vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ♥ [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ♥ [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 21

                [PART: ฮันนี่**]**

                ผมกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่บนเตียงมองชุดสูทของฟอเรสที่จะใส่ไปในงานแต่งงานของคาร์ลกับท้องฟ้า เราไปร่วมงานพรุ่งนี้ ผมเลยเตรียมชุดไว้ให้ร่างสูง ส่วนเขาไม่ได้อยู่ในห้องนอนด้วยกันหรอกครับ เขาออกไปคุยงานราชการที่ห้องทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว เลยเหลือแค่ผมอยู่ในห้องคนเดียว ผมหยิบขนมปังเนยน้ำตาลมากินไปด้วย

                ขนาดผมถือชุดไปถามคุณป้าก็แล้ว ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าตกลงจะเอาชุดไหนดี

                “ชุดนั้นก็เหมาะกับเขา ชุดนี้ก็เหมาะ แต่ชุดถัดมาสีก็โอเคเหมือนกัน เอาตัวไหนให้เขาใส่ดี...” ผมพึมพำ

                “อ๊ะ! ทำไมเราไม่ให้เขาลองทีละชุดไปเลยล่ะ” ผมพูดขึ้นอย่างนึกออกแล้วรีบหอบเสื้อสูทวิ่งไปหาเขาที่ห้องทำงาน

                ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าเล็กของผมวิ่งไปตามทางเดิน

                “คุณฟอเรสครับ! คุณคุยงานอยู่หรือครับ” ผมผลักประตูเข้าไปอย่างลืมตัวว่าต้องเคาะก่อน พ่อบ้านรับแฟ้มเอกสารจากร่างสูงอยู่พอดี

                “กระผมคุยงานเสร็จแล้วขอรับ ราชินีเข้ามาได้เลยขอรับ” พ่อบ้านโค้งให้ผมอย่างสุภาพ ก่อนจะขอตัวเดินออกไปจากห้อง ฟอเรสมองผม

                “บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าวิ่ง ท้องอยู่นะฮันนี่...” เขาบอกน้ำเสียงห่วง ผมก้มหน้างุด ลืมว่าเขากำชับผมบ่อยมาก ว่าห้ามวิ่งไปไหนมาไหน หรือยกอะไรหนักโดยไม่จำเป็น

                “ขอโทษครับ”

                “มานี่มาเด็กน้อย” เขาถอนหายใจพลางตบตักเรียกผมเข้าไปหา ผมเดินเข้าไปใกล้ก็โดนเขาเอามือมาโอบเอวไว้หลวม ๆ เพื่อให้นั่งลงตักพอดี

                “หอบอะไรมาเยอะแยะ หือ” เขามองเสื้อผ้าในมือผม

                “พรุ่งนี้ งานแต่งของคาร์ลใช่ไหมล่ะครับ ผมเลยอยากเลือกชุดให้คุณ แต่ว่ายังเลือกไม่ได้เลย ผมก็เลยคิดว่าจะเอามาให้คุณลองให้ดู ได้ไหมครับ” ผมถาม ฟอเรสยิ้ม

                “ได้สิ งั้นไปลองกันที่ห้องนอนละกัน งานฉันเสร็จแล้ว” พอได้ยินเขาบอก ผมกระเด้งตัวยืนขึ้นด้วยความดีใจ

                “ฮันนี่อย่ากระโดด เอาเสื้อทั้งหมดมานี่มา ฉันถือช่วย” ร่างสูงหอบเสื้อผ้าจากมือผมไปจนหมด ผมเอาหน้าไปถูแขนของเขาอ้อน ๆ ฟอเรสยิ้มพร้อมกับใช้มือขยี้ผมของผมไปด้วย

                ครึ่งชั่วโมงต่อมา

                “คุณฟอเรส อย่าเพิ่งนอนสิครับ เหลืออีกชุด” ผมดึงแขนเขาที่นอนลงตรงโซฟา เขายิ้มมุมปากแล้วหลับตากวน ๆ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เขากวนกว่าเมื่อก่อนมาก หรือจริง ๆ เขาอาจจะเป็นคนกวนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้

