vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 ♥ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ♥ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ♥ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 22 (คาร์ลXท้องฟ้า)


                [PART: ท้องฟ้า**]**

                ผมอยู่ที่อาณาจักรเวทมนตร์เป็นวันที่สองแล้วล่ะครับ

                ทุกคนในดินแดนนี้มีหน้าตาเหมือนทุกคนในโลกมนุษย์ไม่มีผิด (แบบว่าเคยคิดว่าอยู่ต่างมิติกัน จะเป็นแบบเอเลี่ยนเหมือนในหนังอะไรประมาณนี้ครับ แฮะ ๆ) แต่มิติแห่งนี้ช่างสวยงามกว่าโลกมนุษย์มาก เพราะไม่มีควันรถหรืออากาศที่เป็นมลพิษเลย

                ในเช้าวันนี้ ผมตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก คาร์ลบอกว่าเขาจะพาผมไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ด้วย เห็นเขาคุยว่าเป็นสวนที่สวยที่สุดในอาณาจักร

                “แต่งตัวเสร็จรึยังท้องฟ้า” เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับประตูเปิดเข้ามา

                “เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ!” เขายิ้มและจูบหน้าผากของผมเบา ๆ

                “งั้นเราก็ออกไปกันเถอะ” เขาจูงมือผมออกไปจากห้อง

                เราเดินตามทางเท้ามาเรื่อย ๆ ตามถนน ผมมองรอบตัวด้วยความตื่นเต้น เมืองทั้งเมืองเป็นเมืองที่มีสีสันสวยงามมาก ๆ เราเดินมาสักพักก็ถึงที่หมายที่เขาอยากพาผมมา

                ทุ่งดอกไม้ตรงหน้าราวกับความฝันที่ผมเคยฝันถึงมาโดยตลอด กลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้นานาชนิดส่งกลิ่นหอมราวกับขนมหวาน ผมสูดลมหายใจอย่างสดชื่น แล้วหันกลับมาหาคาร์ลก็ชะงัก เมื่อเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้?

                “คาร์ล?” เขาหายไปไหนครับ เมื่อกี้เดินตามกันมาอยู่ดี ๆ

                “อึก! ท้องฟ้า” เสียงเข้มร้องเจ็บปวดทำให้ผมเบิกตากว้างและวิ่งไปหาเขาทางพุ่มไม้

                 “คาร์ล! นายเป็นอะไร...นาย...” ผมวิ่งเข้าไปหาและอึ้ง...

เมื่อเจอเขาถือดอกไม้ช่อโตมากพร้อมกับลูกโป่งใส ๆ กับถ้อยคำอักษรที่เขียนอยู่บนลูกโป่งว่า

                Will You Marry Me

                ผมมองข้อความตรงหน้าถึงกับยิ้มแบบหุบไม่ได้ ผมเข้าใจความหมายของข้อความตรงหน้า แต่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพร์แบบนี้ด้วย แถมผมยังไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนอย่างผม...

                “แต่งงานกับฉันนะ ท้องฟ้า...” เขาพูดอย่างจริงใจและเดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับยื่นดอกไม้ในมือให้

                “ฉันอยากดูแลท้องฟ้าและลูกตลอดไป ฉันพร้อมที่จะเป็นทั้งสามีและพ่อของลูกแล้ว...คำตอบล่ะ” เขากุมมือของผมเอาไว้ ผมยิ้ม...ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องปฏิเสธคนที่เป็นหัวใจของผมนี่นา

                “ฉันเองก็พร้อมที่จะอยู่กับคาร์ลแล้วล่ะ ฉันจะแต่งงานกับคาร์ลนะ” คำตอบของผมทำให้เขายิ้มกว้างและดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่น

                สายลมแผ่วเบาพัดผ่านมาราวกับว่าเป็นพยานรักให้เราทั้งสองคน เขายิ้มให้ผมแล้วโน้มตัวลงมาจูบประทับเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน...

