ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 7 ภากรสายเปย์ 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 7 ภากรสายเปย์ 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 7 ภากรสายเปย์ 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 7


ปี้น~ ปี้นนนน~


"ไม่หัดไม่เหิดมันแล้ว!!" วาณิชาทุบมือลงที่พวงมาลัยของรถแล้วนั่งกอดอกด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะภากรที่รับหน้าที่เป็นครูฝึกหัดขับรถให้คอยจ้องแต่จะดุเธออยู่เรื่อย


ตอนนี้เจ้าหล่อนจอดรถนิ่งบนทางด่วนเสียด้วย...และตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาพลบค่ำที่เร่งรีบรวมถึงรถกำลังติด


ภากรถึงกับกุมขมับ "เห้ย! นี่มันทางด่วนนะขับลงไปก่อน เดี๋ยวก็ได้เสียค่าปรับหรอก"


"นายก็จ่ายสิ! สายเปย์ไม่ใช่หรอ? ฉันก็จะให้นายเปย์ค่าใบสั่งนี่แหละ" พูดกระแทกใส่แถมยังไม่ยอมมองหน้าอีกด้วย


"ฉันเปย์อย่างอื่นได้ที่ไม่ใช่ค่าปรับ ไปให้พ้นทางด่วนก่อน ข้างหลังเขาบีบแตรไล่แล้ว" ภากรเสียงอ่อนแต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่งเฉย "โอเคๆ ฉันขอโทษ ลงไปจากทางด่วนก่อนนะแล้วค่อยแผลงฤทธิ์"


วาณิชานั่งนิ่งสักพักก็ยอมขับรถต่อไปอย่างช้าๆ ไม่ใช่เพราะยอมภากรหรอกแต่ว่าเห็นรถด้านหลังติดยาวเกินไป เมื่อลงจากทางด่วนมาได้แม่สาวจอมแสบก็ขับมาจอดนิ่งข้างทาง ชายหนุ่มข้างๆถึงกับอ่อนใจกับความดื้อของเธอ


"โกรธอะไรฉันก็พูดมาเลย"


แววตากลมเหล่มอง "จะให้สาธยายอีกหรือไง? คำก็ว่า! คำก็ดุ! จะอะไรนักหนาก็คยไม่เคยขับรถก็ต้องใช้เวลาจำมั่งสิว่าอันไหนเบรค คันเร่งหรือครัช"


"ก็ของมันง่ายๆเธอก็จำไม่ได้ ดุนิดดุหน่ยจะเป็นอะไรไป"


"... รู้งี้ไปเรียนกับโรงเรียนสอนขับรถยังจะดีกว่า"


เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงอารมณ์บูดบึ้งอยู่ก็นึกหาวิธีแก้ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่ได้กลับบ้านแน่ๆถ้าวาณิชายังไม่ยอมออกจากฝั่งคนขับ


"ฉันขอโทษ เอาเป็นว่าจะไม่ดุอีกแล้ว..." หวังว่าเธอจะยอมลดความขุ่นเคืองใจลงบ้าง


"ก็ลองดุอีกสิ! จะได้ลงไปแล้วก็นั่งแท็กซี่กลับเอง"


"อยากกินอะไรเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง" หวังว่าคราวนี้คงจะได้ผล "ฉันให้เวลาคิด 5 นาที"


วาณิชาพยายามทำให้นิ่งมากที่สุด "อยากกินชาบู"


"งั้นฉันขับเอง พรุ่งนี้ค่อยมาหัดกันต่อ" พูดจบก็สลับที่นั่งกันทันที ภากรเคลื่อนรถพาแม่สาวเอาแต่ใจไปทานมื้อเย็นตามที่เจ้าหล่อนจ้องการ


ห้างสรรพสินค้า...


เหมือนจะดีถ้ากินแต่ชาบูอย่างเดียว มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก...เพราะกว่าจะถึงร้านชาบูวาณิชาก็แว้บเข้าตรงนั้น ออกตรงนี้! เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจตรงที่ของที่เธอซื้อทั้งหมดคนจ่ายเงินคือภากร


นี่คือการเอาคืนโทษฐานที่ทำให้เธอไม่พอใจ...


"ไหนว่าจะมากินชาบูไงยัยเด็กบ้า!" ภากรหอบถุงสินค้าพะรุงพะรังพูดปนหอบ


"อ้าวหรอ? นี่ฉันลืมบอกนายหรอเนี่ยว่าจะให้พามาซื้อของด้วยอ่ะ ขอโทษนะคะ! คุณภากรขาาา~" กัดปากทำท่าทางเซ็กซี่ใส่ แต่ทำไมชายหนุ่มถึงถึงรู้สึกหมั่นไส้ก็ไม่รู้


"ฝากไว้ก่อนเถอะ!!"


แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจหรอก...หลังจากอิ่มหนำสำราญกับชาบูแล้ววาณิชาก็เดินเข้าออกร้านขายเสื้อผ้าเป็นว่าเล่น จริงๆเธอไม่ได้ต้องการอะไรแต่เพราะหมั่นไส้คนที่สอนเธอขับรถก็เท่านั้นเอง


ระหว่างที่วาณิชากำลังเล่นสนุกกับการรังแกคนสูงอายุอย่างภากรนั้น ก็มีนางแบบสาวร่างสุดเซ็กซี่เดินเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน เธอไม่ใช่ใครที่ไหน...ก็คู่ควงของภากรเองนั่นแหละ และดูเหมือนว่ากำลังจะไม่พอใจมากด้วย


"แบบนี้มันหมายความว่ายังไงคะคุณภากร? ที่บอกว่าไม่ว่างเพราะมาควงนังเด็กนี่ใช่ไหม? แล้วทาร่าล่ะคะ?"


"เอ่อ...คือ..." ภากรทำท่าอึกอัก


"ก็ไว้ที่เดิมนั่นแหละ ใช่ไหมคะ? พี่กรขา" พูดจบก็เดินมาคล้องแขนเขาราวกับเป็นคู่รักกัน "พี่กรไม่บอกไปล่ะคะ ว่าเรา...เป็นอะไรกัน"


"นังเด็กบ้า!" เห็นสวมชุดนักศึกษาเลยรู้ว่าอายุน้อยกว่า ทาร่าชี้หน้าวาณิชาด้วยความโกรธเกรี้ยว "แค่ของเล่นบนเตียงของคุณภากรอย่ามาตีเสมอกับฉันนะ"


"ใครบอกล่ะ ฉันน่ะตัวจริงเสียงจริง!...นิ่งทำไมคะพี่กรขา หรือว่าเสียดายตุ๊กตายางตรงหน้าหรือคะ" วาณิชารู้สึกสะใจเป็นบ้า งานนี้แหละภากรได้สูญเสียของในสต็อคแน่ๆ


"พอเถอะทาร่า ยังไงเราก็ไปกันไม่ได้หรอก...ผมกำลังคบกับณิชาจริงๆ อีกอย่างเราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ผูกมัดกัน"


"กรี้ดดดด ไอ้เฮงซวย! อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้นะ" หญิงสาวโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เพราะย่อเงินบ่อทองของเธอกำลังจะหลุดมือไปน่ะสิ


"คิดว่าชนะเด็กใสๆ สดๆ ซิงๆอย่างฉันก็ลองดูสิ" วาณิชายิ้มร้ายแถมยังเชิดใส่อีก นั่นทำเอาทาร่าปรี้ดหนักกว่าเดิม


"กรี้ดดดด" เมื่อเห็นว่าภากรเอาตัวเข้าปกป้องเด็กเมื่อวานซืนก็ทำอะไรไม่ได้ เจ้าหล่อนเดินแหวกฝูงชนที่เข้ามามุงดูออกไปอย่างไม่สบอารมณ์


วาณิชาคว่ำปากหนึ่งทีก็ผลักภากรออก "มั่วผู้หญิงมากี่คนก็ไม่รู้ แล้วฉันจะติดโรคไหมเนี่ย! อี๋!!!!"


"น้อยๆหน่อยยัยณิชา ฉันป้องกันทุกครั้ง" อะไรจะทำท่ารังเกียจขนาดนั้นก็ไม่รู้


"เห้อ! แบบนี้นายก็หมดตัวเลือกไปอีกน่ะสิ! เสียดายแทนเลยเนอะ" หญิงสาวทำลอยหน้าลอยตาพูดจาเยอะเย้ยอีกฝ่าย


ภากรได้ยินก็ยิ้มร้าย "ใครบอก ฉันก็มีเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วต่างหาก"


"ใคร?" วาณิชามองก็ขยับถอยหลังเล็กน้อย


"ก็เธอไง!...ปึก! โอ้ยยย"


ขาเล็กเตะเข้ากล่องดวงใจของเขาเต็มแรง ภากรทรุดลงงอตัวด้วยความเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ด


"ไอ้แก่บ้ากาม!!!" ด่าจบก็เดินหนีออกไปทางลานจอดรถทันที


"อูยยย~ ฝากไว้ก่อนเหอะยัยตัวแสบ จับลากขึ้นเตียงได้เมื่อไหร่ล่ะน่าดู ซี้ดดด"


พอรวบรวมเรี่ยวแรงได้ก็พยุงตัวเองขึ้น สองมือหอบข้าวของที่อีกฝ่ายซื้อไว้เดินตามไปติดๆ


อีกด้านหนึ่ง...


เช้าวันต่อมา...


