Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๒

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๒

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2560 21:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,100
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๒
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๐๒

อีกเจ็ดวันจักถึงวันขึ้นสิบห้าค่ำ พระจันทร์เต็มดวง อาคันตุกะทั้งสองแคว้นต่างประทับที่วังหลวงภุมริกาเพื่อรอวันเลือกคู่ของเจ้าน้อยบัวงาม องค์รัชทายาทการะเวกวอแวเจ้าบัวงามเสียจนน้องน้อยรำคาญใจ

“น้องบัวกินขนมสิจ๊ะ รสดีเทียว”ส่งสายพระเนตรให้เสียจนเจ้าน้อยอึดอัดพระทัย ขนาดวันนี้ทรงสวมใส่เสื้อแขนกระบอกคอตั้งมิดชิดยังทำชีกอใส่ หากใส่เพียงผ้าแถบคาดอกเช่นทุกคราคงโดนลวนลามทางสายตามากกว่านี้เป็นแน่

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ แต่หม่อมฉันอิ่มท้องแล้วพระเจ้าค่ะ”ทรงปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“เยี่ยงนั้นใคร่อยากเดินเล่นไหมจ๊ะ”

“ไม่ดีกว่าพระเจ้าค่ะ เอ่อ..หม่อมฉันขอตัวก่อนหนาพระเจ้าค่ะ พอดีจักต้องเข้าเฝ้าเสด็จพี่ภุชงค์ เชิญองค์รัชทายาทตามสบายหนาพระเจ้าค่ะ”ตรัสแลออกเสด็จออกมามิให้องค์รัชทายาทการะเวกได้ตั้งตัว

“เอ่อ น้องบัว...น้องบัว..”เรียกตามไล่หลังแต่เจ้าน้อยได้หันกลับมาไม่

“เฮ้อ...”ทรงระบายพระปัสสาสะ เสด็จเรื่อยโดยมีพระพี่เลี้ยงคอยตามมิห่าง

“เจ้าน้อยเพคะ”

“หืม”

“นั่นพระมารดาศศิธรนี่เพคะ”

“ใช่จริงๆด้วย เยี่ยงนั้นข้าเข้าเฝ้าหน่อยท่าจักดี เจ้าให้ข้าหลวงไปเตรียมขนมหวานถวายพระมารดาท่านทีเถิด”

“เพคะ”

“พระมารดาศศิธรพระเจ้าค่ะ”เสียงหวานตรัสเรียกผู้อาวุโส

“เจ้าน้อย”

“ถวายพระพรพระเจ้าค่ะ”หมอบกราบอ่อนช้อยน่าเอ็นดู

“มิต้องมากพิธีดอกเจ้าน้อย”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ...ทรงเป็นเยี่ยงไรบ้างพระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ ที่ภุมริกาแม้จักร้อนไปบ้างแต่อากาศก็ร่มรื่นอยู่”

“พระเจ้าค่ะ...เอ่อ..ที่วังหลวงมีแม่ครัวขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน หม่อมฉันกำลังให้ข้าหลวงนำถวาย ทรงลองเสวยดูหน่อยหนาพระเจ้าค่ะ องค์จันทร์ท่านว่าพระองค์ทรงโปรดขนมหวาน”

“หืม...เจ้าจันทร์หรือ”

“พระเจ้าค่ะ...เมื่อวันก่อนทรงให้หม่อมฉันพาเสด็จชมวังหลวงจึงได้พูดคุยกันบ้างพระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ ดีแล้ว...ข้าใคร่อยากให้เจ้าจันทร์ แลเจ้าน้อยสนิทกันไว้”

“เอ่อ...พระเจ้าค่ะ”พระปรางนวลแดงระเรื่อ

“ทูลพระมารดาศศิธร แลเจ้าน้อย ขนมมาแล้วเพคะ”

“ขอบใจหนาจ๊ะอิ่ม”

“มิได้เพคะเจ้าน้อย”

“ทรงลองเสวยดูหนาพระเจ้าค่ะ เสด็จแม่ชมนาดท่านโปรดนัก”

“ขอบใจหนาเจ้าน้อย”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

พระมารดา แลเจ้าน้อยบัวงามทรงประทับพูดคุยกันจนเวลาล่วงเลยมาหลายยาม

“เสด็จแม่พะย่ะค่ะ”องค์จันทร์เสด็จเข้าเฝ้ามารดา

“เจ้าจันทร์”

