ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 6 ติดสินบน 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 6 ติดสินบน 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 6 ติดสินบน 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 6


ข่าวการแต่งงานของภาคิณและวาณิริณถูกแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ว่าที่เจ้าสาวคนสวยไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องพวกนี่มากนักเพราะกำลังวุ่นอยู่กับการย้ายข้าวของของวาณิชามายังที่ยู่ใหม่


COOPY WIND CONDO...


คอนโดหรูใจกลางกรุงเทพที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่วาณิชาเรียนอยู่มากนัก ทั้งภากรพาสองสาวพี่น้องมายังห้องริมทางขวาของชั้นสาม


"ณิชาอยากอยู่กับพี่ณิริณ ไม่อยากอยู่ที่นี่" วาณิชาทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างขัดใจ ทำไมจะต้องบังคับให้เธอแยกกับพี่สาวด้วย


วาณิริณนั่งลงข้างๆ "ที่นี่อยู่ใกล้มหา'ลัย อีกอย่าณิชาก็ปีสุดท้ายแล้วจะได้สะดวกเผื่อว่ากลับดึก"


"พี่ณิริณโดนล้างสมองหรือไง? นายภากร...น้องชายนายทำอะไรพี่สาวฉัน" เสียงใสแว้ดใส่ภากร หน้าสวยบัดนี้ยู่ลงจนยับคล้ายกระดาษ


ภากรส่ายหัวเบาๆ "น้อยๆหน่อยยัยเด็กเถื่อน อยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว...เวลาเขาจะไปทัวสวรรค์กันเธอจะได้ไม่ต้องเข้าไปขัด"


"นาย !!!"


"ณิชา...อย่าทำตัวไม่น่ารักสิ" วาณิชาหยุดทุกการกระทำแล้วนั่งหน้าบึ้งต่อ วาณิริณมองน้องสาวก็ถอนหายใจ "ขอโทษด้วยนะคะคุณภากร แล้วก็...ขอบคุณที่เป็นธุระให้"


ภากรยิ้ม "เรียกพี่เหอะ เดี๋ยวเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ส่วนเธอ...นี่รถแล้วก็บัตรคอนเสิร์ต CRAZY DRAGON ไอ้คิณฝากมาให้"


วาณิชาอึ้งไปนิดๆแต่ก็ยอมรับของเหล่านั้นมาไว้ที่ตัว นอกจากคอนโดหลังนี้แล้วภาคิณยังติดสินบนด้วยรถยนต์อีกหนึ่งคัน แต่ที่เด็ดสุดก็คือบัตรคอนเสิร์ตวงบอยแบนด์ที่เธอชื่นชอบนี่แหละ...


"ขอบใจ! แต่...ฉันจะอยู่ที่เดิมไปก่อน จนกว่าพี่ณิริณจะแต่งงานเรียบร้อยถึงจะย้ายมาที่นี่"


"ก็ไม่ได้ว่าอะไร! แต่หลังจากที่มาอยู่ที่นี่...ฉันจะเป็นผู้ปกครองของเธอ อย่าดื้อล่ะเด็กน้อย" ภากรยิ้มเข้าเล่ห์ ทีนี้แหละ...จะหาทางแก้เผ็ดยัยตัวแสบเสียให้เข็ด


หลังจากกลับจากคอนโดแห่งนั้น วาณิริณก็กลับมายังบริษัทของตัวเอง หญิงสาวนั่งเคลียร์เอกสารอยู่สักพักภาคิณก็เดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงสวมชุดสูทห้าคน แต่ละคนนั้นถือของแตกต่างกันออกไป เพราะเห็นว่าเขาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนสาว ปิยาพัชร์จึงให้เข้าไปด้านในโดยไม่ได้บอกห้าม


"เย็นนี้เพื่อนพี่จัดงานเลี้ยงขอบคุณหุ้นส่วน ณิริณต้องไปกับพี่" พูดจบเขาก็ให้ผู้หญิงที่มาด้วยเตรียมตัว พวกเธอคือช่างเสริมสวยที่ภาคิณจ้างมาเพื่องานนี่โดยเฉพาะ


"แต่...ฉันไม่ใช่หุ้นส่วนนี่คะ"


ภาคิณยกยิ้มนิดๆ "ไปในฐานะว่าที่ภรรยาของพี่" ชายหนุ่มหันไปสั่งงานคนข้างหลังแล้วนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายใจ


วาณิริณหาทางปฏิเสธเขาไม่ได้ก็ยอมที่จะทำตามที่เขาต้องการ เธอปลดล็อคคีย์การ์ดเข้าไปยังที่พักเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด ออกมาก็สะดุ้งเมื่อเห็นภาคิณกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์


"เข้ามาได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!"


