ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2559 14:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ตอนที่ 6 การต่อสู้ครั้งแรก และการแต่งงาน

 

ผมฝึกฝนการล่าทุกวี่ทุกวันโดยไม่ได้หยุดพัก และกิจวัตรประจำวันของผมมันก็มีเพียงเท่านั้น

โดยฤดูนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ 

และมันก็เป็นโอกาศและเป็นเวลาที่ดีสำหรับการเคลื่อนไหวของเผ่าผม

ซึ่งตอนนีเพวกเรานั้นกำลังเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างช้าๆ

เนื่องจากการเคลื่อนไหวในตอนนี้มันเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญ

เพราะเผ่าของผมนั้นถูกเรียกได้ว่าเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับที่สูง ซึ่่งได้เลื่อนขั้นมาจากการต่อสู้กับอีกเผ่าเมื่อปีที่แล้ว

โดยผลก็ออกมาเป็นที่รู้กันว่าพวกเราชนะ

และตอนนี้ก็เป็นผลดีที่จะหาไปยึดเผ่าอื่น

ถึงจะพูดอย่างนั้นหัวหน้าเผ่านี้ก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดไปท้าสู้กับเผ่าระดับสูงด้วยกันอยู่ แล้ว 

ซึ่งพวกเขาคิดว่าจะต้องออกหายึดพวกเผ่าระดับกลางแทน และเผ่าพวกนั้นต้องไม่กล้าสู้ด้วยอย่างแน่นอน

จึงอาจจะเป็นผลงานการต่อสู้อย่างเดียวกันเป็นได้

แต่นั่นก็เป็นเพียงความฝัน เนื่องจากตอนนี้เผ่าของผมนั้นมีปัญหาอยู่กับเผ่าใหญ่เผ่าหนึ่ง

ซึ่งเผ่านั้นถูกเรียกว่าเผ่าเนีย โดยทั้งสองเผ่านี้นั้นมีการกระทบกระทั่งกระอยู่ตั้งแต่หลายปีแล้ว

 

ทำให้ผมที่รู้เรื่องนี้ต้องทำการเตรียมตัวอย่างเต็มที่เกี่ยวกับการต่อสู้ที่กำลังเข้ามาถึง

และดาบโปรดของผม และธนู ตอนนี้นั้นก็ถูกเตรียมพร้อมเรียบร้อย

เกราะอก ที่ทำมาจากทองแดง และเกราะหัวที่มีรูปร่างเขาที่งอกมาสองข้าง

ทำให้ผมเหมือนชนเผ่าป่าเถื่อนแล้วในตอนนี้

ตอนนี้ความสามารถของผมนั้นสามารถยิงธนูสอยนกร่วงได้อย่างสบายๆแล้ว และตอนนี้

เป้าหมายหลักที่เปลี่ยนแปลงใหม่นั้นก็คือผมจะยิงอินทรีย์แทนนกธรรมดา

โดยสถิติการสอยอินทรีย์ด้วยลูกธนูในเผ่านั้นต้องเรียกว่าน้อยในน้อยเลยทีเดียว

ด้วยความเร็ว สัญชาติญาณ และสายตาที่รวดเร็วของมัน ทำให้แทบจะไม่มีใครสอยมันได้เลย

และถ้ามีคนที่สอยมันได้ก็จะเป็นพวกนักสู้ระดับกลางขึ้นไปทั้งนั้น

ระหว่างที่คิดอยู่ก็มีอิจิยุเชอเล่ และชารอนช่วยเหลือในการใส่เสื้อเกราะของผมอยู่

มันเป็นงานปกติของพวกภรรยาที่ต้องช่วยเหลือผมอย่างนี้

 

[เป็นยังไงบ้าง?]