แสงแดดส่องเข้ากระทบกับม่านตา วาณิริณค่อยๆขยับร่างกายเล็กน้อย เธอรู้สึกหนักอึ้งที่ดวงตาเพราะก่อนหน้าที่จำได้เธอนั้นร้องไห้หนักมาก  ร่างบางรู้สึกถึงแรงบีบรัดบนตัว พอลืมตาขึ้นก็ต้องตกใจ...เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของภาคิณ


"ขอพี่นอนกอดอีกหน่อยนะ" เสียงงัวดงียพร่ำบอก


"ปละ...ปล่อยนะ ออกไป!!" ด้วยความตกใจก็ใช้มือผลักเขาออกห่างไปสุดแรง ในใจสั่นไหวด้วยความกลัว...วาณิริณกอบกุมผ้าห่มผืนหนามาปิดกายไว้เพราะตอนนี้เธอกำลังเปลือยอยู่


ภาคิณค่อยๆหยัดตัวขึ้นมา "กลัวมากหรอ หืม?"


ร่างสูงเคลื่อนตัวเข้าหาแต่ก็ต้องชะงักเพราะเธอตัวสั่นเงอะงะแถมยังไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ดวงตาใสสั่นระริกคล้ายว่าน้ำตามันจะไหลออกมาอีกครั้ง


หมับ !!!


กรี้ดด !!!!


ทันทีที่เขาคว้าข้อมือเล็กได้ได้ดึงตัวเธอเข้ามา วาณิริณหวีดร้องด้วยความตกใจแล้วทุบตีอีกฝ่ายแบบไม่ยั้งคิด


"ณิริณ! ณิริณ!!!" เมื่อเธอไม่หยุดก็ต้องทำเสียงดุเสียหน่อย "พี่ยังไม่ได้ทำอะไร!! ไม่ต้องกลัวนะคนดี"


หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าเนียนสวยแล้วเช็ดน้ำตาให้เธอ ภาคิณรู้แล้วว่าไม่ควรปล่อยตัวเองให้ทำตามอารมณ์...เพราะแบบนั้นจะทำให้วาณิริณยิ่งเกลียดและกลัวเขา


"ฮึก! แล้วเมื่อคืน"


"ณิริณสลบไป พี่ขอโทษ..." เขายิ้มแล้วลูบหัวเธอเบาๆ "หายกลัวได้แล้วนะครับ"


ร่างบางนิ่งเหมือนโดนสะกด เขาดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขนแล้วปลอบประโลมให้เธอหายกลัว...ตรงกันข้าม เพราะร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ทำให้ภาคิณต้องกัดกรามอย่างข่มอารมณ์ เนื้อกายสาวนุ่มนิ่มไปทั้งตัวนั้นน่าฟัดน่ากินเป็นยิ่งนัก


ไม่รู้ว่าจะอดใจไว้ได้อีกนานแค่ไหน...


"จริงนะคะ" เธอเองก็เหมือจะไม่ทันรู้ตัว เสียงสั่นเครือถามเขาเพื่อความแน่ใจ


"จริงครับ!" ในหัวเขาคิดอะไรบางอย่างได้ "รู้สึกเหนียวตัวจัง ถูหลังให้พี่หน่อยนะ"


"ดะ เดี๋ยว...ว้าย!! วางฉันลงนะคนบ้า"


ไม่ทันการเสียแล้ว ภาคิณอุ้มร่างวาณิริณที่ดิ้นขัดขืนเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนั้นก็สั่งให้แม่บ้านไปซื้อเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็นมาให้แก่หญิงสาว คนเจ้าเล่ห์แม้ว่าจะไม่ได้เสพสมร่างกายเธอก็ขอให้ได้แนบชิดก็ยังดี


วาณิริณจำใจต้องทำตามใจเขา ไม่รู้ว่าจะบ้าคลั่งแบบเมื่อคืนอีกตอนไหน...เธอกลัวเขาที่เป็นซาตานร้ายแบบตอนนั้นมาก แต่ถ้าตอนนี้ก็เหมือนแมวขี้อ้อนก็เท่านั้น มือเล็กชะโลมครีมอาบน้ำแล้วลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกว้าง


"มือนิ่มดีจัง อยากจัดงานแต่งตอนนี่เลยจริงๆ"


"ก็อีกไม่กี่วันแล้วนี่คะ? จะรีบร้อนทำไม" วาณิริณพูดเสียงเบา อีกแค่ห้าวันเธอต้องเป็นภรรยาของชายตรงหน้าแล้ว


"ก็ต้องรีบสิ! มีแต่คนจ้องจะแย่งณิริณไปจากพี่...รู้ไว้เลยว่าพี่ไม่ยอม" เขาหันหน้าไปหาเธอ ในอ่างอาบน้ำขนาดกว้างแต่ร่างบางไม่สามารถเคลื่อนหนีไปไหนได้เพราะเขารั้งเธอไว้ด้วยอ้อมแขน มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตา "ถึงเวลานั้นแม้ไม่เต็มใจพี่ก็จะบังคับให้ณิริณเต็มใจให้ได้ ในฐานะสามี"


"พูดเอาแต่ได้ อะ อื้ออ"


หญิงสาวยังพูดไม่จบก็ถูกชิงลมหายใจไปเสีย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงจูบเธอเบาๆ วาณิริณขัดขืนได้ไม่นานก็เผลอตัวไปตามรสจูบที่เขามอบให้ เป็นเช่นนั้นภาคิณก็ลอบยิ้มเล็กน้อย...แต่เขาจะไม่ทำอะไรเธอตอนนี้


จะรออดเปรี้ยวไว้กินหวานในคืนเข้าหอทีเดียว...


