smile_alive

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ร้ายกลายรัก เสือกินผัก16 เสือขย้ำ อัพครบ 100%

ชื่อตอน : ร้ายกลายรัก เสือกินผัก16 เสือขย้ำ อัพครบ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 153

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2559 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้ายกลายรัก เสือกินผัก16 เสือขย้ำ อัพครบ 100%
แบบอักษร

#

[เสือขย้ำ]

 

 

     นานเท่าไหร่แล้วนะที่โลกของฉันมันแลดูเหงียบเหงาเหลือเกิน สองสัปดาห์ สามสัปดาห์หรืออาจจะยาวนานมากกว่านั้น ร่างกายเคลื่อนไหวเสมือนหุ่นยนต์ตายซากที่อยู่ไปวันๆ ไร้สีสันเมื่อส่วนที่สำคัญที่สุดได้หลุดหาย มันมีรูโหว่เป็นแผลเหวอะหวะตรงกลางหน้าอก ราวกับมีใครมากระชากสิ่งนั้นออกไป

 

     หัวใจ!!

     นี่นะหรอโลกที่ฉันเคยต้องการ โลกที่เคยร่ำร้องเรียกหา!

 

     แล้วทำไมวันนี้มันเหมือนจะอยู่ต่อไปไม่ได้ ไม่อยากทนอยู่กับความเงียบเหงาอีกแล้ว 

 

     ฉันคิดถึงอดีตทั้งที่ไม่ควรจะเป็น หวนคิดถึงใครบางคนที่หายไปจากชีวิต บุคคลที่เคยฉุดไปลงนรก และเป็นคนที่ทำให้ฉันมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นอย่างตอนนี้ 

 

     ฉันถูกขัดขวางจากทุกสิ่ง ลูคกับมินปิดตายทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เฝ้าตามติดในทุกย่างก้าวของชีวิต ยิ่งพวกเขารู้ว่าเสือรู้เรื่องที่ฉันความจำเสื่อมคนพวกนั้นก็ยิ่งกีดกัน ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่พวนั้นรู้ เพราะฉันเป็นคนสารภาพเรื่องนี้ออกไปเอง แต่ก็ไม่ได้บอกไปซะทุกเรื่องหรอก

 

     โกหกไปก็เท่านั้น มีแต่จะทำให้อะไรๆมันแย่ลง 

 

     แปลกใจเหมือนกันที่ลูคกับมินไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร ราวกับพวกเขาจะรู้มาตั้งแต่แรก ฉันเคยพยายามลองถามเรื่องที่เสือพูดกับลูคในวันนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบ พวกเขาไม่ยอมง้างปาก ต่อให้คาดคั้นแต่สิ่งคาใจก็ไม่ได้รับการคลี่คลาย 

 

     ฉันเลยต้องกลายเป็นคนโง่อย่างที่เป็นตอนนี้ไง

 

     ฟิ้วว..!

     สายลมเย็นที่โดนผิวทำให้ฉันหยุดความคิดเรื่อยเปื่อย ขาเรียวยาวก้าวเดินมั่นคงไปทางคอฟฟี่ช็อปใต้ตึกคณะ ตั้งใจจะซื้อกาแฟสักแก้วแล้วค่อยขึ้นไปเรียน ในตอนที่กำลังจะถึงหน้าร้านสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นอะไรเข้าซะก่อน 

 

     เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ

 

     ร่างบางสมส่วนแสนสะดุดตาเดินออกจากร้านอย่างเร่งรีบ ใบหน้าได้รูปถูกบดบังด้วยแว่นตาดำเกือบครึ่งหน้า เพียงครั้งเดียวที่เคยเจอแต่มันไม่ทำให้ลืมคนๆนี้ไปได้ ฉันจดจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี

 

     "ใบไผ่" ฉันพึมพำ

 

     เผลอมองตามเมื่อเห็นร่างบางเดินตรงไปที่รถก่อนจะขับออกไป ความเคลือบแคลงใจทำให้คิ้วขมวดตัวยุ่ง ไม่ใช่คนชอบแส่เรื่องของชาวบ้านแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ เท่าที่รู้ใบไผ่อายุเท่าพี่สิงห์ไม่ใช่หรอ 

 

     พี่สิงห์อายุยี่สิบห้า นั่นก็แปลว่าเธอต้องเรียนจบมหาลัยไปนานแล้วหนิ 

     แล้วผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรที่นี่?

 

      ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ฉันมองตามรถจนลับสายตา อยากรู้ไปซะหมดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนนิ่งอยู่กับที่ นานพอควรจนสายตารอบข้างเริ่มมอง 

 

     ฉันรีบสลัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งก่อนหมุนกายเข้าไปที่ร้านกาแฟอย่างที่ตั้งใจตอนแรก ยืนเข้าแถวต่อคิวอยู่สักพักก็จะมีเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

     หมับ!

   "คิดถึงจัง" ในตอนที่กำลังยืนเลือกเมนูอยู่ก็ถูกมือปริศนาของใครบางคนสวดกอดจากทางด้านหลัง ตามด้วยเสียงทุ้มที่ไม่คุ้นเคยกระซิบข้างใบหู

 

     "อ๊ะ!" ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ร่างกายมันรีบบิดตัวหนีเหมือนเป็นปฏิกริยาต่อต้าน

     "นะ..นาย" 

     "..."ฉันตกใจมากเมื่อเห็นหน้า ร่างกายออกอาการเย็นวาบเข้าไปในกระดูก

     "รหัส!!" และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันตกใจค้างไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ราวกับร่างกายถูกเหวี่ยงจากที่สูงลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วแรง 

[ต่อ]

 

      "อ๊ะ!" ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ร่างกายมันรีบบิดตัวหนีเหมือนเป็นปฏิกริยาต่อต้าน

     "นะ..นาย" 

     "..."ฉันตกใจมากเมื่อเห็นหน้า ร่างกายออกอาการเย็นวาบเข้าไปในกระดูก

 

     "รหัส!!" และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันตกใจค้างไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ราวกับร่างกายถูกเหวี่ยงจากที่สูงลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วแรง 

      "ปล่อย!!" 

      "โถ่ผัก!หวงตัวไปได้ แค่กอดทักทายเฉยๆ" 

 

     "อย่ามาทำตัวต่ำๆแถวนี้!!" แรงกอดรัดจากทางด้านหลังทำให้ฉันโมโหมาก พยายามสะบัดตัวออกแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือซะงั้น แถมคนรอบข้างก็เริ่มส่งสายตาแปลกๆมองมา

 

     "กอดนิดกอดหน่อยเอง อย่าหวงไปหน่อยเลย" 

     "บอกให้ปล่อยไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอ!" 

     ฉันตะคอกลั่นไม่อายคน รหัสทำตัวรุ่มร่ามใส่อารมณ์ข้างในก็ยิ่งเดือดพล่าน ฉันไม่ชอบให้เขาทำแบบนี้ ออกจะขยะแขยงซะด้วยซ้ำ ถ้าขืนหมอนี่ยังทำตัวต่ำทรามไม่หยุดรับรองฉันว่าจะไม่ทนอยู่เฉยแน่นอน

 

     นึกรังเกียจทุกส่วนที่สัมผัสกัน มันเกลียดจนเหมือนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว

 

     นี่เป็นครั้งที่สองที่เราเจอหน้ากัน หลังจากที่ครั้งแรกฉันเดินชนกับเขาตรงหน้าตึกคณะ ถึงมันจะนานมากแล้วแต่ก็ยังจำหน้าได้ ตอนนั้นฉันยังไม่รู้อะไรเพราะความจำเสื่อม แต่ตอนนี้อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้ว 

 

     ชีวิตฉันมันบรรลัยก็เพราะผู้ชายคนนี้ ถ้าไม่มีเขากับไอ้รูปบ้าๆพวกนั้นมันก็คงไม่ยุ่งเหยิงจนตามแก้ไม่ทันแบบนี้หรอก

 

     "โอเคๆ ดุจริง!!" ฉันคุ้มคลั่ง ออกแรงหยิกจนสุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือแถมยังยกขึ้นสูงอย่างยอมแพ้

     "..."

