Yuu Minokawa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Class X Saeki : Chapter 1 : NC18+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2561 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Class X Saeki : Chapter 1 : NC18+
แบบอักษร

YOU IS MY HEART

Class x Saeki

Chapter 1.

Saeki part…

ครั้งแรกที่ผมมีความรัก มันเป็นความรักที่สวยงาม มันงดงามจนผมคิดว่ามันเหมือนดั่งเทพนิยายที่ใครๆ ต่างก็ฝันถึง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอกไอ้ความรักแบบนั้นน่ะ เพราะความจริงมันมีแต่ความหลอกลวง ความเห็นแก่ตัว และการโกหก โกหกเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ


ความรักของผมเองมันก็เป็นเช่นนั้น


ผมมันโง่ โง่ที่สุด ฉลาดแต่เรื่องธุรกิจ แต่เรื่องความรักทำไมมันถึงได้โง่แบบนี้ เป็นถึงมาเฟียแต่ไม่เคยใช้อิทธิพลให้มันเกิดประโยชน์ โดนเขาหลอกจนเขาบนหัวมันยาวเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รักเขาจนหน้ามืดตามัวไปหมด กว่าจะรู้ว่าตัวเองไปเป็นชู้ของชาวบ้านเขาก็หลงรักเขามาเกือบจะเป็นปี


โง่เนอะ ไม่รู้จะสมน้ำหน้าตัวเองยังไงดี


ก็เลยได้แต่สัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว แต่แล้วไอ้ใจไม่รักดีของผมมันก็ดันผิดสัญญากับตัวเองจนได้ แค่วันนี้ผมนึกสนุกอยากมาเที่ยวผับที่ผมเป็นหุ้นส่วนก็แค่เล็กน้อย ความจริงก็แทบจะไม่มีแต่อยากมีส่วนร่วมในเรื่องที่คิดว่าสนุกก็เลยยัดเงินตัวเองลงไปสักสิบล้านกับลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไหร่ ความจริงเซนต์มันหลบหน้าผมล่ะ มันบอกรำคาญ ไอ้น้องเฮงซวย


ผมกวาดสายตามองดูผู้คนมากมายที่เข้ามาเที่ยวในคืนที่เป็นวันแห่งความรัก วันที่ใครๆ ต่างก็อยากจะเสียตัวกันในวันแบบนี้ ความคิดนี้ไม่รู้ว่ามาจากใครอุปาทานหมู่กันหรอ ผมว่าวันนี้มันก็คล้ายๆ กับวันกำเนิดเอดส์โลกเหมือนกันนะ อย่าลืมพกถุงละเผื่อเจอของไม่สะอาดร่างกายจะได้ไม่ซวยเพราะความเสี้ยน


ผมกวาดสายตามองพวกแมลงเม่าที่กำลังขยับกายเพื่อโบยบินไปรอบๆ แสงไฟแต่แล้วสายตาของผมก็ต้องหยุดชะงัก นั่นเจ้าซันลูกพี่ลูกน้องผมอีกคนหนึ่ง แต่เขาไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ เพราะที่ผมสนใจก็คือคนที่ยืนอยู่ข้างมันต่างหากละ แค่ด้านข้างก็ทำให้ผมหยุดมองด้วยความสนใจ เป็นเด็กแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ดูมีเสน่ห์นักนะ


ผมมองเด็กคนนั้นไม่วางตาก่อนที่เขาจะหันลงมามองยังจุดที่ผมอยู่ แค่เห็นหน้าและสบตากับเขาคนนั้นสายตาของผมก็แทนจะละจากเด็กคนนี้ไม่ได้เลย หัวใจที่มันเคยเต้นในจังหวะธรรมดาตอนนี้กลับเต้นเร็วจนมันแทบจะทะลุออกมาจากอก มันเหมือนกับตอนนั้น ตอนที่ผมมีความรักครั้งแรก มันมีความสุขมาก แต่ก็ทุกข์ที่สุดจนแทบจะตาย


แต่ผมแน่ใจว่าครั้งนี้มันต้องไม่เป็นเช่นนั้น แม้จะต้องผิดสัญญากับตัวเอง แต่ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะให้ได้คนคนนั้นมาเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน หรือแลกด้วยอะไรก็ตาม ครั้งนี้ผมทุ่มสุดตัว


“คนที่ยืนข้างเจ้าซันไปสืบประวัติเขามาให้ละเอียด” ผมสั่งคนสนิทเสียงเรียบ


“ครับ” เรย์รับคำสั้นๆ ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมซองเอกสาร เรย์พูดประวัติของบุคคลที่ผมให้เขาไปสืบมาเพราะผมคงไม่เสียเวลาอ่านมันแน่ๆ


“ชื่อภัทรนรินทร์ พิพัสตร์ ชื่อเล่น คลาส อายุ 17 เรียนที่เดียวกันกับคุณซัน มีพี่สาวหนึ่งคน ครอบครัวทำธุรกิจโรงแรมหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศโดยส่วนใหญ่ครอบครัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนเดียวที่อยู่ประเทศไทย กีฬาเด่นการเรียนดีเยี่ยม ไม่มีที่ติ และที่สำคัญ เขายังโสดครับ”