“ถวายพระพรพระเจ้าค่ะฝ่าบาท”หมอบกราบ

“ทรงทำกระไรกันอยู่หรือพะย่ะค่ะ”ตรัสพลางประทับลงข้างเจ้าน้อย กลิ่นหอนหวานจากกายบางทำเอาองค์จันทร์เผลอสูดพระปัสสาสะ

“แม่เบื่อๆ เจ้าน้อยเลยประทับเป็นเพื่อน เอ่อ...เยี่ยงนั้นเจ้าก็ประทับเป็นเพื่อนเจ้าน้อยแทนแม่แล้วกันหนาเจ้าจันทร์ เห็นทีแม่คงจักต้องไปพักเสียแล้ว คนแก่ก็เยี่ยงนี้แล ขออภัยหนาเจ้าน้อย”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นแม่ขอตัวก่อนหนา”ตรัสก่อนจักเสด็จพร้อมข้าหลวงคนสนิท

“เอ่อ...ทรงเป็นอย่างบ้างพระเจ้าค่ะ ขาดเหลือกระไรหรือไม่”

“หึหึหึ ภุมริกาต้อนรับดีเสียจนมิขาดตกบกพร่อง มิต้องกังวลไปดอก”

“พระเจ้าค่ะ”

“แลวันนี้มิไล่จับแมวแล้วหรือ”ทรงตรัสเย้า

“มะ มิได้พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเพิ่งจักทราบเมื่อวานนนี้เองพระเจ้าค่ะว่ายี่หุบท้อง เห็นทีคงจักมิได้วิ่งเล่นกันจนกว่าจักคลอด”

“หึหึหึ เยี่ยงนั้นเจ้าน้อยก็มาเล่นกับข้าแทนดีไหม”

“หา...เล่นกับพระองค์หรือพระเจ้าค่ะ” นัยน์ตากวางช้อนมองพระพักตร์คมดุอย่างฉงน จักให้เล่นกับองค์จันทร์น่ะหรือ

“หึหึหึ เจ้าเหมบอกว่าท้ายวังหลวงมีน้ำตกอยู่ ข้าใคร่ไปเจ้าน้อยจักพาข้าไปได้หรือไม่”

“น้ำตกหรือพระเจ้าค่ะ บัวใคร่ไปพระเจ้าค่ะ”ดีพระทัยเสียจนเผลอแทนพระองค์เองด้วยชื่อ พระโอษฐ์บางจิ้มลิ้มแย้มยิ้มหวานเสียจนองค์จันทร์พระเนตรพร่า

“เยี่ยงนั้นก็ไปกันเลยดีไหม ประเดี๋ยวจักค่ำเสียก่อน”

“พระเจ้าค่ะ”ว่าแล้วสองพระองค์ก็เสด็จท้ายวังหลวงโดยไร้องครักษ์ประจำพระองค์ แลพระพี่เลี้ยงคนสนิท นั่นหมายความว่าทรงเสด็จเพียงลำพังสองพระองค์ เจ้าน้อยบัวงามดีพระทัยเสียจนลืมเลือนความเหมาะสม น้ำตกท้ายวังหลวงนี่ หากเจ้าน้อยจักเสด็จจักต้องมีพระบิดา หรือ พระเชษฐาพาเสด็จเท่านั้น

ซ่าๆๆๆ

เสียงสายน้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำยิ่งทำให้พระโอษฐ์บางแย้มยิ้มหวาน พระนาสิกโด่งรั้นสูดกลิ่นอายธรรมชาติเข้าพระปับผาสะ

“ทรงชอบที่นี่หรือเจ้าน้อย”ตรัสถามพลางทอดพระเนตรร่างบางอย่างเอ็นดู

“พระเจ้าค่ะ แต่หม่อมฉันมิค่อยได้มาดอก เสด็จพ่อ แลภุชงค์มิค่อยจักว่างพามาสักเท่าใด แลจักมาเองก็ถูกสั่งห้าม”ตรัสพลางยิ้มให้เจ้าหลวงศศิมณฑล

“แลเยี่ยงนี้ข้าจักต้องอาญาองค์ภุมรินหรือไม่ที่ขัดรับสั่งพาเจ้าน้อยมา”

“หา...มะ มิได้พระเจ้าค่ะ หากบัวมิปาก แลองค์จันทร์มิตรัสก็จักมิมีผู้ใดรู้ดอก”

