June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

37. เหตุผล ( นนท์ ) ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 37. เหตุผล ( นนท์ ) ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
37. เหตุผล ( นนท์ ) ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท  Part

ผมนั่งเหม่อในรถแท็กซี่หลังจากที่เเยกกับต่อ   เพราะต่อต้องไปทำธุระให้ที่บ้านผมเลยจะกลับเอง

ไอ้นนมันทำแบบนั้นทำไมและอะไรที่ผมกำลังเข้าใจผิดและคนที่จะให้คำตอบผมได้คือ... ไอ้กร ผมเลยบอกรถให้เลี้ยวกลับไปที่บริษัทไอ้กร

พอมาถึงเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์บอกให้ผมรอที่โซฟารับแขก ผมนั่งมองไปรอบๆ ตกแต่งอย่างสวยงามสมกับเป็นสถาปนิกสุดหล่อ

" อ้าวคุณนัทมาหากรหรือคะ " 

หลินเธอเดินผ่านมาเเละทักผม ผมก็ลืมไปว่าเธอทำงานที่นี่

" ครับ "  ผมบอกไปอย่างสุภาพแล้วเธอก็นั่งลงข้างๆผม และขยับมาใกล้จนผมตกใจแล้วเธอก็คุยเรื่องอยากสั่งคุกกี้จำนวนเยอะ ไปให้สถานเด็กกำพร้าซึ่งเธอบอกว่าแฟนเธอชอบ และผมก็รับปาก เธอดีใจเอามือมาจับมือผมแน่นผมมองแหวนที่มือเธอด้วยความเจ็บปวดเหมือนกันกับไอ้นน แหวนคู่จริงๆ

" นัท มีธุระอะไรหรือป่าว "

ไอ้กรเดินมาถามขึ้น หลังจากที่ไม่เจอมันเป็นอาทิตย์

" มีนิดหน่อย " 

ผมบอกออกไปและเหมือน หลินจะรู้เธอลุกขึ้นเเละบอกกำชับผม

" เดี๋ยวหลินไปคุยรายละเอียดที่ร้าน " 

เธอบอกแล้วเดินไปเอาไหล่ชนไอ้กรจนไอ้กรตัวเอียง

" หลบไป กรเกย์ " 

แล้วเธอก็เดินไปดูมองท่าทีที่สนิทสนมกันแล้ว ผมรู้สึกแปลกๆเหมือนผมกำลังอิจฉาเธอ

" จะคุยที่นี่หรือเปล่าไอ้เสกอยู่ที่ห้องทำงานน่ะ "

ไอ้กรบอก​ดีเลยอยู่กันครบ​ ผมเลยเดินนำหน้ามันไปเข้าห้องทำงานมัน

" อ้าวเห้ มาได้ไง " 

เสียงไอ้เสกเอ่ยดูเหมือนมันกำลังนั่งทำงานให้ไอ้กรอยู่

" นั่งรถมา " ผมบอก

" อารมณ์ไม่ดีนี่หว่า " ไอ้เสก​บ่นพึมพำ

"  มีเรื่องอะไรหรือว่าเรื่องที่ร้านก็น่าจะโทรมาบอก​  " 

ไอ้กรถามผมแต่อารมณ์ผมตอนนี้มันได้ประทุขึ้นเเล้ว

" กรมึงมีเรื่องอะไร ที่โกหกกูมั้ย?  " 

 ผมถามออกมาไอ้กรนิ่ง

" มี  " ไอ้กรตอบกลับมา

" มึงเองก็ไม่ต่างจากเพื่อนมึงทั้งที่กูไว้ใจมึงมากที่สุด " 

ผมตำหนิมันด้วยความน้อยใจ

" ใจเย็นนัทมันมีเหตุผล "  ไอ้เสกแทรกขึ้น

" มึงก็ด้วยเสกพวกมึงรวมหัวกันหลอกกู " 

ผมไม่ไหวเเล้ว เพื่อนทั้งสองคนได้​แต่​มอง​หน้า​กัน​นิ่ง

" มึงรู้อะไรมา " ไอ้กรถามเสียงนิ่ง

" มึงรู้เรื่องไอ้นนทุกอย่างเรื่องที่ซานฟรานซิสโกเรื่องผู้หญิงคนนั้นเรื่องแหวนแต่งงานนั่น " ผมบอก

" เดี๋ยวนะ แหวนแต่งงานอะไรมึงรู้มาจากไหน "  