ภาคิณหันมาช้าๆ ก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นเรือนร่างที่แสนเย้ายวนมีหยดน้ำเกาะตามตัว ผ้าขนหนูผืนเล็กรัดกายจนเห็นสัดส่วนชัดเจน วาณิริณที่เพิ่งจะรู้ตัวก็รีบหันหนีด้วยความอาย


ร่างสูงหยัดตัวขึ้นแล้วเดินเข้ามาประกบหลังเธอไว้ สองมือจับไหล่มนแล้วเกยคางไว้ตรงนั้น


"ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นผัวเมียกันแล้ว...อย่าได้คิดเปลี่ยนรหัสเด็ดขาด เพราะอย่างไรพี่ก็เข้ามาได้อยู่ดี" ก็แอบปั้มทั้งคีย์การ์ดและกุญแจเอาไว้ จะเข้ามาในนี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่แล้ว


"เลิกพูดเรื่องนี้สักพักค่ะ ออกไปรอข้างนอกก่อน...อ๊ะ ถะ ถ้าอยากให้ไปด้วยก็ออกไปรอข้างนอก"


ผมยอมผละออกจากตัวเธอแล้วหมุนร่างเล็กให้หันมา มือหนาเชยคางเธอขึ้น "พี่ให้เวลาหนึ่งชั่วโมงนะที่รัก จุ๊บ!"


เมื่อเขาออกจากห้องไปแล้วก็เป็นหน้าที่ของช่างเสริมสวย วาณิริณเป็นคนสวยอยู่ทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากมาย ชุดราตรีสั้นสีน้ำเงินแม้จะดูเรียบๆ แต่เมื่อมาอยู่บนตัวของหญิงสาวกลับดูมีค่าถนัดตา  ภาคิณรู้ดี...ว่าที่เจ้าสาวของเขาไม่ชอบใช้ของที่แพงจนเกินไปจึงจัดหาในสิ่งที่พอเหมาะพอควรมาให้


เมื่อประตูเปิดออกชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ไม่ผิดอย่างที่หวังไว้จริงๆ เขาจ่ายเงินค่าจ้างแล้วจึงควงวาณิริณไปยังสถานที่จัดงานทันที


เมื่อมาถึง...สองหนุ่มสาวก็พากันเดินเข้าไปด้านในของงาน งานนี้มีแต่หุ้นส่วนของโรงแรม Voruntiana และแขกคนสำคัญที่ได้รับเชิญมาเท่านั้น อัศนัยซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นเพื่อนสนิทของภาคิณจัดขึ้นเพราะรายได้ของโรงแรมทะลุเป้าที่ตั้งเอาไว้


"ไอ้คิณ! ทางนี้" เขาโบกมือเรียกเพื่อนหนุ่มทันทีที่มองเห็น "แหม! ควงว่าที่เจ้าสาวออกงานเชียวนะ...สวัสดีครับ" อัศนัยกล่าวพร้อมยื่นมือออกไปทักทายวาณิริณที่เพิ่งเจอกัน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอสายตาของเพื่อนซี้ที่อยู่ข้างๆเธอ


"สวัสดีค่ะ" เธอตอบออกไปอย่างเป็นมิตร


"กำไรดีแบบนี้ กูถอนหุ้นดีไหม? ไอ้อ้น!" ภาคิณพูดเสียงเรียบพลางยกมือโอบเอวหญิงสาวข้างๆ


อัศนัยยิ้มแหยๆ "เห้ยๆ ไม่ต้องหึงขนาดนั้นก็ได้ ไปกันเถอะ...กูจัดโต๊ะไว้ให้แล้ว"


สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมายังผู้มาใหม่ของงาน บรรยากาศด้านในนั้นสร้างความอึดอัดให้วาณิริณอยู่ไม่น้อย เธอไม่รู้จักใครเลยสักคนเพราะไม่ค่อยได้ออกงานพวกนี้


บนโต๊ะนั้นถูกประดับไปด้วยอาหารหลายอย่างทั้งคาวหวาน ทุกคนที่นั่งรวมอยู่ก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจต่างๆซึ่งหญิงสาวทำได้เพียงแต่นั่งฟังเงียบๆ


"ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" ภาคิณพยักหน้าเบาๆเธอจึงลุกจากโต๊ะนั้นมา


ห้องน้ำที่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงาน...เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ววาณิริณก็นั่งนิ่งๆอยู่ในนั้นสักพัก ในหัวเธอรู้สึกหมุนติ้วๆ หลายๆเหตุการณ์ที่เข้ามาแบบไมาทันตั้งตัวรวมถึง...การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้


ระหว่างนั้น....


"ญาดา...เมื่อกี้ฉันเห็นพี่คิณของแกควงนังบ้านนอกนั่นมาด้วยแหละ"


"ก็แค่ของเล่นชั่วคราว เดี๋ยวเขาก็เขี่ยทิ้ง"


วาณิริณชั่งใจสักพักก็นั่งนิ่งๆฟังการสนทนาของผู้หญิงด้านนอกต่อ ทั้งๆที่เธอไม่ชอบอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่เลย


"หรอ? แกไม่เห็นข่าวบ้างหรือไงว่าเขาประกาศแต่งงานกันเรียบร้อยแล้วน่ะ ฉันว่าแกนั่นแหละกำลังจะกลายเป็นแค่ของเล่น"


"ไม่จริง!" เสียงเกรี้ยวกราดของญาดาดังขึ้น "อย่างพี่คิณน่ะหรอ? จะเอานังบ้านนอกนั่นมาทำเมีย"


"ไม่เชื่อแกก็ไปถามเขาเอาเองก็แล้วกันนะ บอกได้แค่นี้แหละ"


เสียงกระแทกเท้าดังขึ้นไม่นานก็เงียบลง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้วก็ค่อยๆเปิดประตูออกมา วาณิริณถอนใจหนักๆอย่างรู้ว่าอีกไม่นานชีวิตของเธอจะต้องเจอเรื่องวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่


ผู้หญิงที่ชื่อญาดาดูจะร้ายกาจไม่เบา...


ภาคิณใช้สายตามองหาว่าที่เจ้าสาวที่ไปเข้าห้องน้ำว่ามาหรือยัง เมื่อเห็นเธอเดินกลับมายังที่อย่างเงียบๆก็คิดว่าเธอคงจะอึดอัดอยู่ไม่น้อย ที่พามาด้วยก็พื่อจะให้เธอได้รู้จักกับเพื่อนๆของเขาไว้เท่านั้น


"พี่คิณคะ! ญาดามีเรื่องจะคุยด้วย"


ภาคิณเหวี่ยงสายตามาทางผู้หญิงที่อยู่ทางด้านซ้ายของเขา ชายหนุ่มทำสีหน้าหน่ายใจออกมา "ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ และอย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก"


"แต่เราเป็นว่าที่คู่หมั้นกันมาตั้งนานแล้วนะคะ ทำไม!? เพราะนังบ้านนอกนี่ใช่ไหมห๊ะ..."


ปึง !!!


บรรยากาศในงานเงียบลงทันทีเมื่อภาคิณทุบมือหนักๆลงบนโต๊ะ แววตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปทางญาดาที่กลืนน้ำลายฝืดคอ


"ฉันไม่เคยเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ ผู้หญิงเน่าเฟะไปทั้งตัวและยังหลายใจแบบเธอนี่น่ะไม่คู่ควรกับฉันสักนิด อย่าให้ได้ยินว่าพูดจาดูถูกว่าที่ภรรยาของฉันอีกเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้น..."