     "เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักทีเนี่ย ตามจีบมาตั้งนานแล้วนะ" ฉันถอยหนี ร่างสูงยักไหล่เหมือนไม่แยแสว่าฉันจะโกรธมากแค่ไหน คำพูดหยอกล้อทำให้ฉันหันมองอย่างวาวโรจน์ ยิ่งได้ยินก็ยิ่งมึนงง แต่รหัสกลับไม่ได้ใส่ใจอะไร

 

     "ตามจีบบ้าบออะไร นายคบกับนายาไม่ใช่หรอ" ฉันถามเสียงขุ่น ชักเริ่มตะหงิดใจขึ้นมาแล้วสิ 

 

     มันหมายความว่าไง หมอนี่คบกับยัยนายาไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงบอกว่าตามจีบฉัน!

 

     "ยัยนั่นนะหรอ เธอก็รู้ดีไม่ใช่รึไงว่าฉันคบกับหล่อนทำไม" ร่างสูงแค่นเสียงหัวเราะ

     "..." ฉันเงียบเพราะมัวสงสัยที่รหัสพูด เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วมันรังเกียจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก เผลอๆผู้ชายคนนี้อาจอันตรายกว่าเสือด้วยซ้ำ

 

     "ฉันชอบเธอนะผัก" รหัสทอดเสียงอ่อน

     "..."

     "สนใจแต่เธอมาตลอด ใจอ่อนสักทีสิครับ" ร่างกายโดนสตั๊นท์ไปหลายวิเมื่อได้ยิน เขากล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง บอกชอบฉันทั้งที่ยังคบอยู่กับนายาเนี่ยนะ 

 

     หมอนี่มันบ้าไปแล้ว 

     ถึงคำพูดจะดูแสนดีแต่ฉันกลับไม่ได้หวั่นไหวอะไร จิตสำนึกบอกว่าเชื่อคำพูดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย มันดูตอแหลเกินไป

 

     เหมือนแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษ ข้างนอกดูดีแต่ข้างในกลับกลวงโบ๋ซะงั้น 

 

     "งั้นหรอ!" คิดแล้วก็เจ็บหน่วง นึกถึงสิ่งเลวร้ายที่เคยได้รับก็เหมือนจะอ่อนแอ ต้องเลือกปัดมันออกเมื่อร่างกายทำท่าจะแสดงด้านย่ำแย่ออกมา 

 

     พอนึกถึงเรื่องรูปบัดซบที่โดนใส่ร้ายมันก็ยิ่งสับสน ทั้งที่ในใจมันแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจสัมผัสของเขามากแค่ไหน มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ฉันกับเขามันจะมีเรื่องสารเลวพรรค์นั้นเกิดขึ้นได้

 

     ฉันงงกับตัวเอง ไม่เข้าใจสักนิด ไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง

 

     "ถ้าไม่มีอะไรงั้นฉันขอตัว" มันคงดีถ้าตอนนี้จะกล้าเผชิญหน้ากับความจริง แต่ในความเป็นจริงมันกลับเป็นไปไม่ได้ 

     ฉันไม่กล้าถาม ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง มันกลัวในคำตอบเหลือเกิน กลัวว่าเราสองคนจะมีความสัมพันธ์ทุเรศๆอย่างที่เสือกับนายากล่าวหา

 

     "เรามาคุยกันหน่อยมั้ย นานๆทีจะได้เจอกัน"เหมือนรหัสไม่ได้สนใจฟัง

     "มะ.." ปากตั้งท่าจะปฎิเสธแต่ก็ถูดขัดซะก่อน

     "ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอเยอะแยะเลย" คำว่า 'มีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะ' ทำให้ฉันถึงกับหยุดปลายเท้าลง ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้ร่างกายหยุดการเคลื่อนไหว 

 

     มันคงหนีความจริงไปตลอดไม่ได้ ถ้าวันนี้จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงฉันก็อยากให้มันเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องทนกับความค้างคา ถึงแม้จะทำให้ร้องไห้หรือยิ้มได้ก็ตาม ไม่ลองดูซักครั้งมันจะรู้ได้ยังไง

 

     "..." 

     "เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง" รหัสตัดสินใจแทนเมื่อฉันไม่พูด ร่างสูงเดินนำไปที่โต๊ะด้านในสุดก่อนจัดแจงเดินไปสั่งน้ำให้โดยไม่ถามซักคำว่าฉันอยากกินอะไร

 

     "มีอะไรก็ว่ามา" นานพอควรกว่าเขาจะกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับสตอว์เบอร์รี่ปั่น ฉันจำเป็นต้องกินอย่างเสียไม่ได้ทั้งที่ไม่ได้ชอบเลย ทำไปเพื่อฆ่าเวลารอให้รหัสพูด แต่จนแล้วจนรอดหมอนี่ก็ไม่ง้างปากหลุดอะไรสักคำ 

 

     เขาเอาแต่จ้อง จ้องจนรำคาญ

     "แล้วนายาล่ะ ยัยนั่นหายไปไหน" จำเป็นต้องหาเรื่องคุยเพื่อลดความอึดอัด ฉันถามไปอย่างงั้นไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร

     "จะพูดถึงคนอื่นทำไม มาพูดเรื่องของเราดีกว่า"

     "เรื่องของเรางั้นหรอ มันคืออะไรล่ะ พูดมาสิ!" ถึงกับคอแข็งเกร็ง มันเข้าทางพอดีเมื่อรหัสเริ่มเข้าเรื่อง จะให้เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อนมันก็ไม่กล้า ได้แต่นั่งดูท่าทีของอีกฝ่าย แต่หมอนี่ก็กลับทำหน้าไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น 

 

     ตกลงเรื่องทั้งหมดมันเป็นมายังไงกันแน่ หงุดหงิดจนอยากอาละวาดอยู่แล้ว

 

     "ฉันจะเลิกกับนายา" สิ่งที่ได้ยินมันไม่ใช่เรื่องที่ฉันอยากจะรู้สักนิด มันอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนต่างหาก เขาจะมาบอกกันทำไม?

     "..." 

     "ถึงตอนนั้น เราลองมาคบกันดูมั้ยผัก" คราวนี้ต้องยอมรับว่ารหัสทำให้ตกใจมาก มันตกใจเพราะคำพูดมักง่ายที่เขาพ่นออกมานั่นเอง 

 

     หมายความว่าไง ให้คบกับเขาเนี่ยนะ 

 

     สรุปเรื่องของฉันกับเขามันคือความจริงงั้นหรอ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันไม่เชื่อหรอก!!

[ต่อ]

 

     "ถึงตอนนั้น เราลองมาคบกันดูมั้ยผัก" คราวนี้ต้องยอมรับว่ารหัสทำให้ตกใจมาก มันตกใจเพราะคำพูดมักง่ายที่เขาพ่นออกมานั่นเอง 

 

     หมายความว่าไง ให้คบกับเขาเนี่ยนะ สรุปเรื่องของฉันกับเขามันคือความจริงงั้นหรอ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันไม่เชื่อหรอก!!