 

ผมถามพวกเธอในตอนที่เสื้อเกราะของผมถูกประกอบเสร็จแล้ว

 

[ [ [ ยอดเยี่ยมที่สุดค่ะท่านพี่ ] ] ]

 

เสียงประสานของทั้งสามสาวพูดออกมาพร้อมกัน

 

[ผมไปแล้วนะ]

 

[ขอให้โชคดีสำหรับการต่อสู้นะคะ]

 

หลังจากผมออกจากบ้านก็ถือธนูยาวแล้วเดินตรงไปหาม้า ที่ถูกจูเมลลากนำมาให้พอดี

เห็นอย่างนั้นเลือดในร่างกายของผมมันค่อยๆเดือด

โดยตอนนี้ผมกำลังขี่ม้าตามจูเมลไปที่สถานที่ประชุม

ตอนนี้ผมรู้สึกถึงลม เสียงเกือกม้าเหยียบ และเสียงลมหายใจ

อูบุไดในตอนนี้กำลังทำท่าทางเป็นกังวลร่างหว่างที่ยืนอยู่ตรงที่ประชุม

แต่ผมไม่สนใจ และเมื่อมาถึงที่ประชุมก็เดินตรงไปหาพ่อทันที

โดยพี่ผมและพ่อก็ยิ้มแย้มกันขณะที่พูดคุยกันอยู่

และเมื่อผมเดินเข้าไปหา ทั้งสองก็ทักทายผมทันที

 

[จุมูกะ หมวกเขาสัตว์มันดูเหมาะกับเจ้าดีจริงๆ]

 

[ขอบคุณครับ ท่านพ่อ]

 

[นี่มันเป็นการต่อสู้ครั้งแรกของเจ้า ดังนั้นอย่างทำอะไรที่เกินตัว และคอยดูการเคลื่อนไหว

ของข้าและพี่ชายเจ้าดีๆ]

 

[ได้ครับ]

 

หลังจากที่ท่านมารัวกะส่งสัญญาณพวกเราก็ต่อแถวเดินหน้าไปทันที

เผ่าของผมที่มีชื่อว่าเผ่ารงก้าก็เตรียมพร้อมแล้วสำหรับยึดพื้นที่สรรพยากรให้ฤดูใบหน้าผลิตอนนี้

โดยสถานที่ที่จะไปสู้นั้นก็คือภายในเผ่าของอีกฝ่ายนั่นเอง

 

ผมหนาวของที่นี่นั้นมันตีหน้าผมอย่างรัวเร็ว

ทำให้ผมรู้สึกถึงความกดดันมากกว่าที่เคยเป็น

โดยเผ่าเนียนั้นค่อยๆอยู่ในระยะสายตาแล้วเพียงแค่ 200 ก้าว

ข้างหน้าเผ่าของผมนั้นจะเป็นพวกทาสนักสู้ที่มีเกราะใหญ่ดักไว้อยู่

ในระรอกแรกจะเป็นการต่อสู้โดยใช้ธนู ซึ่งจะไม่สามารถพลาดได้อย่างแน่นอน

และหลังจากที่หัวหน้าเผ่าของแต่ละเผ่าคอยๆเดิน ทั้งกองทัพก็เดินตามไปด้วยกันช้าๆ

ระยะทางของการปะทะค่อยๆลดน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 100 ก้าวแล้วในตอนนี้ และพอถึงระยะนี้ธนูก็ถูกสวมใส่สายและยิงออกไปทันที

ทำให้ตอนนี้เกิดฝนห่าธนูที่เต็มและปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า 

โดยพวกทาสนักสู้นั้นก็พากันยกเกราะใหญ่ขึ้นมากำบังอย่างแน่หนาจนพวกธนูเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ซึ่งนักสู้ฝ่ายของพวกผมก็อาศัยจังหวะนี้ค่อยๆร่นระยะเข้าไปหาเรื่อยๆ

ส่วนผมนั้นกำลังมองอยู่ไกลๆในจุดที่ธนูเหล่านั้นมาไม่ถึง

และอยู่ข้างๆเหล่าผู้นำเผ่า ตอนนั้นเองก็รู้สึกถึงผู้นำเผ่าอีกฝั่งที่ยืนห่างอยู่ออกไปประมาณ 160 ก้าวนับจากที่ผมยืนอยู่