                จะบอกว่า....ผมตกใจมากนะครับที่เขาขอผมแต่งงานแบบนี้

แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือ งานแต่งจะมีขึ้นในวันนี้! ครับ...ทุกคนฟังไม่ผิด งานแต่งมีขึ้นวันนี้ ทุกอย่างในงานถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว มีแค่ผมเท่านั้นที่ซื่อบื้อไม่รู้เรื่อง งานถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่าย เชิญแค่แขกคนสำคัญมาเท่านั้น ฟอเรส ฮันนี่ นัมเบอร์ แอเรีย ก็กลับมาจากโลกมนุษย์กันหมดเลยครับ

                ผมถูกจับใส่ชุดสูทสีขาวมีโบว์กระต่ายติดเสื้อน่ารัก ๆ ผมของผมถูกจับมัดแกะเปิดเหม่งรับลม แม่ของคาร์ลเป็นคนจัดการมัดให้ ท่านบอกว่าผมน่ารักเวลามัดผมแบบนี้ แต่ผมแอบเกร็ง เพราะว่าเป็นผู้ชายมันจะเหมาะเหรอ...แต่พอส่องกระจกแล้ว ก็พอได้อยู่

                เมื่อถึงเวลามงคล พ่อของคาร์ลเป็นตัวแทนมาจับมือผมออกไปยังพิธีที่จัดขึ้น ผมมองพรมแดงตรงหน้าถูกปูไว้เป็นทางยาว บาทหลวงยืนอยู่กับคาร์ลทำให้ผมใจเต้นด้วยความตื่นเต้น เขาหล่อมาก...เขาอยู่ในชุดสีขาวคู่กันกับผม ผมของร่างสูงถูกจัดทรงอย่างดี เขาส่งยิ้มมาให้ผมเล็กน้อย

                พอเดินเข้าไปใกล้เขา คาร์ลยื่นมือรับมือของผมไปกุมไว้

                “พ่อจะขอเริ่มทำพิธีเลยนะ” บาทหลวงกล่าวขึ้นและเริ่มทำพิธีการแต่งงาน

                “ท่านคาร์ล ท่านจะรับ ท่านท้องฟ้า เป็นภรรยาของท่าน จะรักและดูแลตลอดไปใช่หรือไม่”

                “ใช่ครับ” เขาตอบรับหนักแน่น

                “ท่านท้องฟ้า ท่านจะรับท่านคาร์ล เป็นสามีของท่าน จะรักและดูแลตลอดไปใช่หรือไม่”

                “ใช่ครับ...” ผมตอบรับเช่นเดียวกันกับเขา ผมยิ้มออกมาเมื่อเขาหยิบแหวนแทนใจมาสวมให้ผมที่นิ้ว ผมหยิบแหวนอีกวงมาสวมให้เขา

                “บัดนี้ พ่อขอประกาศว่า ท่านทั้งสองได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวของท่านได้” บาทหลวงประกาศ

                คาร์ลกระตุกยิ้มมุมปากแล้วเอื้อมมือมาประคองท้ายทอยของผมเอาไว้ เขาโน้มตัวลงมาจูบผมอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากอุ่น ๆ ประกบลงปากของผมแนบแน่น ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากทุกคนในงาน เขาถอนริมฝีปากออกเบา ๆ

                “ฉันรักท้องฟ้านะ...” เขากระซิบข้างหู

                “ฉันก็รักนาย คาร์ล...” ผมกระซิบคืนบ้าง เรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ และทุกคนที่มาร่วมงานดังสนั่นกับท่าทีน่ารักของผม

                รอยยิ้มที่ยิ้มอย่างมีความสุข เป็นแบบนี้นี่เอง...

                งานเลี้ยงตอนกลางคืน

                ผมมองดูของว่าง อาหารที่ละลานตาเต็มไปหมด มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย ผมหยิบเค้กขึ้นมาตักกินคนเดียวเพลิน ๆ ไปหลายชิ้นเมื่อมันรสชาติถูกปาก กลิ่นครีมนมสดจากเค้กหอม ๆ ทำให้ผมรู้สึกวินยังไงไม่รู้ อาจเพราะกินเข้าไปเยอะเกินไปรึเปล่านะ ผมหยิบน้ำผลไม้คั้นมาดื่มตามไปด้วย

                ผมยืนอยู่แถวนี้คนเดียว ส่วนคาร์ลหายไปคุยกับพวกผู้ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องงานราชการแผนผังถนนในเมือง

