่มตอบขณะแค่นยิ้มเจตนากลบเกลื่อนปัญหาที่ตนเองกำลังเผชิญ

 

“แฟนยังไม่มาเหรอ?”ทีมงานสาวอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปีท่าทางทะมัดทะแมงเอ่ยถามขึ้น เพราะดูสีหน้าชายหนุ่มผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่สู้ดีนัก

 

“ครับ... เอ่อเข้าห้องน้ำครับ แฟนผมตื่นเต้น... เธอขี้อายครับผม”อ้อมแอ้มตอบไปแต่รู้อยู่แก่ใจว่าตนนั้นกำลังมุสาคำโต แล้วถ้าทีมงานสาวเดินตามไปดูแฟนที่กำลังอ้างถึงในห้องน้ำแล้วไม่เจอใครล่ะจะว่ายังไง แฟนสาวของเขาป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหนแล้วกระมัง

 

“อ๋อ... ทางรายการเราก็กำลังรอดาราที่มาร่วมเกมด้วยน่ะจ้ะเห็นตะกี้โทร.มาบอกว่ากำลังเดินทาง น้องก็บอกแฟนน้องได้เลยว่าไม่ต้องรีบนะคะดาราเค้ารถติดอยู่ ยังไงก็ปลดปล่อยได้ตามสบายเลยจ้ะ” สาวทีมงานรายการบอก เธอคงเข้าใจว่าแฟนสาวของชายหนุ่มผู้เข้าร่วมแข่งขันคงจะตื่นเต้นจนท้องเสียหรือไม่ก็ฉี่ราดกลางกองถ่ายหรืออะไรประมาณนั้น

 

“ครับๆ ขอบคุณครับ”ธันยาพัฒน์ตอบรับอย่างนอบน้อม

 

 

ทีมงานรายการเกมโชว์ชื่อดัง มองซ้ายทีขวาที ราวประเมินผู้เข้าร่วมเกมมากันครบหรือยัง และกะเกณฑ์จำนวนเอ็กตร้า และคนร่วมชมรายการในห้องส่งด้วยสายตา ว่ากี่คนเพื่อจะได้จัดข้าวกองและเครื่องดื่มให้ ขณะเดียวกันก็ก้มลงเช็ครายชื่อผู้ร่วมสนุกจากทางบ้านจากแฟ้ม “เอ... ยังเหลืออีกคู่นี่นา...” ทีมงานคนหนึ่งพูดพึมพำเขาว่านับไม่ผิดแล้วนะ หายไปไหนหนึ่งคู่

 

“พี่กรณ์ถึงไหนแล้วค่ะ?” ปภาณพิชญ์ถาม หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาเหลือน้อยเต็มทีราวว่ามีการนับถอยหลัง คนเดินวุ่นวายขวักไขว่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจใคร

 

“น้องโยเกิร์ต... พี่คงไปไม่ได้แล้วนะครับ”เสียงของนายแพทย์หนุ่มส่งมาตามสายโทรศัพท์ ส่งผลให้ดวงหน้าหวานสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ?” ปภาณพิชญ์เอ่ยขึ้นถามขณะแววตาเศร้าลงอย่างชัดเจนความจริงคำตอบนี้เธอนึกเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าคนรักเก่าจะมาบอกกัน หน้างานแบบนี้ แล้วอย่างนี้เธอจะหาใครมาแทนพี่หมอได้ล่ะ เครียดจนปวดหัวตุ้บๆ ไปหมดแล้ว ร้อนผ่าวที่ดวงตาราวว่าน้ำตาจะไหลอย่างนั้นล่ะ ปกติปภาณพิชญ์ไม่ใช่คนอ่อนไหวร้องไห้ง่ายแบบนี้หรอกนะ แต่ในวันนี้เธอมาพร้อมกับความหวัง... ไม่ใช่รางวัลครึ่งล้านนั่นหรอก แต่เธอมีความหวังจะได้คืนดีหรือง้องอนคนรักหนุ่มที่คบหากันมานานต่างหาก แต่ตอนนี้ฝันของเธอสลาย เหลือไว้เพียงคราบน้ำตาที่ร่วงเผาะ ลงมาอาบแก้ม โดยที่เธอก็ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังร้องไห้อยู่คนเดียวเงียบๆ ขณะถือสมาร์ตโฟนแนบใบหูของตนเอง