                “หลับแล้ว”

                “ไม่เอาครับ ห้ามหลับ...ลุกก่อนเร็ว ตื่นมาลองชุดต่อก่อน อ๊ะ...คุณฟอเรส” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดึงให้เขาลุกขึ้น แต่กลับสะดุ้งเมื่อเขาดึงผมเซลงไปนอนทับเขาที่นอนอยู่บนโซฟา เขาหัวเราะในลำคอ

                “ฉันลองไปเกือบห้าหกชุด ยังเลือกไม่ได้อีกหรือ”

                “ก็...คุณใส่ชุดไหนก็ดูดีไปหมดเลย ผมไม่รู้ว่าจะเอาชุดไหนให้คุณใส่ดี” ผมบอกตามความจริง

                “งั้นฮันนี่จะใส่ชุดสีอะไรล่ะ” เขาเอ่ยถามบ้าง ผมชี้สีที่ตัวเองเลือกไว้

                “ผมจะใส่สีน้ำเงินครับ” เขาดันตัวเองให้ลุกขึ้น โดยที่ผมลุกตามด้วย มือหนาเลื่อนมาโอบเอวผมไว้ไม่ให้ห่าง

                “เอาเป็นชุดที่ฉันจะใส่เป็นสีน้ำเงินก็แล้วกัน ฉันอยากใส่คู่กับฮันนี่ ตกลงตามนี้ดีไหม” เขาเสนอ ผมหยักหน้า

                “ตกลงครับ! สีน้ำเงินเหมาะกับคุณมากเลย” ฟอเรสก้มลงมาจูบหน้าผากผม

                “อย่าพูดอะไรน่ารักที่ทำให้ฉันต้องคุมตัวเองยากขึ้นได้ไหม”

                “คุณฟอเรสครับ...”

                “หือ” เขาเลิกคิ้วมองผมที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ

                “คุณอดกลั้นไว้แล้ว ทรมานรึเปล่าครับ” คำถามผมทำให้เขาอึ้งไปนิด ๆ เพราะรู้ดีว่าผมหมายถึง ‘อดกลั้น’ อะไร

                “ผมพอจะช่วยอะไรคุณได้บ้างไหม...” ฟอเรสไม่ได้ตอบแต่กลับดึงผมเข้าไปกอดแทน   

                “ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้อดกลั้น เพราะฉันกำลังทำเพื่อฮันนี่กับตัวเล็กอยู่ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น” ฟอเรสปลอบโยนด้วยความกลัวผมคิดมาก ผมกำเสื้อของเขา

                “ผมรักคุณนะครับ ขอบคุณที่คุณเข้ามาในชีวิตของผม ขอบคุณที่มอบทุกอย่างดี ๆ ให้ผม” ความในใจถูกถ่ายทอดออกมา เขามองงงเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าผมจะมาสารภาพอะไรแบบนี้ ร่างสูงใช้มือสองข้างประคองหน้าผมไว้  

                “ฉันเองก็รักฮันนี่เช่นกัน...” เขาตอบรับแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้

                ริมฝีปากหนากดลงริมฝีปากของผมอย่างแนบแน่น อุณหภูมิอุ่น ๆ จากเขาถูกส่งผ่านมายังผม จูบของเขาช่างอ่อนโยนเหลือเกิน กลิ่นกายที่หอมละมุนของผมกำลังทำให้ร่างสูงจิตใจแทบฟุ้งซ่าน จนเขาต้องเบรกตัวเองไว้และปล่อยผมให้เป็นอิสระ

                จุ๊บ...

