แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #36 ตัดบัวอย่าให้เหลือใย (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #36 ตัดบัวอย่าให้เหลือใย (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 61.7k

ความคิดเห็น : 141

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2559 21:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #36 ตัดบัวอย่าให้เหลือใย (RW)
แบบอักษร

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #36 ตัดบัวอย่าให้เหลือใย

 

 

ไอสูรย์

ผมคิดนะครับว่าจะปล่อยรินไป...แต่เด็กบ้านั่นกลับโรคจิตจนเกินไม่มีใครสามารถหยุดได้อีกแล้ว

ถึงขนาดส่งคนมาฆ่าผมแต่ก็ไม่รู้ตัวหรอกครับว่ามันไม่สำเร็จเพราะผมฉลาดกว่าเยอะแถมยังมีพี่ชายตัวดีคอยช่วยอยู่อีกต่างหาก แต่ก็ถือได้ว่ารินยังเก่งกว่าที่คิดถึงขนาดให้คนไปจับตัวอ๋องน้อยกับเจไดถึงในบ้านของผมและทำให้ลูกน้องผมบาดเจ็บ...หากรินอยู่ตรงหน้าผมก็อยากเอาปืนจอหัวแล้วยิงไม่ยั้งโทษฐานที่มาทำร้ายคนของผมถึงในบ้านแบบนี้

“ผมอยากจะฆ่าเด็กบ้านั่นซะจริงๆ”

“ว่าที่คู่หมั้นเก่าไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ตลกนะครับพี่ ผมเป็นห่วงเมียกับลูกๆ” พี่โรมิโอนั่งมองหน้าผมด้วยอารมณ์ที่ใจเย็นแบบสุดๆ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนเดินตรงมาทางผมมือหนาตบลงมาที่ไหล่กว้างสองถึงสามครั้ง

“ไปกันได้แล้ว ก่อนจะไปจัดการลูกต้องฆ่าพ่อให้ตายสนิทซะก่อน”

โหดปะละ! ถ้าไม่โหดก็ไม่ใช่พี่ชายผมคิดจะปล่อยไปทั้งพ่อทั้งลูกแล้วแท้ๆ แต่ดันไม่สำนึกแถมยังทำเรื่องระยำเอาไว้อีก

“มันกำลังจะหนีออกนอกประเทศป่านนี้คนของพี่คงไปรอรับอยู่ที่สนามบินแล้ว”

“เก่งดีนะครับ”

“ก็กล้าทำร้ายคนของพี่ก่อนทำไมแบบนี้ต้องสั่งสอน” ถึงเราสองคนจะไม่มีพ่อคนเดียวกันแต่เชื่อเถอะว่าความบ้าของสายเลือดมันถ่ายทอดกันได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายเลย

ผมกับพี่โรมิโอเดินออกจากบ้านก่อนจะตรงไปขึ้นรถโดยพี่ชายผมเป็นคนขับส่วนคนอื่นๆ ผมก็ส่งให้ไปช่วยดูลาดเลาเพื่อที่จะช่วยอ๋องน้อย ผมเชื่อว่ารินยังไม่ทำอะไรแน่นอนหากไม่ได้รับรายงานจากคนของตัวเองว่าจัดการผมได้หรือยัง

จะรับได้ยังไงในเมื่อพวกมันตายหมดแล้ว เอาไว้จัดการนายราเมทได้เมื่อไหร่ผมค่อยโทรไปรายงานแทนละกันครับ

อ่อ! ผมลืมบอกไปว่าตอนนี้พ่อผมกับแม่ของอ๋องน้อยยังสวีทหวานกันอยู่ต่างประเทศเลยแต่ท่านเองก็คงรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ผมก็แค่อยากจัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนพวกท่านจะกลับมา…หากไม่เรียบร้อยคราวนี้แม่คงทวงลูกเขาคืนจริงๆ แน่นอนครับ

 

ตึกร้างแถบชานเมือง

ซึ่งใกล้ๆ กับสถานที่ที่รินพาอ๋องน้อยมาซ้อนตัวเอาไว้ ผมเลือกสถานที่แห่งนี้ก็เพราะสะดวกในการเดินทางและไม่ต้องขับรถอ้อมไปมาแถมเรื่องสนุกๆ ยังจัดการในที่แบบนี้ได้ง่ายอีกต่างหาก