“ฮะฮ่าๆๆ เยี่ยงนั้นหรือ”

“คิกๆๆ พระเจ้าค่ะ...อ่า น้ำเย็นนัก”เจ้าบัวงามยอบกายลงกวักน้ำใสในลำธารเล่น ใบหน้างามแย้มยิ้ม สะกดให้สายพระเนตรองค์จันทร์ทอดมองความสดใสนั่นโดยมิรู้ตัว นานเสียจนท้องฟ้าที่สดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีเทามืด เมฆฝนกลุ่มใหญ่ตั้งเค้าส่งเสียงคำรามครืนๆ

“ฝ่าบาทฝนตั้งเค้าแล้ว หม่อมฉันว่า....อ๊ะ”ยังมิทันที่จักตรัสจบ หยาดน้ำฟ้าก็หลั่งรดลงมาจนเจ้าจันทร์รีบคว้าแขนเรียวให้วิ่งเข้าไปหลบใต้ต้นไทรต้นใหญ่

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าน้อย”

“มิเป็นไรพระเจ้าค่ะ แต่จักทำอย่างไรดีพระเจ้าค่ะ เราจักกลับวังหลวงกันเยี่ยงไร”

“คงต้องรอฝนหยุดก่อนแล”

ครืน ครืน เปรี้ยง

“อ๊ะ”สะดุ้งสุดตัวพลางยกพระหัตถ์ปิดพระกรรณ นัยน์ตากวางหลับแน่น

“เจ้าน้อยเป็นกระไรหรือไม่”

“หมะ หม่อมฉันมิ..”ตรัสพระสุระเสียงสั่น

ครืน เปรี้ยง

“อื้อ”ริมฝีปากบางเบะออก

“เจ้าน้อย”ทอดพระเนตรดังนั้นองค์จันทร์จึงดึงร่างแน่งน้อยเข้ามากอดปลอบความอุ่นจากพระอุระกว้างทำให้เจ้าบัวงามพอจักคลายความหนาวสั่น แต่ความกลัวนั้นยังคงอยู่

“หมะ หม่อมฉันกลัวพระเจ้าค่ะ”

“มิต้องกลัวหนา ข้าอยู่ตรงนี้กับเจ้า”กระชับพระกรพลางหันพระวรกายบังสายฝนมิให้สาดโดนร่างบางของน้องน้อย

“...พระเจ้าค่ะ”แขนเล็กโอบรอบพระกฤษฎีสอบ ใบหน้างามซบแนบกับพระอุระกว้าง กลิ่นกายบุรุษเพศพาให้หลงลืมความกลัวไปชั่วขณะ

ครืน เปรี้ยง

“อื้อ”สะดุ้งอีกครา หากแต่ก็ได้พระหัตถ์อุ่นลูบแผ่นหลังปลอบ สายฝนสาดเทลงมาเสียจนมองมิเห็นทาง คงจักต้องอยู่ใต้ร่มไม้นี้เสียจนฝนหยุด

หยาดน้ำฟ้าร่วงโรยกว่าจักหยุดก็เย็นย่ำ สององค์พระวรกายเปียกปอน กอดกันแลกันเพื่อคลายความหนาว พระหัตถ์ใหญ่โอบประคองร่างแน่งน้อย กลิ่นกายหวานๆลอยแตะพระนาสิกให้องค์จันทร์สูดดมจนเพลิน ทอดพระเนตรดวงหน้าหวานที่แนบซบกับพระอุระไม่วางตา

“ฝนหยุดแล้ว”ตรัสพลางใช้พระหัตถ์ลูบน้ำฝนออกจากใบหน้าขาวนวล

“พระเจ้าค่ะ..ปานนี้ที่วังหลวงคงจักตามหาเราสองคนกับจ้าละหวั่นเป็นแน่”

“นั่นสิ”

“องค์จันทร์...เจ้าบัว”น้ำเสียงเข้มดุดันดังขึ้นทางด้านหลัง เรียกให้สองพระวรกายผินไปมอง

“เสด็จพ่อ!!”

“องค์ภุมริน”

“เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่กัน”ทรงตรัสถามพระสุระเสียงดุ พระพักตร์เรียบตึง

“คะ คือ บัว...”

“ทูลฝ่าบาทหม่อมฉันชวนเจ้าน้อยออกมาเอง เป็นความผิดหม่อมฉันพะย่ะค่ะ”

“มะ ไม่หนาพระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ ลูก...”