                “แฮ่ก...” ผมหายใจหอบด้วยอาการหน้าร้อนผ่าว แถมยังแดงฉ่าสีคล้ายลูกมะเขือเทศ

                เขาอุ้มผมขึ้นไว้ในอ้อมกอดจนผมตกใจเล็กน้อย

                “อ๊ะ คุณฟอเรสจะพาผมไปไหนครับ”

                “พาไปนอน เดี๋ยวทานนมก่อนนอนด้วยนะ” เขาวางผมลงบนเตียงแล้วเดินหายออกไปหยิบนมในตู้แช่ภายในห้องที่ถูกเตรียมไว้ เขามักให้ผมดื่มนมเป็นประจำแบบนี้ ตั้งแต่ที่รู้ว่าผมท้อง เพราะเขาอยากให้บำรุงลูกของเราให้แข็งแรง

                “ผมขอสองแก้วเลยได้ไหม แล้วก็...” เขาเดินกลับมาพร้อมเหยือกนมบำรุง ฟอเรสพูดดักอย่างรู้ใจ

                “ขนมปังเนยน้ำตาลใช่ไหม”

                “ครับ ขอสักสองชิ้นนะครับ”

                “ฉันใจดี ให้สามเลย” เขาตอบอย่างเอาใจ

                “ไม่เอาครับ สองก็พอ ผมเพิ่งทานไปสองชิ้น ถ้ากินเยอะ ผมจะมีพุง” ผมทำจมูกย่นแล้วเอามือจิ้มท้องตัวเองเบา ๆ ฟอเรสหัวเราะในลำคอ

                “ไม่อ้วนหรอก แค่แก้มออกแล้วเนี่ย” เขาล้อ

                “ผมก็มีแก้มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว...” เขาหัวเราะแล้วหายออกไปสั่งของกินมาให้ผมไว้ก่อน สักพักเขากลับเข้ามาพร้อมขนมปังและนมที่รินไว้

                เขาน่ารักมากเลยครับ ดูแลผมดีตลอด ฟอเรสเป็นสามีที่ดูแลเทคแคร์ดีสุด ๆ เลยล่ะ

                “อย่าทำสายตาหวานใส่ฉันแบบนั้น ภูมิต้านทานฉันไม่มาก” เขาพูดติดตลกเมื่อผมจ้องเขาด้วยสายตาธรรมดา (เมื่อกี้มองหวานโดยไม่รู้ตัวต่างหาก...)

                “ผมก็ทำตาปกติของผมนี่นา” ผมจ้องหน้าของเขาต่อ ฟอเรสส่ายหน้ายิ้ม ๆ พลางเอื้อมมือมาเช็ดปากผมที่มีขนมปังติดอยู่ ผมหน้าร้อนวูบ เมื่อเขากินขนมปังที่ติดอยู่บนปากของผมเมื่อกี้

                “คุณไปทานเศษขนมปังจากผมทำไมกันครับ มีอีกตั้งเยอะ” ผมยื่นขนมปังให้เขา เขากระตุกยิ้ม

                “อันที่อยู่ปากของฮันนี่ อร่อยกว่าเยอะเลย รู้ไหม”

                “พูดอะไรของคุณก็ไม่รู้” ผมนั่งกินขนมปังของตัวเองไปเงียบ ๆ โดยมีสายตาของเขามองมาอย่างละมุน

                ผมทานเสร็จจนอิ่มแปล้ (กินไปเยอะมาก...ไหนบอกไม่หิวมาก) แม่บ้านเข้ามาเก็บจานกับแก้วออกไป จู่ ๆ ฟอเรสนอนลงบนตักของผมทำให้ผมสะดุ้งนิดหน่อย

                “ทำอะไรครับ ลุกเลย” เขายิ้มอารมณ์ดีและไม่ยอมลุกออกจากตัก

                “นอนหนุนตักคนรักยังไงล่ะ ฉันหนุนไม่ได้หรือ” เขาเลิกคิ้ว

                “ได้ครับ ได้...” ผมรีบพูด

                “พรุ่งนี้เรากลับอาณาจักรไป ฉันอนุญาตให้เล่นกับกระต่ายน้อยได้หนึ่งวันนะ” ผมยิ้มบาง ๆ เขายังกลัวผมแพ้กลิ่นกระต่ายอยู่ ผมเลยไม่ได้เจอดุ๊กดิ๊กเลย