"พอเถอะค่ะ" วาณิริณดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ "ถ้าเขาพูดเรื่องจริงก็ปล่อยเถอะค่ะ ฉันเกิดจากบ้านนอกจริงๆนี่คะไม่มีอะไรต้องปฏิเสธ"


"ณิริณ!" ภาคิณมองเธอใจก็สั่น เขาเกรงว่าเธอจะอับอายต่อหน้าคนอื่นๆ อาจจะเป็นความคิดที่ผิดที่บังคับขืนใจเธอมากเกินไป


แต่วาณิริณกลับยิ้มบางๆส่งให้ "คนเราปฏิเสธที่มาของตัวเองไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่อายหรอก...คนที่ควรจะอายก็คือคนที่เอาแต่คอยจะประจารคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ค่าอะไรที่สมควรจะยกย่อง ใช้เงิน ผลาญเงินที่ไม่ได้หามาด้วยตัวเองไปวันๆ ปล่อยเวลาที่สูญไปเปล่าๆ เดี๋ยวก็เหี่ยวเฉาไปเองล่ะค่ะ"


"นี่แก !!!" ญาดาเดินเข้าไปกระชากแขนวาณิริณ มือเล็กง้างขึ้นหมายจะตบตีอีกฝ่าย "อะ...โอ้ยย เจ็บนะคะพี่คิณ โอ้ยยย"


"อย่าคิดทำอะไรเด็ดขาย ไม่เช่นนั้นฉันจะถอนหุ้นทั้งหมดจากบริษัทของพ่อเธอ ฉันทำจริงๆ...ไม่ได้ขู่" ภาคิณบีบมือของญาดาจนหญิงสาวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาเหวี่ยงเธอไปอีกทางอย่างไม่ใยดี


ญาดามองเขาที่กำลังปลอบประโลมวาณิริณด้วยความคับแค้นใจ  ผู้หญิงคนนั้นมีดีอะไร? ทำไมภาคิณจึงให้ความสำคัญนักหนา? ทั้งๆที่เมื่อหลายปีก่อนเขาให้เธอคือที่สุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมแพ้ เธอจะต้องนำเขากลับคืนมาให้ได้


อัศนัยเห็นท่าว่าเหตุการณ์จะบานปลายจึงรีบหาทางแก้ แขกคนอื่นๆที่กำลังสนใจกับเรื่องราวเมื่อสักครู่ก็ถูกจูงใจไปทางเจ้าของงานอย่างง่ายดาย


เมื่อเห็นว่ากลับสู่สภาวะปกติแล้วก็เดินกลับมารวมตัวกับกลุ่มที่นั่งรวมด้วยเมื่อสักครู่ "ไม่เห็นมึงเคยทำกับผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลยว่ะ กูล่ะกลัวใจจริงๆ"


"ก็ไม่มีอะไรนี่หว่า! คนที่มองว่าคนอื่นไร้ค่าและวันๆไม่ทำอะไรแบบญาดา...ใครได้เป็นเมียถือว่าซวยสุดๆ" ภาคิณกล่าว


"ก็จริงว่ะ!...คุณณิริณคงไม่รู้สึกเบื่อจนเกินไปนะครับ" อัศนัยสังเกตสีหน้าหญิงสาวแล้วจึงพูดขึ้น


"ไม่หรอกค่ะ! ไม่เคยมางานแบบนี้เลยทำตัวไม่ค่อยถูก" วาณิริณยิ้ม "ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ"


"ไม่หรอกครับ" อัศนัยไม่กล้าจะพูดอะไรมาก เพราะภาคิณดูจะหวงเธอเสียเหลือเกิน


ในงานใช่ว่าจะจบเรื่องวุ่นๆลงเสียเมื่อไหร่ บรรดาชายหนุ่มนั้นต่างพากันมาเดินป้วนเปี้ยนแวะเวียนมาใกล้ๆวาณิริณ บางคนก็แสร้งทำเป็นเข้ามาถามเรื่องเครื่องสำอางค์สำหรับคนสูงอายุ ซึ่งหญิงสาวก็ตอบไปตามมารยาท


แต่คนที่พามานี่สิ!