“ฉันจะเอาคนนี้” ผมพูดขึ้นมาทันทีที่เรย์พูดจบ ฟังดูมันอาจจะเอาแต่ใจไปหน่อย แต่ทำไงได้ก็ผมถูกใจคนนี้นินา และแน่นอน ว่าผมจะต้องเอาเขามาเป็นของผมให้ได้


อย่างที่บอก ครั้งนี่ผมทุ่มสุดตัวจริงๆ แม้กระทั่งยอมที่จะเปลืองเนื้อเปลืองตัว ออกไปเต้นยั่วยวนเด็กคนนั้นเพื่อที่จะได้ใกล้ชิด และแล้วผมก็ทำมันสำเร็จ ผมได้ใกล้ชิดเขา และก็เป็นการใกล้ชิดที่ทำเอาผมร้องครางไม่หยุด เพราะทันทีที่พวกเราเข้ามาในห้องสวีทนี้ได้ผมก็ผลักเขาขึ้นเตียงทันที ไม่ต้องเล่นตัวกันหรอก เสียเวลา


“ดะ เดียวก่อนครับ” เด็กหนุ่มรีบค้านผมทันทีที่ผมเริ่มซุกไซร้เขาที่คอ


“หืม?” ผมผละออกจากซอกคอของแล้วไล้ริมฝีปากไปตามแก้มสากเบาๆ


“รีบร้อนขนาดที่จะไม่บอกชื่อกันก่อนเลยหรือไงครับ” คนใต้ร่างผมพูดเสียงแหบพร่าข้างใบหูผมของเบาๆ


“ชื่อเธอคือภัทรนรินทร์ พิพัสตร์ อายุ 17 ปี ซาเอะนี่คือชื่อฉัน ฉันรู้จักเธอแล้ว หรือต้องให้ฉันบอกชื่อคุณพ่อคุณแม่หรือที่อยู่ของเธอไหมล่ะ คลาสคุง”


ร่างสูงใต้ร่างผมชะงักท่าทีด้วยสีหน้าแปลกใจ ผมยิ้มให้ก่อนจะฝังเขี้ยวคมๆ ของตนลงที่ต้นคอร่างสูงอย่างแรงจนเลือดซิบ แต่เขาก็ไม่ร้องออกมาแม้จะเจ็บแต่ก็ยอมให้ผมทำ แบบนี้นี่แหละดี มันทำให้ผมยิ่งสนุกเข้าไปอีก


“หึๆ ชอบเธอจัง ไม่เจ็บหรอ?” ผมถามแล้วหอมแก้มเขาไปเบาๆ แล้วเลื่อนริมฝีปากลงไปฝังเขี้ยวที่บ่าหนาอีกครั้ง


“ก็พอทน อ๊ะ! ถ้าคุณชอบ”


ร่างสูงตอบออกมาเสียงแหบพร่า เมื่อผมทั้งขบกัดและซุกไซ้ไปพร้อมๆ กันจนตัวของคลาสขึ้นช้ำเลือดเป็นรอยฟันผมเต็มไม่หมด


“ฉันชอบเธอที่สุดเลย”

Class part…


ผมลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกลับอาการปวดที่มันแล่นริ้วขึ้นมาที่หัวของผมไม่หยุด รู้สึกว่าก่อนที่จะหลับไป ผมจะได้กลิ่นอะไรแปลกๆ สักอย่างงติดจมูกแล้วสติของผมมันก็หายไป ผมไม่น่าจะเหนื่อยขนาดที่จะหลับไปได้นะแถมยังหลับลึกซะด้วย แต่ช่างมันก่อนตอนนี้ผมต้องลุกออกไปจากที่นี่ก่อน อยากกลับไปนอนต่อที่บ้านเต็มที แต่ทันทีที่ผมขยับมือเพื่อที่จะพยุงตัวลุกกลับเหมือนมีอะไรบางอย่างเกี่ยวรั้งไว้จนผมขยับแขนไปไหนไม่ได้ ผมไปมองว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมผมถึงขยับร่างกายไม่ได้ แต่แล้วผมก็ต้องนิ่งอึ้ง กับสิ่งที่เห็นเพราะแขนทั้งสองข้างของผมถูกล็อกด้วยกุญแจมือแล้วล็อกติดไว้กับหัวเตียง


“ตื่นแล้วหรอ” ร่างบอบบางที่ใส่แค่เสื้อเชิ้ตตัวยาวของผมเดินเข้ามาหาผมที่เตียง ก่อนจะคลานขึ้นมานั่งคร่อมตัวผมเอาไว้ แล้วค่อยๆ นอนลงบนตัวผมวางมือลงประสานไว้ที่อกของผมแล้ววางคางลงไปบนหลังมือตัวเองด้วยกิริยาน่ารักอย่างจ้องผมตาปริบๆ ดูดีนะ น่ารักมากด้วยแต่ถ้าจะให้น่ารักกว่านี้ก็ช่วยแกะไอ้กุญแจมือนี่ออกไปก่อนจะได้มั้ย


