มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 สูญเสียไป ไม่เหลือแล้วพรหมจรรย์ Part 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 สูญเสียไป ไม่เหลือแล้วพรหมจรรย์ Part 1

คำค้น : เด็กฝึกงาน , บอส , นายจ้าง , ลูกจ้าง , กินเด็ก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 สูญเสียไป ไม่เหลือแล้วพรหมจรรย์ Part 1
แบบอักษร

Chapter6  สูญเสียไป ไม่เหลือแล้วพรหมจรรย์

 

       ชวนนท์พาร่างบางมาที่รถเมอร์ซีเดสรุ่นล่าสุด เขาเปิดประตูให้หญิงสาวก่อนจะเดินไปขึ้นประจำที่คนขับ

       “เดี๋ยวช่วยบอกทางไปบ้านของเธอด้วย” เขาบอก ดลลดาจึงต้องบอกเส้นทางไปบ้านของหล่อนให้เขาฟัง 

       ชวนนท์พาหญิงสาวมาถึงอพาร์ตเม้นท์ที่เธอเช่าอยู่  ดลลดากล่าวขอบคุณเบาๆ และเปิดประตูลงจากรถ หญิงสาวหยุดมองเขา เมื่อเห็นชวนนท์เปิดประตูลงตามมา

       “คุณจะไปไหนคะ” ดลลดาถาม

       “ฉันก็จะไปส่งเธอให้ถึงหน้าห้องไง”

       “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แค่คุณมาส่งดิฉันแค่นี้ก็พอแล้ว ดิฉันเดินไปเองได้ค่ะไม่ต้องห่วง”

       “ฉันจะขอดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว หวังว่าเธอคงไม่ใจดำจนเกินไป” ชวนนท์จ้องหน้าหญิงสาวเพื่อรอคำตอบ

       “ก็ได้ค่ะ” ดลลดาต้องยอมให้ชายหนุ่มขึ้นไปดื่มน้ำบนห้อง เพราะถ้าจะบอกว่าเธอไม่มีน้ำเย็นให้เขาดื่ม ก็คงน่าเกลียดจนเกินไป

       สาวน้อยพาเขาเดินขึ้นบันไดมาถึงห้องพักที่อยู่บนชั้นสี่ ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของตึกนี้ หญิงสาวไขประตูเข้าไป และเชิญเขาเข้ามาในห้อง ซึ่งเจ้าขนฟูก็วิ่งตัวกลมมาหาหญิงสาวทันที ดลลดาอุ้มเจ้าขนฟูขึ้นมาหอมลงที่ขนฟูๆ ของมันอย่างรักใคร่

       “เป็นไงบ้างเจ้าขนฟู วันนี้ทำตัวเป็นเด็กดื้อหรือเปล่า ฮะ” หญิงสาวคุยกับเจ้าขนฟูอย่างมีความสุข และเกือบลืมแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่อยู่ในห้องด้วย

       หญิงสาววางเจ้าแมวน้อยลง เมื่อนึกได้ว่าตนมีแขก และเดินไปเปิดตู้เย็นเทน้ำเย็นๆ ลงแก้ว ก่อนนำมาส่งให้เขา  ชวนนท์นั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่อยู่ริมห้อง รับแก้วน้ำจากมือบางมาจิบเบาๆ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขากระหายน้ำอย่างที่บอก  ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ห้องเล็กนั้น จะว่าไปห้องนี้เล็กกว่าห้องคนใช้ที่บ้านเขาเสียอีก แถมยังเป็นห้องโล่งๆ ไม่ได้ถูกกั้นเป็นสัดส่วน เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ก็มีเพียงเตียงขนาด 3 ฟุต ตู้เสื้อผ้า ทีวี ตู้เย็น โต๊ะทานข้าวตัวเล็ก และโซฟายาวที่เขานั่งอยู่นี่เท่านั้น