 

     "หึ!อย่าเสียเวลาเลยรหัส" ฉันระบายลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างข่มอารมณ์ ในอกเหมือนมีไฟหลายกองมาสุมจนแน่น "ฉันไม่ได้ชอบนาย ไม่เคยคิดจะชอบด้วย"

 

      ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ฉันไม่คิดจะสน และไม่อยากใส่ใจด้วย ต่อให้ตอนนี้จะไม่ได้ความจำเสื่อมหรืออะไรก็ตาม ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรสักอย่างหลงเหลือให้กับเขา ราวกับมันไม่เคยมีมาตั้งแต่แรก ทบทวนความรู้สึกกี่รอบมันก็มีเพียความว่างเปล่า 

 

     เพราะงั้นในอดีตเรื่องของเรามันจะเป็นยังไงฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มันรังเกียจเขามากกว่า นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

     ผู้ชายที่กล้าทรยศต่อคนรักมันน่าคบงั้นหรอ!

     ถึงความจำเสื่อม แต่ก็ไมได้โง่!

 

     "อ่า!พูดแทงใจดำตลอด" ยอมรับให้กับความหน้าด้านของรหัสจริงๆ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังยิ้มร่าแถมหัวเราะเหมือนกับมันเป็นเรื่องขบขันได้ น่าขยะแขยงสิ้นดี

     "ปากเจ็บไม่เปลี่ยนเลยนะ แบบนี้แหล่ะถึงชอบ!"

 

     พูดจบเขาก็ผิวปากราวกับอารมณ์ดีมากมาย ผิดกับฉันที่ข้างในดำดิ่งลงก้นเหวไปแล้ว หงุดหงิดสายตาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนตัวเองจะมาเสียเวลาเปล่าใหกับคนไร้แก่นสาร

 

     "รหัส เราสองคนเคย..." ฉันเลือกที่จะถาม แต่แล้วเสียงก็ทำท่าหายไปดื้อๆ

     "หือ"

     "ปะ..เปล่าไม่มีอะไร" ลำคอดูตีบตัน นี่สินะความอ่อนแอของคน ทั้งที่เขาอยู่แค่ใกล้เอื้อม ถ้าฉันมีความกล้าที่จะตัดสินใจถาม มันไปก็คงรู้ความจริงไปนานแล้ว ไม่ต้องมาจิตตกห่วงพะวงไม่เข้าเรื่องแบบนี้ มันไม่กล้าพอ ภายในอกหวาดกลัวเกินกว่าจะถามออกไป

 

    ฉันมันอ่อนแอ!

     "ถ้านายจะมัวยืดเยื้อเวลาไม่พูดอะไร งั้นฉันขอตัว" ฉันโพล่งออกไป สองมือคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพาย หลังจากเมื่อกี้ความเงียบก็เข้ามาแทนที่จนน่าอึดอัด เขาไม่พูดฉันไม่พูด แล้วจะฝืนอยู่ต่อไปทำไม เสียเวลาเปล่าๆ 

 

     "ขอบคุณที่เลี้ยงน้ำ"

     ฉันไม่สนว่ารหัสจะรู้สึกแบบไหน มันเสียดายเวลาชีวิตที่ต้องมานั่งทำเรื่องไร้สาระกับเขาเกือบๆสิบห้านาทีโดยไม่ได้อะไร สุดท้ายความข้องใจก็ไม่ได้รับการคลี่คลาย สูญเปล่าสิ้นดี

 

     ให้ตายเถอะ ฉันมั่วทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย!

 

     "ได้เวลาพอดี!!" ตอนที่ฉันกำลังลุกหนีร่างสูงก็ขัดขึ้น ใบหน้าเจ้าเล่ห์อยู่แล้วฉายความเล่ห์เหลี่ยมน่ากลัว รหัสก้มมองนาฬิกาข้อมือเหมือนรอเวลาบางอย่าง ก่อนจะหัวเราะในลำคอจนคนฟังอย่างฉันถึงกับขนลุกซู่ 

 

     "หึหึ"

     "..." ฉันเอาแต่มองด้วยความสงสัย 

     "เธอเปลี่ยนไปนะผัก รู้ตัวรึเปล่า?" รหัสเงยหน้าพูดกับฉัน นัยย์ตาดำสนิทที่ทอดมองดูมุ่งร้ายสุดๆ น่ากลัมากจนฝ่ามือของฉันออกอาการชื้นเหงื่อ ไม่ขาดคำร่างกายก็ทำท่าผ่าวร้อนอย่างไม่มีเหตุผล เหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมา มันสะบัดร้อนสะบัดหนาวไปทั้งตัว 

 

     "เมื่อก่อนเธอคงระวังตัวมากกว่านี้ นิสัยขี้ระแวงมันหายไปไหน"

     "อึก..อ๊ะ!" กำลังจะเถียงแต่แล้วร่างกายของฉันก็ออกอาการเกร็งหนึบ ความรู้สึกร้อนรุ่มจากภายในกายถูกผลักดัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยอัตราที่เร่งถี่ 

 

     ร่างกายมันเกิดอะไรขึ้น..

     "ผู้หญิงที่ฉันเคยรู้จักมันหายไปไหนน้าา!" รหัสเหยียดตัวเต็มความสูง ร่างบึกบึนแข็งแรงแบบบุรษเพศย่างก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ผู้คนมากมายแต่ไม่มีใครสนใจหันมามอง ราวกับทั้งโลกมันเหลือแค่ฉันกับเขา

     "ทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงดูโง่กว่าเดิมเยอะเลย"

 

     "อึก.." ฉันคุมตัวเองไม่ได้ ร่างกายร้อนรุ่มกระตุกตัวหนัก ลำคอแห้งผากมากจนต้องฝืนกลืนน้ำลาย ท้องน้อยบิดตัวปั่นป่วน แต่ที่น่าอายที่สุดคือตรงใจกลางร่างกายมันร้อนระอุเหมือนมีใครเอาไฟมานาบ มากเกินกว่าจะรับไหว

 

     "แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว อะไรๆจะได้ง่ายขึ้น" ไม่ต่างจากเสียงขุมนรก

 

     ฟุบ!

     กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวเครียด สองขาสั่นระริกหยัดยืนด้วยตัวเองไม่ได้ ฉันรีบประคองกายกับขอบก้าอี้เมื่อมันทำท่าจะล้มพับ กระบอกตาทั้งสองข้างเต้นตุ๊บๆจนพร่ามัว เลือดร้อนๆที่ไหลเวียนในร่างกายทำเอาฉันหายใจหอบหนัก

 

     ร่างกายมันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า...!