โดยผมตอนนั้นก็ทำการเช็ดสายคันธนู ก็พบว่าธนูที่ผมถูกให้มานั้นใช้ได้ทีเดียว

ตอนนั้นเองผมก็ค่อยๆตั้งธนู โหลดลูกดอกเล็ง อัดพลังเวทย์

จากนั้นก็ยิงออกไปในทันที

ทำให้ลูกธนูนั้นที่ถูกยิงออกไปส่งเสียงคำรามเหมือนกับอะไรบางอย่างตรงไปที่หัวของผู้นำเผ่าอีกฝั่งทันที

เพียงเวลาไม่ถึง 1 วินาทีร่างสูงของผู้นำอีกฝ่ายก็กลิ้งลงจากม้าทันที

ทำให้จู่ๆห่าฝนที่เทใส่กันก็หยุดชะงักอย่างทันที 

แต่ว่าตอนนั้นเองผมยังไม่หยุด ยังคงโหลดลูกดอกแล้วเล็งนักสู้ระดับสูงอีกคน

ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากหัวหน้าเผ่าเมื่อกี้แล้วยิงออกไปอีกที

ร่างสูงฝั่งนั้นก็ล้มลงไปนอนกองอีกครั้ง

ทำให้คนทั้งหมดอยู่ในอาการใบ้กิน เมื่อมองมาที่ผมเป็นสายตาเดียว...

แต่ผู้นำเผ่าฝ่ายผมนั้นมีสติก่อนใคร จึงทำการสั่งโจมตีอย่างฉับพลับ

 

[จะโจมตี โจมตี!!!!!!]

 

และเมื่อคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไป นักสู้ทั้งหมดก็เข้าชาจต์บุกอัดลุยฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ให้

โอกาศได้ตอบโต้เลยแม้แต่นิดเดียว

และจากเหตุการณ์ที่ผู้นำอีกฝ่ายถูกสอยลงจากม้าก็พากันทำให้นักสู้ของเผ่าเนียเกิดการถกเถียงกัน

และไม่สามัคคีกันเหมือนตอนแรก

ซึ่งนี่มันเป็นเรื่องปกติสำหรับกองทัพที่ขาดผู้บัญชาการ จนมีคนคนหนึ่งตะโกนออกไป

 

[ถอยยยยยยย!!! ถอยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!]

 

เสียงตระโกนอย่างสุดเสียงของนักสู้ระดับสูงคนหนึ่งพูดดังออกมา

ทำให้นักสู้ฝั่งผมต้องหยุดชะงักการไล่ล่าในทันที เพราะตามกฎของโลกนี้นั่นคือการไม่ไล่ล่าผู้ที่หันหลังหนีนั่นเอง

ทำให้เสียงของการถ่ายทอดคำสั่งหลบหนีดังตามกันไปเป็นทอดๆ และสุดท้ายทั้งหมดฝ่ายนั้นก็หนีกลับไปจนหมด

แต่ถึงจะบอกว่ามันเป็นกฎที่พวกเราไม่ไล่ตาม สุดท้ายไอพวกที่หนีก็ต้องตายหมดอยู่ดี

จากการที่กองทัพของผมนั้นเข้าไปยึดเผ่านั้นจากภายใน

 

ทำให้ตอนนี้การต่อสู้ก็ได้จบลงไปอย่างง่ายๆ

นกแร้งก็ค่อยๆเกาะกุ่มกันเป็นฝูงและลงไปจิกกินเหล่าซากศพที่นอนตายเกลื่อนอยู่บริเวณพื้น

และถึงแม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่สามารถกวาดล้างอีกฝั่งให้หายไปได้ในทีเดียว

แต่ก็ยังสามารถจัดการผู้นำ และนักสู้ระดับสูงของอีกฝั่งได้นั่นก็เป็นกำไรที่มากแล้ว

ทำให้ตอนนี้พวกเราได้สินไหมของสงคราม นั่นคือหญิงสาวอายุ 12-24 และคนแก่มาได้ 4 โหลกับอีกครึ่ง(หมายถึง 54 คน)

 

และหลังจากที่พวกเราได้ชัยชนะและสินไหมมาแล้ว ก็มีจดหมายส่งกลับมาทางนกทันที

นั่นคือฝ่ายนั้นเขียนว่าจะนำพวกผู้หญิงกลับไปนั่นเอง

ซึ่งนั่นแน่นอนว่าผมก็ไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไงบ้างเช่นกัน แต่เพียงเท่านี้ผมก็มีโอกาศลั๊ลลากับ