ไอ้กรยังถามต่อ

" เมล์มึง หลินเป็นคนส่งมา " ผมบอกเสียงสั่น

" อ๋อรูปนั่นนั่นเอง "  

ไอ้กรทำท่าทีเฉยๆและเดินไปหยิบบางอย่างในลิ้นชัก ออกมาวางบนมือผมแหวนสีเงินนั่นเหมือนกันกับหลินกับที่ไอ้นนใส่

" ทะทำไม มึงมีแหวนนี่ "

ผมถามออกไปด้วยท่าทีตกใจเพราะ​ว่า​มัน​เหมือน​กัน​กับ​แหวน​ไอ้นน

" ก็ชื้อมา "  ไอ้กรบอกและเสียงไอ้เสกก็บอกว่า 

" กูก็มี " ไอ้เสก​ร้องบอก​

" หลินก็มี " ผมพูดออกมาเบาๆ

" นี่อย่าบอกนะ ว่ามึงคิดว่าไอ้นนกับหลิน โอยยยยย " 

ไอ้เสกเอามือกุมหัวตัวเอง

" ที่มึงบอกว่าไอ้นนเปลี่ยนนี่คือสิ่งนี้หรอ​  สงสารใครดีว่ะ งานนี้ "  

ไอ้เสกยังร่ายคำยาวส่ายหน้า​ไปมา​

" แล้วมันคืออะไรกร  "

ใจผมเริ่มเต้นถี่ไม่รู้ด้วยความรู้สึกแบบไหน

" แหวนนี่นะ เป็นเหมือนเครื่องรางตอนนั้นเจอซินแสเค้าแนะนำมาก็เลยพากันซื้อ เหมือนกับความเชื่อที่ว่าใส่ไว้แล้วจะสมหวัง อะไรแบบนั้น "

จากนั้นไอ้กรก็เล่าเรื่องยาวให้ผมฟังว่าหลินกับไอ้นนเป็นเพื่อนกันคอยช่วยเหลือ  ไอ้นนตอนอยู่ที่โน่นและที่สำคัญหลินไม่มีทางคิดอะไรกับไอ้นนแน่ๆ เพราะเธอเป็น เลส และแต่งงานแล้วด้วยแถมยังเป็นเจ้านายไอ้กรอีกเพราะหุ้นส่วนที่สูงกว่า ตอนไอ้นนถอนหุ้นออกนั้นทำให้บริษัทเกือบล่ม ดีที่เธอให้ทุนเข้ามา

นี่ผมพลาดอะไรไปบ้างใน1ปีที่ไอ้นนหายไป

" แต่ก็ไม่ควรโกหกทั้งที่เคยสัญญากันเเล้ว " 

ผมเอ่ยเหมือนน้อยใจ

" ขอโทษนัทกูก็ไม่รู้จะเอาคำไหนมาพูด มึงจะโกรธจะเกลียดหรือไม่ให้อภัยพวกกูก็ไม่เป็นไรขอแค่อย่าเกลียดไอ้นนแค่นั้น "  

ไอ้กรพูดออกมานาทีสุดท้ายมึงก็ยังปกป้องมัน

" ช่างเถอะพอแล้วเพราะมันจบแล้วอีกอย่างกูก็มีคนใหม่จะมานั่งโกรธพวกมึงก็ไม่ใช่ " 

ผมบอกเพื่อคลายปัญหาทั้งหมด

" แค่อยากให้ยอมรับคนใหม่กู  " 

ผมบอกและหันไปทางไอ้เสกด้วย  ทั้งสองพยักหน้าเป็นคำตอบ

" เออ ทำไมมึงไม่ใส่แหวนเหมือนสองคนนั่น  " 

ผมยังสงสัยอยู่

" ไอ้กรมันไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ " 

ไอ้เสกตอบแทนและไอ้กรก็ส่งสายตาดุไปงั้นแสดงว่าไอ้นนมันเชื่อมันถึงใส่ ผมคิดในใจ

" ช่วงนี้กูขอห่างๆล่ะกันยังไงกูก็ยังรู้สึกแย่อยู่  " 

คำว่าห่างๆของผมพวกนั้นรู้ดีว่าหมายถึง  อย่ามาเจอสักพัก ผมทำท่าจะเดินกลับ

" ยังมีเหตุผลของไอ้นนที่มึงไม่รู้ "