     "อึกนะ..นาย ทำอะ..ไร แฮ่ก" คำพูดฟังดูกระท่อนกระแท่น กว่าจะหลุดได้แต่ละคำแสนยากลำบาก ปากฉันสั่นระริกเห่อร้อน สติหลงเหลือน้อยนิดเริ่มรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันพยายามประคองร่างกายขึ้นเดินโซซัดโซเซเพื่อหนี แต่ก็ถูกมือหนาจับคว้าได้ก่อน

 

     "หึหึ!" ฉันโง่เอง ตอนนี้มันรู้แล้วว่าเขาถ่วงเวลาโอเอ้ไว้ทำไม 

 

     "กะ..แก ไอ้สารเลว"ฉันตกในอ้อมแขนของเขาง่ายดาย เรี่ยวแรงไม่หลงเหลืออีกแล้ว แค่ประคองสติก็ยากเต็มทน เกลียดตัวเองตอนนี้ ร่างกายทรยศด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น ฉันมีความต้องการ มันอัดแน่นจนอยากหาทางระบาย

 

    "อะ..เอาอะไรใส่ไปในนะ..น้ำ อึก"

    "ฉลาดแหะ!แต่คงไม่ทัน" 

 

     จริงอย่างที่คิดไม่ผิด หมอนี่ตั้งใจทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นแผนการของเขา ฉันเองที่โง่หลงมาติดกับ

 

     "เธอพลาดแล้วผักกาด" มันเป็นหลุมพลางมาตั้งแต่แรก เขาจงใจหาเรื่องให้หลงกล หลอกล่อให้ฉันสงสัยด้วยคำพูด น้ำที่หมอนี่ซื้อมาให้มันคงใส่ยามาตั้งแต่แรก ตอนนี้รู้แล้วว่ายาที่เขาให้กินมันเป็นยาอะไร ถึงว่าทำไมเขาดูใจเย็นอย่างน่าประหลาด 

 

     ทั้งหมดมันก็เพราะหมอนี่มันกำลังนั่งรอเวลาอยู่ต่างหาก..

    รอเวลาที่ยาจะออกฤทธิ์ ไอ้สารเลว!

 

     "อึก" ร่างกายทนฝืนต่อไปไม่ไหว ความปวดหน่วงตรงช่วงล่างปลุกเร้าให้สติขาดผึง ทุกอย่างขาดสะบั้น ตาคู่งามเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอย่างไม่มีทางสู้ ฉันกำลังจะแพ้..พ่ายแพ้ให้กับอารมณ์ดำมืดข้างใน

 

 

     "เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่า" นึกภาวนาให้ใครซักคนเข้ามาช่วยแต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ปากอยากร่ำร้องแต่กลับไม่มีเสียง ร่างกายอ่อนยวบถูกประคองออกนอกร้าน น้ำตามากมายรินไหลอย่างหมดหนทาง ได้แต่ปล่อยให้เขานำพาจนเริ่มออกห่างผู้คน 

[ต่อ]

 

     "ปะ..ปล่อย อึก..อื้อ.." แก่นกายบีบรัดตอดตัวหนักทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว มันปวดหน่วงหลายครั้งหลายคราจนสมองหมุนคว้าง ผิวกายแผ่ไอร้อนจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้ ฉันยังต่อสู้กับความต้องการของตัวเองต่อไป ถึงแม้ร่างกายจะไม่เชื่อฟังกันแล้ว

 

     "มะ..ไม่ไหว ระ..ร้อน ฮืออ.."

     "ทนอีกนิดสิค่ะ เดี๋ยวจะพาไปขึ้นสวรรค์" ฉันเพ้อหนัก ได้ยินเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูแล้วขนมันลุกเกรียวเสียวซ่านไปทั้งตัว เจ็บหน่วงตรงจุดอ่อนไหวจนต้องหนีบขาเข้าหากันเพื่อระบายความอึดอัด  

 

     "มะ..ไม่ ร้อน อะ..เอาออกไปที แฮ่กๆ" มือน้อยลูบไล้ร่างกายตัวเองเมื่อมันร้อนรุ่มเกินทานทน อยากกระชากเสื้อผ้าออกจากตัวให้หมด ปากสั่นระริกแห้งผากจนต้องไล้เลียปลายลิ้นไปรอบๆ ฉันกำลังคลั่งหนักเพราะฤทธิ์ยานรก 

 

     "ไม่ไหวแล้ว ฮึก..ฮือ"

     "อยู่ไหนว่ะ" ฉันสะอื้นไห้ ร่างกายคล้อยตามเมื่อร่างสูงดึงลากจนไกลผู้คน สายตาที่หมุนเบลอพอจะมองเห็นเลือนลางว่าเขาพาฉันที่ยังลานจอดรถ รหัสจับแขนข้างนึงไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำลังสาละวนกับการล้วงหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง

 

     เหมือนช่องโหว่ ฉันต้องรอด ต้องรอดไปให้ได้

     "ปล่อย! อ๊ะ.."

     "แม่ง!อย่าดิ้นสิว่ะ" ความคิดน้อยทำให้ฉันตัดสินใจสะบัดแขนออกแต่ก็ถูกรหัสคว้าไว้ได้แบบเดิม เหมือนหาเรื่องให้ตัวเองโดนเฉือดเร็วขึ้น 

 

    "อุตส่าห์จะพาไปที่ดีๆเสือกไม่ชอบ งั้นกูก็เอามันหลังรถนี่แหล่ะ"เสียงทุ้มสถบดังลั่นก่อนที่หูจะได้ยินเสียงกระชากบานประตู 

     แควกกก..

     "กรี๊ดดด" เสียงเสื้อนักศึกษาถูกกระชากจนกระดุมขาดกระเด็นทำให้ฉันกรีดร้องด้วยหัวใจปวดร้าว ม่านน้ำตาเอ่อทะลักเปียกชุ่ม รหัสจัดการเหวี่ยงร่างของฉันลงกับเบาะด้านหลังก่อนที่เขาจะโถมตัวเข้าใส่

 

     "ยะ..อย่า ได้โปรด" ฉันปัดป้องร่างกาย

     "อย่าร้อง รำคาญ!" เขาพ่นหายใจหงุดหงิด ก่อนซุกหน้าลงบนซอกคอร้อนผ่าวเนิ่นนานแทบขาดใจ 

 

     "ฮึก..ร้อน ฮือ..ออกไป" มือหนาทำท่าจะปลดชุดชั้นในแต่ฉันเบี่ยงตัวหลบซะก่อน ถึงร่างกายจะมีอารมณ์ไม่จบไม่สิ้นแต่ความรู้สึกนึกรังเกียจสัมผัสของเขามันไม่ได้หายไป มันทั้งขยะแขยงและรู้สึกดีเพราะฤทธิ์ยา

 

     รังเกียจแต่ก็ต้องการมากขึ้น

     ในตอนที่ร่างสูงมึนเมากับผิวกาย ฉันก็ปัดป่ายมือไปทั่วอย่างไร้หนทาง ควานลงไปใต้เบาะรถหวังได้พบของที่พอจะป้องกันตัว เหมือนโชคเข้าข้าง ไม่นานนักมันก็คว้าอะไรบางสิ่งได้ ราวกับแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์มืด มันเป็นจิตสำนึกสุดท้ายก่อนที่ภาพทุกอย่างตัดไป

 

    หมับ!

    ผลั๊ววะ!

 

     "โอ๊ย!" เฮือกสุดท้าย ฉันตัดสินใจใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงของที่อยู่ในมือใส่หัวของเขาจนเกิดเสียงดัง สองหูได้ยินเสียงของหนักเหมือนแก้วแตกกระจายก่อนที่ร่างหนาจะแน่นิ่งฟุบทับล่างของฉัน 

 

     "กรี๊ดด ออกไป ฮึก.."

