Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๑

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๑

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2560 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๑
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๐๑

วันพรุ่งแล้วที่เจ้าจันทร์จักต้องเสด็จไปภุมริกาเพื่อร่วมพิธีฉลองวันประสูติของพระโอรสในองค์ภุมรินทั้งสองที่มีพระพรรษาครบสิบแปดปีบริบูรณ์ วันนี้เจ้าจันทร์จึงเสด็จออกจากวังหลวงเพื่อไปพบ 'สายหยุด' บุตรชายชาวบ้านธรรมดา หากแต่เป็นสหายกับพระองค์มาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อครั้งยังเยาว์วัยทรงมีสหายคนสนิทสองคนคือ เหม องครักษ์ประจำพระองค์ แลสายหยุด ชายหนุ่มรูปร่างอรชร ใบหน้าเรียวได้รูป งามเสียจนต้องพระทัยเจ้าจันทร์ แต่หากได้ต้องใจเพียงเจ้าจันทร์ไม่ สายหยุดยังต้องใจเหมด้วยเช่นกัน

"ฝ่าบาท..."เมื่อเห็นว่าเจ้าจันทร์ทรงเสด็จมาหา สายหยุดจึงละมาลัยที่ร้อยค้างไว้ หมอบกราบอ่อนช้อย

"ลุกขึ้นเถิดสายหยุด มิต้องมากพิธีดอก"

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"

"วันพรุ่งข้ากับเจ้าเหมจักไปภุมริกา เจ้าใคร่อยากได้กระไรหรือไม่"ทรงตรัสถามพระสุระเสียงอบอุ่น สายหยุดก็เปรียบเสมือนน้องน้อยเมื่ออยู่กันพร้อมหน้าสามคนเยี่ยงนี้

"มิได้พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันมิใคร่อยากได้กระไรดอก"

"เยี่ยงนั้นหรือ"

"พระเจ้าค่ะ...ขอบพระทัยที่ทรงนึกถึงหม่อมฉันพระเจ้าค่ะ"กราบทูล ซึ้งใจนักที่ทรงเมตตาสหายต่ำต้อยเช่นตน

เจ้าจันทร์ แลพ่อเหมอยู่ที่บ้านสายหยุดจนตะวันคล้อยจึงได้เสด็จกลับวังหลวง เจ้าจันทร์ทรงเสด็จขึ้นเกี้ยวประทับรอองครักษ์ประจำพระองค์ ขณะนั้นเองที่สายหยุดเรียกรั้งพ่อเหมไว้

"พี่เหมจ๊ะ"เสียงหวานเอ่ยเรียกชายหนุ่มหนึ่งเดียวในดวงใจ

"มีกระไรหรือสายหยุด"ผินกายแกร่งกำยำไปหาร่างน้อยอรชร

"สายหยุดให้พี่เหมจ้ะ"มือเล็กยื่นห่อบุหงารำไปหอมฟุ้งให้องครักษ์หนุ่ม

"ขอบใจหนา...กลิ่นบุหงารำไปหอมนักเจ้าเอ๋ย"ประคองมือบางที่ถือห่อบุหงารำไปจรดจมูกโด่งเป็นสัน สายหยุดก้มหน้าด้วยความเอียงอาย ใบหน้างามเห่อร้อน ริ้วรอยแดงพาดผ่านแก้มนวลน่ามอง

"พี่เหม..."เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว

"พี่ไปหนาเจ้า อยู่ทางนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆหนา"

"พี่เหมก็ดูแลตัวเองหนาจ๊ะ"

"จ้ะ"ทอดมองใบหน้างามอยู่ครู่หวังให้ติดตรึงในใจจักได้คลายความคิดถึงเมื่อห่างกัน ก่อนจักผินกายกลับไปยังขบวนเสด็จ ทิ้งให้สายหยุดทอดมองแผ่นหลังกว้างจนลับตา

"ไปไหนมาหรือเจ้าเหม เหตุใดจึงช้านัก"

