x_Lupin_x

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 04 [100%]

ชื่อตอน : ♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 04 [100%]

คำค้น : เป็นของธนัช,แฟร์,กุ๊กกี้

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♢เป็นของธนัช♢ CHAPTER 04 [100%]
แบบอักษร
#
 
#
#
 

 

CHAPTER 04

 

เป็นของธนัช l

 

 

 

            เราใช้เวลาไม่นานในการออกจากห้าง ก็หลังจากที่เขาคุยโทรศัพท์กับเด็กชื่อลูกอม น้องรหัสของเขาเสร็จนั่นแหละ สุดท้ายของขวัญวันเกิดเทมส์เลยถูกเลือกส่งๆอย่างรีบเร่ง ฉันไม่รู้เขาจะปลื้มใจไหมที่นัทเลือกจีสตริงแบบซีทรูสุดเซ็กซี่ให้เขาเป็นของขวัญ

            ฉันพยายามห้ามแล้ว แต่เราไม่มีเวลามากพอเลือกของขวัญชิ้นอื่น

            หลังจากเราอาบน้ำด้วยกันเสร็จ ฉันก็แยกมาแต่งหน้าก่อน ส่วนนัทน่ะ...พอแต่งตัวเสร็จ เขาก็ออกไปนั่งดูทีวีระหว่างรอฉันอยู่ด้านนอก

            ฉันพาตัวเองมาที่ตู้เสื้อผ้า ไล่สายตาเลือกเสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายอยู่ในนั้น ก่อนจะหยิบชุดเดรสแบบคล้องคอสีดำออกมา เพราะมันเปลือยหลัง ถ้าใส่บราแบบปกติมันคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่ ฉันเลยเลือกใส่บราแบบซิลิโคนแทน ทั้งไร้สาย บางเบา แถมเสริมอกให้ดูสวยได้รูปด้วย

            ฉันจัดการสวมชุดเดรสและยืนจัดทรงผมตัวเองอยู่หน้ากระจกตู้เสื้อผ้า

            เสียงหมุนลูกบิดประตูดังขึ้นจากทางด้านหลัง

            แกร๊ก    

            ร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในห้อง ฉันไม่ได้หันไปมอง แต่เราสบตากันผ่านกระจกใสแทน นัยน์ตาคมกริบไล่สำรวจฉันตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ก่อนที่เรียวคิ้วเข้มจะขมวดจนแทบจะเป็นปมขึ้นมาทันที

            ดูเหมือนจะมีปัญหา...

            “โป๊ไป ใส่ตัวอื่นนั่นไง พูดถึงปัญหา ปัญหาก็มาเลย

            ทุกทีก็ใส่แบบนี้นะ ฉันหันหลังมาเผชิญหน้ากับนัทตรงๆ สายตาคู่คมดูขุ่นเคืองมาก ยอมรับก็ได้ เดรสตัวนี้อาจจะโป๊กว่าตัวอื่นนิดหน่อย เพราะมันเปลือยหลัง แต่มันก็ไม่ได้โป๊อะไรขนาดนั้น เพราะฉันชอบใส่ชุดแนวนี้อยู่แล้ว พวกเดรสพริ้วๆ ใส่สบายๆน่ะ

            “แหวกจนเห็นทั้งหลังแบบนี้ ไม่โป๊ยังไงวะแฟร์

            แล้วจะให้แหวกข้างหน้าแทนมั้ยล่ะ

            ตึง!

            ร่างสูงเดินเข้ามาประชิดตัวฉันเร็วมาก เขาเท้าฝ่ามือลงกับตู้เสื้อผ้าซะแรงจนเกิดเสียงดังของการกระทบกันของวัตถุ นัยน์ตาสีเข้มไล่สำรวจไปทั่วทั้งใบหน้าฉัน ก่อนจะหลุบมองริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีพีช

            เขาดูหงุดหงิดมากจริงๆ

            ไม่ตลก คนตัวสูงบอกเสียงเข้ม แถมยังยื่นมือมาสัมผัสหน้าอกกันหน้าตาเฉย เขาคลึงความนุ่มนิ่มผ่านเนื้อผ้า เขาจ้องหน้าอกฉัน ก่อนจะถามต่อ เสื้อใน ใส่ไหม

            ใส่แล้วสิ ฉันพยายามเอี้ยวตัวหนี เพราะสัมผัสวาบหวามที่ได้รับ ทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่างกาย ถึงแม้เขาจะไม่ได้สัมผัสมันตรงๆก็ตาม

            แต่ธนัชก็คือธนัช ร่างกายเขาแข็งแรงและสมบูรณ์แบบ นั่นทำให้เขายิ่งผลักดันฉันจนแผ่นหลังชิดกับตู้เสื้อผ้าได้อย่างง่ายดาย

            ไม่ชอบชุดนี้

            ฉันคิดว่านัทกำลังจะงอแงอีกแล้ว

            ช่วงนี้เขาเป็นอะไรไปนะ รู้สึกจะมีปัญหากับฉันหลายๆอย่างเหลือเกิน

            ทำไมต้องแต่งสวยประโยคนี้น่ะ เขาถามออกมาตอนที่ไล่สายตาไปตามกรอบใบหน้าฉัน มันรู้สึกร้อนนิดๆเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาแบบนี้ กับถูกสัมผัสความอ่อนนุ่มด้วยมือข้างนั้น

            “เป็นอะไรคะเนี่ย แฟร์ก็แต่งของแฟร์แบบนี้ทุกวัน

            ฉันช้อนสายตาขึ้นมอง ใบหน้าหล่อเหลาดูหงุดหงิดกว่าที่เคย ฉันไม่ใช่คนแต่งหน้าจัดอะไรเลย แค่แต่งเติมนิดหน่อยให้ดูไม่โทรมก็เท่านั้น เรียกว่าเป็นเอฟวรี่เดย์ลุคเลยก็ได้

            ไม่รู้ ไม่ชอบ ไปเปลี่ยน เขาออกคำสั่ง บีบบังคับกันทางสายตา แถมมือหนาก็ทำท่าจะกระชากชุดเดรสออกจากตัวให้กันด้วย

            เปลี่ยนได้ไง ตามธีมเขาให้ใส่สีดำนี่ แฟร์มีเดรสสีนี้ตัวเดียวด้วย ฉันอธิบาย แต่ดูเหมือนเด็กดื้อจะไม่ยอมเข้าใจ สายตาของเขาน่ากลัวมาก

            หวงกันหรือไง

          ก็อยากเปลี่ยนตามใจเขาหรอกนะ อย่างที่บอก...ธีมงานวันนี้คือ ‘Back To Black’ นั่นแสดงว่า...ทุกคนที่ไปปาร์ตี้ต้องแต่งสีดำกันหมด มันไม่ใช่ความคิดของเจ้าของงานอย่างเทมส์หรอก

            แต่...เพราะปาร์ตี้ของเขาจัดที่คลับชื่อดังอย่าง ‘THE WING’ คลับแห่งนี้มักจัดสเปเชี่ยลอีเวนท์ทุกคืนวันศุกร์ ซึ่งจะมีธีมให้แขกทุกคนได้แต่งตัวตามที่ทางคลับกำหนดไว้

            ฉันไม่ชอบใส่เดรสสีดำเท่าไหร่ ชอบพวกสีสันสดใส ไม่ก็เรียบๆแต่สีไม่ทึบมากกว่า นั่นเลยทำให้มีเดรสสีนี้แค่ตัวเดียว ถ้าเปลี่ยนไปใส่ตัวอื่น ฉันก็คงจะโดดเด่นกลางคลับอยู่คนเดียว

            ไม่ไหวหรอกมั้ง

            ชุดแฟร์ก็สีเดียวกับเสื้อนัทเลยนะ

            “ก็ไม่ชอบอยู่ดี

            วันนี้นัทเป็นอะไรน้า~ ทำไมถึงงอแงจังเลย ฉันเป็นฝ่ายสวมกอดเขา ซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นหอมจางๆจากน้ำหอมที่เขาชอบใช้เป็นประจำลอยเข้ามาในจมูก

            ไม่อยากให้ใครมอง

            ประโยคนี้ฉันควรจะใจเต้นไหมนะ

            ไม่อยากให้คนอื่นมอง = หึง หรือเปล่า?

            ถ้าสำหรับฉันน่ะ มันใช่ เพราะฉันไม่อยากให้ผู้หญิงหน้าไหนมองเขาทั้งนั้น แค่เสื้อยืดธรรมดาแต่พออยู่บนร่างกายนัท มันกลับดูดีและน่าหลงใหลไปซะหมด เพราะอย่างนั้น...ถึงไม่มีอะไรห้ามไม่ให้ผู้หญิงพวกนั้นเข้าหาเขาได้

            คนอื่นก็ได้แค่มองนี่ นัทพูดเองนะ ฉันอมยิ้ม แถมย้อนด้วยคำพูดที่เขาเคยใช้

            ร้ายนักนะ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาแนบชิด ปลายจมูกของเราเฉียดกันไปมา มือหนาไล้ไปตามเรียวแขนของฉัน ส่วนมืออีกข้างของเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยจากหน้าอกฉันอยู่ดี