“กลับวังหลวงก่อนเถิดค่อยแก้ตัว!!”

.

.

.

หลังจากกลับวังหลวงเจ้าน้อยบัวงามถูกพระพี่เลี้ยง แลพระมารดาจับอาบน้ำอาบท่า แลผลัดผ้าใหม่ ส่วนองค์จันทร์นั่นทรงเสด็จกลับตำหนักรับรองอาคันตุกะ

“เชิญองค์จันทร์สรงน้ำ แลเปลี่ยนฉลองพระองค์ใหม่ก่อนเถิด แลหลังจากกายาหารเย็นเราค่อยคุยกัน!!”องค์ภุมรินตรัส ก่อนจักเสด็จเข้าตำหนักในที่ประทับขององค์รัชทายาท แลเจ้าน้อย แก้วตาของพระองค์ถูกชายอื่นกกกอดเยี่ยงนี้จักให้อยู่เฉยได้อย่างไร แม้ลูกจักต้องเลือกคู่ในไม่อีกกี่วันข้างหน้า หากแต่ตอนนี้ใครก็แตะเจ้าบัวมิได้

“เสด็จพ่อ~~”พระสุระเสียงหวานเอ่ยเรียกคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน

“มิต้องมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน”ดุจนเจ้าบัวงามก้มหน้างุด

“เสด็จพี่ พระทัยเย็นก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”เจ้าชมนาดว่า

“เย็นมิได้ดอกน้อง งามหน้าเสียขนาดนี้ เหตุใดจึงได้ไปกอดกับเจ้าหลวงศศิมณฑลในที่เปลี่ยวเช่นนั้นเจ้าบัว”

“...บัว..”น้ำพระเนตรร้อนรื้นเต็มนัยน์ตากวาง

“ไว้มื้อเย็นแล้วก่อนเถิด ค่อยว่าความ!!”

“เสด็จพ่อ..ฮึก”

“เจ้าบัวงาม”เจ้าชมนาดกอดลูกปลอบประโลม มือบางลูบกลุ่มผมยาว

“เสด็จแม่”ซบใบหน้างามกับอกมารดา

.

.

.

“เจ้าจันทร์...มันเกิดกระไรขึ้น”พระมารดาศศิธรตรัสถามโอรสตน ตอนที่ทรงทราบว่าเจ้าจันทร์ แลเจ้าน้อยไปกกกอดกันอยู่ที่น้ำตกท้ายวังหลวงภุมริกาลมแทบจับ ร้อนถึงข้าหลวงคนสนิทต้องหายาหอมยาดมถวาย

“ลูกผิดเองพะย่ะค่ะเสด็จแม่ ลูกเป็นคนชวนเจ้าน้อยไปที่น้ำตกนั่นเอง”

“ตายๆๆ เยี่ยงนี้องค์ภุมรินมิกริ้วขนาดดอกหรือ”

“ลูกขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ”

“เฮ้อ...”ระบายพระปัสสาสะพลางยกยาหอมจรดพระนาสิก

.

.

.

พระกายาหารเย็นวันนี้ดูจักตรึงเครียดมิน้อย เจ้าบัวงามถูกกักบริเวณให้อยู่เพียงตำหนักใน โดยมีพระเชษฐาอย่างภุชงค์อยู่เป็นเพื่อน ดังนั้นจึงมีเพียงองค์ภุมริน เจ้าชมนาด แลอาคันตุกะจากสองแค้วนเท่านั้น

“ฝ่าบาท หม่อมฉันมิยอมหนาพะย่ะค่ะ...องค์จันทร์ทำเช่นนี้มิเท่ากับเป็นการกำจัดโอรสหม่อมฉันทางอ้อมหรือพะย่ะค่ะ”เจ้าหลวงการะเวกตรัสอย่างมิยอม องค์จันทร์ทำเยี่ยงนี้ แลโอรสตนจักมีสิทธิ์หรือ

“พระทัยเย็นก่อนเถิดพะย่ะค่ะ”ทรงตรัสเสียงเรียบเสียจนเจ้าหลวงการะเวกมิกล้าขัด

“หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนโอรสของหม่อมฉันจริงๆพระเจ้าค่ะ”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ”องค์จันทร์ตรัสพลางค้อมพระเศียร

“เจ้าบัวลูกข้าเสียหายไปแล้วจักทรงทำอย่างไรพะย่ะค่ะ”

“.....เอ่อ”หากจักให้เจ้าน้อยตบแต่งเป็นชายาเจ้าจันทร์ แน่นอนการะเวกคงมิยอมเป็นแน่ แต่หากจักให้มีพิธีเลือกคู่ คนก็จักมองเจ้าน้อยมิดี คิดมิตกเสียเลย

“......”