                “คิดถึงมันจังเลยครับ” ผมก้มหน้าลงไปหาเขาที่นอนอยู่ตรงตักจนหน้าผากของผมแตะกับหน้าผากของเขา

                “มันเองก็คงคิดถึงฮันนี่เช่นกัน ไม่ต้องห่วงหรอกนะ สาวใช้ประจำตัวของฮันนี่ดูแลมันอย่างดี” ผมผละออกจากเขาแล้วใช้มือขยี้ตาของตัวเอง

                “ง่วงแล้วเหรอ” เขาถาม

                “ครับ ง่วงแล้ว” กินอิ่มแล้ว ผมมักจะง่วงแบบนี้ประจำ จะอ้วนไหม...

                “งั้นมานอนพักผ่อนเถอะ คนท้องต้องพักผ่อนให้เพียงพอ” เขาลุกออกจากผมแล้วดึงผมเบา ๆ ไปนอนลงข้างเขา ผมแอบเห็นเขาอ่านหนังสือคุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ด้วยครับ และก็พวกดูแลภรรยาระหว่างมีครรภ์ ผมเห็นเขาอ่านอย่างจริงจังเลยล่ะ แต่เขาไม่รู้หรอกนะครับว่าผมเองก็รู้ว่าเขาอ่านหนังสือพวกนี้ ฟอเรสมักนั่งอ่านเงียบ ๆ ตอนที่ผมหลับไปแล้ว มีบางช่วงที่ผมเผลอตื่นขึ้นมาโดยที่ร่างสูงไม่รู้ ผมเห็นเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างผมอย่างใจจดใจจ่อ

                “นอนได้แล้ว เลิกทำหน้าอ้อน ๆ จุ๊บ...ราตรีสวัสดิ์นะฮันนี่...” เขาเขยิบเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับดึงผมเข้าไปในอ้อมกอด มันคือเรื่องประจำที่เขาทำไม่เคยบกพร่อง

                “ฝันดีครับ คุณฟอเรส” ผมเอ่ยเสียงหวานและรับจูบแผ่วเบาประทับลงแก้มซ้ายของผม ก่อนเราสองคนจะหลับไปพร้อม ๆ กัน



                (นัมเบอร์X****แอเรีย)

                [PART: แอเรีย**]**

                “นัมเบอร์ นายอยู่ไหน” ผมถามขึ้น ขณะตัวเองกำลังนอนอ่านหนังสือหาคำตอบการบ้านที่อาจารย์สั่งมา จริง ๆ ผมกะว่าจะไม่ทำแล้ว แต่ไอ้คนตัวสูงบังคับให้ผมทำ

                “ผมเพิ่งเข้าไปเอาเสื้อผ้าของคุณในถังซักมาครับ” เสียงเข้มตอบกลับแต่ไม่ยักจะเห็นตัวคน

                “แล้วนายจะทำอะไรต่อ” ผมถามอีก คราวนี้นัมเบอร์เดินออกมาจากทางห้องน้ำพร้อมกับตะกร้าเสื้อผ้ากลิ่นหอมน้ำยาปรับผ้านุ่มบ่งบอกให้รู้ว่าเสื้อผ้าพวกนี้ซักแล้ว

                “เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ให้แอเรียครับ” เขาตอบแบบใส่ใจพลางเปิดตู้เก็บเสื้อผ้าใส่ทีละชุดอย่างประณีต

                “ที่จริงนายให้แม่บ้านซักให้ก็ได้นะ ไม่เห็นนายจะต้องซักเอง...” ผมยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ตอบขึ้นมาก่อน

                “ผมอยากทำด้วยตัวเองมากกว่าครับ เพราะของทุกอย่างที่เป็นของคุณ ผมอยากเป็นคำเองทั้งหมด” เสียงทุ้มดังละมุน ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

                เรื่องที่ผมสำคัญที่สุดสำหรับเขา...