“มันอยู่ไหน?” เมื่อมาถึงพี่ชายผมก็เอ่ยถามหวังโจวด้วยน้ำเสียงโหดๆ ทันที ส่วนผมนะเหรอไม่ต้องทำอะไรเลยนอกซะจากจะดูเขาจัดการทุกอย่าง

พี่โรมิโอไม่เคยโกรธแบบนี้มาก่อนแต่ถ้าโกรธก็จะนานๆ ครั้งที่มันจะเป็นแบบนี้และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เห็น เวลาที่เขาโกรธมากๆ ต่อให้ใครมาห้ามยังไงเขาก็ไม่ฟังอยู่ดีแถมเรื่องคราวนี้ยังเกิดขึ้นกับอ๋องน้อยและหลานๆ ของเขาอีกรับรองได้ว่าคงมีใครตายกันไปข้างหนึ่งแน่นอน

ก็ขึ้นชื่อว่ามาเฟียทุกอย่างต้องเรียบร้อยแถมตายแบบเงียบสนิทด้วยสิครับ!

“ด้านในครับ”

"อืม" ผมเดินตามพี่โรมิโอไปเงียบๆ เพราะไม่จำเป็นต้องออกแรงเองด้วยซ้ำไป

“ปล่อยกู! ปล่อยสิโว้ย” ไม่ทันที่จะเดินเข้าไปถึงเสียงเอะอะโวยวายก็ดังออกมาเรื่อยๆ จนผมนึกสะใจสุดท้ายก็จนตรอก ในเมื่อยอมปล่อยไปแล้วแท้ๆ แต่ดันไม่ชอบแถมยังทำตัวได้น่ารังเกียจอีกต่างหากแบบนี้ต้องฆ่าทิ้งอย่าให้เหลือซาก

“สวัสดีครับคุณราเมท”

“นี่พวกมึง!” ปากดีแถมยังหยาบคายอีกต่างหาก

“สุดท้ายก็จนตรอก! ผมว่าจะปล่อยไปแล้วแท้ๆ แต่กล้ายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวและคนสำคัญแบบนี้ผมคงปล่อยไปไม่ได้” ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ใกล้ๆ พร้อมทั้งสายตาที่มองไปยังคนตรงหน้า ผมไม่ต้องจัดการอะไรหรอกครับแค่พี่ชายผมคนเดียวก็เกินพอแล้ว

“ถอดกางเกงมันซะชิ้นเล็กๆ เน่าๆ นั่นก็ด้วยนะไม่งั้นลำบาก”

โอ๊ะโอ่!!! งานนี้มีเสียวครับ

“นี่มึงจะทำอะไรกู”

“อยากจะรู้จังถ้าไม่มีไอ้แท่งนั่นใครมันจะอยากได้อยู่บ้างแต่แก่ๆ แบบนี้คงไม่มีแล้วสินะ” น้ำเสียงของพี่โรมิโอน่ากลัวมากๆ เหมือนผมกำลังนั่งดูหนังโหดๆ เลือดสาดอยู่เลยทีเดียวครับ

“หยุดสิ อย่าทำอะไรกูนะ”

“ตัดทิ้ง! น้ำเสียงนี่ราวกับระฆังที่กำลังจะตีให้ดังสนั่นพร้อมกับความเจ็บปวดที่หยิบยื่นไปให้เลยก็ว่าได้ “อ่อ! ก่อนตัดทิ้งช่วยจัดให้มันสักยกสองยกสิเรียกคนที่ฉันเตรียมไว้มาให้ด้วย”

“ได้ครับ”

“แล้วก็อย่าลืมถ่ายคลิปไว้ละ? ฉันจะเอาไว้ให้ลูกมันดูรีบๆ หน่อยนะเดี๋ยวหลานฉันจะแย่ไปซะก่อน” อยากรู้จังอนาคตใครจะได้พี่ชายผมเป็นสามีเชื่อเถอะว่ามาเฟียคนนี้โหดร้ายสุดๆ ไปเลยทีเดียว

“แก! เฮ้ย! อย่าเข้ามาปล่อยกูสิ ปล่อย!!!