“หม่อมฉัน...”

“เฮ้อ...ทูลฝ่าบาท”ทรงผินพระพักตร์ตรัสกับเจ้าหลวงการะเวก

“พะย่ะค่ะ”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยจริงๆพะย่ะค่ะ”

“ทรงหมายความว่าอย่าไรพะย่ะค่ะ”

“...หม่อมฉันคงจักต้อง**ยกเจ้าบัวงามให้ศศิมณฑล**”คงจักต้องยกแก้วตาให้ศศิมณฑล

“มิได้หนาพะย่ะค่ะ..แลโอรสหม่อมฉันเล่าพะย่ะค่ะ มิยุติธรรมกับโอรสหม่อมฉันเสียเลย”

“นั่นสิพะย่ะค่ะ ไหนว่าทรงมิฝืนใจน้องบัว เยี่ยงนั้นก็ทรงให้น้องบัวเลือกเองสิพะย่ะค่ะ”การะเวกหาได้ยอมไม่  องค์ภุมรินพระพักตร์เรียบตึง สองพ่อลูกการะเวกหาได้สนใจเกียรติเจ้าน้อยภุมริกาไม่ รู้ทั้งรู้ว่าหากทำเยี่ยงนั้นเจ้าบัวจักถูกมองมิดี

“...เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักเลื่อนพิธีเลือกคู่มาเป็นวันพรุ่งเสีย”ตรัสอย่างมิใคร่พอใจ

“แต่หากทำเช่นนั้นเจ้าน้อยจักเสื่อมเกียรติหนาพะย่ะค่ะ”องค์จันทร์ทรงตรัส

“ขอบพระทัยที่ทรงปกป้องเกียรติของเจ้าบัวพะย่ะค่ะ...แต่เรื่องนี้คงจักหาข้อสรุปที่ดีกว่านี้มิได้แล้ว”ตรัสประชดการะเวก

“.....”

“...วันพรุ่งเก้านาฬิกา ขอเชิญทั้งสองแคว้นที่ท้องพระโรงหนาพะย่ะค่ะ”ตรัสแล้วก็ลุกออกจากท้องเสวยพร้อมเมียรัก

.

.

.

“กระไรหนาพระเจ้าค่ะ...จักให้บัวเลือกคู่วันพรุ่ง”

“ใช่...”

“มิเอาหนาพระเจ้าค่ะ..ฮึก บัวมิเลือก เสด็จพ่อ”

“เจ้าทำกระไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตน ปฏิเสธมิได้ดอก”

“ฮึก..ฮือออ”

“เตรียมตัวเสีย...ใช่ว่าพ่อขับไสไล่ส่งเจ้าหนาลูก แต่จักปล่อยให้เจ้าเสื่อมเกียรติเช่นนี้ต่อไปมิได้”

“ฮึก ฮือออ..พระเจ้าค่ะ”

วันรุ่งเจ้าน้อยทรงตื่นบรรทมแต่เช้ามืด หากแต่ความเป็นจริงทรงบรรทมมิหลับทั้งคืน เหล่าข้าหลวง แลพระพี่เลี้ยงต่างถวายงามพาเจ้าน้อยสรงน้ำ แลแต่งพระองค์ให้  ผมยาวเคลียเอวบางถูกสางจนเรียงตัวสวย ร่างบางสวมใส่เสื้อแขนกระบอกคอตั้งสีขาวกระบัง แลโจงกระเบนสีควายเผือก ใบหน้าหวานถูกผลัดแป้งเล็กน้อย ทาสีผึ้งลงชาดที่ริมฝีปากบาง พรมน้ำปรุงที่จุดชีพจรเป็นอันเสร็จ

“เสร็จแล้วเพคะเจ้าน้อย ทรงงามมากเพคะ”

“ขอบใจจ้ะ”ตรัสพลางทอดพระเนตรมาลัยคล้องมือพวงโตในพระหัตถ์ หากทรงนำมาลัยไปคล้องมือให้ใครนั่นก็หมายความว่าทรงเลือกผู้นั้นเป็นคู่ครอง

“เจ้าบัว”

“เสด็จแม่”

“แต่งกายแล้วหรือยังลูก”

“พระเจ้าค่ะ”

“ใยจึงทำหน้าเยี่ยงนี้เล่า”

“บัว...มิอยากเลือกคู่พระเจ้าค่ะ เสด็จแม่”

“โธ่ลูกจ๋า...อย่างไรเสียลูกก็ต้องเลือก”

“.....”