"อื้ออ" วาณิริณส่งเสียงท้วงขึ้นเพราะเธอเริ่มหายใจไม่ออก ภาคิณทั้งดูดและขบเม้มกลีบปากนุ่มด้วยความเอาแต่ใจ เขากดจูบหนักๆไปอีกทีก็ผละออก "ทำไมชอบฉวยโอกาสจังล่ะคะ?"


ภาคิณยกยิ้ม "ก็ขอตรงๆแล้วชอบปฏิเสธดีนัก" มือหนารวบร่างบอบบางเข้ามาแนบชิดกาย "ณิริณควรจะชินได้แล้ว แต่งงานไปก็ต้องเจออัไรแบบนี้ทุกวัน เพราะพี่จะทำจนกว่าจะท้อง...ถึงท้องก็จะทำจนกว่าจะคลอด"


"บะ...บ้าที่สุดเลย ปล่อยฉันนะ"


ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ เขารัดตัวเธอแน่นกว่าเดิมแถมเนื้ออวบนิ่มแนบชิดแผงกล้ามของเขาเสียด้วย ร่างบางหน้าแดงแจ๋ทั้งโกรธทั้งเขินปะปนกันไปหมด ภาคิณโน้มลงซุกไซ้ต้นคอขาวแล้วขบเม้มเบาๆจนเกิดรอยจางๆ


"ให้โอกาสพูดอีกที แบบเมื่อคืนนะ..." เสีงทุ้มพร่ากระซิบข้างหูเธอ


"พี่คิณ...ปล่อยก่อนเถอะค่ะ ณิริณหนาว" หวังว่าจะได้ผล ทั้งสองคนแช่น้ำกันนานเกินไปแล้ว "นะคะ! อีกอย่างเราควรรีบกลับกรุงเทพกันได้แล้ว"


"ไม่ต้องรีบหรอก พี่ไลน์ไปบอกคุณเลขาแล้วว่าวันนี้ณิริณลางาน" คนเจ้าเล่ห์ยังคงคลอเคลียร่างกายสาวไม่หยุด


วาณิริณยู่หน้าลงอย่างทันที "คนบ้า! เอาแต่ใจจริงๆเลย" หัวใจเธอเต้นสั่นไหวอีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คุณ...เอ่อ...พี่คิณคะ ฉัน...อื้อ.. ณิริณหิวแล้ว"


เขาเงยหน้าขึ้น "พี่อยากกินฝีมือของณิริณอีกจัง"


"ทำให้ก็ได้ค่ะ แต่ต้องปล่อยก่อน" เธอยื่นคำขาดให้กับเขา ภาคิณทำท่าทีอ้อยอิ่งจนเธออ่อนใจ "ถ้าแบบนั้นก็อดนะคะ" หญิงสาวปรับสีหน้าให้นิ่งมาที่สุดก่อนจะชำระคราบสบู่เหลวบนตัวของเขาออก


สักพักทั้งสองก็พากันออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่มีผ้าขนหนูปิดกายกันคนละผืน คนรับใช้นำของที่ภาคิณสั่งมาวางไว้ให้บนเตียง เห็นเช่นนั้นแล้วเธอจึงรีบคว้าถุงใหญ่ใบนั้นกลับเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง


วาณิริณมองตัวเองที่สวมเสื้อยืนตัวใหญ่และกางเกงขาเหนือเข่าประมาณสองคืบสั้น ภาคิณคงไม่รู้จักวิธีการเลือกเสื้อผ้าให้ผู้หญิงแน่ๆ...เธอคิดเช่นนั้น


สำรวจตัวเองเสร็จก็เดินมายังครัว เธอทำอาหารง่ายๆด้วยใช้วัตถุดิบที่มี ลูกมือของเธอก็แม่บ้านที่ภาคิณจ้างไว้นั่นแหละ ชายหนุ่มเดินมามองแว้บหนึ่งก็ยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร


Arrr Arrr


"ว่าไง...เทวินทร์"


"คุณวิวัฒน์มาถามมาถามคุณคิณครับ บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับยอดขายต้องคุยด้วย"


"งั้นหรือ?" ภาคิณยิ้มนิ่งๆ "แกบอกให้ชลธิชาเอาเอกสารยอดการสั่งซื้อให้วิวัฒน์เซ็นแทนฉันทีสิ! แล้วก็เอกสารยอดขายด้วย"

"แต่คุณคิณครับ ทำแบบนั้นไม่เป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรอกหรือ?"