ไอ้เสกพูดขึ้นตามหลังผมและเสียงของไอ้กรหันไปตะคอก

ไอ้เสก!!    ไอ้กรส่งสายตาขู่ออกไปผมหยุดนิ่งอยู่กับที่

" ขอกูพูดกร เราไปผิดทางมานานเเล้วมัวแต่รักษาเพื่อน​อีกคน โดยไม่รู้ว่าได้ทำร้ายเพื่อน​อีกคนหนึ่ง​ไปอย่างช้าๆ  "

ไอ้เสกบอก

" ไอ้นนตอนนี้มันก็แค่ผู้ชายที่ติดเหล้าผ่าตัดขาไป2ครั้งแถมยังมีแผลน่าเกลียดที่ขาและมีเงาของคำว่าฆาตกรที่สังคมพยายามยัดเยียดให้มัน  นี่ไงล่ะเหตุผลของมัน  "

ผมนิ่งไปกับเรื่องที่ได้ยินแล้วเหตุการณ์ต่างๆก็ลอยเข้ามา

" มันอยู่ที่คอนโดเก่ามึงถ้ามึงยังคาใจ  "

ไอ้เสกพูดผมไม่ตอบมันเดินออกจากห้องโดยไม่บอกลาเพื่อนทั้งสอง

ผมนั่งอยู่ป้ายรถเมล์เกือบ20นาทีสุดท้ายก็ตัดสินใจเรียกแท็กซี่บอกปลายทางที่จะไป

ผมกดกริ่งสองครั้งด้วยใจเต้นเเรง เป็นครั้งแรกที่ผมเกิดความกล้าแต่ด้วยความอยากรู้ผมจึงมายืนอยู่หน้าห้อง 1702

" มาทำไม "

ไอ้นนถามผมด้วยสีหน้าตกใจปนสังสัย ดูเหมือนมันเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จใส่แค่ชุดคลุม ผมไม่ตอบเดินเบียด​เข้าไปสำรวจห้องที่ผมเคยอยู่ ตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงนอนใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง  และกระป๋องน้ำอัดลมล้มเกลื่อน

ติดเหล้า รอบำบัด น้ำอัดลมคือจินตนาการ ผมคิดในใจ

" มาฟังคำอธิบาย "  

ผมบอกและมองหาที่นั่งมีแค่เตียงที่นั่งได้เลยเดินไปนั่งลง

" อยากรู้เรื่องไหน  "

ไอ้นนถามและนั่งลงหันหลังให้ผมตอนนี้ผมกับมันนั่งหันหลังให้กันบนเตียงคนละฝั่ง

" มึงยังรักกูมั้ย  "

ผมถามจริงๆผมไม่ชอบคำหวานๆเลยแต่ที่ถามเพราะว่าอยากรู้เหตุผลเพื่อตัดสินใจอีกครั้ง

" รัก รักมาตลอด "

ไอ้นนตอบเสียงนิ่งสไตล์มันหัวใจผมเริ่มเต้นแรง ทั้งที่คิดว่าจะไม่วาบหวามกับคำแบบนี้ของมันอีกแล้ว

" กูจะเชื่อมึงได้มั้ยทั้งที่ผ่านมามึงทำมันขัดแย้งกันมึงทิ้งกูไป "

ผมยกเอาเรื่องเก่ามาพูด

" ขอโทษ ที่ทำร้ายมาตลอด "  

ไอ้นนพูดเสียงสั่นผมเริ่มจับน้ำเสียงมันได้

" ไม่นน มันไม่ได้ทำร้ายกูเลยแค่มึงไม่บอก ปล่อยกูโง่มาตลอด ทั้งที่มันควรจะเจ็บนิดเดียวตอนมึงไปแต่นี่มึงกลับมา​  มึงไม่ได้ทำร้ายกูเลยสักนิดเดียว "

ผมตัดพ้อประชดออกมาด้วยความน้อยใจ

" กูขอโทษตอนนั้นกูเกิดกลัวปัญหาทุกอย่างมันรุมเร้าทำให้ตัดสินใจ คนเดียวโดยไม่ถามมึงสักคำและเลือกทำร้ายมึงแต่กลับปกป้องคนอื่นไม่ได้หวังให้มึงให้อภัยแค่หวังให้มึงเข้าใจแค่มึง​เท่านั้น​ พูดไปก็เหมือนแก้ตัว เพราะมันคาราคาซังมานาน​ แต่ก็ต้องพูดถึงแม้กูจะเสียมึงไปแล้วก็ตาม "

" และวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะพูดเรื่องนี้สิ่งที่กูทำไปผล​ของมัน​ตอนนี้กูกำลังก้มหน้ายอมรับมันอยู่  "

ผมนิ่งฟังมันถึงเหตุผลที่ผมอยากรู้มาตลอด ทำไมผมถึงไม่รู้สึกดีใจ หรือโล่งใจเลยที่ได้รู้ ผมมองแผ่นหลังของมันที่สั่นเทิ่ม มันร้องไห้ หรือ?