     "..." มือสั่นระริกรีบหยัดกายที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้น ฉันผลักร่างไร้สติของรหัสออกจากตัว ไม่สนอะไรทั้งนั้นว่าเขาจะเป็นหรือตาย คลานซมซานลงจากรถก่อนมานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ขดตัวสั่นสะท้านเพราะร่างกายทนไม่ไหว ฉันปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น กรีดร้องหนักพร้อมกับเกร็งตัวถี่ อารมณ์คั่งค้างยังไม่หาย ร่างกายมันยังต้องการการปลดปล่อยอยู่ดี 

 

     "ชะ..ช่วยด้วยใครก็ได้ ฮึก..ร้อน" ปากเห่อร้อนกระซิบพึมพำแผ่วเบา ฉันกระเสือกกระสนร่างกายไปตามพื้นที่ไร้ผู้คน ไม่มีแม้แต่เสียงของสิ่งมีชีวิตอยู่บริเวณนี้ พาตัวเองลากถูจนมาหยุดพิงกับล้อรถที่คิดว่าห่างไกลจากไอ้ปีศาจตนนั้น หายใจหอบหนักเหมือนคนใกล้ตาย ก่อนที่มือสั่นระริกจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ที่ตกพื้นขึ้นมา

 

     ฉันต้องรอด ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี

 

     ตรู๊ดด ตรู๊ดด

     "อึก..แฮ่กๆ" มือบางสั่นเครือกดจิ้มไปเรื่อย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต่อสายไปหาใคร ในโทรศัพท์มันมีอยู่ไม่ถึงสิบเบอร์ ตอนนี้จะเป็นใครก็ได้ขอเพียงมาช่วยฉัน มันอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการ ขืนอยู่ต่อฉันคงถูกใครที่ไหนไม่รู้ฉุดไปอีกแน่ๆ

 

     ได้โปรดเถอะพระเจ้า อย่ากลั่นแกล้งกันอีกเลย ให้คนปลายสายรับสายฉันทีเถอะ

 

     ตรู๊ดด

     [...] เหมือนพระเจ้ารับฟังคำอ้อนวอน สัญญาณดังอยู่สักพักก็มีคนกดรับ

     [ใครก็ได้ อึก..ชะ..ช่วยด้วย..ฮึก] 

     [...] แต่มันไม่มีคนพูดซะงั้น

     [ฮะ..ฮือที่ละ..ลานจอดรถ มาชะ..ช่วยฉันด้วย ขะ..ขอร้อง ฮึก..ร้อน] 

     [...] ปากกรอกเสียงสั่นเครือลงไป แต่ต่อให้พูดให้ตายคนปลายสายก็ไม่ตอบรับ

     [ดะ..ได้โปรด] ฉันอ้อนวอนน้ำตาอาบหน้าแต่ก็ไม่มีคนพูดอยู่ดี เหมือนแสงสุดท้ายดับสิ้นลง หลังจากจบประโยคนั้นร่างกายทั้งหมดก็ออกอาการชักกระตุกตัวถี่ ฉันล้มลงกระแทกกับพื้น ทุกอย่างขาดสะบั้นเพ้อหนักเพราะฤทธิ์ยานรก สมองหมุนคว้างจนสุดท้ายก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีก

 

     ไม่รู้อะไรอีกเลย

     [รอฉัน!] มันคือเสียงที่คงไม่มีวันได้ยิน

 

 

     ตริ๊ดด!

[ต่อ]

 

เสือ บรรยาย..

 

     "ไอ้เสือมึงรู้ยัง ว่าคนที่มึงไปยุ่งด้วยล่าสุดเขามีผัวแล้ว!" เสียงนกเสียงกาของไอ้โอเชี่ยนลอยมาตามลมจนเข้าในหู นัยน์ตาดำขลับที่เหม่อมองควันสีขาวขุ่นของมวนบุหรี่ถึงกับหรี่แสงลงด้วยความหงุดหงิด

 

     จะถามทำเหี้ยไรว่ะ!

 

     "รู้!" ร่างสูงพ่นลมหายใจ 

     "ไอ้เหี้ย! แล้วมึงจะไปยุ่งกับเขาทำไมว่ะ เดี๋ยวก็โดนเป่ากะบาลแหกมาหรอก" ไอ้โอยังบ่นไม่หยุด พูดมากยิ่งกว่าพ่อแม่ซะอีก ขนาดพ่อแท้ๆยังไม่เคยหันมาดูดำดูดี ชีวิตผมมันก็ไม่เคยมีอะไรดีมาตั้งแต่แรกแล้วหนิ เป็นเศษสวะในสายตาคนอื่นมาตลอด นับประสาอะไรกับเรื่องพวกนี้ ใช่สนใจ!

 

     "กูไม่ได้เริ่ม" ผมตอบทั้งที่มือข้างนึงกำลังคีบบุหรี่ออกจากปาก ก่อนจะขยี้มันด้วยปลายส้นเท้า มองแสงริบหรี่ที่ลับลง ก่อนที่เปลวไฟสีส้มจะมอดดับไป

 

     "ไม่ได้เริ่ม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตอบสนองก็ได้ป่าวว่ะ"เสียงแค่นหัวเราะในลำคอทำเอาผมเงยหน้าขึ้นมอง ไอ้โอส่ายหัวราวกับปลงตกก่อนพูดต่อ

     "ชักเกลียดมึง"

     "..."

     "ถ้าไม่ใช่เพื่อนกูต่อยไปนานล่ะ เลวสัส!" เหมือนกับปัญหาที่สั่งสมมานาน ผมรู้ตัวดีและเลือกที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างไม่เกี่ยงงอน ผมเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น ครอบครัวที่แตกแยกไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างภายในใจได้ ถึงจะมีพี่สิงห์คอยดูแลมาตลอด แต่ผมก็รู้สึกเดียวดายอยู่ดี 

 

     มันไม่เคยพอ ผมยังต้องการอีก นานวันก็ยิ่งต้องการมากขึ้น

 

     "อย่าเสือก!" รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มันก็แค่เรื่องธรรมชาติป่าวว่ะ ตบมือข้างเดียวเคยไม่ดัง ผมเชื่อในคตินี้ และผู้หญิงที่ไอ้โอเชี่ยนพูดถึงมันก็เลวเอง ยัยนั่นเริ่มก่อน เป็นคนทอดสะพานแถมเสนอตัวมาให้ง่ายๆ แล้วใครหน้าไหนมันจะปล่อยให้หลุดมือ ผมได้เธอได้วินทั้งสองฝ่าย แค่เรื่องสนุกฆ่าเวลาเท่านั้น!

 

     จะจริงจังทำไม!..

     "เออ!เหี้ยเสือ กูขอถามมึงหน่อย" นานหลายนาทีกับความเงียบ คราวนี้คนตรงหน้าพูดเสียเครียดหนักกว่าเก่า ช่วงเวลาพักเที่ยงก่อนถึงชั่วโมงเรียนแบบนี้ผมกับไอ้โอชอบมาขลุกอยู่ที่นี่เป็นประจำ ไม่มีคน ปลอดจากอาจารย์ เหมาะแก่การจะเป็นแหล่งซ่องสุมชั้นดี 

 

     "เอาตรงๆนะ"

 

     "..." ผมเงียบฟัง

 

     "มึงกับพี่ผักเป็นอะไรกันว่ะ" ให้ตายเถอะ!สุดท้ายก็วนมาเรื่องนี้จนได้ เกลียดชื่อนี้ชิบหายแต่เสือกมาพูดให้ได้ยิน จะมาถามทำไมตอนนี้ว่ะ อุตส่าห์ไม่นึกถึงแล้วแท้ๆ

 

     "ถามทำไม"

     "มึงก็รู้ว่ากูชอบพี่เขา" จากตอนแรกที่หงุดหงิดเพราะคำถามซอกแซก มาตอนนี้มันรำคาญหนักกว่าเก่าอีก ผมชักสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด หงุดหงิดจัดจนต้องหันไปพึ่งบุหรี่มวนน้อยอีกหน อัดควันสีขาวเข้าปอดจนลึก ก่อนจะพ่นออกมาลอยคละคลุ้งตามแรงอารมณ์  

 

     "วันนั้นที่ผับมันคืออะไร มึงไปต่อยผัวเขาทำไมว่ะ"

 

     "ไม่มีอะไร แล้วไอ้ห่านั่นก็ไม่ใช่ผัวด้วย" ผมตอบอย่างขอไปที แต่ก็ไม่วายเสือกพูดปกป้องยัยนั่นอีก ไม่อยากพล่ามอะไรมาก แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจเลย แล้วจะให้ตอบคำถามบ้าๆพวกนี้ได้ไง ผมตอบไม่ได้หรอก!