 

“เอ่อ... พี่คงไม่สะดวกแล้ว”นายแพทย์หนุ่มกระอักกระอ่วนที่จะตอบ ความจริงมันเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนรักเก่าได้อย่างไม่ยากเย็น

 

“พี่กรณ์ทำไมเพิ่งบอกละคะ?” ปภาณพิชญ์บอกอย่างรู้สึกผิดหวัง หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธที่กำลังคุกรุ่นแต่ต่อให้โกรธสักแค่ไหนเธอก็คงทำอะไรมากกว่าการยอมรับสภาพไม่ได้ และดูเหมือนว่าเธอกำลังเผชิญกับปัญหาในเวลาไม่ช้านับจากนาทีนี้

 

“พี่ขอโทษเราก็แล้วกัน คือเอ่อ....” แล้วก็มีเสียงหญิงสาวที่เสียงแหลมเปี๊ยบส่งมาตามสาย

 

“เธอเป็นใครเที่ยวชวนแฟนชาวบ้านไปหาน่ะ?”แรกที่ได้ยินปภาณพิชญ์รู้สึกคุ้นหูกับน้ำเสียงและจังหวะจะโคนการพูดจาแบบนี้ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเสียงใครเพราะกำลังอยู่ในความเสียใจ

 

แฟนชาวบ้านงั้นหรือ... จำได้ว่าพี่ปกรณ์เป็นแฟนฉันนะถึงจะงอนกันบ่อยๆ รักๆ เลิกๆ กันก็หลายครั้งก็เถอะ แต่ถึงยังไง พี่หมอปกรณ์ ก็ยังเป็นแฟนฉันอยู่ปภาณพิชญ์คิดในใจและเธอแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ มีผู้หญิงคนอื่นพูดแบบนี้กับตนจากมือถือส่วนตัวของผู้ชายที่เธอเรียกเขาว่า แฟน

 

“ขอโทษนะคะ ขอพูดกับพี่ปกรณ์ค่ะ” ปภาณพิชญ์เอ่ยอย่างกลั้นโกรธ หากยังคงรักษาความสุภาพเอาไว้ เธอยินดีไว้หน้าทุกคนนั่นล่ะ เป็นธรรมดามีแฟนหล่อก็ต้องใจกว้าง

 

“เธอจะคุยอะไรกับแฟนฉันเหรอ? แล้วก็ไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วนะ แฟนของฉันคงไปพบเธอตามนัดอีกต่อไปแล้วเข้าใจตรงกันนะ” ปลายสายเว้นจังหวะสูดลมหายใจ ก่อนกระแทกคำพูดแบบเน้นๆ กลับมาอีกครั้ง “เลิก-ยุ่ง-กับ-แฟน-ฉัน-สักที!!

 

เธอวางสายใส่เธออย่างห้วนๆ แต่ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้นะ เจ็บปวดจังเลย... ปริ่มๆเหมือนใจจะขาด

 

หญิงสาวเจ็บจนมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไปมือเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาความรู้สึกโดดเดี่ยวแห้งเหี่ยวแล้วเหมือนโลกทั้งใบกำลังหันหลังให้เธอ

 

 

“น้องๆ เป็นอะไรจ๊ะ?” ทีมงานสาวห้าวถามขึ้นมา เธอตามหาคู่รักที่เข้าแข่งขันอีกคู่ที่เหลือก็ไม่เจอใครเลย นอกจากน้องคนนี้ ตอนนี้ดาราที่รอกำลังจะมาถึงโรงถ่ายแล้ว ฉากก็พร้อมทุกอย่างมีทีมงาน มีคนที่มาคอยให้เสียงตบมือก็ประจำที่กันหมดแล้ว

 

 