       ดลลดามองเขา เมื่อเห็นว่าเขากำลังมองสำรวจไปทั่วห้องของเธอ

       “ถ้าคุณดื่มน้ำเสร็จแล้ว ก็เชิญคุณออกไปได้แล้ว” หญิงสาวไล่ตรงๆ ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

       ชวนนท์สบตาคู่สวยของดลลดา ก่อนวางแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะตัวเล็ก เขาสาวเท้าเข้าไปหาร่างงาม ดลลดาต้องถอยเท้าหนี จนแผ่นหลังชนกับผนังห้อง

       ชายหนุ่มก้าวเข้ามาจนชิดร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่

       “คุณฌอห์นคะ คะ... คุณจะทำอะไร” เสียงหวานถามเสียงสั่น

       ชวนนท์เท้าฝ่ามือทั้งสองข้างกับผนัง เป็นการกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองริมฝีปากอิ่มน่าจูบ ก่อนจะทำตามใจคิด เขาก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มด้วยริมฝีปากได้รูปของตัวเอง จุมพิตนั้นเรียกร้อง อ้อนวอน ฉุดกระชากวิญญาณสาวน้อยให้ออกจากร่าง ดลลดาที่มีใจให้กับชวนนท์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ถึงกับอ่อนปวกเปียก ริมฝีปากอิ่มเผยอออกปล่อยให้ลิ้นอุ่นเข้าไปสำรวจความหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ของเธอ

       ฝ่ามือใหญ่ของชวนนท์ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียน ก่อนจะวกมาด้านหน้า เพื่อนสำรวจความอวบหยุ่นของทรวงสาว  ดลลดาถึงกับครางออกมาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ชายหนุ่มบีบเคล้นคลึงทรวงอกอวบทั้งสองข้าง เขาละริมฝีปากจากริมฝีปากอิ่มไล้เรื่อยลงมายังลำคอระหง ดูดเม้มแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยวหลายครั้ง กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยิ่งกว่าน้ำหอมชั้นดีที่ผู้หญิงบางคนชอบใช้ ชายหนุ่มใช้มือที่ว่างปลดเสื้อสูทออก ตามด้วยหูกระต่ายที่คอหนา แล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเองลงมา 2 เม็ด จากนั้นเขาค่อยๆ ปลดชุดราตรีแสนเซ็กซี่ที่หญิงสาวสวมอยู่ออก

       หัวใจดวงน้อยของดลลดาโบยบินไปไกลแสนไกล เธอปล่อยให้ชวนนท์ทำตามที่ใจปรารถนา แม้จะไม่รู้ถึงอนาคตข้างหน้าของตัวเอง แต่ ณ วินาทีนี้หญิงสาวไม่มีกระจิตกระใจจะห้ามปรามชายหนุ่มได้เลย และยิ่งไฟอย่างชวนนท์เมื่อถูกน้ำมันอย่างดลลดาราดก็ย่อมจะลุกพรึบโหมกระพือมอดไหม้ไปด้วยกัน

       ชวนนท์ลดตัวลงเพื่อจะซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่อกอวบ มือทั้งคู่อ้อมไปปลดตะขอเสื้อตัวน้อยที่อยู่ด้านหลังอย่างชำนาญ  เมื่อไร้อาภรณ์ห่อหุ้มทรวงอกอวบสวย ประดับด้วยยอดสีทับทิมก็ประจักษ์แก่สายตา มันเรียกร้องให้เขาก้มหน้าลงไปดูดดื่มอย่างเคลิบเคลิ้ม