                ผมกวักมือเรียกเขาให้เข้ามาหา เมื่อเห็นว่าเขาเก็บเสื้อผ้าใส่จนหมดแล้ว

                “มานี่หน่อยสิ เก็บผ้าเสร็จรึยัง ฉันอยากให้นายมานวดขาให้หน่อย” พอได้ยินผมพูด นัมเบอร์เอาตะกร้าไปเก็บให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวขึ้นมานั่งบนเตียง เขายกขาของผมไปวางพาดไว้บนขาของเขาอย่างเบามือ

                “ปวดขาเหรอครับ หรือเป็นเพราะคุณไปเล่นกีฬาคาบวิชาพละมา”

                “มันปวดนิด ๆ ไม่แน่ใจ อาจจะเพราะไปเล่นกีฬาก็ได้...” ผมว่า เขาทำหน้าจริงจังกับการนวดขามาก เหมือนกลัวผมเจ็บและมีสีหน้าเป็นห่วงชัดเจน

                “ผมว่าคาบหน้า ถ้าคุณไม่ไหว ไม่ต้องทำกิจกรรมของวิชาพละก็ได้นะครับ”

                “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่ปวดขานิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย” ผมบอกไม่ได้กังวลอะไรมากนัก ผมเลยพูดเปลี่ยนเรื่อง

                “ว่าแต่พรุ่งนี้งานแต่งงานของคาร์ล นายเตรียมของเราสองคนไว้รึยัง”

                “ครับ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว สีฟ้าครับ” ผมพยักหน้ารับรู้แล้วเหลือบมองหนังสือการบ้านตัวเอง

                “นัมเบอร์นายว่า...โลกนี้มีอะไรสำคัญ?” ผมถามเพราะเห็นโจทย์ในหนังสือพอดี แต่คำตอบจากเขาทำให้ผมหน้าร้อนวูบนิด ๆ

                “โลกนี้มีคุณคนเดียวที่สำคัญครับ

                “ฉันหมายถึงคำถามในหนังสือ” ผมว่า เขายิ้ม

                “ผมตอบคำถามจากใจของผมไงครับ” ผมยกยิ้มแล้วดึงเนคไทเขาให้เขยิบเข้ามาใกล้ผม ร่างสูงไม่ได้มีท่าทีขัดขืน ซ้ำยังเขยิบเข้ามาใกล้ผมเอง เขาคร่อมผมไว้

                “เหลือการบ้านกี่ข้อครับ”

                “เหลืออีกสามข้อ ทำต่อให้หน่อยสิ” ผมเอามือโอบรอบคอของเขาไว้อ้อน ๆ

                “ไม่ได้ครับ คุณต้องทำเอง” นัมเบอร์ว่า ผมเลยทำจมูกย่นใส่พร้อมกับปล่อยมือออกจากเขา แล้วพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าหนี โดยที่เขายังคร่อมผมอยู่

                “งั้นก็ออกไปห่าง ๆ เลยไป จะทำอะไรบ้าน” ผมพูดขึ้นพลางเปิดหนังสือต่อ แต่ก็รู้สึกเย็นวาบกับริมฝีปากหนาที่ฉวยโอกาสก้มลงมาจูบซอกคอผม

                “อือออ อย่านัมเบอร์....เอาหน้าออกไปเลย ไม่ต้องมายุ่ง” ผมโวยวายและชะงักกับรอยยิ้มมุมปากของเขา เขาทิ้งตัวลงนอนข้างผมแล้วโอบกอดผมจากด้านหลัง

                “นัมเบอร์ ปล่อย”

                “ไม่ปล่อยครับ” เดี๋ยวนี้หัดกวนประสาท...

                “นายกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ!”