"ฉันรู้ว่าแกจะพูดอะไรนะเทวินทร์ ปล่อยให้พวกมันชะล่าใจมองว่าฉันกำลังหลงณิริณจนไม่เป็นงานเป็นการไปก่อน พวกมันอยากได้เท่าไหร่ก็ปล่อยให้เอาไป เพราะนี่จะเป็นก้อนสุดท้ายที่พวกมันจะได้...ทำตามที่ฉันสั่ง"

"ครับ...มีอีกอย่างที่ผมต้องเตือนคุณคิณเอาไว้ ตอนนี้คนของเราส่งข่าวมาว่ามีคนแปลกหน้าไปป้วนเปี้ยนหน้าบริษัทของคุณณิริณ พวกนั้นอาจจะหาทางเล่นงานโดยใช้คุณณิริณเครื่องมือ"


"ขอบใจแกมากที่เตือน ฉันจะระวังให้มากที่สุด"


วางสายจากเทวินทร์แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็นิ่งไป เขาพยายามหาหลักฐานเพื่อสาวถึงตัวบงการที่แท้จริง คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องเมื่อสามปีก่อนที่ทำให้เขาต้องสูญเสียพ่อบังเกิดเกล้าไป แจ่ในความโชคร้ายฟ้าก็ดลบันดาลให้มาเจอกับวาณิริณในครั้งนั้น


แม้จะมีแผนแยบยลอย่างไรเขาก็ยังมีความกังวลใจ บัดนี้ความเป็นห่วงที่มีให้แม่และพี่ชายนอกจากนี้ก็มีนางฟ้าคนสวยของเขาเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ศัตรูที่อยู่ใกล้ตัวอาจจะใช้เธอเป็นเครื่องมือในการเล่นงานเขาก็เป็นได้


"คุณ...เอ่อ พี่คิณคะ! อาหารเสร็จแล้วค่ะ"


เขาตื่นจากความคิดก็ส่งยิ้มบางๆให้ "นั่งสิครับ ว่าที่ภรรยา"


ร่างบางนั่งลงข้างๆ มื้อเช้าเริ่มต้นด้วยท่าทีที่เงียบผิดปกติ ทุกทีภาคิณจะต้องนั่งจ้องเธอจนเหมือนว่าอยากจะสิงร่างอย่างไงอย่างงั้น


"จ้องแบบนี้...มีอะไรจะพูดกับพี่หรอ?"


เธอส่ายหัว "เปล่าค่ะ! แค่...ตอนนี้คุณดูแปลกๆไป"


"ณิริณ !!"


"ขะ ขอโทษค่ะ พี่คิณ" พอเขาทำเสียงดุใส่ก็ตกใจเล็กน้อย วาณิริณยังไม่ชินกับการเรียกชื่อภาคิณห้วนๆแบบที่เขาต้องการ


ภาคิณยิ้มนิดๆกับท่าทีของเธอ ดูเหมือนว่าวาณิริณจะเริ่มมีใจให้เขาบ้างแล้วแต่เธอยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น หญิงสาวก้มหน้าลงเพราะไม่อยากสบตาเขา...รู้สึกว่าใจมันสั่นๆทุกครั้งที่ได้เห็นแววตาคู่นั้น หรือว่าเพราะเธอกลัวเขาก็อาจเป็นไปได้...ซึ่งอีกใจก็ไม่คิดเช่นนั้น หาคำตอบมาอธิบายไม่ได้จริงๆ


เสร็จจากมื้อเช้าภาคิณก็พาว่าที่ภรรยาคนสวยออกมารับลมริมชายหาด วันนี้แสงแดดไม่เจิดจ้ามากนักจึงเหมาะแก่การเดินเล่นในช่วงสายๆของวัน เขาสำรวจเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ว่าพอดีหรือไม่ เหมือนจะใหญ่ไปหน่อยแต่ก็ดีแล้ว...ภาคิณยอมรับว่าเขาหวงเธอมาก ถ้าขังเธอไว้ได้ก็อยากจะทำอยู่หรอก จะได้ไม่มีใครมาตามตอแยหญิงสาวให้เกิดความรำคาญใจ


"ที่ผ่านมาณิริณยังไม่มีใคร เพราะใจแข็งแบบนี้สินะ!" ภาคิณถามเธอในขณะที่ทั้งสองเดินเลอะริมชายหาดอย่างช้าๆ


"ใจต้องซื้อด้วยใจค่ะ ไม่ใช่การบังคับ" วาณิริณเองก็เหน็บแนมเขานิดๆ "แล้วผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ทำแบบนี้ด้วยสินะคะ"


"หึ! ถ้าผู้หญิงพวกนั้นน่ะหรอ? แค่เอาเงินมาวางผ้าก็หลุดออกหมดแล้ว ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนที่ทำกับณิริณตอนนี้หรอก"


"เหนื่อย...แล้วจะทำทำไมล่ะคะ?" ร่างบางหันหลังให้จะเดินกลับ แต่ก็ถูกสองแขนของเขารวบตัวเข้ามาไว้ได้ "ไม่ถึงเนื้อถึงตัวสักหนึ่งวันมันจะตายไหมคะ?"