"ขออภัยพะย่ะค่ะฝ่าบาท"

"เอาเถอะไปกันได้แล้ว ประเดี๋ยวจักมืดเสียก่อน"

"พะย่ะค่ะ"

วันรุ่งขึ้นขบวนเสด็จถูกตระเตรียมตั้งแต่ฟ้ายังมิสว่างดี เจ้าจันทร์ทรงเตรียมพระวรกายตั้งแต่ฟ้ายังมิสาง

"เจ้าจันทร์"

"พะย่ะค่ะ เสด็จแม่"

"เตรียมตัวแล้วหรือยังลูก"

"แล้ว แล้วพะย่ะค่ะ

"เยี่ยงนั้นไปเถิดลูก ประเดี๋ยวจักช้าเอา"

"พะย่ะค่ะ"

"...เออ แลของขวัญสำหรับองค์รัชทายาท แลเจ้าน้อยเล่า เตรียมแล้วหรือไม่"

"พะย่ะค่ะ"

"อืม เยี่ยงนั้นก็ไปกันเถิดลูก"

.

.

.

กว่าองค์จันทร์ แลพระมารดาศศิธรจะถึงภุมริกาก็ค่ำมืด ตะวันลับฟ้าไปเสียแล้ว

"เสด็จมาเหนื่อยๆ ทรงพักผ่อนที่ตำหนักรับรองก่อนเถิดพระเจ้าค่ะ"เจ้าชมนาดเอ่ย พลางยิ้มต้อนรับอาคันตุกะจากแคว้นมิตร

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"พระมารดาศศิธรตรัส

"มิได้พะย่ะค่ะ ทรงให้เกียรติมาร่วมงานฉลองของโอรสหม่อมฉัน ซึ้งใจนัก"

"ว่ากระไรเยี่ยงนั้นพระเจ้าค่ะ"

"หึหึหึ เชิญเสด็จตำหนักรับรองก่อนเถิดพะย่ะค่ะ"

"เป็นพระกรุณาพะย่ะค่ะ"องค์จันทร์ตรัสพลางค้อมพระเศียรให้องค์ภุมริน

"มิได้พะย่ะค่ะ"ทรงตรัสกับเจ้าหลวงหนุ่ม

รุ่งขึ้นองค์จันทร์ทรงตื่นบรรทมแต่เช้าตรู่ เสด็จทอดพระเนตรชมรอบวังหลวงภุมริกาพร้อมเหมองครักษ์ประจำพระองค์ อากาศยามเช้าเย็นสบาย สดชื่นนัก ทรงเสด็จไปเรื่อยจนถึงศาลาริมสระหลวง รู้พระองค์อีกทีก็ตอนที่ร่างบางของใครบางคนชนกระแทกกับเข้าพระอุระ พระกรแกร่งโอบประคองร่างแน่งน้อยมิให้ล้ม กลุ่มผมยาวคลอเคลียเอวกิ่วนุ่มลื่นเสียจนองค์จันทร์เผลอยกพระหัตถ์ขึ้นลูบ

"อ๊ะ...ภุชงค์หรือ? ภุชงค์~"เสียงหวานเอ่ยถามขณะที่แขนเนียวเสลากอดรอบพระกฤษฎีองค์จันทร์อย่างออดอ้อน

"....."สายพระเนตรคมดุทอดพระเนตรร่างน้อยในผ้าแถบคาดอกสีงาช้าง แลโจงกระเบนสีม่วงตะแบก ใบหน้างามมีผ้าคาดผูกผิดตาไว้ ให้ทายคงจักเล่นไล่จับกับนางข้าหลวงพวกนี้กระมัง แลเรียกพระนามองค์รัชทายาทเยี่ยงนี้ คนผู้นี้คงมิพ้นเจ้าน้อยบัวงามเป็นแน่