       “อ๊า... คุณฌอห์น” เสียงใสครางไม่เป็นระส่ำ ร่างบางแอ่นหยัดขึ้นให้เขาเชยชมอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเลื่อนมือลงลูบไล้ไปทั่วผิวเนื้อเย็น ราวแพรชั้นดี จนมาถึงหน้าท้องแบนราบและกุหลาบสาวกลางร่างงาม ที่ยังมีปราการสุดท้ายปกปิดอยู่ เขาเกี่ยวขอบกางเกงตัวจิ๋วออก ซึ่งสาวน้อยก็ให้ความร่วมมือยกขาอำนวยความสะดวกให้ เขาผละออกจากร่างบาง เพื่อชมความงามที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใครตรงหน้า ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ภาพสาวงามเปลือยกาย ยืนตัวอ่อนระทวย ดวงตาหรี่ปรือด้วยไฟพิศวาสแผดเผา ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อจากจุมพิตร้อนแรงที่เขาเป็นผู้มอบให้ ยิ่งทำให้เลือดในกายหนุ่มร้อนฉ่าไปด้วยความต้องการปลดปล่อย

       เจ้าขนฟูเดินมาคลอเคลียอยู่ข้างๆ กายเจ้าของ ชายหนุ่มจึงต้องเดินอุ้มพาไปเข้าห้องน้ำและปิดประตูเอาไว้ไม่ให้มันออกมาวุ่นวาย เขาถอดเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่อยู่ออกไปให้พ้นร่าง ก่อนจะเดินเข้าไปช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาในอ้อมกอด ดวงตาทั้งสองคู่สบกับอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนร่างงามลงบนเตียงแคบ ก่อนจะขึ้นไปทาบทับ และบดจูบลงไปอีกครั้งเนิ่นนาน ปลายนิ้วแกร่งเลื่อนลงไปกรีดไล้เกสรดอกกุหลาบแสนสวย

       “อ๊า”...  ดลลดาครางเสียงหลง พยายามหนีบขาเรียวเข้าหากัน และนั่นถือว่าเป็นฝีมือที่เขากักเก็บเอาไว้

       ชวนนท์ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เขากรีดปลายนิ้วไปมาบนเกสรงาม และเมื่อทนความเสียวซ่านไม่ไหว ต้นขาเรียวก็ค่อยๆ เปิดกว้าง  ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก ก้มลงมาดูดดึงยอดอกอีกครั้ง ก่อนเลื่อนตัวลงพรมจุมพิตร้อนผ่าวไปทั่วหน้าท้องแบนราบ ไล้ปลายลิ้นอุ่นลงในหลุมสะดือตื้นๆ เล็กๆ ของหล่อน ก่อนจะเลื่อนลงมายังเนินสาว ที่กุหลาบงามเริ่มมีความชุ่มฉ่ำแล้ว  เขาชิวหาเกสรกุหลาบงาม ดูดดื่มความหอมหวานลงคอไปเต็มที่  ร่างงามแอ่นกระตุกสู้ปลายลิ้นและริมฝีปากของเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่

       “อ๊า... คุณฌอห์น ดรีมไม่ไหวแล้ว” เสียงกระเส่าเปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่ม

       ชวนนท์เลื่อนตัวขึ้นมาซุกซบใบหน้าลงที่ซอกคอ กระซิบเสียงแหบพร่าถาม

       “ทำไม”

       “ดรีมทรมาน” หญิงสาวบอกเสียงกระเส่าจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

       “ขอฉันสิดรีม ขอฉัน” เขาบอกอีก

       สาวน้อยไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่ความต้องการที่ทนไม่ได้ ทำให้ต้องร้องขอออกไป

       “ได้โปรด คุณฌอห์น คะ... ได้โปรดช่วยดรีมด้วย”

       ไม่ต้องรอให้เธอบอกเป็นครั้งที่สอง ชวนนท์ก็ลุกขึ้นถอดกางเกงสแล็ค และปราการด่านสุดท้ายออก

       ชายหนุ่มดันตัวเองเข้าไปในซอกทางรักที่คับแน่นของหล่อน เขาหยุดชะงักเมื่อพบกับสิ่งที่ขวางกั้นบางๆ นั้นนิดนึง ก่อนก้มลงจุมพิตปลอบประโลมหญิงสาว และค่อยๆ ผลักดันตัวเองเข้าไป ความเจ็บปวดที่ไม่เคยพบพานนั้น ทำให้ดลลดาถอยร่างหนี