            จะเร้าอารมณ์กันมากเกินไปแล้ว

            ปล่อยได้แล้วมั้ง สายแล้วนะเนี่ย

            สายแล้วไง

            ฉันเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง มันบอกเวลาสามทุ่มตรงแล้วด้วย แต่นัทดูไม่รีบร้อนอะไรเลย คิดว่าก่อนหน้านี้ตอนที่แต่งตัวอยู่ ฉันเหมือนได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับใครสักคนนะ ไม่ใช่เพื่อนของเขาโทรตามหรอกเหรอ

            ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ

            คนตัวสูงคลอเคลียไปตามใบหน้าฉันไม่หยุด เขาเลื่อนใบหน้าลงไปตามซอกคอขาว ลมหายใจรุ่มร้อนเป่ารดผิวฉัน ก่อนจะขบเม้มลงบนจุดหนึ่งที่โผล่พ้นชุดเดรสออกมา แรงขบเม้มพอประมาณทำให้รู้ว่า...มันไม่ใช่จูบธรรมดาแน่ๆ เขาจงใจฝากร่องรอยเอาไว้ตรงนั้น

            เดี๋ยวสิ เป็นรอยหมดแล้ว ฉันดันเขาออก แต่เขาก็ขืนไว้จนทำรอยแดงได้สำเร็จนั่นแหละ

            เป็นก็ดี พวกตัวผู้จะได้รู้ว่าเจ้าของรอยมันดุ

            พูดแบบนี้ หึงกันรึเปล่าเนี่ย ฉันแกล้งถามเหมือนไม่จริงจัง แต่แอบใจเต้นระหว่างที่รอคำตอบเหมือนกัน

            ...

            ทว่าคำตอบของเด็กดื้อไม่ใช่คำพูด...

 

            เขากลับแตะริมฝีปากตัวเองลงมา บดขยี้เรียวปากฉันอย่างเร่าร้อนและดุดันกว่าทุกครั้ง มือหนาเคล้นคลึงอยู่บนสะโพกของฉัน คนเขาถามไป แต่กลับตอบกันมาแบบนี้ ฉันจะถือว่าเขาตอบว่า ใช่ ผ่านทางการกระทำได้มั้ยนะ  

 

 

[ต่อ]

 

 

          @THE WING

            “กว่าจะโผล่หัวมาได้นะมึง โทรตามเป็นชั่วโมง มัวทำไรอยู่วะพอเราเดินมาถึงโซฟาตัวยาวที่อยู่มุมด้านในสุดของคลับ เจ้าของงานวันเกิดอย่าง เทมส์ ก็เอ่ยทักทาย นั่นทำให้ทุกคนบนโต๊ะหยุดพูดคุยและหันมาสนใจฉันกับนัทที่เพิ่งจะมาถึง

            ผู้ชายเกินห้าคนนั่งอยู่ตรงนั้น

            ฉันรู้จักแค่สองคนในนั้น หมายถึง ที่เคยเห็นหน้าบ่อยๆน่ะนะ นอกนั้น...ไม่รู้จักเลย

            ฉันรู้มาว่านัทมีเพื่อนผู้ชายกลุ่มใหญ่ แต่ที่เห็นสนิทและไปไหนมาไหนด้วยก็มีไม่กี่คน จะอยู่กันครบก็ตอนปาร์ตี้นี่แหละมั้ง เพราะเขาไม่ค่อยพาฉันมาสังสรรค์ยามราตรีกับกลุ่มเพื่อนของเขาเท่าไหร่ จะให้รู้จักทุกคนคงเป็นไปไม่ได้

            เฮ้ยๆ ใครวะ ใคร คงเพราะฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม ผู้ชายที่นั่งถัดจากเทมส์ถึงได้กระทุ้งข้อศอกใส่เอวหนาของเขายกใหญ่ พลางส่งสายตาแพรวพราวให้ฉันเป็นระยะๆ

            จากสายตาที่ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้มองมา ทำให้รู้ว่า ใคร ในที่นี้เขาหมายถึง...ฉัน

            อ๋อ... เทมส์ลากเสียงยาว ยาวมาก ยาวเกินความจำเป็น

            นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจ้องมาที่ฉันกับนัทอย่างมีเลศนัย เขาจงใจเว้นช่องว่างเหมือนอยากให้คนถามเติมคำตอบลงไปเอง จนผู้ชายคนอื่นบนโต๊ะก็เริ่มอยากรู้บ้างแล้ว

            ห่า มึงทำกูตื่นเต้นเลยนะเนี่ย แต่เขาอ่ะ...ทำกูตื่นตัว ฮิ้ว~ ผู้ชายคนเดิมพูดขึ้น เขาจงใจเน้นคำพูดประโยคสุดท้าย ก่อนจะจ้องฉันด้วยสายตาหื่นกระหาย เล่นเอาผู้ชายที่เหลือบนโต๊ะโห่ร้องให้กับคำพูดของเขากันเป็นแถว

            ดูจากจำนวนขวดเบียร์และท่าทางของพวกเขาแล้ว คงจะเริ่มเมากันแล้วด้วย

            แต่ถูกจ้องด้วยสายตาโลมเลียอย่างนี้ มันน่าอึดอัดจัง

            นั่นทำให้ฉันขยับเข้าไปนั่งชิดกับนัทมากขึ้น โชคดีที่โซฟาที่เรานั่งเป็นโซฟาเดี่ยว ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับพวกผู้ชายแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จัก เด็กดื้อที่นั่งข้างกันดูจะเงียบไปเลย เขาไม่พูดอะไรอะไรสักคำ ทำแค่กระดกเบียร์ลงคอ และ...

            ตึง!

            กระแทกแก้วเปล่าลงกับโต๊ะเสียงดังสนั่น

            แค่นั้นเอง

            กริบ...

            เสียงเฮฮาบนโต๊ะดูจะเงียบลงไปถนัดตา ทุกคนดูงุนงงและมึนเมาไปพร้อมกัน ยกเว้นใบหน้าหล่อร้ายของเทมส์ที่มุมปากของเขาบิดยิ้มขึ้นเล็กน้อยราวกับคิดอะไรสนุกๆอยู่ในใจ

            “ไอ้นับ เบาหน่อย...แซวแรง น้องชายเขาหวง’” เทมส์ตบบ่าผู้ชายที่ชื่อ นับ เบาๆ เหมือนเป็นการปรามเล็กๆน้อยๆ ครั้งที่แล้วที่เพื่อนของเขาก็แซวฉันจนเกือบจะมีเรื่องกับนัท เขาเองก็เป็นคนคอยไกล่เกลี่ยให้

            โห่ พี่สาวมึงหรอกเหรอ เด็ดโคตร...กูโสด โปรดจีบ โปรโมทกูให้พี่มึงทีคำพูดของนับเหมือนจะพูดกับนัท หากแต่ดวงตาเคลิ้มๆคล้ายกับคนเมานั่นเอาแต่จ้องฉันไม่หยุด

            โปรดถีบแทนได้ป่ะวะ...พี่ นัทโต้ตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการท้าทาย แต่ก็จบประโยคด้วยคำว่า พี่ เหมือนยังให้เกียรติอีกฝ่ายอยู่บ้าง

            ฉันลอบมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา คนทั้งคู่เงียบไป ทว่ากลับจ้องตากันอย่างดุเดือดแทน พวกเขายกแก้วเบียร์ขึ้นกระดกพร้อมกัน ขนาดวางแก้วยังวางพร้อมกันเลย

            เหมือนทั้งสองกำลังหยั่งเชิงอะไรกันสักอย่าง

            มันให้ความรู้สึกว่า...หากมีใครสักคนเปิด อาจมีการวางมวยกันกลางคลับก็ได้ ก็แค่คาดเดา เพราะบรรยากาศตึงๆของคนทั้งคู่มันบอกแบบนั้น

            “นัท ฉันกระตุกชายเสื้อเขา ปกตินัทไม่ใช่พวกชอบมีปัญหา เขาเก็บอารมณ์ได้ดีและไม่เคยเซ้นส์ซิทีฟต่อคำพูดของใคร ไม่รู้เหมือนกันทำไมช่วงนี้นัทถึงได้ดื้อนัก

            น่าจับตีจริงๆเลยนะ

            หืม

            ไม่ดื้อสิ ทำตัวน่ารักหน่อยฉันบอก เพราะรู้ดีว่า...ลับหลังฉัน เขาอาจไปมีเรื่องกับใครสักคนที่ใช้สายตาลวนลามฉัน

            ถ้าน่ารัก...แล้วมีรางวัลมั้ย เขาหลุบมองริมฝีปากฉันตอนที่ถาม

            ทำได้จริง ก็อาจจะมี

            ขอมัดจำ ฉันตกใจมากตอนที่ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้กัน แถมมือแกร่งยังโอบเอวฉันไว้อีกด้วย

            นัททำเหมือนจะจูบฉันตรงนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้!!