"ภุชงค์มาเล่นกับบัวหนา~"เอ่ยออดอ้อน แขนเรียวยิ่งกอดพระกฤษฎีแน่น ใบหน้างามซุกซบถูไถกับพระอุระกว้าง กลิ่นหอมหวานจากร่างน้อยทำเอาองค์จันทร์หายพระทัยสะดุด เนื้อนวลนุ่มนิ่มน่าจับต้องบดเบียดแนบชิดกับกล้ามพระมังสา

"เจ้าน้อยเพคะ นั่นมิใช่องค์รัชทายาทหนาเพคะ"พี่เลี้ยงสาวทูลให้นายน้อยทรงทราบก่อนที่จักเลยเถิดไปมากกว่านี้ หากองค์ภุมรินมาพบเข้านางคงคอขาดเป็นแน่ ที่ปล่อยให้แก้วตาของพระองค์เข้ากอดออดอ้อนชายแปลกหน้าด้วยความเข้าพระทัยผิดเยี่ยงนี้

"อ๊ะ..มิใช่ภุชงค์หรือ"ผละจากพระวรกายกำยำราวต้องเปลียวไฟ มือเล็กปลดผ้าคาดตาออก นัยน์ตากวางช้อนมองคนตรงหน้า ก่อนจักเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชายผู้นี้คือใครกัน

"....."องค์จันทร์ทอดพระเนตรดวงหน้าหวานราวต้องมนต์ นัยน์ตากวางนั่นดึงดูดจนพระองค์ละสายพระเนตรมิได้

"เจ้าเป็นใครกัน?"เสียงหวานตรัสพลางถอยห่างจากเจ้าหลวงหนุ่ม

"...ข้าชื่อจันทร์ เป็นเจ้าหลวงศศิมณฑล"เสียงหวานเรียกสติให้กลับมา

"เจ้าหลวงศศิมณฑล!!"เจ้าน้อยบัวงามตกพระทัยรีบทรุดกายหมอบกราบองค์จันทร์

"มิต้องมากพิธีดอกเจ้าน้อย"คว้าต้นแขนนุ่มไว้

"ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเสียมารยาทนัก โปรดอภัยด้วยพระเจ้าค่ะ"

"มิเป็นไร ลุกขึ้นเถิด"ประคองร่างบางขึ้น

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"

"เจ้าน้อยเพคะ เลิกเล่น แลกลับตำหนักเถิดเพคะ ประเดี๋ยวจักถึงเวลาพิธีศาสน์แล้วหนาเพคะ"พี่เลี้ยงสาวกราบทูล แลดึงร่างน้อยให้ออกห่างจากเจ้าหลวงหนุ่มอย่างนอบน้อม

"จ้ะ...หม่อมฉันทูลลาพระเจ้าค่ะ"หมอบกราบเจ้าหลวงต่างเมืองก่อนจักถูกพี่เลี้ยงจับจูงเข้าตำหนักใน

"หวงน่าดูเลยหนาพะย่ะค่ะ"เหมเอ่ยขึ้นลอยๆ

"หืม"

"องค์ภุมรินทรงหวงเจ้าน้อยน่าดูหนาพะย่ะค่ะ"

"หึ นั่นสิหนา"ตรัสก่อนจักทอดพระเนตรร่างอรชรจนลับพระเนตร

เพลาเก้านาฬิกาพิธีศาสน์ก็เริ่มขึ้น โดยมีอาคันตุกะหลากเมืองเข้าร่วม รวมถึงองค์จันทร์ แลพระมารดาศศิธร เจ้าน้อยบัวงามผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ใหม่เพื่อร่วมพิธีศาสน์ เป็นฉลองพระองค์แขนกระบอกคอตั้งสีสังข์ แลโจงกระเบนสีกลีบบัว ที่พระกฤษฎีคอดมีรัดพระองค์ทองคำฝังพลอยคาดประดับ พระเกศายาวเคลียบั้นพระองค์ถูกรวบเกล้าอยู่ที่หลังพระศอ เจ้าน้อยแห่งภุมริกาวันนี้ช่างงดงามเสียราวกับนางอัปสร แลประทับข้างพระเชษฐาที่ทรงมีพระวรกายแข็งแรงกำยำ ยิ่งทำให้เจ้าบัวงามดูบอบบาง น่าทะนุถนอม