“ไม่ปล่อยหรอกนะ” แค่จ้องตาก็เหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่


“ที่นี่ที่ไหนครับ?” ในเมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะบอกให้เขาปล่อย ผมก็เลยถามเรื่องอื่นไปก่อนเพราะผมมั่นใจว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ห้องในผับของพี่ไอ้ซันแน่ๆ


“บ้านพักส่วนตัวฉันเอง” ว่าแล้วเชียว


“แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไงครับ?” ผมไม่น่าจะหลับลึกขนาดที่จะไม่รู้ตัวเมื่อมีคนแตะเนื้อต้องตัวคงไม่ใช่ว่าผมโดนยาหรอกนะ


“ก็โป๊ะยาสลบเธอ แล้วก็ให้คนของฉันแบกเธอมา” ว่าแล้วเชียว


“นี่มันลักพาตัวนะครับ”


“ก็ฉันบอกไปแล้วนิ ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปน่ะ จำไม่ได้หรอ” เป็นคำพูดที่แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวและคิดว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาคงจะไม่ได้พูดออกมาเล่นๆ เหมือนกับการหลงใหลเพียงชั่วครู่ เขาจริงจัง รับรู้ได้จากสายตาที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยว ผมว่า ผมเจอของแข็งเข้าให้แล้วละ


อ่า ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ผมจะโดนเขาฆ่าด้วยสายตา


“รอยเต็มตัวผมไปหมด ชอบเล่นเจ็บๆ จังเลยนะครับ ร่างกายผมไม่มีที่ว่างแล้วมั้งเนี้ย”


ผมพูดขึ้นพร้อมมองสำรวจแต่ก็แค่ช่วงอกลงไป ซึ่งไม่ต้องส่องกระจกก็รู้เลยว่าคอผมคงยับเยินแบบไม่ต้องพูดถึงกันเลย แล้วเมื่อคืนเราใส่กันซะเต็มคราบ คนคนนี้ลุกเดินไหวได้ยังไงก็ละเนี้ย


“ก็ยังจะพอมีที่ว่างอยู่นะ” ร่างบางพูดพร้อมทั้งขยับบั้นท้ายถูไถอย่างเร่าร้อนจนน้องชายของผมเริ่มที่จะตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ เช้าๆ แบบนี้มันรู้สึกง่ายนะครับ


“ฮึ่มม อย่าทำแบบนี้สิครับ ผมทรมานนะรู้ไหม” ผมพูดออกมาตามตรงเพราะผมทำอะไรไม่ได้ มือผมทั้งสองข้างมันถูกใส่กุญแจมือหมดสิทธิ์ลูบคลำ แล้วอีกอย่าง ผมอยากจะขยำก้นขาวๆ นี่จะแย่ เล่นมายั่วกันแบบนี้แล้วใครจะอดใจได้ล่ะ


“หึ หึ อยากกัดเธอจัง” เขาพูดพร้อมกับใช้ลิ้นเลียริมฝีปากล่างเบาๆ อย่ายั่วยวนให้ตายเถอะ เห็นแล้วมีอารมณ์ว่ะแม่ง


“ก็กัดสิครับ ยังไงผมก็ต้องยอมคุณอยู่แล้ว แต่ว่าปล่อยผมก่อนได้ไหมครับ” ผมพูดขอร้องเขาอีกครั้ง ข้อมือถูกคล้องล็อกกันไว้แบบนี้มันทรมานใจนะครับ ไม่อยากเห็นสภาพตัวเองแบบนี้เลย SM ได้แต่ไม่พันธนาการกันแบบนี้สิ


“ไม่มีทางหรอก อย่ามาพูดขอซะให้ยาก” ร่างบางพูดพร้อมทั้งยังฝังเขี้ยวลงมาซะจนผมสะดุ้ง เล่นเอาต้นคอผมเลือดซิบจนมันเลอะขอบปากบางๆ ออกมาเลยทีเดียว ซาดิสม์ไปไหม นี่กูกำลังเจอกับอะไรอยู่เนี้ย


แล้วไม่ต้องรอให้เสียเวลา คนตัวเล็กบนร่างของผมก็ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวผมออกไป ทำให้ผมได้เห็นอะไรที่แบบ


นี่ผมไม่ได้ใส่อะไรเลยหรอเนี้ย แล้วตอนที่แบกกูมานี่กูมาในสภาพไหนวะ!!