"ถ้าคุณณวัฒน์สนใจเรื่องเครื่องสำอางค์จริงๆ ติดต่อผ่านเลขาของณิริณก็ได้นะ มาอยู่ใกล้ๆแบบนี้เนี่ย...ผมไม่ค่อยชอบ" ภาคิณกดเสียงต่ำและแสดงความเป็นเจ้าของวาณิริณต่อหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งมาขอร่วมโต๊ะชั่วคราว


"เขามาถามเพราะจะซื้อให้แม่เขา อย่าเสียมารยาทสิคะ!" เธอตอบแบบไม่ได้คิดอะไร ใครดีมาก็ดีกลับไปเท่านั้น


"ขอบโทษนะครับคุณภาคิณที่ทำให้ไม่พอใจ เอาไว้ผมจะติดต่อไปที่บริษัทของคุณณิริณวันหลังดีกว่านะครับ" ณวัฒน์ยิ้มสุภาพ


"ยินดีค่ะ!!"


ภาคิณมองจนกระทั้งณวัฒน์ออกไปจนพ้นสายตา คราวนี้เขาหันไปทางอัศนัยที่อยู่ตรงหน้า วาณิริณรู้ดีว่าเขากำลังไม่พอใจก็ทำนิ่งเข้าไว้...ในใจหญิงสาวเริ่มนึกหวั่นๆเพราะสายตาของภาคิณนั้นไม่สามารถเดาสิ่งที่เขาคิดไว้ได้เลย


"กูกลับก่อนนะเว้ยไอ้อ้น! พอดีณิริณเขาอยากจะซ้อมทำหน้าที่เมีย"


พูดจบก็ดึงร่างของเธอที่พยายามขัดขืนเต็มที่ ภาคิณนั้นร้อนรุ่มอยู่เต็มอก...เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ คงเพราะเขาเฝ้าดูเธอ เฝ้ารอเธอ และเฝ้ารักเธอมานานจึงได้หึงหวงมากเป็นพิเศษ ตอนนี้ในหัวกลับมีความคิดที่ว่า...ขืนใจเธอเท่านั้นถึงจะได้ครอบครองตัวเธอ


ปึง!


ภาคิณขับรถมุ่งหน้ามายังบ้านพักที่ประจวบฯ ด้วยความเร็ว ตลอดทางเพราะวาณิริณคิดจะกระโดดรถหนีก็ใช้เนคไทของตัวเองมัดมือทั้งสองข้างของเธอติดกับที่ยึดด้านบน


"ฉันไม่ไปนะ ฮึก ฉันจะกลับบ้าน"น้ำตาเอ่อล้นออกมา จนป่านนี้หญิงสาวยังไม่เข้าใจว่าทำผิดอะไรจึงต้องทำกับเธอเช่นนี้ "ปล่อยเถอะนะ ฮึก คุณภาคิณ...ฮือ"


เสียงสะอื้นของเธอทำภาคิณรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย ทั้งๆที่ในใจไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้แต่เขากลับเลือกที่จะทำตามอารมณ์เสียมากกว่า ร่างสูงโทรศัพท์หาคนดูแลบ้านพักให้จัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เขาสั่ง จากนั้นจึงต่อสายตรงหาเทวินทร์เพื่อบอกว่าเขากำลังจะไปที่ไหนและกำชับว่า...ถ้าไม่มีอะไรสำคัญไม่ต้องตามมา


โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าวาณิริณจะเต็มใจหรือไม่...


ราวๆ 4 ชั่วโมงเศษ


เอี๊ยดดดด....!!


รถหรูจอดนิ่งสนิทตรงที่ของมัน เขาลงจากรถก็รีบวิ่งมาอีกฝั่ง แก้มัดแล้วช้อนตัวร่างบางขึ้นอุ้ม อีกคนก็พยายามดิ้นหวังว่าจะหลุดพ้นจากอ้อมแขนของซาตานร้าย


แต่มันไม่เกิดผลอะไรเลย...