"เจ้าจันทร์"

"พะย่ะค่ะ เสด็จแม่"

"เจ้าว่า เจ้าน้อยงามหรือไม่"

"งามพะย่ะค่ะ"มิทรงปฏิเสธ เจ้าน้อยสิริโฉมงดงามนัก แม้แต่สายหยุดที่ต้องใจพระองค์ยังแทบจักสู้มิได้

"อืม...เจ้าน้อยทรงงามหยดย้อยเช่นนี้ คงเป็นที่หมายปองของเหล่าเจ้าหลวง เจ้าชายแคว้นอื่นเป็นแน่"คนเป็นแม่พยักพระพักตร์ แลตรัสก่อนจักจดจ่ออยู่กับพิธีตามเดิม ส่วนองค์จันทร์ก็จับจ้องร่างอรชรมิวางตาโดยมีพระมารดาคอยสังเกตมิห่าง

.

.

.

เมื่อพิธีศาสน์เสร็จสิ้นก็เป็นงานฉลองเลี้ยงพระกายาหารอาคันตุกะที่มาร่วมพิธี

"ขอบพระทัยทุกพระองค์ที่ทรงให้เกียรติร่วมงานฉลองของโอรสหม่อมฉันหนาพะย่ะค่ะ"องค์ภุมรินทรงตรัสพร้อมแย้มพระสรวลน้อยๆ

"มิได้พะย่ะค่ะ...เอ่อ ฝ่าบาท..องค์รัชทายาท แลเจ้าน้อยก็มีพระพรรษาครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว แลเมื่อใดจักทรงมีพิธีเลือกคู่หรือพะย่ะค่ะ"เจ้าหลวงแคว้นหนึ่งตรัสถาม

"...หึหึหึ"องค์ภุมรินทรงพระสรวลแต่หาได้ตอบคำถามไม่

"เชิญเสวยเถิดพระเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวพระกายาหารจักชืดเสียก่อน"เจ้าชมนาดเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน จึงทำให้เหล่าอาคันตุกะลืมเลือนเรื่องพิธีเลือกคู่ไปชั่วขณะ

"ภุชงค์~"

"หืม...ว่าอย่างไรเจ้าบัวงาม"ทรงผินพระพักตร์งามไปหาน้องน้อย

"บัวมิอยากเลือกคู่ บัวมิเลือกได้หรือไม่"ช้อนนัยน์ตากวางทอดพระเนตรพระเชษฐา

"อืม...พี่ก็มิรู้ดอกว่ามิเลือกได้หรือไม่ เจ้าอย่าได้กังวลไปเลยหนาน้องรัก คงจักมิใช่เร็วๆนี้ดอก"

"อือ พระเจ้าค่ะ"พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจักอ้าพระโอษฐ์รับช่อม่วงที่พระเชษฐาป้อนให้ พระโอษฐ์จิ้มลิ้มเคี้ยวพระกายาหารน่าเอ็นดู

.

.

.

หลังเสร็จสิ้นงานฉลอง เหล่าอาคันตุกะเชื้อพระวงศ์จึงเสด็จกลับแคว้นตน จักเหลือก็เพียงอาคันตุกะจากแคว้นศศิมณฆล แลแคว้นการะเวก

"ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ หม่อมฉันใคร่อยากสู่ขอเจ้าน้อยให้โอรสหม่อมฉัน รัชทายาทการะเวกพะย่ะค่ะ"เจ้าหลวงการะเวกทรงตรัสขึ้น องค์ภุมรินเมื่อได้สดับก็ผินพระพักตร์สบตากับเจ้าชมนาด เมียคู่กายคู่ใจทันใด โอรสของเจ้าหลวงการะเวกหรือ ขนาดเป็นแค่องค์รัชทายาทยังมีสนมเป็นสิบนาง หากแม้นได้ขึ้นเป็นเจ้าหลวงมิมีสนมเป็นร้อยนางดอกหรือ หากเป็นเยี่ยงนั้นเจ้าบัวงามแก้วตาข้ามิช้ำใจตายหรือ