พวกทาสที่ได้มาแล้ว

ระหว่างนั้นก็ได้เกิดการชุมนุมขึ้นเพื่อรับรางวัลของสงครามทันที

 

[จุมูกะ มานี่]

 

ผมเดินออกไปหาตามคำเรียกเป็นคนแรก

จากนั้นก็นั่งคุกเข่าต่อหน้าผู้นำเผ่า

 

[การต่อสู้ครั้งนี้จุมูกะทำได้ดีที่สุด มีข้อแก้ต่างไหม?]

 

ไม่มีใครโต้แย้งคำพูดของผู้นำเผ่า

จากนั้นผู้นำก็พยักหน้าให้กับการยอมรับของนักสู้ทั้งหมด

 

[อย่างแรก จุมูกะความอิสระภายในเผ่า เจ้าได้รับการอนุมัติแล้ว]

 

[ขอบคุณครับ]

 

[และรางวัลของเจ้าคือรับม้าไป 1 โหล และแกะไปอีก 3โหลและอีกครึ่งหนึ่ง]

 

คนทั้งหมดที่ได้ยินก็พากันส่งเสียงออกมาอย่างอิจฉา

 

[ต่อมา ข้าจะให้ลุชชิแก่เจ้าและอีก 2 ทาสภรรยา]

 

เสียงเชียที่ได้ยินอย่างนั้นก็ดังหนักไปกว่าเดิม

ในตอนนี้เสียงเหล่านั้นมันดูน่าเสียวสันหลังมากกว่าน่ายินดีล่ะ

 

[ขอบคุณมากครับ แต่ท่านผู้นำข้ามีคำขอ]

 

ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมกล่าวขอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำจากผู้ที่ได้พึ่งเป็นผู้ใหญ่ แต่ว่า..

 

[นั่นยังไม่พอหรอ?]

 

[เปล่าครับ แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่มีประสบการณ์ และพึ่งได้มีอิสระจริงๆในครั้งแรกทำให้ผมไม่แน่ใจว่าจะดูแลภรรยาทั้ง 3 คน

ไหวไหมหรือเปล่าน่ะครับ]

 

พวกคุณต้องมั่นใจก่อนอย่างแรก ว่าจะสามารถเลี้ยงดูเหล่าทาสและภรรยาให้ดูมีความสุขให้ได้ และการ

อธิบายคำขอของผมมันก็ดูเข้าท่า

 

[อืม นั่นก็จริงล่ะนะ โอเค งั้นท่าเพีนงคนเดียวแล้วกัน ข้าจะให้ทาสไปหนึ่งคน แล้วเพิ่มแกะไปอีกหนึ่งโหลแล้วกัน]

 

อืม นี่สิถึงจะเข้าท่า แต่เดียวนะ!! (LNทางอังกฤษ:55555 ไอนี่มันกลัวอาหารทะเล อะไรอาหารทะเล? ห_ย)

 

[ขอบคุณมากครับ]

 

และการแต่งงานครั้งแรกของผมก็ถูกตัดสินไป

 

โดยลุชชินั้นเป็นหญิงสาวลูกสาวของผู้นำโดยมีอายุ 17 เมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมานี้เอง 

และมันก็เป็นการแต่งงานที่ช้าไปจริงๆสำหรับเธอ แต่ก็พูดอีกอย่างเพราะเธอคนนั้นไม่อยากแต่งงาน จึงทำให้

เธอไม่ได้แต่

โดยแม่ของเธอนั้นก็เป็นลูกสาวของนักสู้ที่เป็นผู้นำตระกูล และเธอตอนนี้ก็เป็นลูกสาวของผู้นำตระกูล

ในปัจจุบันเช่นเดียวกัน(LNeng: งงไหมถามใจเธอดู T T)(LNthai: อิงแปลมั่วมาก ผมไม่สามารถจับหลักของsentenceมันได้เลย)

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว