June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

40. ห่วงใย อ้อมโลก ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 40. ห่วงใย อ้อมโลก ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.8k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
40. ห่วงใย อ้อมโลก ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นนท์ Part

โรงพยาบาล XA

และแล้วผมก็ได้เรียนรู้ความรักแบบเกาะติดของนัท ตอนนี้เวลาเที่ยงตรง หลังจากทำกายภาพเสร็จผมเดินคุยกับหมอเรื่องการรักษา ซึ่งหมอบอกว่าอีกเดือนกว่าก็หายเป็นปกติ ผมยิ้มออกมาและหยุดเดินมองไปที่ไอ้นัทนั่งอยู่ในสวนพักผ่อนของโรงพยาบาล

ผมยาวประบ่าของมันถูกรวบขึ้นมันกำลังมองเด็กๆเล่นๆเครื่องเล่นอยู่  มันนั่งรอผม 3 ชั่วโมงเต็ม

" นั่นคือสาเหตุที่คุณอยากจะหายเร็วๆสินะ "

หมอพูดและมองไปที่ไอ้นัท

" ถ้าหมอมาเป็นผม​ หมอจะรู้ว่าความทรมานมันเป็นแบบไหน "  

ผมตอบยิ้ม ๆและบอกลาหมอเดินไปหาไอ้นัทที่นั่งอยู่ ผมยื่นน้ำอัดลมกระป๋อง​ให้มันรับแล้วพูดขอบคุณเบาๆ ผมและนั่งลงข้างๆ

" นน มึงเคยคิดอยากจะมีลูกมั้ย "

อยู่ๆไอ้นัทก็ถามผมเรื่องแบบนี้คงมองเห็นเด็กๆที่กำลังเล่นกันอยู่

" ไม่อะ "  ผมตอบเร็ว​

" ทำไมตอบเร็วจังไม่คิดหน่อยหรอ "

ไอ้นัทถามด้วยความข้องใจ

" ไม่อะ ไม่เคยคิดอย่าถามหาเหตุผลนะไม่มีให้หรอก "

ผมตอบเบรคมันไว้ ก็ไม่มีจริงๆผมไม่เคยคิดเลย ยิ่งตอนนี้ผมมีไอ้นัท ผมว่าผมมีความสุขพอแล้ว

" สำหรับกูนะเคยคิดล่ะ​ เเต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีได้ "

มันบอกเสียงเศร้า

" ตอนนี้ไม่คิดเเล้ว?  " ผมถาม

" ไม่คิดแล้ว เพราะว่ากูมีมึงไง "

ไอ้นัทตอบเสียงใสเอามือมาคล้องเเขนผมไว้

" คนเรานี่นะจะเป็นลูกที่ดีได้ถึงแม้จะไม่มีพ่อแม่ แต่จะเป็นพ่อแม่ที่ดีไม่ได้ถ้าไม่มีลูก "

ผมบอกออกไปและมองไปที่เด็กๆกำลังเล่นและหัวเราะอยู่

" ทำไมถึงได้ พูดคำพูดเท่ห์ๆแบบนั้นออกมาง่ายๆนะ "

ไอ้นัทพูด ผมงงกับคำพูดมันเลยหันไปตอนนี้มันมองผมด้วยสายตาเป็นประกายและคำชมนั่น คิดว่ามันชมละกันถึงจะงงๆ รู้สึกเขินแฮะ จากนั้นผมลุกขึ้นและดึงมือมันลุกตาม

" ปะไปกินข้าวกินกัน " ผมชวน

" ที่ห้างนะอาหารญี่ปุ่นด้วย "  มันบอกผมพยักหน้ารับ

และเดินคู่กันออกมาผมรู้สึกถึงสายตาหลายคู่มองมาส่วนมากจะเป็นผู้หญิงที่มองมา และไอ้นัทเองก็รู้มันเอามือมาแกะแขนผม เป็นอะไรหรือเปล่าปกติมันไม่ค่อยชอบจับมือถือแขนในที่สาธารณะ และเดินผ่านพยาบาลสาวๆเค้าก็มาทักทาย  เพราะว่าผมมารักษาที่นี่หลายเดือนเริ่มคุ้นเคยกัน และรู้ถึง เเรงหยิกที่แขนของผมเบาๆตอนที่ผมคุยกับพยาบาล

" โอย ทำอะไร " 

ผมร้องเบาๆ เพราะรู้สึกเจ็บที่แขนนิดๆ

" แสดงความเป็นเจ้าของไง " 

มันตอบเสียงเบาและลากผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาส่วนพยาบาลสาวสองนั่นผมไม่ได้บอกลาเลย

ห้างสรรพสินค้า zz

หลังจากที่เดินหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มันอยากกินมาเกือบชั่วโมง ยังไม่มีร้านไหนโต๊ะว่าง บางร้านต้องรอเป็นชั่วโมง ผมไม่เคยเดินห้างวันหยุดเลยเพราะว่าคนเยอะ

อีกอย่างถ้าหิวหรือจะกิน ทำไมถึงต้องรอนานขนาดนั้นด้วย ผมก็เลยเลือกร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติให้ไอ้นัท ซึ่งตอนนี้มันนั่งหน้างออยู่ตรงข้ามผม

" นัท คราวหน้าค่อยมากินนะ " 

ผมบอกเหมือนมันเคืองผมอยู่

" ไม่ใช่เรื่องอาหาร "  

มันบอกหน้าตายังนิ่งแล้วมันงอนเรื่องอะไรถ้าผู้หญิงผมก็พอจะเดาทางออก แต่นี่ผู้ชาย ส่วนมากงอนเรื่องไหนกันนะ ผมนิ่งคิดในใจ

" ช่างเถอะๆ หิวเเล้ว "

มันบอกจากนั้นมันก็ไปตักอาหารมากินและตักมาเผื่อผมด้วย

" อะให้ " ผมยื่นซองบางอย่างให้มัน

" อะไร "  มันถามงงและรับไปแกะดู

" ของขวัญวันเกิด " ผมบอก

" นน นี่มันอะไรไม่เอาไม่รับ "

มันวางลงบนโต๊ะทันทีที่อ่าน

" นัทรับไป "  

ผมบอกและยื่นกลับไปมันคือเอกสารสิทธิ์ครอบครองคอนโด ที่ผมซื้อและโอนคืนให้มัน

" แต่ นนมันมากไป "

ไอ้นัทปฏิเสธและส่ายหน้า

" นัท มันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อให้ไว้ กูเป็นแฟนมึงนะนัทคิดแค่นั้นพอ "

ผมบอกและกุมมือมันไว้มันทำท่าจะร้องไห้น้ำตาเริ่มคลอๆ

" ทำไมวันที่ มันนานมาแล้วล่ะ " 

มันถามออกมาเสียงสั่น

และผมก็อธิบายไปว่าผมซื้อและโอนคืนให้มันตั้งแต่ที่มันซื้อบ้านหลังนั้น ตั้งแต่2ปีก่อน และผมก็ฝากไอ้กรไปให้ แต่ไอ้กรบอกว่าของสำคัญแบบนี้ ยังไงคนรับก็ต้องถามหาเหตุผล และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

" ทำไม นน "  มันถามเอาเหตุผลให้ได้

" พอรู้ว่ามึงให้อภัยแล้วก็เลยคิดว่าอยากสร้างทุกอย่างร่วมกับมึงถึงได้ให้สิ่งนี้อีกครั้ง " ผมบอก

" แต่เรื่องร้านกับคอนโดนี่มันก่อนหน้านั้น "  ไอ้นัทแย้ง

" กูไม่เคยล้อเล่นเรื่องแบบนี้ทุกอย่างก็เลยเหมือนปูทางไว้ ตั้งแต่เราเริ่มคบกัน " ผมตอบ

" ความห่วงใยอ้อมโลกรึไง "  

มันถามยิ้มออกมาทั้งน้ำตาไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน  

ความห่วงใยอ้อมโลก ผมชอบคำนี้จัง

และผมก็เอาทิชชู่เช็ดน้ำตามันทั้งสองข้าง

" อาจจะใช่ นั่นเพราะว่ารักมากไงเลยแสดงออกไม่ถูกทาง "

ผมตอบมันมองหน้าผมนิ่งเดาสายตาไม่ออกจะดีใจหรือเสียใจกันแน่

" ขอบคุณนน ขอบคุณมาก " มันพูดทั้งน้ำตาอีกครั้ง

" อย่าขี้เเยสิ ยิ่งดูขี้เหร่ " ผมเอ่ยเเซวล้อเล่น

" ใช่สิ​ กูไม่สวยเหมือนพยาบาลสาวคนนั้นนี่  "  

มันพูดออกแนวประชด พยาบาลอ๋อ อย่าบอกนะมันเคืองผมที่โรงพยาบาลนั่นทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มออกมาแต่ต้องกลั้นไว้

มันหึงผมหรอ รู้สึกดีจังแฮะ ผมคิด

" นัทมึงชอบกูตรงไหน "

ผมเริ่มถามเปลี่ยนเรื่องและผมเองก็อยากรู้เหมือนกันไอ้นัททำท่าคิดอยู่นาน

" มีเสน่ห์มั่งเงียบๆน่า ค้นหา​ "  

มันบอก นั่นมัน​คนหรือสถานที่กันวะ นิยามแบบนั้น

" บางทีมึงค้นเจอแล้วมึงอาจจะเบื่อกูก็ได้ "

ผมพูดเสียงเศร้าเพราะแฟนผู้หญิงผมหลายคนที่ผ่านมาต่างก็มองผมเหมือนที่ไอ้นัทมอง

" งั้นขอให้กูค้นหามึงสัก100 ปี ละกันถึงตอนนั้นจะให้คำตอบ "

ไอ้นัทบอกยิ้มๆ

" แล้วมึงล่ะนน ชอบกูตรงไหน  " มันถามกลับ

" ขออยู่กับมึง100 ปีละกันเพราะตอนนี้ไม่สามารถบอกได้จริงๆ  " 

ผมตอบยิ้มเจ้าเล่ห์

" ขี้โกง "  

มันตอบอายๆแต่ท่าทางนั่น น่ารักชะมัด

โอย!  ใครจะคิดว่า ชานนคนเพอร์เฟคจะใจเต้นแรงแค่เห็นท่าทางอายๆของผู้ชายด้วยกัน

จากนั้นก็เริ่มลงมือกินอาหารตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วไปเดินซื้อของต่อเพราะว่ามันบอกว่าอยากได้เสื้อยืดไว้ใส่ พอซื้อเสร็จผมมองของในถุงเสื้อผ้ามีแต่สีขาว

" ทำไมมีเเต่สีขาว " ผมถามปกติมันก็ใส่เสื้อผ้าหลากสี

" ก็ต่อไปเราอยู่ด้วยกัน จะได้ซักผ้าง่ายไงสีเดียวกัน "

มันบอกแล้วเดินนำหน้าผมไป ผมยังยืนอึ้งอยู่กับการใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของมัน สำหรับคู่รักชายชาย  

ไอ้กิจเคยบอกว่าบางครั้งเรื่องเล็กน้อยอาจจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาแล้วมันมีอะไรบ้างล่ะที่ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตคู่

เห้อ.... สงสัยต้องปรึกษาปรมาจารย์ กิจแล้วล่ะ ผมคิดแล้วรีบเดินตามมันไป

รอรถแท็กซี่หน้าห้างเพราะว่าผมยังขับรถเองไม่ได้ เลยต้องอาศัยรถแท็กซี่

ขณะที่นั่งในรถแท็กซี่ ผมรู้สึกว่าคนขับรถมองไอ้นัทตลอดเวลา ซึ่งเจ้าตัวกำลังวุ่นกับของในถุงที่ซื้อมาและผมก็ขยับเอาแขนโอบมันแล้วก้มลงไปหอมแก้มมัน และถอนจมูกออกช้าๆ อย่างจงใจไอ้นัทตกใจตัวเเข็งทื่อ

" ทะ... ทำอะไรนี่ในรถนะ "  มันกระซิบเสียงเบา

" หวง ก็เลยแสดงความเป็นเจ้าของ  "

ผมตอบเสียงดัง  บ้า มันพึมพำเสียงเบาก้มหน้าด้วยความอายโดยไม่รู้ว่าสายตาผมจ้องมองไปที่ใครในตอนนั้น

ตอนนี้ผมต้องลืมเรื่องเล็กน้อยไปก่อน เพราะว่าผมเจอปัญหาใหญ่แล้ว

คือ ไอ้นัทมีเสน่ห์กับเพศเดียวกันมากเกินไปมันไม่รู้ตัวเลยว่า รูปร่างหน้าตามัน มีออร่าแค่ไหน แล้วก็คิดแผนหลอกล่อให้มันไปตัดผม และสอนมันขับรถ และอื่นๆอีกมากมาย

และปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ที่บ้านของผม เห้อ................ คิดหนัก

บ้านสุริยะศักดิ์ชัยกุล

บ่ายวันอาทิตย์ผมนั่งคุยกับพี่เนียร์เรื่องบริษัทหลายเรื่องเพราะว่าผมยังไม่เข้าใจกับงานวันนี้เป็นวันหยุด

หลังจากเมื่อวานที่ไอ้นัทจะไม่ยอมไปค้างที่ร้าน แต่จะอยู่กับผม ผมบอกว่าต้องไปค้างที่บ้านวันอาทิตย์มันก็เงียบไป ผมก็เลยบอกว่า รอก่อนนะนัท เรื่องของที่บ้าน มันเหมือนเข้าใจว่ารอเรื่องอะไร  และไม่พูดอะไรออกมา ทำหน้าเศร้าทำให้ผมเครียดตาม

วันนี้ ผมจะคุยกับที่บ้านหลังจากที่ผมเคยบอกเรื่องคบกัน  เเล้วแม่ผมยังไม่ยอมรับแต่วันนี้ผมจะบอกอีกครั้งและจะไม่หนีอีกแล้ว

อาหารเย็นถูกตั้งวางเต็มโต๊ะพ่อกับแม่พี่เนียร์พี่แนนพี่เอกอยู่กันครบ แม่ผมมองมาที่ผมบ่อยๆ และผมกำลังรวบรวมความกล้าอยู่ แม่ผมก็พูดขึ้น

" นน พานัทมาทานข้าวที่บ้านมั่งสิ "

แม่ผมเอ่ยเสียงเรียบๆผมนิ่งงันกับคำพูดของแม่ผม ทุกคนก็นั่งนิ่งไม่พูดอะไรออกมา

" ใจคอแกไม่คิดจะพาแฟนแกเข้าบ้าน​ มาเจอพ่อแม่รึไง  "

แม่ผมพูดขึ้นหน้าตาเฉยมากเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติ แฟน พาเข้าบ้าน นี่หมายความว่าแม่ผมยอมรับแล้ว... ผมคิด

" นี่​  แม่ยอมรับเเล้วหรือครับ " ผมถามด้วยอาการดีใจ

" ไม่ใช่แค่แม่​  แต่ทุกคนยอมรับนัทเป็นคนในครอบครัวแล้ว​ "

พ่อผมพูดขึ้น ผมหันไปมองแม่เพื่อขอความมั่นใจ

" ฉันก็แค่ได้ลูกชายเพิ่ม "

แม่บอกออกมาผมยิ้มด้วยความดีใจ

" แต่แม่จะไม่มีหลานนะครับแล้วไหนจะสังคมแม่อีกล่ะ "

ผมถามต่อยังไม่เชื่อในสิ่งที่แม่บอก

" ชั่งสังคมสิ ฉันแคร์มามากแล้วและอีกอย่างอีกไม่กี่ปีฉันก็ตายสมบัติฉันก็สร้างไว้ให้แล้ว ส่วนแกกับพี่แกจะรักใครชายหรือหญิงก็ตามใจ "  

แม่ผมพูดแล้วมองไปทางพี่เนียร์ที่นั่งนิ่งอยู่ เพราะว่าพี่ชายผม 35ปี แล้วยังไม่วี่แววที่จะแต่งงานและก็ไม่มีใครกล้าถาม น่าแปลกมั้ยครับ

"  ที่จริงทิฐิน่ะนน แม่เราชอบนัทมากบอกว่าคุยสนุกไม่เหงาแถมยังเปรียบกับลูกชายที่บ้านว่าไม่พูดค่อยพูดคุยกัน  "

พี่แนนบอกเล่าเรื่องยาวให้ผมฟัง ว่าพ่อแม่ พี่แนนไปร้านไอ้นัทบ่อยๆช่วงผมไม่อยู่และดูสนิมกันมากด้วยกับไอ้นัท

นี่ผมพลาดอะไรไปบ้าง

" แม่คิดผิดจริงๆคนที่หลอกล่อนัท จริงๆแล้วคือนน เรื่องคอนโดนั่นเรื่องร้านอีก​ ไอ้เรื่องความห่วงใยอ้อมโลกนั่นแม่ไม่ชอบเลยต่อไปแค่ทำอะไรให้มันเปิดเผยพอ "

แม่ผมพูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปห้องนั่งเล่นผมมองไปที่ทุกคน นั่งอมยิ้มอยู่ พี่เนียร์หันหน้าหนี ทุกคนหลอกผมพ่อด้วย ตั้งแต่ผมกลับมาไม่มีใครเอ่ยชื่อไอ้นัทเลย และไอ้นัทเองก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เจอกับครอบครัวผม  ทุกคนกำลังเล่นละครรวมทั้งคนของผมด้วยทั้งที่ผมคิดมากคิดหนักมาตลอด