                “ใช่ครับ ถ้าเมียสั่งอย่างงอแง ผมก็มีสิทธิ์ขัดคำสั่งได้” เสียงเข้มถามยียวน ผมเอียงคอไปมองเขาที่ยิ้มกรุ่มกริ่ม

                เปลี่ยนโหมดเร็วไปไหมเนี่ย!

                “ใครงอแงกัน เรียกใครเมีย ฮะ !” ผมพลิกตัวไปเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ

                “ใครกันล่ะครับ ที่เป็นของ ๆ ผม” เขาเลิกคิ้วกวน

                “ผมจะทำการบ้านให้คุณก็ได้” ผมยิ้มกว้างเพราะตอนนี้ตัวเองเริ่มขี้เกียจทำแล้ว

                “จริงนะ! อ่ะ เอาไปทำเลย” ผมยื่นให้อย่างรวดเร็ว เขารับเอาไว้แต่กลับเอาไปวางไว้หัวเตียง

                “ผมจะทำให้ ตอนเรากลับมาจากงานแต่งงานของคุณคาร์ลก็แล้วกันนะครับ” ผมเลิกคิ้วกับประโยคต่อมา

                “ค่าตอบแทนของการทำการบ้าน คือ จูบของคุณนะครับ แอเรีย”

                “ห๊ะ!! อ๊ะ หยุดเลยนะ เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนัมเบอร์! นายมีความคิดแบบนี้ด้วยเหรอ?” ผมถามอย่างแปลกใจและตัวแข็งทื่อเมื่อเขาก้มลงมาในระยะประชิด

                “ผมก็เป็นแบบนี้กับคุณตั้งนานแล้ว คุณไม่สังเกตรึไงครับ?” ครับ ผมไม่เคยสังเกต...

                “นายว่าฉันเหรอ...อุบ!” ผมเงยหน้าจะด่าเขา เป็นจังหวะที่ริมฝีปากเขาก้มลงมาประกบปากกับผมอย่างแนบแน่น

                ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาภายในปากของผมอย่างรุกเร้า จูบแสนเร้าร้อนทำให้ผมแทบละลายไปทั้งตัว เห็นหมอนี่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ แต่บอกเลยครับว่า นัมเบอร์หื่นไม่แพ้ชายใดในโลกแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องลีลาเลยด้วย เอ๊ย ผมจะมาพูดทำไมกันล่ะเนี่ย

                “อื้อ...พอก่อนนัมเบอร์ อือ” ผมใช้มือดันเขาออก เพราะกำลังจะหมดลมหายใจแล้ว! เขายอมปล่อยผมออกจนได้ นัมเบอร์เลียริมฝีปากแล้วกระตุกยิ้มละลายใจมาให้

                เฮือก...ผมว่าเขาเป็นผู้ชายอันตรายต่อผมจริง ๆ

                “อีก 2 ครั้งนะครับ” เสียงเข้มพูดทำให้ผมงง

                “อะไร 2 ครั้ง”

                “จูบไงครับ การบ้านคุณเหลืออีก 3 ข้อ ก็จูบสามครั้งไงครับ” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์และหัวเราะพอใจเมื่อเห็นผมดันเขาออกห่าง ๆ

                “อ๊าก อย่าเข้ามานะ ให้จูบครั้งเดียวพอ อื้อออ! ไม่เอา นัมเบอร์ปล่อยน๊า...” ผมดันเขาออกเขิน ๆ โว้ย ดูเขายิ้มสิ ผมกับเขาหัวเราะขึ้นพร้อมกัน แถมเขายังพูดจริงเรื่องจูบสามครั้ง คนแบบเขาไม่มีทางลืมง่าย ๆ หรอกครับ เรื่องที่ตกลงทำการบ้านสามข้อ ปากของผมบวมกันพอดี จูบแต่ละครั้งของเขาเบา ๆ ซะที่ไหนล่ะ!!!

นัมเบอร์คนบ้า เจ้าเล่ห์ ชิ!! ผมบ่นในใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือขัดขืนจูบที่เขามอบให้....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}