เขาอุ้มเธอมาวางยังเตียงนอนกว้างพร้อมครอบร่างของเธอไว้ไม่ให้หนี แววตาของเขาไม่สามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกได้เลย วาณิริณรู้แค่ว่าตอนนี้เธอกลัวเขา...น้ำตาเธอไหลออกมาโดยไม่สามารถอดกลั้นได้


"ฮือ ยะ...อย่าทำแบบนี้ ฮึก เลยนะคุณภาคิณ" สองแขนถูกรวบตรึงขึ้นเหนือหัว กายสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว


ภาคิณค่อยๆทิ้งกายลงทับบนตัวเธอ "บอกแล้วว่าไม่ชอบให้ใครขัดใจ ทำไมต้องสนิทสนมกับมันแบบนั้น ดูไม่ออกหรือไงว่ามันเข้ามามีจุดประสงค์อะไร"


"ก็...เขา ฮึก แค่มาถามเรื่องสินค้า ฮึก นะ กรี้ดดด ฉะ...ฉันเจ็บ ฮืออ" จู่ๆก็ออกแรงบีบข้อมือเล็กเต็มแรง ดวงตาพล่ามัวไปหมดเพราะน้ำใสๆที่กำลังไหลรินออกมา "ปล่อยเถอะนะ ฮือ" วาณิริณสะอื้นขอร้องด้วยน้ำเสียงเว้าวอน


ภาคิณใช้แรงจนตัวสั่น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องทำแบบนี้ เพียงแค่หึงหวงที่เธออ่อนโยนกับชายอื่นต่อหน้าเขา ก็เพราะผู้ชายด้วยกันนั้นดูออก... นางฟ้าคนสวยที่บัดนี่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ใต้ร่าง คนที่เขาเฝ้ารอจะเป็นของใครไปนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น


"หึ! คงปล่อยไม่ได้แล้ว ว่าจะรอจนกว่าจะถึงคืนเข้าหอ..." สายตาโลมเลียเลื่อนต่ำลง ใบหน้าหล่อโน้มเข้าจูบซับที่แก้มเนียน


"ฮือๆ~" วาณิริณหดคอหนีไม่ยอมให้เขาทำตามใจ เธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะขยับเสียแล้ว


"ทีกับพี่ล่ะทำหนี ทำไม? พี่ต้องทำแบบไหนณิริณถึงจะยอมพี่บ้าง" เธอนิ่งไม่ตอบเอาแต่สะอื้นอยู่ถ่ายเดียว ภาคิณเริ่มอารมณ์เสีย..."ดี! จะโทษพี่อย่างเดียวก็ไม่ได้นะ...เพราะณิริณบังคับให้พี่ต้องทำ"


"ทะ...ทำอะไร? กรี้ดดดด"


แควก!!


ชุดที่ใส่ถูกกระชากขนขาดวิ่นเผยเนินอกขาวอวบจำเริญตา ขาเล็กออกแรงทั้งถีบทั้งดันแต่ก็ไม่สามารถสู้ภาคิณได้เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำแล้วยังกดจูบแบบไม่เปิดช่องให้เธอหายใจได้เลย


ภาคิณสติขาดด้วยความกระหาย หลากหลายอารมณ์ประเดประดังเข้ามา...โชคร้ายที่ผู้รับเคราะห์นั้นตกมาอยู่ที่วาณิริณ สู้รบกันอยู่นานเขาก็เป็นฝ่ายชนะและสอดลิ้นเข้าไปวิ่งวนในโพรงปากเล็กได้สำเร็จ


ความหวานละมุนทำเอาชายหนุ่มซาบซ่านไปทั้งตัว แต่อีกคนกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย...เธอมีแต่ความกลัวทับถมอยู่ในทรวง


"อ้าา~ จุ๊บ" ปากหยักจูบซับไปทั่วใบหน้าของนวลนาง เลื่อลงมายังซอกคอขาวก็ขบเม้นไปรอยแดงช้ำๆไปทั่ว "อื้ม...ณิริณของพี่หวานจัง พี่แทบทนไม่ไหวแล้ว"


"ฮึก ไม่เอานะ ฮืออ พะ พี่คิณ ปละ...ปล่อยณิริณเถอะนะคะ ฮึก ขอร้อง" มือเล็กที่เป็นอิสระยกขึ้นไหว้ตัวสั่นงกๆ หวังว่าเขาจะเมตตาเธออยู่บ้าง


ภาคิณเงยหน้าขึ้นก็เลิกคิ้วหน่อยๆ "เมื่อกี้เรียกว่าอะไรนะครับ หืม!?"