“ปละ... เปล่าค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ”ว่าพร้อมก้มหน้าปาดน้ำตาเงียบๆ

 

 

“แล้วน้องร้องไห้ทำไม?”ทีมงานอีกคนที่มาพร้อมกันถามขึ้นบ้าง

 

“ไม่ได้ร้องค่ะ”อ้อมแอ้มแก้ตัวไปทั้งที่หลักฐานที่เรียกว่า น้ำตามันเห็นอยู่ทนโท่

 

“น้องใช่คนที่จะเล่นเกมใช่ไหม เหลืออีกคู่ พี่ตามหาแทบแย่ แล้วนี่แฟนไปไหน?” ทีมงานถามขึ้น เพราะในเวลาที่ใกล้แข่งขันแบบนี้ แต่ละคนเขาอยู่กันเป็นคู่ๆ รอทีมงานฝ่ายประสานงานกองถ่ายเรียกตัว เข้าประจำที่แล้ว แต่ที่เห็นมีอยู่สองคนที่ยืนรอแฟน คนหนึ่งก็ชายหนุ่มมาดเซอร์กับน้องสาวคนนี้ หรือสองคนนี้จะเป็นแฟนกัน แต่ทะเลาะแง่งอนกันหน้างานแบบนี้นะ ขอให้รีบเคลียร์ทำความเข้าใจกันซะจะแข่งแล้วทีมงานสาวได้แต่คิดไปเรื่อยเพราะตั้งแต่ทำรายการมาเธอเห็นบ่อยที่คนรักมาแข่ง แล้วงอนกันทะเลาะกันกลางกองถ่ายแบบนี้น่ะ เธอชินเสียแล้ว

 

“อยู่นี่ครับ!” ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงเอ่ยมาแต่ไกล สิ่งนั้นทำเอาปภาณพิชญ์ที่เพิ่งจะเช็ดน้ำตาจนแห้งตกใจเช็ดน้ำตารวดเร็วอีกครั้งเพื่อจะได้เห็นชัดๆว่าเสียงใคร ชีวิตนี้มีแฟนคนเดียวนะ แล้วก็เพิ่งถูกแย่งไปถ้าจะต้องมีแฟนใหม่ทำไมฟ้าส่งมาไวนักล่ะ ยังไม่ได้อธิษฐานเลยด้วยซ้ำ ปภาณพิชญ์คิดขณะสายตาก็เริ่มมองเห็นหน้าหล่อๆ ของหนุ่มมาดเซอร์เจ้าของประโยคบาดใจนั้นชัดเจนขึ้น

 

พระเจ้าช่วย... กล้วยทอดของปภาณพิชญ์!

 

“หนีมานั่งตรงนี้เอง ไปล้างหน้าก่อนไป เกมใกล้จะเริ่มแล้ว” เขาบอกด้วยท่าทีสนิทสนม พร้อมเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่เคยได้รับฉายาว่า บุรุษหน้าเดียวหรือ ช่างภาพหน้าเดียว อันเป็นฉายาจากบรรดานางแบบและสไตลิสต์หลายๆ คนในวงการนิตยสารแฟชั่น หากรอยยิ้มของเขานั้นสดใสอย่างยากอธิบาย ปกติธันยาพัฒน์เป็นผู้ชายยิ้มยากอยู่เป็นทุนแล้ว จนเป็นสาเหตุให้เขาได้รับฉายาว่า ผู้ชายหน้าเดียวมาตั้งแต่เด็ก พอโตเป็นหนุ่มหล่อเลี้ยงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินทางบ้านด้วยอาชีพช่างภาพอิสระ เขาก็ได้รับฉายาจากบรรดานางแบบนายแบบและสไตล์ลิ้สต์ทั้งหลายว่าเขาน่ะ เป็น ช่างภาพหน้าเดียว จะดีใจเสียใจมีความสุขหรือทุกข์ ใบหน้าเขาก็เรียบนิ่ง หน้าเดียว นานทีจึงจะเผยรอยยิ้มสักครั้ง แต่ก็เป็นเพียงรอยยิ้มบางๆ เหมือนคนขี้เกียจจะยิ้ม คนที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขานับว่าเป็นคนโชคดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

“อ้าว! เมื่อกี้น้องบอกแฟนเข้าห้องน้ำ?”ทีมงานท้วงขึ้น มองมาด้วยดวงตาเจือแววสงสัย

 

“ครับ แฟนผมขี้อาย เรางอนกันนิดหน่อยครับเลยแอบมานั่งร้องไห้ตรงนี้ มาถึงแล้วไม่อยากเล่นเกมจะหนีกลับบ้านท่าเดียว”เขาบอกเหตุผล มันคือมุสาคำโตเลยนะนั่น!

 

“อ๋อๆ เออรีบๆ ทำความเข้าใจกันซะ แล้วรีบตามพี่เข้าไปข้างในล่ะ”ทีมงานสาวว่า คิดไว้แล้ว... หนุ่มสาวฮอร์โมนพลุ่งพล่านก็งี้ เอะอะทะเลาะเอะอะงอนง้อ... แหมเห็นใจคนโสดบ้างสิวะพวกแกเอ๊ย...ทีมงานคิดในใจก่อนเดินส่ายศีรษะเข้าไปในฮอลล์จัดการถ่ายทำ

 

“นี่คุณ?”ปภาณพิชญ์กำลังคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเสียมารยาท เธอยอมรับว่าเขาหน้าตาดีรูปร่างพอๆนายแบบเลยล่ะแต่ไม่น่าเลยเสียมารยาทขนาดนี้ เธอนึกตำหนิเขาในใจ

 

 

“ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ แต่ที่คุณทะเลาะกับแฟนในโทรศัพท์ดังขนาดนั้น... ดีแค่ไหนแล้วที่ทีมงานไม่ได้ยินเข้า”

 

“คุณมายุ่งทำไมเล่า!” เธอบอกอย่างเซ็งๆ พร้อมก้มหน้าหลบสายตาเขาที่กำลังจับจ้องสังเกตเธอ

 

“ตอนนี้เราตกอยู่ในเรือลำเดียวกันน่ะ จะไม่ได้ยังไง?”

 

“คุณหมายความว่าไง?”ปภาณพิชญ์เงยหน้าถามอย่างนึกสงสัยขณะสายตาสบประสาน นาทีนั้นเองหญิงสาวจึงได้พบว่าดวงตาของผู้ชายหน้าเดียวมีสีเทาอมฟ้า... มันน่าหลงใหลพอๆกับพระเอกภาพยนตร์ฮอลลิวูดชื่อดังหลายๆ คนเลย

 

“แฟนผมหนีกลับบ้านไปแล้ว ส่วนคุณคงไม่ต้องให้บอก...” ชายหนุ่มหยุดจ้องตาคู่นั้นที่กำลังช้ำแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ แล้วชายหนุ่มก็พูดต่อไปอีกว่า “ปัญหาที่เกิดกับคุณไม่ใช่ผมไม่รู้”พูดจบเขาก็มองเห็นละอองน้ำตาที่กำลังสั่นระริกในดวงตาคู่สวย ก่อนที่มันจะเอ่อรื้นขึ้นมาอย่างยากจะห้ามเอาไว้ได้...

 

“อืม” หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ น้ำตาก็พาลจะไหล

 

“คุณหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหมครับ... เรามาคิดช่วยกันว่าจะผ่านวันนี้ไปได้ยังไงดีกว่า”เขาเอ่ยชวนสายตาที่มองก็คล้ายว่ากำลังปลอบโยน แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในฐานะคนแปลกหน้า ซึ่งทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้

 

หญิงสาวแหงนหน้าสบประสานสายตาเขา

 

“แล้วคุณว่าเราควรทำไง?”หญิงสาวเอ่ยถาม... หวังว่าสิ่งที่เขาจะตอบออกมา คงไม่ตรงกับที่เธอกำลังเดานะ

 

“ในเมื่อแฟนเราต่างก็ไม่มาที่นี่ ไม่อยู่ตรงนี้ และเรากำลังจะแข่ง เราก็มาจับคู่กันสักพัก?”เขาบอกอย่างมีแผนการแต่สีหน้าเขายังคงนิ่งเรียบเช่นเดิม

 

“แล้วมันก็ต้องมีคู่หนึ่งที่หายไป”ปภาณพิชญ์ตั้งข้อสังเกต เพราะแผนการที่ทั้งสองกำลังจะทำนั้นมันมีช่องโหว่!

 

“เราแค่...” เขาจ้องเธออย่างครุ่นคิดก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเธอเบาๆที่ข้างหู “เงียบๆ ไว้ แล้วผมจะเข้าไปช่วยทีมงานหาคนมาแทนแฟนของเราเอง” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง หากทว่าลมหายใจอุ่นร้อนของเขามันเป่ารดใบหูบอบบางของเธอพาให้หัวใจหญิงสาวเต้นแรงไม่เป็นส่ำ คนบ้า! เพิ่งรู้จักกันก็ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ทำไมอันตรายขนาดนี้เนี่ย กับพี่หมอคบกันมาเป็นปียังไม่เคยทำใจเต้นรัวแบบนี้เลยนะ! “คิดว่าเขาน่าจะมีสแตนอินน่า อย่างน้อยเอาคนตบมือพวกนั้นมาสวมสิทธิ์เล่นเกมก่อน แหมคุณ... รายการโทรทัศน์ระดับมืออาชีพอย่างพวกเขา ไม่เตรียมงานไว้แค่แผนเดียวหรอก”

 

“คุณรู้ได้ไง?”ปภาณพิชญ์เอ่ยถามออกไปด้วยความแปลกใจ

 

“ผมเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ สายงานของผมมันก็คล้ายๆ กันน่ะ งานบันเทิง วงการมายาเค้ามีก๊อกสอง ก๊อกสาม เป็นแผนสำรอง” เขาหยุดจ้องหน้า “ว่าแต่คุณจะเอาไง?”เขาย้ำคำถามไปที่หญิงสาวที่ตาแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาพอสมควร ชายหนุ่มหน้าเรียบนิ่ง แม้ดูเหมือนหัวใจเย็นชาก็จริง แต่มันจะทนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิง... ธันยาพัฒน์ไม่เคยทำผู้หญิงต้องร้องไห้และไม่ชอบเห็นผู้ชายหน้าไหนก็ตามทำร้ายจิตใจผู้หญิง กระทั่งถึงขั้นร้องไห้เสียน้ำตาแบบนี้

 

 

สถานการณ์เหมือนทั้งคู่ลงเรือลำเดียวกัน  สภาพเธอเอง ตอนนี้ก็เหมือนเดินมาไกลเกินกว่าจะหันกลับหลัง ความจริงเธอก็ไม่ได้หวังรางวัลอยู่แล้ว แค่อยากง้อคนรัก แต่ถ้าเขาไม่อยู่ การทิ้งไปกลางคันมีแต่จะถูกทีมงานด่าตามหลังนั่นน่ะสิ เธออาจจะตกลงกับเขาแล้วแข่งไปให้มันจบๆ ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

 

“เอาก็เอาค่ะ” หญิงสาวปาดคราบน้ำตา หายใจเข้าปอดลึกสุดก่อนลุกขึ้น “ฉันตกลง!” เธอบอกดวงตาเธอดูเข้มแข็งขึ้นมา

 

“ไปล้างหน้าก่อนดีไหม... “ เขาแนะ ก่อนจะพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นราวปลอบโยน “เติมแป้งและลิปสติกสักนิดก็ได้ ผมจะรอแถวๆ ทางเข้านะครับ”เขายิ้มบางอย่างเห็นอกเห็นใจหญิงสาวขี้แยตรงหน้า แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีในรอบปีที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขา

 

“ค่ะ”ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับรู้ก่อนเดินตรงไปที่ห้องน้ำของโรงถ่ายทำ

 