                อ้อ มีอีกเรื่องที่ผมเพิ่งทราบ เห็นว่าผมกับคาร์ลและทุกคนจะกลับไปเรียนต่อให้จบ คาร์ลถึงจะพาผมกลับมาอยู่ที่อาณาจักรเวทมนตร์แบบถาวรเลย แถมเขายังบอกอีกว่าจะพาผมไปบอกผู้มีอุปการคุณหรือคุณป้าที่เลี้ยงดูแลผมมา ว่าคาร์ลจะเป็นคนดูแลผมไปตลอดชีวิตเอง...

                ผมเหลือบมองข้าวผัดตรงหน้าด้วยความรู้สึกหิวขึ้นมาอีก ทำไมรู้สึกว่าตัวเองกินเยอะจัง ผมกินน้ำผลไม้คั้นในมือจนหมดแก้วรวดเดียว และหยิบมาเพิ่มอีกแก้ว ยังไม่ทันได้หยิบก็มีเสียงหนึ่งทักขึ้น

                “ท้องฟ้า มาทำอะไรตรงนี้คนเดียว คาร์ลไปไหน?” แอเรียเดินเข้ามาพร้อมนัมเบอร์

                “มาหาอะไรกินน่ะ คาร์ลเขาไปคุยงานราชการ” ผมว่าพลางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยข้าวผัดเล็ก ๆ มากิน อีกมือหยิบแก้วน้ำผลไม้มากินคู่ไปด้วย

                “ท้องฟ้าทานไปกี่แก้วแล้ว เดี๋ยวเมาน้ำผลไม้นะ หากกินเยอะ ๆ ขนาดนี้” แอเรียบอกด้วยความเป็นห่วง ผมยิ้ม

                “น้ำผลไม้ คงไม่ทำให้คนเมาหรอกมั้งครับ...ฮ่า ๆ แอเรียทานด้วยกันไหม” ผมชวน แอเรียส่ายหน้า

                “แอเรียครับ คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะ อยากทานไหม ผมจะตักให้” นัมเบอร์เป็นฝ่ายทักขึ้นเองบ้าง

                “ฉันไม่หิว” แอเรียปฏิเสธ

                “ไม่ได้นะครับ แอเรียไม่ค่อยทานอะไรเลยช่วงนี้ คุณจะไม่แข็งแรง มาหาอะไรทานกับผมทางนี้เถอะครับ” นัมเบอร์ไม่ได้พูดเปล่า เขาดึงมือของแอเรียให้เดินตามไปด้วย มองดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน

                “นี่! นัมเบอร์ทำไมต้องชอบบอกให้ฉันกินเยอะๆ  ทุกที...ท้องฟ้าไว้เจอกันตอนกลับไปโลกมนุษย์นะ” แอเรียบอกทิ้งไว้แค่นั้น แล้วเดินตามแรงดึงของนัมเบอร์ไปด้วยกัน

                ผมกินข้าวผัดจนอิ่ม บวกกับน้ำผลไม้อีกหลายแก้ว รสชาติหวานฉ่ำชุ่มคอดีจัง ผมเริ่มรู้สึกอิ่มจนตื้อ ๆ แต่มือผมก็หยิบแก้วน้ำผลไม้มาดื่มจนไม่รู้แก้วที่เท่าไหร่แล้ว แก้วล่าสุดยังดื่มไม่ทันหมด มือหนาดึงออกไปจากมือผมซะก่อน

                “ดื่มไปกี่แก้วแล้ว ทานเยอะไปรึเปล่า” ผมหันไปมองคาร์ล

                “คาร์ล! ฉันกินไปสองแก้ว...” ผมชูสองนิ้ว ทั้งที่ตัวเองกินเกินไปหลายแก้วแล้ว

                “ฉันว่ามันคงไม่ใช่แค่สองแก้วแล้วล่ะ กินน้ำผลไม้ไปเยอะขนาดนั้น เดี๋ยวนายจะจุกนะ...ท้องฟ้า?” เขากำลังบ่นถึงกับชะงักเมื่อผมกอดเอวของเขาไว้หมับ ทำให้คนทั้งงานหันมามองเราเต็มเลย