หึหึ!

"อ๊าก! ปล่อยกู...ปล่อย"

เสร็จไปหนึ่งรายถึงไม่ตายก็ไม่มีทางที่จะกล้าสู้หน้าใครได้อีกตลอดชีวิตหรือไม่อาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้ มันไม่ได้โหดร้ายไปหรอกครับแต่สมควรแล้วสำคัญคนเลวๆ ที่ผมกับพี่ชายตั้งใจหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แต่มันไม่ยอมรับ

"พี่ทำแบบนี้ไม่คิดว่ามันใจร้ายไปเหรอครับ" ผมก็น่าจะรู้คำตอบดีแต่ก็อยากจะถามออกไปนั่นแหละครับ

"แบบไหนที่เรียกว่าใจร้าย" สายตาไร้เยื่อใยของพี่โรมิโอกำลังจ้องจับผิดผมใหญ่เลยครับ "คนไม่มีหัวใจมันไม่รู้สึกหรอกนะ"

"..." ผมกับโจวมองหน้าไปตามๆ กันเลยครับ

"แต่เมื่อกี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำฉันน่าจะกลับไปตัดไอ้นั่นเน่าๆ ทิ้งซะก่อนดีไหมมันจะได้กระอักเลือดตาย"

"พอแล้วครับ แค่นี้มันก็ไม่กล้าไปสู้หน้าใครแล้ว" ผมร้องห้ามทันทีแม้ว่าคำพูดประโยคเมื่อกี้พี่โรมิโอจะไม่ได้จริงจังอะไรมากมายก็ตาม

"โจวสั่งให้คนของเราเคลื่อนไหวได้แล้ว แต่ระวังอย่าให้อ๋องน้อยกับเจไดและหลานฉันเป็นอะไรไปละ"

"ครับ"

"ส่วนเราก็ตามไปสมทบกันได้แล้ว"

สำหรับผมพี่โรมิโอไม่เคยโหดร้ายหรอกครับแต่สิ่งที่เขาทำมันคือเรื่องถูกต้องที่ต้องการตัดเนื้อร้ายออกไปให้หมดเพราะถ้ามันยังเหลืออาจจะส่งผลกระทบต่อพวกเราในภายภาคหน้าได้ สำหรับเขาย่อมคิดทุกอย่างไว้ก่อนจะลงมือทำอยู่แล้ว...

 

อ๋องน้อย

ผมกับเจไดยังคงนั่งกอดกันอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแม้ว่าจะมีหลับกันไปบ้างแต่พวกเราทั้งสองคนก็ไม่มีใครหลับได้อย่างสนิทใจหรอกครับเพราะเรื่องร้ายๆ ที่กำลังเจออยู่นี่แหละ แถมตอนนี้รินก็เข้ามาอยู่ในห้องที่พวกเราสองคนนั่งอยู่อีกด้วย

ผมเกลียดแววตาของหมอนี่ในตอนนี้มากๆ เลยครับ...

“เข้ามาทำไมอีก” ผมขยับตัวเข้าไปหาเจไดก่อนจะกอดไว้จนแน่นผมรู้ว่าเจไดไม่กลัวแต่เพราะเขายังเด็กเกินไปก็ไม่ควรจะเจอเรื่องอะไรแย่ๆ แบบนี้

“หึ! ก็เข้ามาดูผลงานนะสิ” รินเหยียดยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอื้อมมือมากระชากหัวผมจนต้องปล่อยแขนที่กอดเจไดอยู่แล้วก้าวขาลงจากเตียงตามแรงดึงของริน

เจ็บจนน้ำตาแทบไหลเลยทีเดียว!

“แม่ โอ๊ย!” เจไดจะวิ่งเข้ามาหาผมแต่เพราะร่างกายที่กำลังแย่ทำให้ต้องล้มลงไป ผมสงสารเจไดเหลือเกินไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันแถมอาหารกับน้ำก็ยังไม่ได้แตะอีกต่างหาก

“เป็นห่วงกันจริงๆ เลยนะรอดูเถอะว่าพี่ไอสูรย์จะเป็นหรือตาย!!!