"ทูลฝ่าบาทหม่อมฉันก็ใคร่สู่ขอเจ้าน้อยบัวงามให้โอรสของหม่อมฉันเช่นกันพระเจ้าค่ะ"พระมารดาศศิธรตรัส ทำเอาเจ้าหลวง แลองค์รัชทายาทการะเวกหันพระพักตร์ทอดพระเนตรร่างบาง มารดาแห่งศศิมณฑล รัชทายาทการะเวก หรือจะสู้เจ้าหลวงศศิมณฑล

"หากแต่หม่อมฉันเอ่ยสู่ขอก่อนหนาพะย่ะค่ะ"เจ้าหลวงการะเวกหาได้ยอมไม่ เจ้าน้อยภุมริกา ความงามนั่นเลื่องชื่อ แลหากได้ดองกับภุมริกา แคว้นที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งเป็นที่หนึ่งคงจักมิมีแคว้นใดกล้ารุกรานเป็นแน่

"เจ้าภุชงค์"

"พะย่ะค่ะ เสด็จแม่"

"พาน้องออกไปก่อนหนาลูก"

"พะย่ะค่ะ"รับคำมารดาก่อนจักจูงมือน้องน้อยออกจากท้องพระโรง

"ภุชงค์~"

"หืม"

"บัวมิใคร่ชอบใจองค์รัชทายาทการะเวกเสียเลย"ตรัสพระพักตร์งอ

"แลเจ้าต้องใจเจ้าหลวงศศิมณฑลงั้นหรือ"

".....บัวมิชอบรัชทายาทการะเวก"เจ้าน้อยคนงามชะงักงัน พลันพระทัยก็นึกถึงเรื่องเมื่อรุ่งสางพระวรกายกำยำแข็งแรง แลทั้งยังกลิ่นกายบุรุษเพศทำเอาเจ้าน้อยพระพักตร์เห่อร้อน ตรัสเลี่ยง

"พี่รู้แล้วเจ้าบัวงาม ว่าเจ้ามิใคร่ชอบใจองค์รัชทายาทการะเวก หากแต่พี่ใคร่รู้ว่าเจ้าต้องใจเจ้าหลวงศศิมณฑลหรือไม่"

"บัว..บัวมิรู้พระเจ้าค่ะ...ภุชงค์~"ส่ายพระพักตร์เสียจนพระเกศาสะบัดพริ้ว ก่อนจักเอ่ยออดอ้อนพระเชษฐา เอนพระวรกายอ้อนแอ้นซบพระอังสะองค์รัชทายาท พระกรเล็กกอดพระกฤษฎีสอบ

"หึหึหึ...เจ้าบัวเน่าเอ๋ย"ตรัสพลางขยี้เกศานุ่มของพระอนุชา

"ภุชงค์!"พระสุระเสียงมิใคร่พอพระทัย พลางใช้พระองคุลีหนีบพระมังสาพระเชษฐาเสียจนร้องโอดโอย

"อะ โอ๊ย..เจ้าบัว พี่เจ็บหนาน้อง"

.

.

.