ถ้าหูเขาไม่ฝาด...วาณิริณเรียกเขาว่า 'พี่' อาจจะเป็นเพราะเธอกลัวเขาจึงพูดออกมาเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ทำให้ภาคิณลดความรุนแรงลงได้เยอะ มือหนาลูบหน้าสวยเบาๆพร้อมปาดน้ำตาให้เธอ


"แต่คืนนี้...ยังไงณิริณก็ต้องเป็นของพี่ และเป็นของพี่แค่คนเดียว"


"มะ...ไม่เอา อื้อออ" ปากกระจับถูกครอบครองโดยซาตานร้ายอีกครั้ง


สองมือดึงกระบราเซียลงแล้วขยำเต้าอวบสองข้าวคล้ายจะบีบให้แตกคามือ กำปั้นนั้นทุบและดันแผงอกแกร่งจนหมดแรง ภาคิณไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด...ตรงกันข้าม เเสื้อผ้าทุกชิ้นถูกเขาออกแรงกระชากออกหมดจนเหลือแต่ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ แต่เพราะเธอขัดขืนเขาจึงใช้เนคไทอันเดิมผูกมัดข้อมือทั้งสองข้างเธอไว้กับหัวเตียง มันไม่ต่างอะไรกับพวกซาดิสถ์แต่เขาก็ยอมทำ...ถ้ามันจะทำให้เขาได้ครอบครองตัวเธอ


แกนกายลำใหญ่ผงาดชูช่อ ภาคิณยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วใช้ลิ้นชิมรสหวานจากกายสาว ยอดอกสีทับทิมช่างล่อตาล่อใจยิ่งนีก ชายหนุ่มไม่ลังเลเลยที่จะดูดกินด้วยความหื่นกระหาย ทั้งๆที่ร่างบางไม่ได้รู้สึกร่วมเลยสีกนิด


"จ๊วบๆ อื้มม"


"กรี้ดดดด"


"ณิริณ !!!"


วาณิริณเห็นก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นความเป็นชายที่อยู่ตรงหน้า ด้วยเรี่ยวแรงที่หายไปกับอาการช็อคด้วยสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็สลบเอาเสียดื้อๆ


ภาคิณชะงักและใจสั่นเมื่อทำอย่างไรนางฟ้าของเขาไม่มีท่าทีที่จะตื่นขึ้นมา เขาแกะปมที่มัดเธอไว้ออกแล้วขยับร่างบางให้นอนดีๆ


"ณิริณ..." เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอเบาๆ เขาเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์ลงไป ร่างสูงเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนน้อยพร้อมกะละมังใบเล็ก ใส่น้ำอุ่นๆแล้วนำผ้าชุบบิดหมาดๆมาซับตรงที่ใบหน้าของเธอ "พี่ขอโทษ"


กดจูบเบาๆตรงหน้าผากมน จะลักหลับหรือก็ใช่เรื่อง...เขาผิดที่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งจนเผลอทำร้ายหญิงสาวผู้แสนดีที่เป็นดั่งดวงใจไปเสีย  เขารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากขึ้นอีกกับการจะได้หัวใจของเธอ


ทำตัวเองแท้ๆเชียว...


เช็ดตัวให้เสร็จก็ห่มผ้าให้เธอ ภาคิณล้มจลงนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน แขนใหญ่โอบกระชับร่างอรชรไว้ในอ้อมแขนแล้วจูบวนไปทั่วทั้งแก้มและไหล่ของวาณิริณ


"พี่จะพยายาม จุ๊บ!! ขอโทษนะครับ...นางฟ้าของพี่"

____________________100%_____________

ติดสินบนน้องสาวเขาเลยหรืออออคะคุ้ณณณ

ซ้อมอะไร...น้องนางยังไม่ได้บอกเลยนะคะคุณขาาา

โรคจิตจริมๆเลยตาคนนี้ (แล้วใครเชียน ฮ่า)

ครบแล้วจ้าา มาช้าแต่ก็มานะจ๊าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น