ผมอึ้งกับร่างกายของผมไม่นานก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอผมอย่างเร่าร้อนทั้งดูดทั้งเลียมันทั้งเสียวและแสบไปในเวลาเดียวกันจนผมร้องครางออกมา


“อ่าห์ จูบผมหน่อยสิครับ” ผมขอเพราะอารมณ์ผมก็มาเหมือนกันและส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการให้เขาออกห่างจากคอที่เจ็บช้ำอย่างยับเยินของผม


จบคำร่างบางก็เคลื่อนใบหน้าขึ้นมาจูบผมอย่างเร่าร้อนแล้วรุนแรงจนผมได้กลิ่นของคาวเลือด มือบางลูบคลำไปตามร่างกายผมไม่หยุดขยี้หัวนมจนผมเสียวซ่านไปหมด สะโพกกลมกลึงที่มันร่อนไม่หยุดนั้นทำเอาส่วนนั้นของผมตั้งตรงอย่างเจ็บปวดด้วยถูกกระตุ้นอยู่นานแต่ก็ไม่มีแววว่าจะได้เข้าไปเชยชมช่องทางอ่อนนุ่มที่ก่อนหน้านี้ผมได้ขยี้มันมาแล้ว


อยากกระแทกกระทั้นเข้าไปจนใจจะขาดอยู่แล้ว


“อยากเข้าไป อ่าห์ เอามันเข้าไปทีสิครับ ผมอยากเข้าไปในตัวคุณจนใจจะขาดแล้ว อืม”


ผมพูดขอร้องเพราะผมทนไม่ไหว เขาร้อนแรงเกินไปแล้ว ยั่วยวนจนผมสั่นไปหมด ทั้งกัดทั้งดูดทั้งเลียจนผมเสียวซ่านไปหมด


“หึ หึ ไม่เอาหรอก ก็ฉันอยากเล่นอยู่นี่น่า” ร่าบางพูดพร้อมทั้งกัดลงที่หัวนมผมเบาๆ ขบกัดและดูดดึงมันขึ้นสลับไปมาเล่นเอาผมต้องซู้ดปากด้วยความเสียวเสียจนสั่นไปทั้งตัว


“ซี๊ดด ช่วยผมที่สิครับ ผมต้องการคุณนะ อ่าห์”


ผมร้องครางทั้งขอร้องให้เขาช่วยผมเพราะตอนนี้ส่วนนั้นของผมมันแข็งจนปวดหนึบไปหมด เหมือนเขาจะรู้ถึงความทรมานของผม คนตัวเล็กบนร่างของผมจึงค่อยๆ ขยับไล่เลียลงมาเรื่อยๆ จนถึงกลางกายของผม เพียงแค่เขาใช้มือขยับรูดเบาๆ ผมก็ร้องครางออกมาอย่างไม่อาย


“อ่าห์!!”


มือเล็กขยับขึ้นลงเบาๆ ก่อนที่จะเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนผมแทบจะทนความกระสันไม่ไหวและพร้อมจะปลดปล่อยออกมาแต่คนที่เอาแต่เล่นกับร่างกายของผมก็เปลี่ยนจากมือมาเป็นปากและลิ้นร้อนๆ รูดขึ้นลงเร็วๆ จนผมกระตุกเกร็งและปลดปล่อยออกมาเต็มปากเล็กที่อมส่วนนั้นของผมเอาไว้จนเลอะ และไหลออกมานอกปากอย่างอีโรติก เป็นภาพที่ดูดีจนผมต้องกัดปากตามริมฝีปากแดงๆ ที่กำลังแลบลิ้นออกมาเลียและเก็บกลืนน้ำรักสีขุ่นของผมที่เลอะรอบริมฝีปากและนิ้วมือไปจนหมดอย่างไม่รังเกียจ


เห็นท่าทางแบบนั้นแกนกลางที่คิดว่าจะอ่อนลงกลับซู่ซ่าจนน่าโมโหเพราะมันไม่คิดที่จะพักให้ผมหายใจหายคอได้โล่งๆ แค่อีกคนที่ยังไม่อิ่มกับน้ำคาวๆ ของผมและตอนนี้ก็เอาแต่ใช้ปากดูดกลืนส่วนหัวและใช้ลิ้นเล็กๆ นั่นไล่เลียไปจนสุดโคนก็ทำเอาผมท้อใจว่าจะถูกทรมานเล่นไปอีกนานแต่ตัวผมมันดันตอบสนองไปด้วยนี่ก็หมดอะไรจะพูด


แกนกายของผมที่แข็งขึ้นมาใหม่พร้อมรับใช้กามตัณหาคิดว่าคราวนี้คนถูกอีกฝ่ายทรมานเล่นแต่คราวนี้ร่างบางกลับยืดตัวขึ้นขยับร่างกายให้ช่องทางรักตรงกับส่วนนั้นของผมแล้วจับแกนกลางของผมเอาไว้ที่ช่องทางร้อนของเขาแล้วค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาโดยที่ไม่ใช้เจลหล่อลื่นช่วย


“อ๊ะ!! อ๊า!!” ใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเริดหน้าขึ้นด้วยความเจ็บแต่ก็ยังขยับไม่หยุด


พรั่บ พรั่บ พรั่บ พรั่บ พรั่บ พรั่บ


เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังไม่หยุดแข่งกลับเสียงครางของร่างที่ขยับโยกบนกายผมไม่หยุดทำเอาผมทนไม่ไหวจนต้องสวนกระแทกเข้าจังหวะกับร่างบาง จนร่างข้างบนตัวสั่นตัวคลอนไปหมด


“ปล่อยมือ ผะ ผมที่ อ่าห์ นะครับ ข้างเดียวก็ได้ อึกกก อ่าห์” ผมพูดขอร้องเขาอีกครั้ง แล้วก็ได้ยินเสียง แกร๊ก ที่มือข้างขวาของผม