ปภาณพิชญ์ก้าวออกมาหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย พบว่าร่างสูงมาดเซอร์กำลังยืนรอเธออยู่ นานแค่ไหนแล้วที่ปภาณพิชญ์ไม่มีผู้ชายยืนรอหน้าห้องน้ำแบบนี้ เขาทำให้เธอหวนกลับไปนึกถึงเวลาหลังชมภาพยนตร์จบ พี่หมอจะต้องยืนรอเธอหน้าห้องน้ำ เหมือนๆ กับแฟนหนุ่มของสาวๆ ทุกคนที่ไปชมภาพยนตร์เป็นคู่ๆ ใครที่เดินออกมาแต่ไม่มีคนรักยืนรอก็ดูเหมือนจะเก้อเขินไป... หล่อนดูหนังคนเดียวมาพักหนึ่ง หลังจากพี่หมอให้เหตุผลว่า  งานที่โรงพยาบาลที่สังกัดนั้นยุ่งมาก คนไข้เยอะ ไปไหนมาไหนกับเธอบ่อยๆ เหมือนเดิมคงจะไม่ได้ ในเวลาต่อมา เพื่อนสนิทของปภาณพิชญ์เล่าให้ฟังว่า พี่หมอของเธอสนิทสนมกับแพทย์สาวที่เธอก็รู้จักแต่... ไม่คิดว่าเขาจะสนิทถึงขั้นคบหากัน และนั่นหมายความว่าพี่หมอคบซ้อนเพราะเขากับเธอยังไม่เลิกกันด้วยซ้ำ

 

 

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?” เขาเอ่ยถาม หน้าตาแน่วนิ่งไม่แสดงอารมณ์  แม้จะหน้าตาดีแต่เสียดายหน้าที่นิ่งเรียบเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่บอกก็คงคิดว่าเขาไปฉีดโบท็อกซ์มามากเกินจำเป็น จนใบหน้าแสดงอารมณ์ไม่ได้ แต่ความจริงเขาเป็นคนนิ่งๆ แบบนั้นเอง

 

“ค่ะ”ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับ ดวงตาที่เคยเศร้าหมอง ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เหตุผลที่ปภาณพิชญ์ตัดสินใจอยู่ต่อไม่ใช่เพราะอยากได้รางวัล แต่เพราะเธอไม่อยาก เสียคนมากกว่า

 

“พร้อมนะ?”เขาเอ่ยถามถึงความพร้อมของคนตัวเล็ก เขารูปร่างสูงและดูสมาร์ทมาก จากสายตาของปภาณพิชญ์คะเนดูน่าจะร้อยแปดสิบได้ คางของเขาอยู่ระดับเดียวกันกับหน้าผากมนของเธอ ทำให้หญิงสาวนึกถึงการ์ตูนตาหวานที่พระเอกจะรูปร่างสูงยาวขณะที่นางเอกตัวเล็กนิดเดียว แต่ได้ระดับพอดีเหมาะสม หากเขาโน้มหน้าลงมาแนบจูบที่ริมฝีปากอิ่มสวยนั้น... ปภาณพิชญ์กำลังจินตนาการถึงการ์ตูนตาหวานต่างหาก ทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงเอาแต่ยิ้ม

 

“อืม”หญิงสาวเปล่งเสียงขานรับในลำคอ คงไม่กล้าจะพูดอะไรมาก กลัวเขาจะจับได้ว่าตนแอบคิด อกุศลกับเขาเข้าแล้วไง

 

“งั้นเราเข้าไปข้างในได้แล้ว”เขาเอ่ยชวน  ปภาณพิชญ์เดินตามเขาต้อยๆ

 

 

“เอ่อ... คุณคะ ชื่อคุณ...?”หญิงสาวหยุดชะงักครู่หนึ่ง เงยหน้าสบประสานดวงตาคมของเขา

 

“เรียกผมว่าแทน... ผมชื่อแทนครับ ธันยาพัฒน์คือชื่อไทยของผมครับ” ชายหนุ่มตอบ ดูเหมือนว่ามุมปากข้างหนึ่งจะโค้งเป็นรอยยิ้มบางๆ น่าค้นหารอยยิ้มนั้นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายมากเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