                เขาเลิกคิ้วแปลกใจ

                “เมาน้ำผลไม้รึไงท้องฟ้า” เขาถามด้วยความงง ผมส่ายหน้ารัว ใครจะไปเมาน้ำผลไม้กันล่ะครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองอิ่มมากเลย

                “แม่ว่าหนูท้องฟ้าอาจจะง่วงและเหนื่อยมาทั้งวันนะ” แม่ของคาร์ลว่าขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้พวกผมสองคน

                “ครับ คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น” ผมกำลังยิ้มอยู่ก็สะดุ้งเมื่อเขาอุ้มผมขึ้นในท่าเจ้าหญิง

                “อ๊ะ”

                “ผมพาท้องฟ้าขึ้นไปพักบนห้องดีกว่า ทุกคนสนุกให้เต็มที่เลยนะครับ” คาร์ลพูดขออนุญาตพาผมขึ้นไปพัก

                “อย่าทำอะไรคนเมาน้ำผลไม้ล่ะ คาร์ล” เสียงของฟอเรสแกล้งแซวหยอกขึ้น

                “ผมไม่ใช่คนทำอะไรรุ่มร่ามแบบนั้น ฝ่าบาท...” เสียงเข้มตอบกลับรับขี้เล่น

                คาร์ลพาผมเดินกลับไปที่ห้อง ผมอยู่ในอาการเริ่มง่วง หนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน

                “จริง ๆ นายส่งฉันไว้ในห้องคนเดียวก็ได้นะ นายลงไปสนุกกับทุกคนเถอะ” ผมบอกตามความจริงและยิ้มเมื่อเขาพูดประโยคหนึ่งออกมา

                “ฉันจะสนุกได้ยังไง ถ้าไม่มีท้องฟ้า”

                “ปากหวานจัง งื้อ...คาร์ล ถ้างั้นเรามาอาบน้ำด้วยกันไหม?” จู่ ๆ ผมก็เอ่ยชวนเขาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่กัน ถึงได้มีอาการอยากอ้อนร่างสูงขนาดนี้



            [PART: คาร์ล]

                ผมมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังอ้อนผมอย่างหนัก นี่ถึงขั้นชวนผมไปอาบน้ำด้วยกัน! เขากะจะเชือดผมให้หัวใจละลายตรงนี้เลยใช่ไหม ใจร้ายกับหัวใจของผมมาก ใจผมเต้นแรงจนจะเด้งออกมาข้างนอกอยู่แล้ว

                “คาร์ลอาบน้ำด้วยกันไหม?” เสียงหวานถามซ้ำเมื่อเห็นว่าผมยังไม่ตอบ มัวแต่เอ๋ออยู่ เมียชวน...

                “ไม่อยากอาบด้วยเหรอ...” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

                อ้าว ผมรีบคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะเดินหนีผมเข้าไปในห้องน้ำ

                “อาบ อาบสิ ปะ ๆ อาบน้ำกัน” ผมรีบตอบ ท้องฟ้ายิ้มกว้าง โอ๊ย...ส่งยาดมมาให้ผมทีครับ โคตรน่ารักเลย!

                เขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินนำเข้าไปในห้องน้ำ ผมมองตามด้วยความรู้สึกหนักใจนิด ๆ เพราะอะไรเหรอครับ...ก็เพราะว่า! หมอสั่งกำชับผมให้งดกิจกรรมกลางคืนกับท้องฟ้าเนื่องจากเมียผมเพิ่งตั้งครรภ์ แล้วนี่ผมกำลังจะเข้าไปอาบน้ำกับคนรักตัวเอง แถมวันนี้ยังเป็นวันแต่งงานของเราอีก...ผมต้องข่มใจขนาดไหนที่จะไม่เข้าไปตะครุบร่างบางเนี่ย

                “ยืนอยู่ตรงนั้นทำไม เข้ามาสิคาร์ล” เสียงหวานเรียกอีก พอเจอภาพตรงหน้า ผมแทบลมจับ เมื่อท้องฟ้ายืนเปลือยกายหันหลังให้ผม ปั้นท้ายขาวเนียน แผ่นหลังสวยทำให้ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

                สงบใจไว้คาร์ลเอ๊ย...