ตอนนี้มือของผมเป็นอิสระแล้วถึงจะข้างเดียวก็เถอะ แต่มันก็เพียงพอสำหรับการร่วมรักในครั้งนี้ และทันทีที่มือของผมเป็นอิสระผมก็คว้าเอวบางของคนบนร่างเอาไว้แล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางแล้วดันร่างของเขาไปจนชิดกับหัวเตียงแล้วกระแทกกายเข้าใส่คนใต้ร่างอย่างไม่ยั้งเช่นกันกับคนที่แยกขาออกกว้างแล้วยกขาขึ้นมาเกี่ยวเอวของผมไว้ทำให้ผมสอดประสานร่างได้ง่ายขึ้น


ผมก้มหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอของคนใต้ร่างอย่างเมามันในอารมณ์ ทั้งดูดดุน และขบกัดแบบที่เขาทำกับผม หน้าอกทั้งสองข้างผมทั้งขยี้และดูดดึงไม่หยุด มือขวาที่ถูกปลดพันธนาการนั้นก็บีบเคล้น และลูบคลำสะโพกมนก่อนจะบีบขยำจนมันมือพร้อมสวนกระแทกกายเข้าแรงๆ จนร่างเล็กกระแทกติดหัวเตียง แต่ใครจะสน ฟังจากน้ำเสียงที่ร้องขอก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ชอบแบบนี้อยู่เหมือนกัน


“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ลึกๆ เอาเข้ามาลึกๆ อ๊ะ อ๊ะ ลึกอีก อ่าห์ อ๊ะ อ๊ะ แรง ขอแรงๆ กว่านี้อีก อ่าห์ คลาสซามะ อ่าห์ ต้องการ อ๊ะ ขะ ของคลาส อ๊ะ อ๊ะ ได้โปรด อึก ที่รักลึกกว่านี้ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”


“ตามบัญชาครับผม”


ผมใส่ไม่ยั้ง อารมณ์นี้เอาไม่อยู่แล้วจริงๆ ผมยกขาขาวเนียนข้างหนึ่งมาพาดไว้ที่บ่า ดันร่างบางไปตรึงไว้ที่หัวเตียง แล้วขยับสะโพกทั้งดุดันรุนแรง และเร่าร้อนกระแทกกระทั้นเข้าออกไม่หยุด ส่วนมือใช้การได้ก็เลื่อนมากุมแกนกายของอีกคนเอาไว้แล้วขยับรูดขึ้นลงไม่หยุด ปากก็ทั้งดูดดุน ซุกไซ้ ขบกัด และโหมจูบอีกฝ่ายไม่หยุดเช่นกัน


“อ๊ะ อ๊ะ ไม่ไหว ฉันไม่ไหว อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”


ร่างบางพูดพร้อมทั้งกระตุกเกร็งและปลดปล่อยออกมาจนเต็มมือผมไปหมด ผมโหมกระหน่ำอย่ากระชั้นถี่ยิบใส่คนใต้ร่างอยู่สักพักก็ฝังร่างแนบชิดแล้วปลดปล่อยเข้าไปภายในทั้งหมด


“อีกรอบได้ไหม” ยังไม่ทันได้ถอดถอนกายผมก็อยากจะสานต่อเพราะอารมณ์มันฉุดไม่อยู่เหมือนโดนยาเข้าไปก็ไม่ปาน


“ไม่เห็นต้องถามเลย” ผมยิ้มให้กับคำตอบแสนน่ารักของคนที่เชิดหน้าเปิดคอให้ผมก้มลงไปฝังหน้าแล้วสวนสะโพกเข้าออกหนักๆ จนน้ำรักที่คลั่งค้างไหลย้อนออกมา แต่มันก็เป็นตัวช่วยที่ดีเพื่อไม่ให้ช่องทางแห่งความหฤหรรษ์นี่ย่อยยับและฉีกขาดด้วยความคึกคะนองที่อยากจะขยี้แมวขี้ยั่วให้หมดฤทธิ์คาอกของผม


ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ผมกับซาเอะซังร่วมรักกันจนถึงจุดที่เรียกว่าอิ่ม แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับพวกเราที่มีราคะที่มากกว่าคนทั่วไป ผมยอมรับว่าตัวผมเองก็อยู่ในวัยคึกคะนองและยังวัยรุ่นอยู่มากแม้จะไม่ได้ช่ำชองในเรื่องของเซ็กส์ที่หลากหลายรูปแบบ แต่ก็พอตัวว่าผมเคยผ่านศึกสวาทมาแล้วไม่น้อย เลยมีหลายคนชอบกล่าวหาว่าผมเจ้าชู้แต่ก็นะ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ชอบผูกมัดมันเลยมีข่าวลือแปลกๆ เรื่องฟันแล้วทิ้ง แต่คนนี้ผมคงจะทำแบบนั้นไม่ได้


ผมยังรักชีวิตอยู่นะ


และอีกอย่างคือต้องยอมรับว่าผมเป็นทาสของเซ็กส์ทุกครั้งที่ผมขึ้นสังเวียนรัก หากไม่หมดแรงที่จะทำต่อผมก็ไม่อยากจะหยุดและตอนนี้ผมก็ยังขยับอยู่ภายในร่างของคนที่ร้องครางแผ่วๆ ไม่หยุด


ผมมันทาสเซ็กส์ ในเมื่อยังไหวผมก็โหมแรงไม่หยุด มีไม่มากหรอกคนที่ทนผมไหว ส่วนคนที่ทนได้ก็ทำตัวน่ารำคาญจนผมต้องสลัดทิ้ง แต่คนนี้ต่าง แม้จะดูน่ากลัวไปบ้างแต่ผมคิดว่าผมคุมเขาอยู่ และเซ็กส์ของเขาก็เร่าร้อนเกินกว่าที่ผมจะออกห่างจากเขาได้ เป็นคนที่น่าค้นหาจริงๆ


กี่รอบต่อกี่รอบผมไม่ได้นับเพราะถ้าผมหยุดคนร่างเล็กที่รองรับอารมณ์ของผมก็จะขึ้นต่อ เหมือนมันหยุดไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าพวกเราต้องหยุดแล้ว แม้จะอยากทำมากแค่ไหนแต่เราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องร่างกายของเราด้วยว่ามันไหวตามที่ใจเราปรารถนาหรือเปล่า หากมากกว่านี้คงได้แย่เข้าจริงๆ แน่


“หยุดก่อน ซาเอกิซัง ผมว่าผมไม่ไหวแล้ว” คงต้องเอ่ยปากแล้วละไม่งั้นคงได้เข้าโรงพยาบาลกันทั้งคู่แน่


“ไม่เอา เจ้านี่มันยังแข็งอยู่เลย” เขาก็คงไม่ไหวเหมือนกันเพราะเมื่อผมพูดแบบนั้นซาเอะซังก็ทิ้งตัวลงบนอกของผมอย่างหมดแรง


“ช่างมันเถอะครับ เดี๋ยวมันก็คลายตัวลงเองคุณไม่ต้องสนใจหรอกครับ” ก็เล่นยั่วกันขนาดนี้จะให้ลงง่ายๆ กันได้ยังไงละ


“งั้นก็คามันไว้แบบนี้ละกันเนอะ แล้วค่อยมาต่อเมื่อหายเหนื่อยกันนะ”


มันคงจะลงให้ง่ายๆ ละเนอะคราวนี้ แกล้งกันชัดๆ แต่จะปฏิเสธไปก็มากเรื่องคิดว่าคนแบบนี้ห้ามไปก็เสียเวลาเปล่า เอาเป็นว่าตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยขยับกายออกเมื่อเขาหลับไปก็แล้วกัน


“เอางั้นก็ได้ครับ” พูดพร้อมทั้งพลิกกายให้ร่างบางลงมานอนข้างๆ แล้วกอดไว้แน่นทั้งๆ ที่ยังคาแกนกายที่ยังแข็งขืนของผมไว้ในช่องทางรักที่แสนจะชุ่มฉ่ำ ผมว่าพวกเราควรอาบน้ำแต่สภาพคือไปไหนไม่ได้เพราะถูกล่ามไว้ก็เลยต้องนอนอยู่บนเตียงไปไหนไม่ได้


“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” นอนสักพักผมก็เอ่ยถามขึ้นมา


“ได้สิ อะไรหรอ” ร่างบางตอบออกมาเสียงเหนื่อยอ่อน


“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ละครับ คนอย่างคุณน่าจะรักศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ลดตัวลงมาทำอะไรแบบนี้ ผมขอเหตุผลในการลงทุนนี้ไหมครับ” ผมก็พอจะดูออกหรอกนะว่าเขาเป็นคนยังไง


จากนิสัยเอาแต่ใจ อะไรก็ต้องได้ ฐานะที่ดูยังไงก็ผู้มีอิทธิพลชัดๆ และเขาก็น่าจะหนึ่งในระดับหัวหน้า ขนาดประวัติของผมก็ยังหามาได้ง่ายๆ แต่เพราะเป็นญาติพี่น้องกับไอ้ซันผมก็คงไม่แปลกใจเพราะครอบครัวนี้ธรรมดาซะที่ไหน


“ฉันเป็นคนที่ไม่เคยยอมใคร แต่ฉันกลับยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง แล้วแบบนี้มันเพราะอะไรเธอคิดไม่ออกหรือไง” ร่างในอ้อมกอดของผมพูดพร้อมทั้งขยับกายเข้ามาหาผมมากขึ้นจนแกนกลางของผมเข้าไปในตัวของเขาลึกขึ้นจนถึงกลับครางออกมาเบาๆ


“ต้องการผมถึงขนาดนั้นเลยหรือไงครับ?” ผมถามออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งขยับร่างเล็กของคนในอ้อมกอดให้เข้ามาในอ้อมแขนผมแน่นขึ้น แล้วยกขาเรียวให้มาเกาะเกี่ยวสะโพกผมไว้จากนั้นก็ขยับเบาๆ อย่างอดไม่ได้ทั้งๆ ที่คิดว่าจะพอแล้วแท้ๆ