“...จงเลือกผู้ที่ใจเจ้าเลือก เลือกคนที่ใจเจ้าปรารถนาเถิด”

“พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นก็ไปเถิดลูก ประเดี๋ยวพ่อเจ้าจักรอนาน”

“พระเจ้าค่ะ”

เมื่อเจ้าน้อยแล พระชายาชมนาดมาถึงท้องพระโรงพิธีเลือกคู่จึงได้เริ่มขึ้น เจ้าบัวงามกำมาลัยในพระหัตถ์แน่น ขณะที่แม่เฒ่าได้ทูลความแก่เจ้าน้อยก่อนเริ่มพิธีว่า

“เจ้าน้อยเพคะ”เสียงแหบเอ่ย

“เจ้าค่ะท่านยาย”

“ศิวเศขรผู้นั้นทรงเป็นคู่แท้...มิต้องกลัว คู่กันแล้วมิแคล้วกัน”

“...เจ้าค่ะ”

“เจ้าบัว..”

“พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ”

“พ่อมิบังคับ...สุดแล้วแต่ใจเจ้าจักเลือก มิว่าใครพ่อรับได้”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ แต่ทางที่ดีมิต้องเลือกจักดีกว่า”

“เจ้าบัวงาม”มารดาปรามเสียงอ่อน

“ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”

“เอาเถิด..ได้เวลาแล้ว”

“บัวกลัว”

“มิต้องกลัว แม่เฒ่าท่านว่าคู่กันแล้วมิแคล้วกัน ดังนั้นก็เลือกเถิด”

“.....พระเจ้าค่ะ”

เจ้าบัวเดินออกจากอ้อมอกบิดา มารดา แลเสด็จไปอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มสูงศักดิ์ทั้งสอง องค์รัชทายาทการะเวกแย้มพระโอษฐ์กว้างให้จนเจ้าบัวอึดอัดใจ ในขณะที่เจ้าหลวงศศิมณฑลแย้มพระโอษฐ์ให้เล็กน้อยหากแต่ทำให้ใจดวงน้อยวูบไหว

“...องค์รัชทายาทการเวก”เสียงหวานเอ่ยทำเอาพ่อ แม่ แลพี่ชายเบิกตากว้างจักเลือกองค์รัชทายาทการเวกหรือ

“น้องบัว...”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยหนาพระเจ้าค่ะ”ตรัสพลางพนมมือไหว้

“...หมายความว่าอย่างไรจ้ะ”

หม่อมฉันเลือกองค์จันทร์พระเจ้าค่ะ”ตรัสแลคล้องมาลัยสีขาวพวงโตเข้ากับข้อพระหัตถ์ขององค์จันทร์

“ฟู่...”ทรงได้ยินว่าเลือกใครก็ลอบถอนหายใจกันสามพ่อแม่ลูก

“หา...น้องบัว!!!”ตวาดเสียงดังเสียจนเจ้าบัวงามสะดุ้งโหยง องค์จันทร์จึงดึงร่างน้อยให้หลบหลังพระวรกายอย่างปกป้อง

“พระทัยเย็นก่อนเถิดองค์สิน”องค์ภุมรินเสด็จลงจากบัลลังก์เข้าห้าม

“จักเย็นได้อย่างไรพะย่ะค่ะ”

“แต่เจ้าน้อยทรงเลือกแล้ว”องค์จันทร์ตรัส

“แต่!!”

“ได้โปรดเคารพการตัดสินใจของหม่อมฉันด้วยเถิด”เจ้าน้อยตรัส

“เหตุใดจึงมิเลือกหม่อมฉัน!!!”

“.....”

“หรือทรงได้เสียกับเจ้าหลวงศศิมณฑลเสียแล้ว จึงมิเลือกหม่อมฉัน!!”