                “ถอดเสื้อผ้าสิ ไม่อาบน้ำเหรอ” เขาหันมามองผมที่เผลอยืนจ้องเขาอยู่

                “ถอด...เออ ถอดเดี๋ยวนี้แหละ” ผมรีบถอดเสื้อออกอย่างตามใจเขาที่เริ่มทำหน้างอแงเพราะผมไม่ทำตาม

                ผมถอดกางเกงออกและเบิกตากว้างกับประโยคจากร่างบางที่พูดขำ ๆ แต่มันโคตรน่ารักสำหรับผม และเกือบทำให้สติผมเตลิด

                “ของนายทำไมใหญ่กว่าฉันจัง”

                “ห๊ะ...อะไรนะ ท้องฟ้า?”

                “ของคาร์ลใหญ่กว่าฉันตั้งหลายเท่าแหนะ คิก ๆ” ท้องฟ้าหัวเราะคิกคักโดยที่ไม่รู้เรื่องเลยว่าไปจุดฉนวนความปรารถนาของผมเข้าซะแล้ว

                “บ้าเอ๊ย ยั่วกันเห็น ๆ...” ผมสบถแล้วมองท้องฟ้าเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวให้ไหลลงตามตัวของเขา

ผมเดินเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังทำให้เขาสะดุ้ง

                “อ๊ะ คาร์ล อื้อออ จับตรงไหนของนายกัน...” เสียงหวานกระเส่าเมื่อผมเอื้อมมือไปสัมผัสส่วนล่างของเขา

                “ฉันเองก็อยากรู้ว่าท้องฟ้าน้อย เล็กแค่ไหนกัน” ผมถามขี้เล่นพร้อมกับเลื่อนมือไปขยับแก่นกายเล็กนุ่ม เขายืนหันหน้าเข้ากำแพงตัวสั่นระริกไปหมด น้ำอุ่นไหลผ่านตัวของเราสองคนทำให้อุณหภูมิมันร้อนระอุขึ้น

                “อ๊ะ อา คาร์ล” เสียงหวานครางกระตุ้นอารมณ์ผมชะมัด ทำให้ผมแทบจะอดกลั้นไม่ไหว

                ผมหันหน้าของเขากลับมาหาผมและดันเขาชิดติดกับผนัง

                “ท้องฟ้า สัมผัสฉันด้วยได้ไหม ฉันเข้าไปในตัวของท้องฟ้าไม่ได้...” ผมขอร้องข้างหูเขาเบา ๆ

                “อื้อออ อ๊ะ ได้สิ...ฉันต้องทำยังไงบ้าง” ท้องฟ้าถามเสียงแหบพร่า

                “สัมผัสมันตามที่ท้องฟ้าต้องการเลย...อึก อืมมม ท้องฟ้า...” มือเล็กกำลังเอื้อมมือมาสัมผัสผม

                ความรู้สึกดีจากมือนุ่มเกิดขึ้นทันที...

                “อ๊ะ อื้อออ คาร์ล ฉัน...ฉันยืนไม่ไหว” เขาเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง ผมเลยใช้ขาของผมสอดเข้าไประหว่างขาร่างบางเพื่อเป็นการพยุงตัวเขาไว้

                “อืมมม ชี๊ดดด ท้องฟ้า...มือนุ่มมากเลย ฮึ่มมม...” ผมครางเสียงต่ำออกมา ต่างคนต่างขยับมือขึ้นลงเพื่อช่วยระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้น

                ผมก้มลงจูบท้องฟ้าอย่างกระหาย ปลายลิ้นของผมเกี่ยวรัดลิ้นเล็กของเขาอย่างไม่ยอมปล่อย เขาในอ้อมกอดผมกำลังอ่อนระทวยและเคลิ้มไปตามแรงสัมผัส

                “อ๊ะ อ๊ะ อือออ ฉันจะ...ไป อ๊า!!!....อา....” ร่างบางกระตุกนิด ๆ เมื่อปลดปล่อยออกมาใส่มือผม

                “อืมมม ฉันก็เหมือนกัน อา...” ผมปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กับร่างบางที่หายใจหอบ สายตาหวานฉ่ำมองผมแล้วยิ้มเล็ก ๆ

                “ฉันรักคาร์ลนะ...” เสียงหวานดังแผ่ว ก่อนผมจะตกใจเมื่อร่างบางตรงหน้าสลบไป

                “ท้องฟ้า!!!” ผมรีบอุ้มเขาไว้ให้อ้อมกอดทันที...