 

ปัง ปัง ปัง!!!

ระหว่างที่รินพูดอยู่นั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นมาสามนัดติดต่อกันเหมือนรินจะตกใจจนปล่อยมือที่รั้งหัวผมเอาไว้ออกผมจึงรีบถอยหลังกลับไปหาเจได

“มันเกิดอะไรขึ้น” ประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับลูกน้องของรินที่วิ่งหอบหายใจถี่ๆ ตามเข้ามาด้วยความกลัว

ครืด ครืด

ไม่ทันที่รินจะได้รับคำตอบเสียงโทรศัพท์ของหมอนี่ก็ดังขึ้นมาซะก่อน ส่วนผมก็ขยับตัวหนีพร้อมทั้งช่วยพยุงเจไดด้วย

” ผมไม่รู้ว่าใครโทรเข้ามาแต่ที่แน่ๆ รินกำลังยืนอึ้งแถมน้ำตายังไหลท่วมอีกต่างหาก

กรี๊ดดดดดดดด!

อ๊ะ! อ๊าาาาาา

“ไม่! ไม่จริง”

รินปาโทรศัพท์มาทางฝั่งผมและนั่นก็ทำให้ผมกับเจไดได้เห็นว่าสิ่งที่ทำให้รินกรีดร้องออกมาคืออะไร ภาพวีดีโอกำลังเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ แต่ดูเหมือนจะน่ากลัวมากๆ ผมไม่รู้ว่าผู้ชายที่ถูกรุมอยู่ในวีดีโอนี้คือใครก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาปิดตาเจไดเอาไว้

ท่าทางของรินในตอนนี้ราวกับคนบ้าที่กำลังคลั่งอยู่เลยทีเดียว

“คุณรินครับ” เสียงลูกน้องของรินเรียกหมอนี่ที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ให้ได้สติแต่เหมือนจะไม่ได้ผลเพราะรินเอาแต่ร้องไห้และทึ่งหัวตัวเองอย่างกับคนบ้ายิ่งเห็นก็ยิ่งสมเพช

พอๆ กับเสียงที่ดังขึ้นมาเรื่อยๆ จากโทรศัพท์เครื่องนี้!!!

ปัง!

เหมือนเสียงปืนจะดังขึ้นมาอีกนัดก่อนที่ลูกน้องของรินจะล้มพับจมกองเลือดไปในที่สุด รินดูตื่นตกใจมากขึ้นกว่าเดิมอีกครับ

“หึ! อันนี้แค่ช่วงแรกเพราะต่อจากนี้มันน่าสมเพชกว่าเยอะ” จู่ๆ เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาผมจำได้ว่าเสียงนี้เป็นของใครก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงทางเข้าประตูของห้องนี้

พี่โรมิโอ!

เมื่อรินเห็นแบบนั้นก็รีบหันมามองทางผมพร้อมทั้งร่างที่กำลังจะลุกเข้ามาแต่ทว่า

หมับ!

หัวของรินถูกพี่โรมิโอกระชากเอาไว้ซะก่อนพร้อมทั้งเหวี่ยงจนรินกระเด็นไปอีกทางเลยทีเดียว

“อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องคนของน้องชายฉันอีก” พี่โรมิโอโหมดนี้ดูน่ากลัวมากๆ จนผมคิดไม่ถึงไปเลยทีเดียวส่วนเจไดผมก็ยังคงยกมือปิดตาไว้อย่างนี้ไม่ยอมให้ดูภาพตรงหน้า

“พี่มาช้าไปหรือเปล่าคนดี” เสียงนี้ทำไมผมจะจำไม่ได้...

“พี่ไอสูรย์!

“ป๊า!