ภายในท้องพระโรงมาคุไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด อาคันตุกะจากทั้งสองแคว้นต่างก็ทอดพระเนตรมองเจ้าเหนือหัว แลมารดาภุมริกาเงียบงัน

“เอ่อ ทูลฝ่าบาททั้งสองแคว้นหนาพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเป็นแม่ย่อมมิใคร่ฝืนใจลูก หม่อมฉันจึงใคร่อยากให้เจ้าบัวเป็นผู้เลือกเองพระเจ้าค่ะ”เจ้าชมนาดได้พูดคุยกับพระภัสดาแล้วว่า อย่างไรเสียก็ต้องปล่อยให้เจ้าบัวงามได้มีคู่ครองของตน แม้จักรักจักหวงลูกสักเพียงใดก็ต้องปล่อยให้ลูกได้เป็นฝั่งเป็นฝา แลก่อนที่จักมีงานฉลองนี้ แม่เฒ่าก็ได้เข้าเฝ้าพร้อมทูลความแก่ทั้งสองพระองค์แล้วว่า

“ศิวเศขรผู้นั้นกำลังจักมา ขอได้โปรดประทานแก้วตาของพระองค์ให้เขาผู้นั้น คู่กันแล้วย่อมมิแคล้วกัน....”

“หม่อมฉันเองก็ใคร่ให้เจ้าบัวเป็นผู้เลือกเองพะย่ะค่ะ”องค์ภุมรินทรงตรัส

“แลพระองค์จักจัดพิธีเลือกคู่ของเจ้าน้อยขึ้นเมื่อใดหรือพะย่ะค่ะ”เจ้าหลวงการะเวก

“วันขึ้นสิบห้าค่ำ พระจันทร์เต็มดวงที่จักถึงในอีกสิบวันข้างหน้า หม่อมฉันจักจัดพิธีเลือกคู่ให้เจ้าน้อยบัวงามพะย่ะค่ะ”

.

.

.

“กระไรหนาพระเจ้าค่ะ”นัยน์ตากวางเบิกโต พระโอษฐ์เบะออก น้ำพระเนตรไหลอาบพระปรางค์นวลเสียจนคนเป็นพ่อต้องเข้ากอดปลอบประโลม

“เจ้าบัวงาม...”

“ฮือออออ บัวมิเลือก มิเอาดอกพระเจ้าค่ะ บัวมิเลือก ฮือออออ”ทรงกรรแสงงอแง

“มิได้ดอกลูกจ๋า”เจ้าชมนาดว่าขณะที่มือบางก็ลูบกลุ่มผมหนาของโอรสองค์โตที่กอดเอวมารดาอยู่

“อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องเลือกเจ้าบัวงาม เจ้าต้องมีคนปกป้อง พ่อแลแม่อยู่กับเจ้าได้ไม่ตลอดชีวิตดอกหนาลูก”

“ฮึก มิเอาหนาพระเจ้าค่ะ อย่าตรัสเยี่ยงนี้ บัวใจมิดี”

“เห็นเจ้าไห้เยี่ยงนี้พ่อก็ใจมิดีหนาลูก เงียบเถิด”

“ฮึก...ให้ภุชงค์ปกป้องบัวมิได้หรือพระเจ้าค่ะ”

“มิได้ดอก สักวันภุชงค์ก็ต้องมีคนที่รัก แลจักปกป้องบัวได้เยี่ยงไรกันลูก”เจ้าชมนาดว่า

“ฮึก เสด็จแม่ ฮือออ แต่บัวมิใคร่เลือก ฮือออออ บัวมิชอบใจองค์รัชทายาทการะเวก บัวมิเลือก ฮือออออออ”

“น้องก็เลือกองค์จันทร์สิเจ้าบัว”ภุชงค์ว่า

“ฮึก บัวมิใคร่จากบ้านจากเมืองไปนี่พระเจ้าค่ะ”มิปฏิเสธองค์จันทร์ แลเลี่ยงมิตอบพระเชษฐา

“โธ่ ลูกจ๋า”

“เสด็จแม่ ฮือออออออ”ผละออกจากพระอุระบิดา แลโผเข้ากอดร่างบางของมารดา พระพักตร์งามซบไหล่บาง

“เจ้าบัวงามอย่าไห้ไปเลยหนาลูก”ปลอบลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พลางลูบกลุ่มผมนุ่มยาวเคลียเอวกิ่วไปมา

“ฮึก”สะอื้นน้อยๆ

.