คอนโด mm

หลังจากที่รู้เรื่องที่บ้านแล้วก็ให้คนขับรถไปรับไอ้นัทที่ร้าน ส่วนผมนั่งแท็กซี่กลับมาคอนโดโดยบอกมันว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

" นนทำไมยังอยู่คอนโดไม่ไปค้างที่ร้านด้วยกันล่ะ​ "

มันถามทันทีที่มาถึงและนั่งลงท่าทางเหนื่อย

" ก็ขายังไม่หายดี ขับรถเองไม่ได้อีกอย่างไกลที่ทำงานด้วยไว้ขาหายดีก่อนนะ "

ผมบอกมันพยักหน้าเข้าใจ

" งั้นมาค้างด้วยทุกวันนะ  "

" ไม่ได้ ต้องเปิดร้านเช้าไม่ใช่รึไง  "

ผมบอกเสียงดุ มันทำหน้างอทันที

" งั้นต้องโทรหาทุกวันด้วย  "  

มันบอกโทรทุกวันนี้อยู่ในเรื่องเล็กน้อยที่ต้องใส่ใจหรือป่าวนะ  คิดแล้วต้องตั้งเเจ้งเตือนไว้แล้วผมก็รับปากมัน แล้วมองไปที่มือถือมันที่กำลังสั่นอยู่ผมรู้ว่าใครโทรมา

"  นัทเองก็มีเวลาไปเคลียร์ เรื่องโกหกของนัทด้วย "

ผมพูดเหมือนเสี่ยใจดี แต่จริงๆแล้วไม่เลยจิตใจผมตอนนี้ไม่นิ่งหรอก

" อืม เดี๋ยวจะบอกอยู่  " มันพูดออกมาเหมือนลำบากใจ

" นัทเรื่องความรู้สึกจริงๆถ้าเอามารวมกับเรื่องโกหกแล้วมันเจ็บปวดนะ​ "

ผมบอกเหมือนเป็นผู้รู้ เพราะดูแล้วเด็กนั่นชอบมันจริงๆแต่ผมอยากให้มันพูดด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่สำเร็จมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับผมที่จะแก้ปัญหานี้

" ไปอาบน้ำก่อนไปเดี๋ยวจะบอกข่าวดี  "

ผมบอกและผลักมันไปเข้าห้องน้ำ

มันอาบน้ำเสร็จและมานั่งลงบนเตียงมองผมแป๋วเหมือนเด็กกำลังนั่งรอฟังนิทานเรื่องโปรด จะน่ารักเกินไปแล้ว  ผมรักหลงหนัก ผมรู้ตัวเองดี

" ข่าวดีอะไร " มันถาม

" วันอาทิตย์หน้าไปกินข้าวที่บ้านนะจะพาไปแนะนำตัว "

ผมบอกยิ้มและสังเกตท่าทีของมัน ไอ้นัทนิ่งและทำหน้าเครียด กังวลยิ่งกว่าเรื่องเมื่อกี้อีก

" ไม่ดีใจหรือไงทำหน้าเครียด " ผมถาม

" ดีใจสิแต่เครียดนิดๆ  "  มันบอก

" เครียดเรื่องอะไรไหนบอกเสี่ยสิ  "

ผมเดินไปนั่งลงดึงมันมากอดมันนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ผมก็เลยเอามือลูบๆแถวสะโพกมัน

" ระเรื่อง เรื่องชุดที่จะใส่  "

มันตอบแล้วผมก็หลุดขำออกมา

" หัวเราะอะไรไอ้เสี่ยหื่น ปล่อยเลย  "  

มันดันตัวเองออกจากอ้อมกอดผม  แต่ผมไม่ยอมปล่อยยังกอดแน่น

" เดี๋ยวเสี่ย​ช่วยคิดพรุ่งนี้ๆ นะนอนๆ  " 

ผมปลอบแล้วผลักให้มันนอนลง  มันก็นอนลงแล้วเอาผ้าห่มปิดหน้า เหมือนกำลังใช้ความคิด

เรื่องชุดนั่นทำให้ผมลืมไปเลยเรื่องที่มันปิดบัง เรื่องเคยเจอกับครอบครัวผม และผมก็จะเฉยและทำเหมือนไม่รู้ไปเลยถ้ามันไม่บอก

อีกอย่างผมเองก็เคยปิดบังมันหลายอย่าง เลยไม่อยากเอามาคิด เพราะตอนนี้มีเรื่องเล็กน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไอ้นัท คือ เรื่องชุดที่จะใส่เข้าบ้านผม __________________________

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}