                “โอ๊ย ๆ แม่อย่าดึงหูกันได้ไหม” ผมร้องขึ้นเมื่อโดนแม่ดึงหูอย่างหมั่นไส้ ผมมองท้องฟ้าที่นอนหลับด้วยความอ่อนเพลียอยู่บนเตียง หมอตรวจดูอาการก่อนจะให้ยาทิ้งไว้ และให้น้ำเกลือกับท้องฟ้า

                “มันน่านักไหมล่ะ! ดูสิ หนูท้องฟ้าของแม่เป็นลมได้ยังไง ตาคาร์ลนะตาคาร์ล !” แม่โวยใส่ผมอีกรอบ หลังจากเมื่อกี้ผมโดนด่าไปแล้วรอบหนึ่ง ข้อหาทำให้เมียเป็นลม

                “เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ” ผมถามหมอที่เพิ่งตรวจชีพจร

                “ท่านท้องฟ้าไม่เป็นอะไรมากครับ เพียงแค่อ่อนเพลียและโดนน้ำนาน เพราะร่างกายของท่านท้องฟ้าตอนนี้กำลังตั้งท้องอยู่ ก็เลยอาจจะเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ระวังอย่าให้แช่น้ำนาน ๆ นะครับ และอยากให้งดกิจกรรมกลางคืนไปก่อน หมอจัดยาไว้ให้แล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ” หมอกำชับไว้แล้วขอตัว

                “ฟังคำแนะนำของหมอด้วยนะคาร์ล อย่ารังแกหนูท้องฟ้า ไม่งั้นแม่จะจับแกแยกห้องนอนแน่ ๆ” แม่ขู่ไว้และผมเชื่อว่าท่านน่าจะทำจริง ถ้าผมทำตัวรุ่มร่ามกับลูกสะใภ้สุดน่ารักของท่าน แม่พูดจบก็เดินออกไปส่งหมอข้างนอก

                ผมนั่งลงข้างเตียงมองท้องฟ้าที่รู้สึกตัวตื่น และชื่อแรกที่เขาเรียกหาคือ...

                “คาร์ล...”

                “ฉันอยู่นี่ หิวน้ำไหม?” ผมจับหน้าผากเขาเบา ๆ ร่างบางเขยิบตัวมาใกล้ผม

                “ฉันปวดหัวจัง มึน ๆ สงสัยกินของกินเยอะไปแน่เลย ขอโทษนะที่ทำให้นายเป็นห่วงอีกแล้ว” เขาทำหน้าเศร้า

                “ฉันไม่โกรธหรอกนะ คงเป็นเพราะฉันไม่ควบคุมตัวเอง ท้องฟ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ” ผมลูบแก้มเล็กด้วยความรัก

                “ช่วยอดใจรอฉันหน่อยนะ ถ้าลูกของเราคลอดเมื่อไหร่...ฉันจะยอมคาร์ลทุกอย่างเลย” เสียงเล็กบอกออกมาทำให้ผมหลุดยิ้มแล้วเอามือบีบจมูกเขาไว้

                “แน่ใจแล้วนะที่พูดมา ฉันจำแม่นนะ...ท้องฟ้าจะยอมฉันทุกอย่างจริง ๆ ใช่ไหม” ผมถามเจ้าเล่ห์จนเขาแอบชะงักเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าหงึก ๆ

                “อือ! ฉันแน่ใจแล้ว...” ผมก้มหน้าลงไปใกล้จนจูบหน้าผากร่างบางเบา ๆ เหมือนเป็นข้อตกลงระหว่างเรา ท้องฟ้าหลับตาพริ้มรับจูบอ่อนโยนจากผมไปโดยไม่ขัดขืน...น่ารักชะมัด 

..........................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}