ผมยิ้มดีใจเมื่อเห็นพี่ไอสูรย์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับคำพูดเมื่อกี้ทั้งผมและเจไดต่างก็มองหน้ากัน เราสองคนแทบไม่ได้ขยับไปไหนเพราะเจ้าตัวเดินเข้ามาหาแล้วรั้งผมกับเจไดไปกอดเอาไว้จนแน่นส่วนโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่เมื่อกี้เขาก็ปามันไปติดกับผนังจนแตกกระจายเลยทีเดียว

"นายนี่ชอบเข้ามาแย่งซีนฉันจริงๆ เลยนะไอสูรย์" ในสถานการณ์แบบนี้ผมก็อดขำกับประโยคคำพูดของพี่โรมิโอไม่ได้เลยทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาโผล่มาก่อนพี่ไอสูรย์ซะอีกแต่ไฉนอสูรตัวร้ายของผมถึงแย่งซีนอย่างที่เขาว่าไว้ได้ละครับ

"ผมเป็นพระเอกนะครับ"

"ส่วนฉันก็พี่ชายพระเอกละสิ"

"ครับ" ทั้งคู่เถียงกันเหมือนว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้ย้ำแย่เลยครับ

"พี่แล้ววีดีโอเมื่อกี้นี่มัน..." ผมพูดขัดขึ้นมาจนทำให้ทั้งคู่หยุดเถียงกัน

“อย่าไปสนใจหรือแม้แต่เฉียดสายตาไปดูเลยครับเพราะมันไม่งามนัก" พี่ไอสูรย์บอกกับผมก่อนจะกดจูบเบาๆ ที่เปลือกตาอย่างอ่อนโยน ชอบทำอะไรไม่สนใจสถานการณ์อยู่เรื่อยเลยครับ

"..."

“พะพี่ไอสูรย์” รินสะอื้นออกมาก่อนจะมองหน้าพี่ไอสูรย์แล้วร้องไห้ ผมไม่ควรจะสงสารหมอนี่สินะเพราะสิ่งที่รินทำลงไปไม่น่าอภัยเลยด้วยซ้ำไป

“รักพ่อมากสินะแต่เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังถูกทำระยำก็ถึงกับร้องกรี๊ดเลยทีเดียว หึ! มันยังไม่จบหรอกเพราะฉันเคยเตือนแล้วว่าอย่าแตะต้องครอบครัวของฉัน” พี่ไอสูรย์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ผมรู้ว่าเขานะใจร้ายมากๆ แต่โหมดนี้ที่ผมไม่เคยเห็นมานานแล้ว

“อย่าลืมซะละว่าเรื่องระยำแบบนี้นะมันเกิดขึ้นเพราะนายไม่รู้จักคำว่าพอดี!

“พี่

“พี่ขอจัดการให้เด็ดขาดได้ไหม?” ผมจะเรียกชื่อเขาแต่เจ้าตัวกลับพูดแทรกขึ้นมาพร้อมทั้งน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเมื่อคุยกับผม รินยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมโดยข้างๆ ก็มีพี่โรมิโอยืนอยู่

สุดท้ายผมก็ต้องยอมอยู่เฉยๆ แล้วนั่งกอดเจไดเอาไว้เมื่อพี่ไอสูรย์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาริน

“คิดจะฆ่าฉันก็ควรจะส่งมือดีกว่านี้มาหน่อยฉันลืมบอกไปหรือเปล่าว่านายราเมทนะคิดจะหนี”

“ไม่! ไม่จริง พ่อจะไม่ทิ้งผม”

“พ่อหรือผัว! เรื่องระยำแบบนี้ฉันว่านายไม่สมควรเรียกผู้ชายคนนั้นว่าพ่อนะ” ผมแทบสะอึกเมื่อได้ยินพี่ไอสูรย์พูดออกมาแบบนี้ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

อสูรของผมปากร้ายซะไม่มี จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ต้องจัดการสักหน่อย!!!

“ไม่! ยะหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”

“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าจะรักอะไรป่านนั้นแต่ต้องขอบคุณนะที่ทำให้ได้รู้ว่าทำไม” ผมไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าพี่ไอสูรย์พูดแบบนี้ออกไปเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ รินเหมือนไม่อยากฟังแถมเอาแต่ร้องกรี๊ดอย่างกับคนบ้า

“ออกไป! ออกไปให้พ้น”

“หึ! คลิปนี้นะถ้าคนอื่นได้ดูด้วยก็คงจะดีสิ ถ้าฉันเป็นนายคงจะอกแตกตายแน่นอนถ้าคนอื่นได้รู้ความระยำของตัวเอง” พี่ไอสูรย์ชูโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือขึ้นมาพร้อมทั้งแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้ารินทำเอารินคลั่งมากขึ้นกว่าเดิมอีกครับ

กรี๊ดดดดดดดดด!