 

     "ไม่มีแล้วมึงทำแบบนั้นทำไม" มันยังไล่ต้อนไม่เลิก

     "..." ผมหลบตาวูบเมื่อเจอสายตาคาดคั้นไม่หยุด จะจ้องห่าอะไรนักหนาว่ะ! 

     "เอาดีๆ เปิดอกคุยกันแบบลูกผู้ชายเลย กูรับไหว" ผมถึงกับถอนหายใจยอมแพ้ เราสองคนสนิทกันมาก ถึงมีเรื่องผิดใจกันบ้างแต่ก็ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าคนนึงจองใครอีกคนนึงจะต้องถอยห่างทันทีนั่นคือกฎ เป็นสิ่งที่เคยตกลงกันไว้

 

     แต่คราวนี้มันกลับผิดพลาดไปหมด ผมเป็นคนผิดสัญญาก่อน

 

     “มึงชอบเขาหรอว่ะเสือ” ไอ้คำถามขวานผ่าซากของไอ้โอทำเอาผมจิปากด้วยความหงุดหงิด"ตอบกู!"

 

          “ไม่ได้ชอบ แค่อยากได้”ตอบตามความจริงไม่ผิดเพี้ยน ไม่ได้ชอบและไม่คิดจะชอบด้วย แต่ก็อดปฎิเสธไม่ได้ว่ายัยนั่นหน่ะสวยชิบหาย ต่อให้ผู้ชายคนไหนเห็นก็คงคิดไม่ต่างจากผม แต่มันดันติดที่ยัยนั่น มัน...

 

     “เหี้ย!เนอะมึง” โดนด่าซะงั้น เวรเถอะ!

 

     "ตามสัญชาตญาณเสือเป็นสัตว์กินเนื้อ ไม่มีเสือบ้านไหนแดกผักหรอก หึ!" ผมแค่นหัวเราะเหมือนมันเป็นเรื่องตลก ในขณะที่โอเชี่ยนหันมองตาขุ่น ด้านนึงของใจมันหวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา

 

     กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เจอหน้า สองวัน สามวันหรืออาจยาวนานเป็นเดือนๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นผมก็เอาตัวเองออกห่างจากผักกาดให้มากที่สุด คำพูดของไอ้ลูคยังวนเวียนอยู่ในหัว ตอกย้ำว่าไม่ควรเข้าไปวุ่นวายในชีวิตยัยนั่น 

 

     รู้ตัวว่าเคยทำลายผู้หญิงคนนั้นมามากเท่าไหร่ ยิ่งตอนนี้ผักกาดความจำเสื่อมผมก็ยิ่งหวาดกลัว มันกลัวในสิ่งที่เคยทำลงไป เรื่องต่ำทรามสารเลวที่ผมรู้ดีอยู่แก่ใจ 

 

     กลัวว่าผักจะรู้ ไม่อยากให้นึกถึง ลืมไปเลยได้ยิ่งดี

 

     "ถ้ามึงคิดเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไร งั้นคนนี้กูขะ.." โอเชี่ยนทำท่าพูดต่อแต่ถูกขัด

 

     ครืดดด!

     ผมยกมือห้ามไม่ให้มันพูดเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเกิดสั่น พอล้วงออกมามันก็ยิ่งตกใจหนักไปกว่าเก่าเมื่อเห็นชื่อคนโทร หัวใจเต้นรัวอย่างตื่นตัว ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะโทรมา ไม่สิ!

 

     ยัยนี่ไม่เคยคิดจะโทรมาเลยสักครั้งต่างหาก แล้วนี่คิดบ้าอะไรอยู่ว่ะ จะมาก่อกวนอะไรอีก

 

     ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...

     แล้วหัวใจมันจะเต้นทำซากอะไรนักหนา เพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ บัดซบเถอะ!

 

     "..." ไอ้โอมองหน้าอย่างสงสัยแต่ผมไม่สน ก้มมองโทรศัพท์อยู่นานกว่าจะตัดสินใจกดรับ 

 

     แต่แล้วเสียงที่ดังลอดเข้ามาก็ทำเอาผมหายใจไม่ออก ยิ่งฟังก็ยิ่งเหมือยคนกำลังจะจมน้ำ สมองมึนหนัก ร่างกายเกร็งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น หัวใจออกอาการชาหนึบเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ต่างจากเด็ก 

 

    [รอฉัน!] ในประโยคสุดท้ายผมยอมกรอกเสียงแต่ไม่มีการตอบรับอีกแล้ว จบอยู่ตรงนั้นผมก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป 

 

     มันกำลังจะเป็นบ้า ผมคลั่งหนัก สองขารีบจ้ำอ้าวพาร่างตัวเองไปยังจุดหมายที่เธอบอก แต่ต่อให้วิ่งเร็วมากแค่ไหน สำหรับผมในตอนนี้มันก็ดูเชื่องช้าอยู่ดี ระยะทางแสนไกลไม่อาจหยุดกั้นแรงอารมณ์ได้เลย มีแต่จะเพิ่มความเร็วด้วยหัวใจที่หวาดกลัว

  

10 นาทีต่อมา

     "แฮ่กๆ ไปมุดหัวอยู่ตรงไหนว่ะ" ผมเฝ้าตามหาร่างบางในทุกที่ แต่ไม่ว่าจะวิ่งวนไปมุมใดของลานจอดรถมันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบเจอ แสงแดดในยามเที่ยงวันไม่สามารถบั่นทอนหัวใจที่ร้อนรนได้ เนื้อตัวของผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ เปีกชื้นไหลย้อยเต็มหน้าผากและลำตัว

 

     "โธ่เว้ย!"

     พลั่กกก

     "ผัก ผักกาด!"ผมเรียกเธอหลายครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ แรงอารมณ์ที่เดือดพล่านทำให้ผมเหวี่ยงปลายเท้ากระแทกหน้ารถที่จอดอยู่ใกล้ๆหลายที ยิ่งทำก็ยิ่งเจ็บ แต่มันไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกในตอนนี้ได้เลย ผมเป็นยิ่งกว่าคนคลั่ง ถ้ามีใครเข้ามาหาเรื่องผมคงซัดไม่ยั้ง มันหงุดหงิดมากจริงๆ

 

     "ชะ..ช่วยด้วย อึก!" ในตอนที่เดินสำรวจผ่านรถคันโน้นคันนี้ มันก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากที่ไกลๆ ลอยมาตามสายลม ถึงจะเบามากแต่ก็พอรู้ว่าเป็นเสียงใคร ผมจำเสียงนี้ได้ดี ถึงสมองไม่อยากจดจำก็ตาม 

 

     เหมือนมันฝัง หยั่งรากลึกลงไป 

 