"ตายแบบทรมานเลยล่ะ ฟอด!...ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่พี่จะได้ณิริณมาเป็นเมียล่ะ หืม?" แก้มนิ่มของหญิงสาวนั้นยิ่งหอมยิ่งชื่นใจ "มื้อเาอร่อยมากนะ แต่อยากรู้ว่า...แม่ครัวจะอร่อยเหมือนกันหรือเปล่า"


วาณิริณหน้าแดงกล่ำทั่วทั้งบริเวณ เขากดจูบทั้งแก้มซ้าแก้มขวาถ้าเปรียบเป็นดอกไม้คงจะช้ำไปหมด มือเล็กพยายามแกะมือเขาออกจากตัวแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ซ้ำร้ายยังถูกรัดแน่นจวนเจียนจะขาดอากาศหายใจ


"ก็บอกแล้วไงคะว่าใจซื้อใจ ถ้าคิดแต่เรื่องอย่างว่าแค่อย่างเดียวก็อย่าหวังเลยค่ะ ว้าย!! วางฉันลงนะ..." ร่างเล็กตัวลอยขึ้น ภาคิณตวัดสายตามองคนในอ้อมแขนไม่เชิงดุมากนัก


"ถือว่าเตือนไปแล้วนะ สงสัยต้องไปรื้อฟื้นความทรงจำกันหน่อยแล้วล่ะมั้ง!" ไม่พูดเพียงอย่างเดียวแต่เขาลงมือทำด้วย "อยากได้แบบเมื่อคืน หรือว่า..."


"มะ...ไม่อยากได้แบบไหนทั้งนั้นแหละค่ะ พี่...พี่คิณ"


ภาคิณหัวเราะเบาๆก่อนจะวางเธอลง "จะปล่อยก่อนก็ได้ แต่อย่าหวังว่าจะหนีพี่ไปไหนพ้น"


"..." วาณิริณหลุบตาลง เขาเห็นเธอเป็นอะไรกันถึงชอบแกล้งให้ตกใจอยู่เรื่อย "ก็ไม่ได้หนีไปไหนนี่คะ"


"ก็ดี แต่หลังจากพรุ่งนี้ไป...ณิริณจะคลาดสายตาจากพี่ไม่ได้เด็ดขาด"


"เผด็จการ!!" สองมือผลักอกเขาจนเป็นอิสระแล้ววิ่งหนีกลับเข้าบ้านไป


ภาคิณมองก็ถอนหายใจเบาๆ ไม่ผิดหรอกที่เธอจะคิดกับเขาในแง่ลบ มีอย่างที่ไหนจู่ก็ไปลักพาตัวมาแล้วบังคับให้แต่งงาน อีกทั้ง...ยังจะต้องหามคลาดสายตาอีก แต่ที่ทำลงไปก็เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ มันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดให้เธอเข้าใจได้ อย่างน้อยๆก็ขอให้ได้เห็นว่าเธอปลอดภัยก็อุ่นใจแล้ว


ภาคิณนั่งเช็คงานผ่านทางอีเมลล์อยู่ที่ศาลานั่งเล่นริมชายหาด แต่สายตานั้นจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่กำลังเดินใช้เท้าเขี่ยๆทรายที่ริมทะเล บางทีเขาก็คิดไปว่าทำไมจะต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากไปทำไมกัน ก็นังไม่เข้าใจตัวเองอยู่ดี ชายหนุ่มนั่งมองรายละเอียดที่ภากรส่งมาให้ แม้จะเป็นเสือผู้หญิงแต่พี่ชายเขาก็ไม่เคยละทิ้งการงานเลยสักครั้ง ไหนจะเรื่องวาณิชาที่ฝากให้ภากรช่วยเป็นหูเป็นตาอีกแรงอีก แต่ดูเหมือนว่าคนที่โดนกำราบจะเป็นพี่ชายของเขาเองเสียมากกว่า


"ขอใช้โทรศัพท์ได้ไหมคะ?" วาณิริณเดินเข้ามาที่ศาลา ตั้งแต่มาที่นี่...ทั้งกระเป๋าและของส่วนตัวทั้งหมดถูกภาคิณยึดไว้หมด "จะสั่งงานเลขาน่ะค่ะ"


"ได้สิ!" เขาปลดล็อคโทรศัพท์ของตัวเองแล้วส่งให้ "แต่ต้องใช้ของพี่โทรนะ แล้วก็นั่งคุยข้างๆนี่แหละ"


หญิงสาวรับมาแล้วกดเบอร์โทรหาปิยาพัชร์อย่างรวดเร็ว ภาคิณรั้งร่างอรชรให้นั่งลงข้างๆ แถมยังยกมือโอบเอวบางไว้หลวมๆอีกด้วย