.

.

“เจ้าจันทร์”

“พะย่ะค่ะ เสด็จแม่”

“ลูกคงมิว่ากระไรดอกใช่ไหมที่แม่สู่ขอเจ้าน้อยให้เจ้า โดยที่มิได้บอกเจ้าเสียก่อน”

“มิได้พะย่ะค่ะ”

“หากเจ้ามิมีใครในใจ เยี่ยงนั้นเจ้าน้อยก็เหมาะสมที่สุดแล้วที่จักเป็นชายาเจ้า”

“พะย่ะค่ะ”หากได้เจ้าน้อยเป็นชายา อย่าว่าแต่เหล่าขุนนางเจ้าเล่ห์พวกนั้นเลยที่จักมิกล้าต่อกรกับพระองค์ แคว้นอื่นก็คงมิคิดรุกราน ภุมริกาขึ้นชื่อเรื่อกองทัพที่แข็งแกร่งนัก

“ภาวนาให้เจ้าน้อยเลือกเจ้าก็แล้วกันหนาลูก”

“ลูกก็มิสามารถหยั่งรู้พระทัยเจ้าน้อยได้พะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทการะเวก แม้นรูปงามแต่ชื่อเสียงเรื่องมากเมียก็เลื่องลือนัก

.

.

.

วันนี้องค์ภุมริน แลภุชงค์ออกว่าราชการแต่เช้าตรู่ แลพระมารดาชมนาดก็ต้องจัดการดูแลเรื่องในรั้วในวัง ทำให้เจ้าน้อยบัวงามต้องเสด็จประทับที่ศาลาริมสระหลวงอย่างเหงาหงอย

“เฮ้อ...”ระบายพระปัสสาสะ

“ทรงเป็นกระไรไปเพคะเจ้าน้อย”

“มิเป็นไรดอกอิ่ม ข้าเพียงแต่รู้สึกเบื่อหน่ายก็เท่านั้น”

“เยี่ยงนั้นทรงให้ยี่หุบเข้าเฝ้าดีไหมเพคะ”ยี่หุบ เป็นหลานของพูดจีบแมวทรงเลี้ยงของพระมารดาชมนาด แมวเพศเมียตัวอวบอ้วนสีขาวปลอด

“อืม พายี่หุบมาทีเถิด”

“เพคะ”เพียงมินานเจ้าแมวน้อยก็เข้ามาอยู่ในอ้อมพระกรของเจ้าน้อยคนงาม

เมี๊ยวๆๆ~~~~~~~

“ว่าอย่างไรยี่หุบ หืม”พระดัชนีเรียวเกาเบาๆที่ใต้คางเจ้าแมวน้อย

เมี๊ยวๆๆ~~~~~~~

“อ๊ะ ยี่หุบจักไปไหนหนา ยี่หุบ”เจ้ายี่หุบน้อยที่เห็นผีเสื้อตัวงามบินว่อนอยู่บนอากาศก็กระโดดลงจากพระเพลาเจ้าน้อย แลวิ่งไล่ผีเสื้องามไป เจ้าน้อยบัวงามจึงได้เสด็จตามเจ้าแมวขาวไป พระพี่เลี้ยงคนสนิทหรือก็ไปห้องเครื่องจัดพระกายาหารว่าง ทำให้เจ้าน้อยเสด็จเพียงลำพัง

“ยี่หุบ จักไปไหน มาหาบัวประเดี๋ยวนี้ ยี่หุบ...อ๊ะ”ทรงวิ่งโดยมิทอดพระเนตรให้ดีจึงได้ชนเข้ากับพระวรกายกำยำ พระกรแกร่งรวบเอวกิ่วไว้แนบชิดกับพระอุทรแข็งแรง