“มากไปแล้วองค์สิน...เจ้าหลวงการะเวกทรงปรามโอรสของท่านทีเถิด”

“ที่หม่อมฉันเลือกองค์จันทร์นั่นก็เพราะหม่อมฉันมิชอบใจกิริยาของพระองค์ต่างหาก”

“เจ้าบัว!!”

“พอ!!”

“.....”

“หากมิมีกระไรแล้วหม่อมฉันขอเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จกลับการะเวกเถิดพะย่ะค่ะ”

“......”

“ฮึ่ย!!”

“..เยี่ยงนั้นหม่อมฉันขอทูลลาพะย่ะค่ะ”ตรัสแล้วก็เสด็จออกจากท้องพระโรงทั้งพ่อ แลลูก

ลับหลังพ่อลูกการเวก ภุมริกา แลศศิมณฑลจึงได้ลอบถอนพระปัสสาสะอย่างโล่งพระทัย อย่างน้อยก็หมดปัญหาไปแล้วหนึ่ง จักเหลือก็เพียง.....

“เจ้าบัว!!”

“เฮือก..พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ”สะดุ้งโหยง

“มาหาพ่อประเดี๋ยวนี้...แลองค์จันทร์ทรงปล่อยมือเจ้าบัวด้วยพะย่ะค่ะ”มิตรัสเปล่า ดึงมือน้อยของลูกออกจากพระหัตถ์เจ้าหลวงหนุ่ม

“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ”ตรัสพลางค้อมพระเศียรให้ว่าที่พระสัสสุระ

“เยี่ยงนั้นหม่อมฉันขอตัว”ตรัสพลางเสด็จออก พระหัตถ์ข้างหนึ่งจูงมือชายา แลอีกข้างลากมือโอรสองค์เล็กโดยมีโอรสองค์โตตามหลังไป

“ดีแค่ไหนที่เจ้าน้อยเลือกเจ้า..”พระมารดาศศิธรตรัสกับโอรสตนเมื่อลับหลังภุมริกา

“......”

“เฮ้อ...เอาเถิด แม่จักล่วงหน้ากลับศศิมณฑลไปก่อนจักได้เตรียมงานอภิเษก ส่วนเจ้ารอกลับพร้อมเจ้าน้อย”

“พะย่ะค่ะเสด็จแม่”

.

.

.

“เสด็จพ่อ”

“เฮ้อ...”

“บัวขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”

“เจ้าบัวงาม...แม้นพ่อจักมิใคร่อยากปล่อยเจ้าไป หากแต่เขาผู้นั้นคือองค์จันทร์พ่อก็วางใจ”

“เสด็จพ่อ”

“ถึงเวลาที่พ่อจักต้องปล่อยมือเจ้าให้องค์จันทร์แล้วสิหนา”

“.....”

“คอยดูเถิดพ่อจักเรียกสินสอดทองหมั้นให้กองท่วมหลังคาตำหนักหลวงเทียว”

“เสด็จพ่อ!!!”

“เสด็จพ่อ!!!”

“เสด็จพี่!!!”

“หึหึหึ”

.

.

.

**

“ฮัดชิ้ว”

“เป็นกระไรไปเจ้าจันทร์ มิสบายหรือลูก”

“มิได้พะย่ะค่ะ ลูกเพียงแค่คันจมูกเล็กน้อย”

“คงมีคนนินทาเจ้ากระมัง”

“หึหึหึ ใครจักกล้านินทาลูกหรือพะย่ะค่ะ”

“จักไปรู้เจ้าหรือ”

“มิมีดอกพะย่ะค่ะ อย่าทรงคิดมากไปเลย”

“ดีมิดี คงจักเป็นองค์ภุมริน พระสัสสุระของเจ้ากระมัง”

“อ่า...ได้ยินพระนามแลใจหม่อมฉันสั่นเชียวพะย่ะค่ะ”

“หึหึหึ แม่มิอยากจักคิด หากเจ้าพลั้งเผลอทำเจ้าน้อยเสียอกเสียใจเข้า แคว้นเราคงจักถูกกองทัพภุมริกาถล่มจนราบเป็นหน้ากลองเป็นแน่”

หม่อมฉันมิมีทางทำเจ้าน้อยเสียพระทัยดอกพะย่ะค่ะ

“หึหึหึ ให้มันจริงเถิด”

“แน่นอนพะย่ะค่ะ”

image

ความคิดเห็น