ผมลุกขึ้นยืน และเดินอ้อมปลายเตียงยืนใกล้ๆมันเอามือวางที่บ่ามันแล้วผลักมันลงบนเตียงรีบเอามือเปิดชุดคลุมมัน มองที่ช่วงขาด้วยความเร็ว และผมก็เห็นแผลนั่นที่ไอ้เสกพูด ผมอึ้งไปนานทำให้ไอ้นนได้โอกาสพลิกตัวเองขึ้นและลุกเดินไป

" บ้า​เอ๊ย... ถูกเห็นจนได้  "

มันพูดสบถ​เสียงเบา​สีหน้าเจ็บปวด และรีบใส่เสื้อผ้าโดยไม่สนใจอาการนิ่งของผม มันใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยเเละเดินไปทำงานของมันที่โต๊ะ

"  ทะ ทำไม ไม่บอก "

ผมพูดเหมือนกำลังซ๊อคกับภาพตรงหน้า รอยผ่าตัดรูปเครื่องหมายบวกแสดงให้เห็นว่าผ่าไป2ครั้งแผลเนื้อตายที่ปูดขึ้นมาเป็นตะปุ่มตะป่ำสีแดงจางๆ  แค่มองก็รู้ถึงระดับความเจ็บปวดว่ามากแค่ไหน   

นน มึงทนกับเรื่องแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ผมคิด

" กูทำตัวเองนัทและตอนนี้กูก็กำลังรับผลของมันอยู่ มึงกลับไปซะอย่ามาที่นี่อีก " 

ไอ้นนยืนหันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้า เอ่ยปากไล่ ผมตอนนี้ในหัวผมกำลังวุ่นกับเรื่องที่ได้รู้ ผมต้องทำไงดี ผมเดินออกจากห้องไอ้นนอย่างช้าๆ

ไอ้นนคนที่เคยเพียบพร้อมทุกอย่าง เรื่องราวร้ายๆต่างๆที่เกิดขึ้นกับมัน ส่วนหนึ่งก็มาจากผมด้วย ผมมองตัวเลขของลิฟต์ที่กำลังวิ่งลงมาอย่างช้าๆแล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออก มีเสียงคนเรียก จะเข้ามามั้ยครับ  นั่นปลุกสติอันล่องลอยของผม แล้วผมก็วิ่งกลับอย่างเร็วมายืนหอบอยู่หน้า ห้อง 1702 กดกริ่งรัวๆ จนเจ้าของห้องเปิดประตูออกมา

ผมโผเข้ากอดมันแน่นมันอึ้งไปตัวเเข็งทื่อและพยายามแกะมือผมออก แต่ผมยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีก

" นัท เป็นอะไร " ไอ้นนถามด้วยความตกใจ

" กูอยากรู้เรื่องของมึงปีที่ผ่านมา กูอยากรู้มากกว่านี้ทั้งคืนกูก็จะฟัง "

ไอ้นนไม่ตอบแต่รู้สึกถึงแรงกอดที่แน่นขึ้นเหมือนร่างกายของผมจะแหลกในอ้อมกอดนั้น

เหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เเค่ไอ้นนที่ผิด ผมเองก็พลาด

ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมพยายามบอกทุกคนว่าผมเสียใจและอ่อนแอแค่ไหนเพื่อให้ ทุกคนโยนความผิดมาที่มัน

แต่ไอ้นนมันกลับปกปิดทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ใครรับรู้ถึงความอ่อนแอของมัน

ทั้งที่มันก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่เอามีดกรีดตรงไหนก็จะมีเลือดสีแดงไหลออกมา  ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ผมคิดนานในอ้อมกอดมัน

แล้วไอ้นนก็พาผมเดินถอยหลังไปโดยไม่คลายอ้อมกอดออกและดันไหล่ ให้นั่งลงบนเตียง มันนั่งคุกเข่าลงตรงระหว่างขาผม เอามือทั้งสองของผมไปกุม

" ขอบคุณนะ​ " และมันก็ยิ้มออกมา

ต่อไปมึงจะได้พูดคำนี้กับกูทุกวันผมคิดและยิ้มตอบมันไป

___________________________

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}