“มาก อ่าห์ เลยละ” เป็นคำตอบที่มาพร้อมกับการขยับสะโพกตอบรับแรงขยับเข้าออกของผม


“จะไม่ใช่แค่ร่างกายฉันเท่านั้นที่ฉันจะใช้เหนี่ยวรั้งเธอ แต่ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อฉุดรั้งเธอเอาไว้ หรือแม้ต้องกักขังเธอเอาไว้ด้วยโซ่ตรวนแบบนี้ฉันก็จะทำ อ๊า แต่ตอนนี้ช่วยเข้ามาลึกๆ ก่อนได้ไหม อืม ฉันต้องการของเธอจะแย่แล้ว อ่าห์”


“ได้ครับผม” เพราะผมก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน



Saeki part…

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่ร่วมรักกับร่างสูงข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ผมนอนมองหน้าเขามาสักพักหนึ่งแล้ว เด็กคนนี้เขาหล่อกว่าที่ผมคิดเมื่อได้นอนสำรวจใบหน้าเขาชัดๆ ในตามีเสน่ห์ถึงแม้ว่าเขาจะหลับตาอยู่ จมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าหน้าเรียวคมถึงแม้ว่าอายุเขาจะยังน้อย แต่ก็ยังมีเคล้าความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในตัว แถมยังฉลาด ฉลาดที่จะเงียบสังเกต มากกว่าที่จะโวยวายอย่างคนทั่วไปที่รู้ว่าโดนจับตัวมา รู้จักหว่านล้อม หรือแม้แต่กระทั่งมองคนจนทะลุปรุโปร่ง อนาคตนักธุรกิจชั้นแนวหน้าชัดๆ


“รู้บ้างไหมว่าฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกเห็น” ผมพูดกระซิบ พร้อมทั้งใช้นิ้วมือไล้ไปตามโครงหน้าคมเบาๆ


“ก็ถ้าจะบอกรักกันทำไมไม่บอกกับผมตอนที่ยังตื่นอยู่ละครับ”


ผมชะงักมือทันทีแล้วชักมือออกด้วยความตกใจ แต่ร่างสูงก็คว้ามือผมไว้ซะก่อน แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาสบตากับผม เขาจูบลงที่นิ้วมือของผมเบาๆ ซ้ำๆ ยิ่งเขาจูบซับลงมามากเท่าไหร่ อัตราการเต้นของหัวใจของผมก็ยิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น


“ก็แล้วเธอจะเชื่อฉันไหมถ้าฉันพูดมันออกมา”


“ก็ลองพูดมันออกมาสิครับ” เขาพูดออกมาพร้อมกับสบตาผมอย่างจริงจัง


“ฉันรักเธอคลาส เธอจะยอมเป็นของฉันตลอดไปได้ไหม?”


“หึ หึ” ร่างสูงแค่หัวเราะออกมาเบาๆ แต่ผมนี่สิถึงกลับเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่ใจทันที


การที่ฉันบอกรักเธอมันน่าขำขนาดนี้เลยหรอ


“ดูทำหน้าเข้าสิ อย่าเข้าใจผมผิดก่อนที่ผมจะอธิบายสิครับ” คนตรงหน้าผมพูดแล้วใช้แขนข้างที่ไม่ถูกพันธนาการรั้งเอวผมเข้าไปกอดให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น


“แล้วทำไม?” ผมถามเสียงเบาอย่างไม่เข้าใจและยังน้อยใจที่เขาหัวเราะเยาะคำบอกรักของผม


“รู้ตัวไหมว่าคุณโคตรแมนเลยเมื่อกี้น่ะ” ผมขมวดคิ้วงงกับคำพูดของเขา


“ตรงไหน?”


“คุณพูดเหมือนกับจะขอผมแต่งงานแหนะ ทั้งๆ ที่คุณเป็นฝ่ายเสียเปรียบผมเห็นๆ”


“ก็แล้วจะทำไมละ ในเมื่อฉันได้เธอมาเป็นของฉันแล้ว และถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากเป็นของฉัน ฉันก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาเธอมาเป็นของฉันให้ได้ แล้วฉันก็จะขืนใจเธอจนกว่าเธอจะยอมตกเป็นของฉันแต่โดยดี และขอบอกอีกอย่างว่าฉันเป็นคนที่ขี้หวงสุดๆ ใครที่กล้ามายุ่งกับของของฉัน หรือคนของฉันมันได้ตายอย่างหมาข้างถนนแน่ๆ”


“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณนี่มันแสบเหลือร้ายจริงๆ ทำแบบนี้ผมก็เสียหายสิครับ” เขาพูดเหมือนผมทำเป็นเล่นแต่เรื่องนี้ผมจริงจังนะ


“ก็แล้วจะยอมให้ฉันรับผิดชอบเธอไหมล่ะ” ผมถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“เอาจริงดิ?” เขาถามผมอย่างไม่แน่ใจแต่ผมก็ยืนยันหนักแน่นว่าผมเอาจริง


“ฉันไม่ใช่คนพูดเล่นเรื่องความรัก”