“คุณเป็นลูกครึ่งหรือคะ?”ความจริงปภาณพิชญ์ไม่น่าถามเลยด้วยซ้ำเพราะเชื้อชาติของเขามันชัดเจนที่รูปลักษณ์ของเขา ทั้งดวงตาสีเทาอมฟ้า ปากสีชมพูธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเข้มและรอยกระที่มีแต่พอน่ารัก บนแก้มทั้งสองข้างของเขา

 

 

“ไทย-อังกฤษ แพททริค เจ. วิลเลี่ยม ชื่ออังกฤษครับ”เขาตอบน้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งฟังดูมั่นคงดี ปภาณพิชญ์บอกตัวเองอย่างนั้น

 

 

“ฉันชื่อปภาณพิชญ์ เรียกโยเกิร์ตก็ได้... นั่นชื่อเล่นฉันค่ะ”เธอตอบเขาแต่กลับเขินอายขึ้นมาเฉยๆ อยู่ดีๆ ก็ใจเต้นแรงพร้อมกับร้อนวูบวาบที่พวงแก้ม

 

“ยินดี... เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาหยุดสบประสานสายตา โยเกิร์ต... ผมก็ชอบกินโยเกิร์ตเหมือนกันนะ!’ เขาพบว่าหญิงสาวตรงหน้าก็หน้าตาน่ารัก สวย หวานจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้ชายที่ทำเธอร้องไห้ ทำไมมันโง่ขนาดนี้นะ

 

“ค่ะ ยินดีเช่นกัน”เธอตอบขณะหัวใจก็เต้นแรงเหลือเกิน  ไม่อาจทนสบประสานสายตากับช่างภาพรูปหล่อได้นาน  เพราะมันทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบที่พวงแก้มทั้งสองข้าง  ถ้าไม่รีบหลบตาตอนนี้มีหวังสีแดงๆ ของแก้มสาว  ได้สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาเป็นแน่  มันคงเป็นเรื่องน่าอายน่าดูเลย ถ้าปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้นกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน

 

“ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่”เขาบอกอย่างแค่นยิ้ม

 

“แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีนะคะ”เธอตอบพร้อมใช้นิ้วเกี่ยวปรอยผมขึ้นเหน็บใบหูอย่างแก้เก้อ ทำไม... ต้องรู้สึกเขินอายกับผู้ชายคนนี้ด้วยนะ?หญิงสาวตำหนิตัวเอง

 

“ครับผม เราเข้าไปข้างในกันได้แล้ว” เขาชวนน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่พูดเปล่า มืออบอุ่นเกี่ยวมือนุ่มจับจูงเดินเข้าไปด้านใน หากหญิงสาวขืนตัวไว้ ก่อนพูดอะไรบางอย่าง

 

“ว่าแต่เรื่องที่มันจะต้องมีทีมหนึ่งที่หายไปละคะ?” หญิงสาวยังถามด้วยความเป็นกังวลเพราะกลัวถูกทีมงานจับได้แล้วเรื่องเล็กมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่น่ะสิ

 

“ผมบอกทีมงานไปแล้วครับ ไม่ต้องกังวล” เขาบอก สิ่งนั้นสร้างความสบายใจให้ปภาณพิชญ์ขึ้นมาทันที

 

“โอ... ดีจังค่ะ” ปภาณพิชญ์รู้สึกโล่งใจ จนเผยรอยยิ้มหวานละมุนละไมออกมา  รอยยิ้มนั้นตรึงอยู่ในหัวใจใครบางคน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน ผู้ชายอย่างธันยาพัฒน์ ผู้ไม่เคยเชื่อเรื่อง รักแรกพบแต่ตอนนี้ชายหนุ่มชักลังเลสับสน!

__________________________________________________

จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันนะ

อ่านนิยายจบแล้ว อย่าลืมไปกดติดตามเพจไรต์กันด้วยนะคร้าาาาาา ^___^

ไชนิสโรส

ภัคร์ภัสสร

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}