       “จุ๊จุ๊  อย่าเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย เชื่อฉัน” เขากระซิบที่ข้างใบหูหอมกรุ่นเบาๆ แต่ก็สามารถทำให้ดลลดาคลายความกลัวลงได้บ้าง

       เมื่อเห็นว่าร่างบางหายกลัวแล้ว เขาก็ผลักดันตัวเองเข้าไปจนสุด ซอกทางที่คับแน่นนั้น ทำให้เขาแทบทนไม่ได้ แต่ชายหนุ่มก็อดทนเพื่อจะพาสาวน้อยไปยังดินแดนแห่งสรวงสวรรค์พร้อมๆ กัน เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น จนกระทั่งพาหญิงสาวข้ามไปสู่ดินแดนฉิมพลี ก่อนจะพาตัวเองตามเข้าไป

       หัวสมองน้อยๆ ของดลลดาพร่างพราว ปลอดโปร่งโล่งสบาย ชายหนุ่มถอนตัวออกจากกายสาว ทั้งที่ร่างของเขากำลังจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อรู้ว่าหญิงสาวต้องการเวลาปรับตัวเขาก็ทำได้เพียงพลิกร่างบางให้ขึ้นมานอนซบอกเขาไว้เท่านั้น  มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มสลวยของหล่อนแผ่วเบา ชวนนท์ยื่นหน้าไปจุมพิตหน้าผากมนที่ตอนนี้ชื้นเหงื่อ และปิดเปลือกตาลง ก่อนจะหลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

       เสียงของเจ้าขนฟูที่ใช้กรงเล็บตะกุยประตูห้องน้ำเพื่อจะเปิดออก ปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้น เธอมองใบหน้าคมเข้มที่ยังหลับใหลด้วยความรู้สึกนานัปการ แต่ที่แน่ๆ มี 2 ความรู้สึกที่เด่นชัด คือรัก และเกลียดชายคนที่กำลังนอกกอดเธออยู่นี่  หญิงสาวยันตัวขึ้นจากอกแกร่ง และรู้สึกเจ็บแปลบที่ส่วนกลางลำตัว ชวนนท์ลืมตาขึ้นเมื่อร่างบางขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา ดวงตาสองคู่สบกันอีกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะใช้ผ้าห่มพันตัว  แต่ก็ถูกดึงออกด้วยมือหนา

       “จะไปไหน” เขาถาม

       “คุณควรกลับไปได้แล้ว” หญิงสาวไล่ชวนนท์เสียงดัง

       “ดลลดา” เขาเรียกเสียงเบา

       “คุณกลับไปเถอะ เรื่องระหว่างเราฉันจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น” น้ำตาไหลลงมาที่แก้มนวล ชายหนุ่มยกมือขึ้นใช้นิ้วกรีดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

       เมื่อเห็นว่าเขายังไม่คิดจะลุกขึ้น เธอก็ไล่เสียงแข็ง

       “ไปสิ ในเมื่อคุณก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ไปได้แล้ว ฉันไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว ได้ยินมั้ย”

       “ดลลดา ถ้าเธอจะบอกว่าเธอไม่ถือสาเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันก็จะบอกเธอเหมือนกันว่าสำหรับฉันมันยังไม่พอหรอกแค่นี้” เขาบอกเสียงลอดไรฟัน

       แล้วเขาก็ใช้กำลังที่มีมากกว่ากระชากผ้าห่มที่พันร่างงามออก ก่อนจะกดร่างงามลงกับที่นอน และบทพิศวาสก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้งจนรุ่งสาง

       ชวนนท์ได้กลับออกจากห้องของดลลดาไปตอนตะวันเริ่มจะทอแสงต้อนรับวันใหม่  สาวน้อยจึงได้ลุกขึ้นเปิดประตูห้องน้ำให้เจ้าขนฟู ก่อนจะโอบกอดเจ้าขนฟูไว้ในอ้อมแขน น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย  เจ้าขนฟูมองหน้านายสาว ก็ครางหงิงๆ อย่างเป็นห่วง