หูแทบแตกเลยทีเดียว

“ไม่! อย่านะ”

“หึ! ฉันเคยเตือนไปแล้วนี่”

“อะอึก! ได้โปรด ขอร้อง”

“อย่าเลยเพราะฉันไม่เคยเห็นใจคนที่ไม่คิดจะสำนึกผิด” พี่ไอสูรย์ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาทางผมในระหว่างนั้นเองรินก็ลุกขึ้นด้วยแถมท่าทางไม่ดีจนผมนึกตกใจ

“พี่ระวัง”

หมับ!

ผลัก!

โอ๊ย!

ทุกเสียงมันเกิดขึ้นเร็วมากระหว่างผมกับพี่ไอสูรย์ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้แต่ตกใจกันยกใหญ่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเองก็งงเหมือนกันแต่ร่างกายมันพุ่งไปเองดีนะที่ผมรั้งพี่ไอสูรย์เอาไว้ได้ทันรินจึงทำพลาดล้มลงไปกองอยู่กับพื้นเองเลือดสีแดงสดที่ได้เห็นในตอนนี้มันทำให้ผมแทบอ้วกเลยทีเดียว รินร้องไห้สะอื้นเงยหน้าขึ้นมามองพวกเราทุกคนก่อนจะลุกขึ้นยืนและพุ่งเข้ามาอีกแต่พี่โรมิโอที่อยู่ใกล้รินและไวกว่ากลับกระชากหัวหมอนี่ก่อนจะเหวี่ยงจนร่างกระเด็นออกไปที่พื้นด้านนอกทันที

"ถ้ายังไม่เก่งพอก็อย่าซ่า" พี่โรมิโอพูดจาเย้ยหยันรินก่อนจะแสยะยิ้มร้ายกาจออกมาให้ได้เห็น

กรี๊ดดดดดด

รินกรีดร้องอีกแล้วครับท่าทางของเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดกับแผลที่ได้รับเลยทีเดียวแถมยังพยายามลุกขึ้นยืนก่อนที่จะวิ่งหนีออกไป

“พี่แล้วรินละครับ” ผมถามเพราะเป็นห่วงหลังจากที่รินวิ่งหนีออกไปไม่มีใครคิดจะตามเขาไปสักคน

“เดินตามไปก็พอแล้วครับ” พี่ไอสูรย์ลุกขึ้นก่อนจะเอื้อมมือมาจับผมให้ลุกขึ้นยืนส่วนเจไดตอนนี้ถูกพี่โรมิโออุ้มเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

พอเดินออกมาด้านนอกก็เจอทุกคนยืนอยู่แถมร่องรอยของการต่อสู้ก็เต็มไปหมดอีกด้วย มันแน่นอนมากเพราะคนของรินเหมือนจะนอนจมกองเลือดทุกคนขนาดผมเห็นยังแทบจะอ้วกแตกเลยแล้วถ้ารินเห็นไม่คลั่งจนบ้ากว่าเดิมเหรอครับ

“ระรินละครับ” ผมไม่ได้เป็นห่วงนะครับแค่อยากรู้เท่านั้นเอง ท่าทางของรินเหมือนคนที่จิตไม่ปกติไปซะแล้วหากวิ่งออกไปแบบนั้นผมเกรงว่าจะได้รับอันตรายนะสิถึงจะไม่ชอบที่หมอนั่นทำแบบนี้แต่ก็ไม่อยากให้พี่ไอสูรย์และทุกๆ คนขึ้นชื่อว่าเป็นคนใจร้ายหรอกครับ