     "ผัก ผักกาด!"ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้อนรนแค่ไหน แค่รู้ว่าพอได้ยินเสียงร่างกายมันก็เป็นไปเอง กระเสือกกระสนรีบวิ่งไปหา แต่พอมาเจอเข้ากับร่างบางที่นอนขดคู้อยู่กับพื้นในสภาพสั่นเทาหัวใจของผมก็บีบตัวชาหนึบ หน้าอกข้างซ้ายมันเต้นช้าลงจนจะขาดใจ

 

     "แฮ่กๆ ระ..ร้อนเหลือเกิน อื้อ" ผมรีบประคองร่างเล็กขึ้นแนบอก กอดร่างสั่นเทาของเธอไว้แน่น เนื้อตัวของผักกาดร้อนเหมือนเป็นไข้ ริมฝีปากและใบหน้าเกลี้ยงเกลาแดงก่ำน่ากลัว เธอสั่นระริกไปทั้งตัวทั้งที่สองตายังหลับพริ้ม 

 

     "ทำไมมานอนบนพื้นว่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น" ผมถามอย่างร้อนรน แต่มันก็ไม่มีคำตอบที่ดี นอกจากอาการเพ้อไม่หยุด

 

     "ระ..ร้อน ช่วยด้วย" ราวกับคนละเมอ ร่างบางปัดป่ายมือไปตามเสื้อนักศึกษาที่หลุดลุ่ย ผมเพิ่งสังเกตว่าเสื้อของผักมันขาดจนเปิดกว้าง มองเห็นชุดชั้นในสีครีมกับหน้าอกที่มีรอยจ้ำแดงแสนน่าเกลียด

 

     มันไม่ใช่รอยที่ผมเคยทำ แล้วใครมันทำว่ะ! 

 

     "ฉันถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น หูแตกหรอ!!"

     "อื้อ"

     "ตอบมะ..อึก" จากที่เป็นห่วงตอนนี้มันกลายเป็นโมโหมากกว่า พายุอารมณ์ของผมมันพร้อมจะซัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมกำลังจะอาละวาด แต่จู่ๆใบหน้าที่หลับพริ้มก็ปรือขึ้นมองยั่วยวน ก่อนที่ผักกาดจะฉวยโอกาส กระชากใบหน้าผมเข้าใกล้ พร้อมกับทำในสิ่งเกินคาดหมาย

 

 

     "อื้อ..อึก!"เหมือนคนถูกผลักจากที่สูง ริมฝีปากสีชมพูฉกวูบทาบทับกลีบปากของผมด้วยความไว ก่อนที่ร่างบางจะผลักร่างของผมลงบนพื้นพร้อมกับขึ้นคร่อม  

[ต่อ]


     "อื้อ..อึก!"เหมือนคนถูกผลักจากที่สูง ริมฝีปากสีชมพูฉกวูบทาบทับกลีบปากของผมด้วยความไว ก่อนที่ร่างบางจะผลักร่างของผมลงบนพื้นพร้อมกับขึ้นคร่อม  

     "แฮ่ก...เดี๋ยวนี้!" ปากสวยหวีดร้อง 

     "ผะ..ผัก" ผมตกใจมากเมื่อร่างเล็กสะเปะสะปะไปทั่ว คลอเคลียปากอุ่นชื้นบนซอกคอ ลากไล้มาจนหยุดตรงเนินไหล่ มือน้อยแกะกระดุมเสื้อผมไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีก็ตอนที่หน้าอกหยุ่นนุ่นเบียดชิดกับแผงอก ผักกาดดูเงอะงะแต่กลับไม่ยอมหยุดการกระทำ 

 

     "ทะ..ที่นี่ไม่ได้"

     "ฉันต้องได้เดี๋ยวนี้ ฮึก..ไม่ไหวแล้ว ฮือ" เสียงของผมขาดห้วงตอนที่เห็นผักกาดทำท่าจะถอดเสื้อออก ร่างนุ่มนิ่มเกร็งเฮือกใหญ่ด้วยความขัดใจตอนที่ผมลุกขึ้นไปตะครุบ จะบ้ารึไง มาถอดเสื้ออะไรตรงนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำยังไงว่ะ

 

    บ้าเอ๊ย!! เกิดอะไรขึ้น เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย

     "ร้อน เอาออกไป..กรี๊ดด" ผักดีดดิ้นเหมือนคนบ้า มันแย่มากจนผมต้องตัดสินใจอุ้มร่างบางก่อนจะวิ่งไปหากุญแจรถของเธอ ดีที่ผักกาดเรียนคณะนี้ ไม่งั้นผมคงได้แบกร่างน้อยในสภาพล่อแหลมต่อหน้าคนเป็นพันแน่ โชคดีแค่ไหนที่ไม่มีใครผ่านเข้ามา เพราะตอนนี้เราสองคนต่างมีสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยชวนให้คิดลึกสุดๆ

 

     "ผักกาดมีสติหน่อยสิว่ะ อย่าเพิ่งเพ้อ" ผมตบหน้างามเบาๆเพื่อเรียกสติ

 

     "ไม่ อื้อ.." สองมือรีบจับร่างบางยัดเข้ารถ แต่ทันทีที่ผมนั่งประจำที่คนขับผักกาดก็พุ่งตัวเข้าใส่ ฉกวูบบดขยี้จูบด้วยความแรงจนแสบร้อน สัมผัสถึงลมหายใจอบอ้าวเป่ารดผิวกายตอนที่พยายามดันร่างอวบอิ่มออก

 

     "พะ..พอก่อนผัก จะกินฉันรึไงยัยบ้า" ผมพูดพร้อมกับหายใจแรง ในรถมันร้อนระอุจนเหงื่อไหลซึม"แล้วทำไมตัวถึงร้อนเป็นไฟเลยว่ะ"

 

     จบคำพูดผมก็ฉุกคิด อย่าบอกนะว่า...

     "ผัก! อย่าบอกนะว่าเธอโดนยาปลุกเซ็กส์มาอ่ะ"

     "อื้ออ"

     "เธอโดนยานั่นจริงๆใช่มั้ย" เหี้ยเถอะ! ยัยนี่โดนยานรกนั่นจริงๆหรอว่ะ ยิ่งเห็นอาการมันก็ใจคอไม่ดี แล้วไอ้เหี้ยตัวไหนมันทำ ตอนที่เจอผมก็ไม่ทันสังเกตุรอบๆด้วย มัวแต่สนใจยัยนี่เท่านั้น

     "ไอ้เหี้ยตัวไหนมันทำ ตอบ!"

     "ระ..ร้อน" ผักกาดเพ้อไม่หยุด

     "ตอบสิวะ"

     "อึก..อื้อ"

     "ถามตอนนี้แม่งก็ไม่รู้เรื่อง แล้วจะเอาไงล่ะทีนี้" ผมสถบก่อนฟาดมือใส่พวงมาลัยดังลั่น 

 

     มองร่างเล็กที่นอนกระสับกระส่ายเหมือนคนเป็นไข้ก็ไม่รู้จะทำไงต่อ สมองชักมึนหนัก อาการที่ผักกาดเป็นมันดูง่ายมาก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไปโดนอะไรมา แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าใครเป็นคนทำต่างหาก

 

     ผมตัดสินใจโทรหาพี่สิงห์แต่แม่งก็ไม่รับสาย ช่วงนี้พี่สิงห์ไม่ค่อยกลับคอนโดด้วยสิ มัวแต่หลงแฟนบ้านช่องไม่ยอมกลับ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ผมคว้างโทรศัพท์ลงบนคอนโซนรถเมื่อโทรไปกี่สายก็ไม่มีคนรับ 

 

     "โธ่เว้ย!!"หงุดหงิดมากจนอยากฆ่าคน

     ห่าเอ๊ย! เอาไงดีว่ะ

     "งั้นไปที่คอนโดแล้วกัน" จนหนทาง ผมจิปากเบนสายตามองผักกาดที่นั่งหอบสะท้านอยู่ด้านข้าง ร่างนุ่มนิ่มยั่วยวนอย่างไม่รู้ตัว สายตาบัดซบดันไปหยุดตรงหน้าอกอวบอิ่มกับขาอ่อนขาวที่โผลพ้นชายประโปรงแล้วก็เผลอครางครึ้มในลำคอ

 

     อ๊าา...มันน่านัก!