"อะ...ปิงปองนี่ณิริณเองนะ วันนี้ที่นัดลูกค้าไว้ตอนบ่ายสามน่ะถ้าเขาอยากคุยกับฉันก็ขอเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้นะ แต่ถ้าคุยผ่านปิงปองได้ก็จัดการเลย....อื้อ ดีขึ้นแล้วล่ะ.... ไม่เป็นไรจริงๆจ๊ะ....เจอกันพรุ่งนี้นะ" เธอรีบคุยธุระแล้วรีบวางสายเพราะกลัวสายตาโลมเลียของคนข้างๆ ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เหมือนเธอจะหวั่นไหวต่างหาก วาณิริณยื่นโทรศัพท์ส่งคืนแล้วจะลุกหนี "อย่าค่ะพี่คิณ ใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี"


ร่างบางถูกรั้งไปนั่งบนตักของเขา "ทำไม? ไม่มีใครกล้าพูดอะไรทั้งนั้นแหละ"


วาณิริณถอนหายใจเบาๆ "กลบเกลื่อนอะไรอยู่คะ?"


คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่มก็พรมจูบไปทั่วแก้มนวล "กลบเกลื่อนความอยากอยู่ จุ๊บ!"


"ไม่ได้ค่ะ เราเพิ่งรู้จักกันไม่กี่เดือน ถึงกำลังจะแต่งงานกันก็เถอะ"


"ใครบอกล่ะ! สามปีแล้วต่างหาก"


"..." วาณิริณนิ่งแล้วมองหน้าเขา "ช่วยบอกทีได้ไหมคะว่าตอนไหน เมื่อไหร่ ทำไมณิริณถึงจำไม่ได้"


"ก็ไม่แปลกหรอกที่จะจำไม่ได้" ภาคิณยิ้ม "แต่พี่จำณิริณได้แม่นเลยล่ะ"


หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ "มีแต่พูดเองเออเองทั้งนั้น แล้วจะเชื่อได้อย่างไรล่ะคะ? ปล่อยณิริณก่อนเถอะค่ะ" วาณิริณพยายามแกะมือเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี ซ้ำร้ายยังถูกจับนั่นล้วงนี้ตามอำเภอใจของเขาอีก


"โกรธหรอคนสวย? พี่ไม่สนหรอกนะว่าณริณจะรู้สึกยังไง ต่อให้ไม่ยอมพี่ก็ขืนใจณิริณได้อยู่ดี"


"เชื่อค่ะว่าทำได้" ใช่! เพราะแค่นี้เขายังล่วงเกินเธอไปไหนต่อไหนแล้ว "แต่ก็ไม่ยอมให้ทำหรอกค่ะ"


ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายกับการจะได้เชยชมแม่ยอดดวงใจของเขา แต่มีหรือที่คนอย่างภาคิณจะยอมจำนนง่ายๆ พยศเงัยบแบบนี้แหละที่เขาว่าเร้าใจสุดๆ แทบจะนับวันรอไม่ไหวแล้ว


สามวันต่อมา...


หลังจากวันที่กลับจากประจวบฯนั้นวาณิริณก็ไม่เคยห่างจากสายตาของภาคิณตามที่เขาบอกจริงๆ ซ้ำร้ายเขายังขนข้าวของบางส่วนมารวมกับของเธอในที่พัก ส่วนของหญิงสาวก็ถูกขนย้ายไปยังบ้านของเขาเช่นกัน วันนี้ทั้งสองเพิ่งกลับจากไปดูสถานที่จัดงานแต่งงานที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า โดยภาคิณจั้งใจพาเธอมาที่บริษัทของเขา


"พาคุณณิริณมาเปิดตัวแบบนี้ ไม่กลัวผู้ชายคนอื่นจะมองว่าที่เจ้าสาวของคุณคิณหรอครับ" วิวัฒน์พูดเสียงทะเล้น


ภาคิณนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานก็ยิ้มมุมปาก "คนอื่นก็ได้แค่มอง เพราะว่ายังไงฉันก็คือตัวจริง" สายตาหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ตรงโซฟาก่อนจะทำสีหน้าเคร่งขรึมใส่คนที่อยู่ตรงหน้า "รู้ใช่ไหมว่าฉันเรียกมาเพราะอะไร?"


"ถ้าไม่ใช่มาให้ทำควารู้จักกับคุณณิริณ ก็คงเป็นเพราะว่าคุณคิณเห็นด้วยกับแผนพัฒนายอดขายของผมแล้วใช่ไหมครับ"


ภาคิณส่ายหัว "ที่ฉันเรียกนายมาก็เพื่อจะบอกว่า ตอนนี้ทางฝ่ายผลิตต้องการจัดซื้ออุปกรณ์จำนวนมากเพราะของที่นายสั่งซื้อมาคราวก่อนใช้การไม่ได้ทั้งหมด นายต้องจ่ายในส่วนของค่าเสียหายทั้งหมด 10 ล้านบาท"


ปึง!!