“ทางนี้ครับ” เสียงของพี่เหนือดังขึ้นมาก่อนจะชี้ไปทางมุมหนึ่งของตึก ผมเพิ่งสังเกตนะครับว่าที่พวกเรายืนอยู่ในตอนนี้เป็นตึกสูงแต่เหมือนจะร้างแล้ว ผมมองหน้าพี่ไอสูรย์ก่อนที่เขาจะช่วยพยุงผมให้เดินไปดูทุกๆ คนที่ยืนขวางอยู่ก็หลบให้ทันทีแต่ทว่า

“พี่เปล่าฆ่านะแต่หมอนี่ฆ่าตัวเองต่างหาก” ผมหน้าถอดสีเลยทีเดียวเมื่อรู้ว่าทางที่รินวิ่งมานั้นคือทางตันจนสุดท้ายเขาคงจะคลุ้มคลั่งจนวิ่งตกลงไปเองแน่นอน

“ผะผม”

“พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะครับ ต่อไปพี่สัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องอ๋องน้อยกับลูกอีกเป็นอันขาด” พี่ไอสูรย์กระชับอ้อมกอดผมไว้จนแน่น มันจบแล้วสินะกับเรื่องร้ายๆ พวกนี้แล้วก็ริน...ตายแล้วด้วย

ผมหวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกและหวังเป็นอย่างมากกว่าเรื่องดีๆ จะก้าวเข้ามา

“จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยให้ตำรวจคิดซะว่ามันเป็นการฆ่าข่มขืน” นี่เป็นเสียงของพี่โรมิโอที่ดังขึ้นมาผมไม่รู้ว่าเขาจะจัดการได้จริงหรือเปล่า

“เรากลับกันเถอะครับ” พี่ไอสูรย์อุ้มผมขึ้นมาจนตัวลอยเลยทีเดียวก่อนจะพาเดินลงไปด้านล่าง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกี่ชั้นแต่ที่แน่ๆ มันสูงพอที่จะทำให้รินตกลงมาตายได้แถมเขายังได้รับบาดเจ็บมาก่อนแล้วด้วย

ผมนะผ่านเรื่องแย่ๆ มาได้ก็เพราะพี่ไอสูรย์และผมก็เชื่อมั่นอย่างที่เจไดเชื่อมาโดยตลอด

ขอบคุณนะครับที่ไม่ทิ้งพวกเรา!

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

ข่าวของรินขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเลยก็ว่าได้ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมข่าวเพิ่งมาเพราะมันก็ผ่านมาเกือบจะอาทิตย์แล้ว แถมมันยังเป็นไปตามที่พี่โรมิโอสั่งทุกอย่าง...พวกตำรวจและคนอื่นๆ คิดว่าที่รินตายเพราะถูกฆ่าข่มขืนรวมไปถึงคนร้ายที่คิดจะข่มขืนรินก็ตายด้วยเหมือนกัน

พวกเขาทำลายหลักฐานอื่นๆ ได้แนบเนียนมากเลยจริงๆ ยังไม่จบแค่นั้นนะครับเพราะข่าวต่อไปที่ลงพร้อมกันนั้นก็คือผู้ชายที่ผมเห็นในคลิปนั้นเขาเป็นพ่อของรินแต่ที่น่าสยองกว่าการถูกรุมก็คืออวัยวะเพศชายหายไปนะสิ

“พี่นี่ใจร้ายชะมัด”

“ขอโทษทีครับเมีย แต่เรื่องนี้พี่โรมิโอจัดการไม่ใช่พี่สักหน่อย” พอผมอ่านข่าวของพ่อรินจบก็ต่อว่าพี่ไอสูรย์ซะงั้น แต่ข่าวของพ่อรินต่างกันออกไปตรงที่ทุกคนต่างพากันเขียนว่าเพราะเขาไปขัดผลประโยชน์กับพวกมีอิทธิพลเข้าละมั้งจึงถูกสั่งเก็บแบบนี้แต่สุดท้ายอีกไม่นานมันก็งจะเงียบหายไปเอง

“คนเลวๆ อีกไม่นานเขาก็ลืมกัน” เสียงของพี่ไอสูรย์กระซิบข้างหูผมแล้วกอดไว้จนแน่น

“ผมนึกว่าจะแย่ไปซะแล้ว” ผมวางหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าก่อนจะจ้องพี่ไอสูรย์มือหนาทั้งสองข้างก็ลูบไปมาที่หน้าท้องนูนของผม

“อีกไม่นานเราก็จะได้สบตากันแล้วนะครับเด็กน้อย”

ฟอดดดดดดดดด!