     "ผักอย่าซน" ไม่นานนักก็มาถึงคอนโด ผมโอบรัดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบอก กลัวว่าจะมีใครมาเห็นผักในสภาพชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยเข้า เสือกหวงผิวขาวๆหอมๆของเธอซะงั้น ไม่อยากให้ใครมอง ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ด้วย 

 

     เกลียดความรู้สึกตัวเองสุดๆ

     "อื้อ" ผมเอ่ยปากดุแต่ร่างบางไม่ฟัง ผักกาดยังฝังใบหน้าลงบนซอกคอแกร่งจนผมขนลุก ลมหายใจถูกระบายขาดห้วง ตอนนี้เรากำลังอยู่ในลิฟต์แต่ทำไมมันกลับดูเนิ่นนานเหลือเกิน ปากร้อนตรงเข้ามาดูดเม้มลำคอจนเกิดเสียดัง พรุ่งนี้เช้ามันคงเป็นรอยแดงชัดเจนแน่ๆ ก็ยัยนี่เล่นดูดซะแรงขนาดนี้ 

 

     ให้ตายสิ!จะปลุกเร้ากันไปถึงไหนว่ะ แค่นี้ก็มีอารมณ์ด้วยจะตายห่าอยู่ล่ะ

 

     "ผักกาดอย่าดื้อ ฉันจะพาไปอาบน้ำนี่ไง!" พอเข้ามาในห้องก็ต้องหงุดหงิดอีกรอบ ผักกาดไม่ยอมฟังง่ายๆ เธอปัดป่ายมือไปเรื่อยเหมือนคนเมา ตางามฉ่ำปรือเชิญชวน หลอกล่อให้ผมจ้องมองอยู่นาน มันนานมากซะจนร่างกายมีความต้องการขึ้นมา แต่ก็ต้องยั้งใจเมื่อรู้ว่าที่ผักทำมันเป็นเพราะอะไร 

 

     ผมไม่อยากเอาเปรียบยัยนี่หรอก ที่เคยทำในอดีตมันก็มากพอแล้ว

 

     "โธ่เว้ย!"

     "ระ..ร้อน" ผักกาดลงไปนอนกลิ้งกับโซฟา ผมได้แต่พ่นลมหายใจเหนื่อยอ่อนก่อนจะเดินเข้าไปกระชากร่างอ้อนแอ้นให้ลุกขึ้น แต่แล้วผักกาดก็ทำเอาผมนิ่งค้าง หัวใจทำท่าหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

 

     พรึ่บบ

     "เธอทำบ้าไรเนี่ย จะถอดเสื้อทำไม ใส่มันเดี๋ยวนี้!!" เหมือนปติมากรรมชั้นดี ใบหน้าแดงก่ำหรี่ปรือเร่าร้อน ก่อนที่มือบางจะเหวี่ยงเสื้อออกจากตัวจนเหลือแต่กระโปรงกับยกทรงชิ้นน้อย ปลายลิ้นเล็กไล้เลียขอบปากตัวเองอย่างเผลอไผล

 

     ทุกการกระทำมันยั่วเย้าหนักจนผมแทบทนไม่ไหว

 

     "ชะ..ช่วยด้วย" เสียงกระท่อนกระแท่นหลุดจากปากแดงระเรื่อเหมือนไฟ พิษยานรกทำให้ผักเผลอทำทุกอย่างโดยที่ไม่รู้ตัว ดีไม่ดีเธอคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร

 

     "อย่ามายั่ว"ผมเอ่ยปากเตือน จดจ้องร่างงามไม่วางตา

     "ดะ..ได้โปรด" 

     "..." ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

     "ขะ..ขอร้อง ฮึก" มือบางเริ่มเกี่ยวกระโปรงออกจากตัว ปลุกปั่นร่างกายจนผมลุกชัน ยัยนี่กำลังยั่วยวนผ่านการกระทำอันแสนเนิบช้า

 

     เซ็กซี่เป็นบ้า...

     "มันอันตรายนะผัก ฉันเตือนเธอแล้ว" เสียงของผมแหบพร่าตามอารมณ์ที่ขับเคลื่อน ใจอยากจะกระโจนเข้าไปขย้ำให้สาสม จะทำอะไรไม่เคยว่าแต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้ 

 

     ร่างกายของผมมันมีความรู้สึกกับผักทุกครั้ง อยากฝากฝังเรือนกายในตัวเธอนับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งเชิญชวนร่างกายมันก็ยิ่งอยากตอบสนอง หนักข้อขึ้นจนทนไม่ไหว

 

     "รักฉัน เดี๋ยวนี้!"

     "แม่ง!แล้วอย่ามาร้องไห้เสียใจทีหลัง ต่อให้ฉุดฉันก็ไม่หยุด" คำว่า'รักฉัน'ที่ผักกาดพูดผมเข้าใจความหมายได้ในทันที ราวกับเป็นใบเบิกทาง มันทำให้ขีดวามอดทนของผมขาดสะบั้น เผลอสถบดัง สองขาตรงดิ่งเข้าไปกระชาก

 

     หมับ!

     "แฮ่ก อื้อ..อึก" ผมออกแรงกระตุกผมผักกาดเบาๆพร้อมกับมอบจูบล้ำลึกให้ ใช้ลิ้นสีสดไล่ต้อนเธอในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดความเปียกชื้นเข้าหากัน ดูดกลืนทุกอย่างราวคนตายอดตายอยาก

 

     "อุตส่าห์ปล่อยให้ไปดันเสือกกลับมา อ้อนวอนให้ตายฉันก็ไม่ปล่อยเธออีกแล้ว" ผมกระซิบทั้งที่ปากยังแตะกัน

     "..."

     "ไม่มีวัน!"

     "อ๊ะ!" ผักกาดหวีดร้องเมื่อผมช้อนร่างบางขึ้นพาดบ่า ก่อนเดินตรงดิ่งไปทางห้องนอน โดยไม่ลืมหยิบของสำคัญติดมือมาด้วย 

 

     "เธอเรียกร้องเองนะผัก โทษฉันไม่ได้!" จบคำพูดผมก็เหวี่ยงร่างน้อยลงบนเตียง ก่อนจับขาเรียวงามอ้าออกกว้าง กระซิบแหบพร่าบนร่างนุ่มนิ่ม"เตรียมใจแล้วใช่มั้ย"

 

     "เดี๋ยวนี้ อะ..อื้อ!"

-NC โปรดรอบทต่อไป-

     เสือ จบบรรยาย...

 

[อัพครบ 100%]

ผักกาดมีความอ่อย พอกันที อิพี่เสือจะไม่ทน

รอเลยจ่ะ ปูเสื่อรอเลย อยากอ่านNCมั้ยเอ่ย หรืออัพคืนนี้เลย อยากอ่านก็บอกมา บอกเลยว่าแซ่บมาก ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน 

1คอมเม้นท์ เท่ากับล้านกำลังใจนะจ๊ะ

#

#

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น