 

       ชวนนท์ไปทำงานตามปกติ แม้ว่าจะค่อนข้างเหนื่อยล้ากับเกมกามารมณ์ แต่หัวใจกับกระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเลขาสาว

       “คุณอร” เขาเรียกอรอนงค์

       “คะเจ้านาย”

       “ผมจะมาบอกว่าวันนี้ดลลดาเขาลาหยุดหนึ่งวัน”

       “อ้าว... เหรอคะ ถึงว่าทำไมยังไม่มาอีก” หล่อนเอียงคอทำสีหน้าเป็นห่วงสาวน้อย

       “อืม... เขาไม่ค่อยสบายน่ะตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยฝากผมมาบอกคุณด้วย”

       “ค่ะเจ้านาย”

       เมื่อบอกเสร็จชายหนุ่มก็เดินเข้าห้องทำงานทันที

       “เอ... เมื่อคืนดรีมก็อยู่กับเจ้านายตลอดเวลา หรือว่าทะเลาะกันอีก เฮ้อ... ดรีมนะดรีมไม่น่าเลย” หล่อนพึมพำอยู่คนเดียวเงียบๆ

       “สวัสดีค่ะพี่อร” แล้วจู่ๆ เสียงหวานใสก็ดังขึ้น

       อรอนงค์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ก็พบสาวสวยร่างโปร่งระหง ในชุดสีแดงเพลิงสั้นเหนือเข่า นางแบบสาวส่งยิ้มน่ารักให้อรอนงค์

       “ต๊าย... คุณเชอรี่ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สวยขึ้นทุกครั้งที่เจอเลยนะคะ” อรอนงค์ดีใจที่ได้เจอหญิงสาวแสนสวยคนนี้

       เชอรี่ หรือชัชรินทร์ เป็นน้องสาวคนสุดท้องของชวนนท์ และชลาทิศ เธอเป็นคนน่ารัก น่าคบหา มีอัธยาศัยไมตรีดีไม่แพ้ชลาทิศ ร่าเริง ขี้เล่นเหมือนพี่ชายคนรอง ทำให้คนที่ได้คบหาหรืออยู่ใกล้ๆ สบายใจตลอดเวลา

       “เชอรี่ยังไม่ตายหรอกค่ะ เชอรี่หนังหนายังกับปูนซีเมนต์ขนาดนี้ ไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ” หญิงสาวกระเซ้า

       “แหมคุณเชอรี่ล่ะก็ แต่เรื่องความสวยนี่คุณเชอรี่ไม่เกี่ยงใช่ไหมคะ” แล้วสองสาวก็หัวเราะร่าให้กันอย่างสนุก  ชัช-รินทร์ส่งถุงกระดาษใบหนึ่งที่มีแบรนด์ดังติดอยู่ที่ข้างถุง

       “ของฝากค่ะ เป็นกระเป๋าหลุยส์ วิคตอง พอดีเชอรี่กลับจากอิตาลี แล้วเลยไปฝรั่งเศสต่อ ก็เลยได้กระเป๋ามาฝากพี่อรด้วย” สาวสวยบอก

 

       “ขอบคุณมากค่ะ คุณเชอรี่ อุตส่าห์มีน้ำใจนึกถึงพี่ด้วย”

 

เรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิตของไรท์เลยนะคะ ไรท์ไม่มีการรีไรท์ใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมันคือความทรงจำค่ะ แต่สงสัยจะไม่ถูกใจนักอ่านแน่ๆ เลย ฮือๆๆ ถึงไม่มีคอมเม้นต์ติชม หรือกดไลค์ให้กำลังใจกัน แงๆๆๆ

สำหรับคนที่ถามว่าจะอัพจบไหม ถ้านิยายติดเหรียญปุ๊บ ไรท์จะอัพจนจบค่ะ แต่ถ้าไม่ติดเหรียญ ก็ต้องไปโหลดจากอีบุ๊คนะคะ ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}