“งั้น ผมตกลง” เขาก็ตอบแบบจริงจังเช่นกันดูได้จากแววตาที่ไม่ยอมหลบแม้จะถูกผมจ้องมองสักแค่ไหนก็ตาม


“ต่อให้พูดใหม่ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะ” ผมพูดพร้อมกับยิ้มกว้างจนร่างสูงตรงหน้ายิ้มตาม


“ก็แล้วถ้าผมไม่ยอมแล้วคุณจะปล่อยผมไปหรือไง”

“ไม่มีทาง**!!”** ผมหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ร่างสูงพูดออกมา มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดว่าจะปฏิเสธผมตอนนี้


“ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้นครับ ผมตอบตกลงคุณไปแล้ว แล้วก็จริงจังในคำพูด” คลาสตอบออกมาแล้วรั้งผมเข้าไปกอดไว้พร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ


“ขอโทษที่เสียงดังใส่เธอนะ” เพราะได้รับคำตอบที่ต้องการมาแล้ว แต่หากเขากลับคำผมคงต้องบ้าตายแน่ๆ เรื่องอะไรจะยอมในเมื่อได้มาแล้ว


“ช่างมันเถอะครับ แล้วนี่คุณได้ทานอะไรหรือยังครับ ตั้งแต่ตื่นมาเราก็ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย” นั่นสิ ก็ว่าทำไมท้องมันร้องดีจัง


“เธอหิวมากไหม”


“ก็ ครับ”


“งั้นรอก่อนนะ” ผมรีบลงจากเตียงโดยทั้งเนื้อทั้งตัวเพียงเสื้อเชิ้ตของคลาสกับบ็อกเซอร์ตัวสั้นเดินออกไปที่ประตูเพื่อสั่งลูกน้องให้ไปนำอาหารมาให้แล้วรีบเดินเจ็บๆ เข้ามานั่งมองร่างสูงจากข้างเตียง


“ขยับขึ้นมานอนดีๆ ครับ” ผมที่นั่งเท้าคางมองเขาก็ต้องรีบลุกขึ้นไปนอนกอดคนที่ทำหน้าดุเมื่อเห็นผมนั่งอยู่ที่พื้น


“ใส่เสื้อผ้าดีๆ สิครับ จะใส่เสื้อผมก็ติดกระดุมให้ครบด้วย” หวงเขาใช่ไหมล่ะ อิ อิ


“ยังจะมายิ้ม ทำตามด้วยสิครับ” ผมทำตามทันทีโดยลุกขึ้นมานั่งแล้วติดกระดุมตามที่เขาต้องการแล้วล้มตัวลงนอนกอดกายไปกับร่างหนาที่อบอุ่นของคนที่ผมหลงรัก


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“ซาเอกิซามะ อาหารได้แล้วครับ” เสียงเรียกจากข้างนอกทำให้ผมต้องรีบออกไปรับอาหารเข้ามาโดยเป็นข้าวต้มกุ้งตัวโตๆ


เมื่อผมนำอาหารเข้ามาแล้วก็นั่งทานกันสองคนแม้คลาสเขาจะดูลำบากอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ยอมขอร้องให้ผมแกะกุญแจมือออกให้แม้จะมีโอกาสขอร้องให้ผมปล่อยแต่เขาก็ไม่ยอมพูดและยอมให้ผมทำอะไรตามใจ เป็นผู้ชายที่แปลก และฉลาดเลือกที่จะรอโอกาสมากกว่าที่ผมคิด


เมื่อทานอาหารหมดแล้วพวกเราก็นั่งเล่นนอนเล่นคุยกันเรื่องไร้สาระไปเรื่อยจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงดึกดื่น


“ดึกมากแล้วนอนกันเถอะครับ”


ร่างสูงพูดแล้วขยับให้ทั้งผมและเขานอนในท่าที่สบายที่สุด ผมขยับเข้าไปกอดเอวหนาเอาไว้แน่นแล้วซุกหน้าลงที่อกแกร่งอย่างหวาดกลัวว่าเขาจะหายจากผมไปเมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมา


“อย่ากอดผมแน่นนักสิครับ”


“ห้ามหายไปจากฉันนะ”


“ผมจะหายไปจากคุณได้ยังไงกันละครับ”


“ไม่รู้สิ ถ้าตื่นมาแล้วนายหายไปละฉันจะทำยังไง”


“หึ หึ คิดเป็นเด็กไปได้ งั้น ถ้ากลัวผมหายขึ้นมาจริงๆ ก็เอาโซ่ตรวนมาล่ามขาผมไว้เลยสิครับ ผมจะได้หนีไปไหนไม่ได้” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของผม อย่างที่เล่นที่จริง


“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำ เธอเตรียมตัวโดนฉันกักขังเอาไว้เหมือนนักโทษได้เลย เธอจะต้องโดนฉันทรมานจนต้องนอนร้องครวญครางขอร้องฉันเหมือนอย่างวันนี้เลยละ” พูดจบผมก็กัดไหล่หนาไปเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนที่รั้งผมเข้าไปกอดเอาไว้ แล้วเราก็ล่วงเข้าสู่นิทราไปด้วยกัน

** **

To be continued…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}