“เจ้าน้อยทรงวิ่งชนข้าเป็นรอบที่สองแล้วหนาพะย่ะค่ะ”พระสุระเสียงทุ้มนุ่มตรัส

“องค์จันทร์...หม่อมฉันขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”ช้อนนัยน์ตากวางขึ้นทอดพระเนตรพระพักตร์งามของเจ้าหลวงศศิมณฑล ก่อนจักรีบหลบสายพระเนตรคมดุที่ทอดพระเนตรมาที่ตน ใบหน้างามเห่อร้อนด้วยความขวยเขิน

“หึหึหึ มิเป็นไร แลจักไปไหนหรือ”ตรัสพลางปล่อยเอวน้องน้อยให้เป็นอิสระ

“หม่อมฉันวิ่งตามยี่หุบพระเจ้าค่ะ ทรงเห็นยี่หุบไหมพระเจ้าค่ะ”เงยพระพักตร์ตรัสถามถึงเจ้าแมวน้อยทรงเลี้ยง

“ยี่หุบ?”

“เอ่อ ยี่หุบเป็นแมวพระเจ้าค่ะ สีขาวปลอดวิ่งมาทางนี้ทรงเห็นบ้างไหมพระเจ้าค่ะ”

“อ๋อ...ข้าเห็นวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้นู้นล่ะ”ตรัสพลางผินพระพักตร์ไปทางพุ่มไม้

“....เยี่ยงนั้นหม่อมฉันคงจักต้องไปตามข้าหลวงมาจับยี่หุบเสียแล้ว เยี่ยงนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ทรงใส่เพียงผ้าแถบคาดอกสีกลีบบัวให้ไปมุดพุ่มไม้คงจักมิดีแน่ ตรัสพลางรีบผินกายหนี อยู่ใกล้องค์จันทร์ทีไร พระทัยเจ้าน้อยเต้นผิดจังหวะเสียทุกที แลใบหน้ายังเห่อร้อนแปลกๆอีก

“ประเดี๋ยวเจ้าน้อย...”ทรงคว้าท่อนแขนเล็กไว้

“พระเจ้าค่ะ”

“ข้าใคร่อยากชมวังหลวงของภุมริกา เจ้าน้อยจักช่วยไปเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”

“...เอ่อ..”

“ข้าเพียงแต่ใคร่อยากได้คนเดินเป็นเพื่อน หากเจ้าน้อยมิสะดวกใจ...”

“มิเป็นไรพระเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันจักพาทอดพระเนตรเอง”

“ขอบใจหนา”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“วังหลวงภุมริการ่มรื่นนัก”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ...ที่วังหลวงมีต้นไม้มากพระเจ้าค่ะ เสด็จแม่ท่านทรงโปรดความร่มรื่น”

“อากาศดีเชียว”

“ฝ่าบาทพระเจ้าค่ะ...ทีวังหลวงมีแม่ครัวที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานทรงใคร่อยากเสวยหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“ขนมหวานหรือ ข้ามิใคร่โปรดสักเท่าใด...แต่เสด็จแม่ข้าคงโปรดอยู่”

“เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักให้นางข้าหลวงนำถวายหนาพระเจ้าค่ะ”

“ขอบใจหนา”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“เจ้าน้อยพะย่ะค่ะ”เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นพระกรรณเรียกให้เจ้าน้อย แลองค์จันทร์ผินพระพักตร์ไปทอดพระเนตร

“ท่านสุธี มีกระไรหรือเจ้าค่ะ”

“องค์ภุมรินทรงเรียกหาพะย่ะค่ะ”

“อ่า...”

“เชิญเจ้าน้อยเถิด ข้าเดินพอแล้ว ขอบใจที่สละเวลาพาข้าเดินชมวังหลวง”ตรัสพร้อมแย้มพระโอษฐ์ให้คนงามร่างอรชร

“เยี่ยงนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ค้อมพระเศียรให้เจ้าหลวงต่างแคว้นก่อนจักเสด็จนำองครักษ์คู่กายพระบิดาไป

“เชิญเจ้าน้อยพะย่ะค่ะ”

“เจ้าค่ะท่านสุธี”

image

ความคิดเห็น