พี่ไอสูรย์หอมแก้มผมซะฟอดใหญ่แล้วลูบหน้าท้องเล่นอยู่อย่างนั้นแถมลูกเองก็ดิ้นตอบรับด้วยครับ

“ป๊าคนนี้ของผมนะฮะ” นี่สิเสียงตัวแสบอีกคนของบ้านเพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจไดก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะมีไข้แต่ก็อยู่ให้น้ำเกลือจนหมดขวดแล้วก็กลับบ้านได้

แถมเด็กแสบคนนี้ยังขี้หวงไม่ต่างไปจากพ่อเขาเลยละ!

“ลูกป๊า”

“ของผม”

“ลูกป๊า”

“ของผม”

 

เมี้ยว เมี้ยว

เสียงร้องของเจ้าขนปุยดังขึ้นมาทำให้ผมเลิกสนใจพี่ไอสูรย์แล้วก็เจไดก่อนจะลุกขึ้นมาอุ้มมันจนทั้งสองคนต้องมองหน้ากันเลยทีเดียว ช่วงหลังๆ มานี่พี่ไอสูรย์ไม่ค่อยให้ผมเข้าใกล้มันเลยครับชอบหาข้ออ้างมากมายมาพูดรวมไปถึงเจไดด้วยพอเห็นผมอุ้มเจ้าขนปุยมานอนบนตักก็เดินมาอุ้มมันออกไปซะงั้น

ข้ออ้างและเหตุผลเหมือนกันทั้งคู่ก็คือขี้หวง!

“ของเจ้าขนปุยต่างหากละ” ผมอุ้มมันแล้วชูขึ้นสูงดีนะครับที่มันไม่ขี้ตกใจกลัวแถมยังชอบอีกต่างหากไม่งั้นผมคงเจ็บตัวเพราะมันไปแล้วแน่นอน

“ไม่ใช่ซะหน่อยของเจได”

“ของป๊า”

“ของ

โอ๊ะ! โอ๊ย!!!

“อ๋องน้อย” ระหว่างที่ทั้งสองคนเถียงกันอยู่นั้นผมก็รู้สึกปวดท้องมากๆ เหมือนลูกจะดิ้นแรงขึ้นจนผมทรมานเลยทีเดียวมือที่อุ้มเจ้าขนปุยอยู่ก็ต้องรีบปล่อยมันแถมเรี่ยวแรงที่จะยืนก็ไม่มีจนพี่ไอสูรย์ต้องรีบวิ่งมาพยุง

“ป๊าแม่เป็นอะไรครับ”

“ปวดท้องลูก”

“ละลูกทำไม? แล้วพี่ต้องทำยังไง” พี่ไอสูรย์ดูเหมือนจะตกใจมากๆ เลยทีเดียวครับแต่ผมนี่สิปวดท้องสุดๆ ไปเลย

“ป๊าของผม! นะน้องแม่จะคลอดแล้วป๊าโรงพยาบาลเราต้องพาแม่ไปนะครับ”

โอ๊ย!

“ดูแม่นะเจไดป๊าจะไปเอารถ”

“ฮะ!

ให้ตายสิเพิ่งรู้ว่าเวลาจะคลอดมันก็ทรมานแบบนี้นี่เอง

แต่ผมก็ยอมเพราะมันจะแลกมาด้วยความสุขที่รออยู่อีกมากมายสินะครับ

 

 

____________________________________________

อนึ่งรินตายง่าย! เดี๋ยวคนที่มาหลังๆ จะเม้นแบบนี้แน่นอนหรือแป้งมโนไปเองก็ไม่รู้ ฮาาาาาาาาาา

แต่รินตายนะดีแล้วเพราะเรื่องร้ายๆ จะได้ผ่านไปสักที...

 

ตอนหน้าครอบครัวตัวออจะเพิ่มมาอีกหนึ่ง ^^

 

 

ความคิดเห็น

}