"สิบล้าน? คุณคิณเอาอะไรมาพูดครับ" วิวัฒน์ตกใจจนเสียงสูง


ภาคิณยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ ซึ่งมีลายเซ็นของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน "ฉันคิดว่านายน่าจะอ่านถึงเอกสารมอบอำนาจการสั่งซื้อที่ฉันให้นายรับผิดชอบ นายเซ็นครบทั้ง 2 ใบนะ"


วิวัฒน์หยิบมาอ่านอย่างละเอียดก็พบว่าตัวเองถูกภาคิณเล่นงานเข้าให้แล้ว ได้แต่กำมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ไหมหมด ร่างสูงเห็นก็ยิ้มเย็นออกมาอย่างน่ากลัว


"ฉันให้เวลานายจนหลังงานแต่งของฉัน ถ้าฉันยังไม่ได้ค่าเสียหาย...ก็เตรียมย้ายไปอยู่ที่บางเขนนะ"


วิวัฒน์ได้แต่จนใจต้องตอบรับคำ แต่ที่กอบโกยไปมันมากกว่าสิบล้านอยู่แล้วแต่ก็ไม่คิดว่าภาคิณจะมาไม้นี้ เขาค่อยๆลุกออกไปโดยเหลือบมองวาณิริณสักพักก็ครุ่นคิดได้ว่า...เธออาจจะเป็นประโยชน์มากหากจำเป็นหลังจากนี้


แน่นอนว่าทั้งฟมดทั้งมวลเป็นไปตามที่ภาคิณคาดการเอาไว้ เขากดโทรศัพท์หาภากรให้จับตาดูในส่วนที่ภากรรับผิดชอบว่าใครเข้าข่ายว่าร่วมมือกับวิวัฒน์บ้าง อีกไม่นานก็หวังว่าจะสาวถึงตัวการใหญ่ที่แท้จริงได้เสียที


วาณิริณมองเขาก็เหมือนจะรู้ว่าเขาคนนร้คงจะมีอะไรฝังใจอยู่แน่ๆ เธอไม่กล้าที่จะถามออกไปเพราะเกรงว่าจะไปยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของเขา


"มีอะไรสงสัยหรือเปล่า? หืม!!"


"ไม่...ไม่มีค่ะ" เธอก้มหน้าอ่านนิตยสารต่อ "เอ่อ...อยากจะขอ หมายภึงเรื่องณิชาน่ะค่ะ ใจจริงแล้วก็อยากจะให้ณิชาย้ายไปอยู่ด้วยกัน...คือ..."


"วาณิชาโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็มีพี่กรคอยเป็นผู้ปกครองให้ ณิริณไใต้องเป็นห่วงหรอกนะ"


ร่างบางครุ่นคิดสักพัก "แต่ว่า...ทั้งคอนโด ทั้งรถยนต์ไม่คิดว่าให้มามากไปหรอคะ? ณิริณไม่อยากให้น้องเป็นผู้รับจนเคยตัว"


ภาคิณปิดแฟ้มเอกสารลงแล้วเดินมานั่งข้างๆว่าที่เจ้าสาวของเขา สองมือจับเข้าที่ใบหน้างดงามเบาๆ "เอาเวลาที่เป็นห่วงน้องสาว มาคิดกันดีกว่าว่าลูกคนแรกของเราจะตั้งชื่อว่าอะไรกันดี"


"งั้นก็บอกมาก่อนสิคะว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสามปีก่อน ณิริณสงสัยจริงๆค่ะ"


เขาหัวเราะเบาๆในลำคอ "ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่ถึงเวลา"


"แล้วเมื่อไหร่ล่ะคะ? ชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือว่านิยายปรัมปราที่พี่คิณแต่งขึ้นเพื่อเอาไว้เป็นข้อแลกเปลี่ยน" ได้ยินมานานก็อยากจะรู้เหลือเกิน แต่เขานี่สิ! ไม่ยอมที่จะปริปากบอกเสียที


ภาคิณทำหน้านิ่ง "คนอย่างพี่ไม่เคยโกหกใครโดยเฉพาะกับคนที่พี่รัก ตอนนี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงมัน เอาไว้วันไหนที่ณิริณเต็มใจที่ใช้คำว่าเมียกับพี่ วันนั้นพี่จะเล้าให้ฟังเอง"

____________________100%_____________

น้องจะกลัวมันก็ไม่แปลกหรอกนะอิคุณคิณเอ๋ยยยยย เริ่มมีความมุ้งมิ้ง คิกๆ

อีกคู่ก็ปั่นป่วนมิใช่น้อยเช่นกัน ฮ่าๆ

มาต่อครบแล้วจ้าาา มาช้าหน่อยอย่าว่ากันนะจ๊าาา รีดเดอร์ที่รัก จุ๊บๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น