          เมาแล้วเหรอ...บ้าน่า...ไม่ใช่หรอก

            ก็ตรงนี้น่ะ...ตรงนี้น่ะ เพื่อนของเขาก็อยู่กันเต็มเลยนะ แขกโต๊ะอื่นๆก็อยู่ด้วยนะ เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะ ใบหน้าฉันเห่อร้อนมากเมื่อได้กลิ่นของแอลกอฮอล์จางๆลอยมาตามลมหายใจร้อนๆของคนตัวสูงตรงหน้า

            ฉันไม่รู้ว่าจะมีใครมองเห็นสิ่งที่เรากำลังจะทำไหม เพราะในคลับค่อนข้างมืด ถึงแม้ทุกคนบนโต๊ะจะมีคนเมาเกิน 70 เปอเซ็นต์ แต่ถ้าสังเกตดีๆจะต้องเห็นแน่ๆเลย

            และในวินาทีที่ริมฝีปากได้รูปกำลังจะแตะลงบนเรียวปากของฉันนั้น...

            อ้าวเฮ้ย! ตรงนี้มีพี่น้องเขากำลังจะจูบกันว่ะเสียงของเทมส์...

            นัทชะงักไป ฉันเองก็ด้วย

            จูบเลย จูบเลยยย!!”

            จูบเฉยๆไม่ได้ ขอแบบละเลงลิ้นเลยนะคะคนสวย

            ฉันหูอื้อตาลาย...ได้ยินเสียงพวกผู้ชายโห่แซวเสียงดัง ไม่กล้าหันไปสบตาใครเลยสักคน แถมนัทก็ไม่ยอมผละออกไปเลย เขาหยุดชะงักในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าฉันขยับตัวคงจะได้เป็นฝ่ายจูบเขาแทน

            เห็นจากหางตาว่าพวกผู้ชายกำลังล้อมวงเข้ามา นอกจากเสียงเพลงดังตึงตัง ฉันก็ได้ยินแต่คำว่า จูบเลย รัวลิ้น อื้ออึงเต็มหูไปหมด ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน ฉันดันประสานสายตาเข้ากับสายตาราบเรียบของนับเข้าพอดี

            ดวงตาของเขาไม่สื่ออารมณ์ใดๆ

            มองใคร เป็นนัทเองที่บีบปลายคางฉันให้หันกลับมาทางเขา จนเราสบตากัน ฉันเห็นความขุ่นมัวในดวงตาคู่นั้น เขาขมวดคิ้วหนัก ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยสบอารมณ์

            จ้องอยู่นั่น จะจูบก็จูบดิวะ เสียงของใครสักคนดังขึ้น

            วินาทีนั้นฉันเห็นใบหน้าของนัทอยู่ใกล้มาก ใบหน้าของเขาหายไปจากสายตา เมื่อฉันถูกดันจากทางด้านหลังอย่างแรงจนร่างกายโถมไปทางด้านหน้า ริมฝีปากของเราเฉียดกันในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันสะดุ้งเพราะแรงเสียดสีนุ่มๆแต่ร้อนจัดเหมือนไฟ

            ทั้งที่คิดว่าต้องผละออกมาแล้วนะ แต่กลับไม่ได้ทำอย่างนั้น เพราะฝ่ามือหนาของร่างสูงตรงหน้าดันรั้งท้ายทอยฉันไว้ ก่อนจะแนบสนิทเรียวปากฉันด้วยริมฝีปากของตัวเอง

 

            อื้อ~

 

 

[ต่อ]

 

 

            “มาว่ะๆ ไอ้นี่น้องกูเอง ลึกอีกๆ อื้อหือ~

            ฉันได้ยินเสียงทุ้มต่ำของพวกผู้ชาย รู้ว่าถูกล้อมวงอยู่และเรากำลังอยู่กลางวง หัวใจฉันเต้นแรงมาก อายนะ มากเลยด้วย ฉันไม่เคยจูบต่อหน้าคนอื่น ไม่คิดว่านัทจะทำอย่างนี้ด้วย ทุกวินาทีที่ริมฝีปากของเราบดเบียดกัน ผู้ชายข้างๆก็เป่าหูฉันให้ ละเลงลิ้นไม่หยุด

            แต่ฉันปิดปากตัวเองแน่นสนิท ไม่ยอมให้เรียวลิ้นของนัทได้รุกรานเข้ามา เขาเลยทำได้เพียงแค่ขบเม้มลงบนความอ่อนนุ่มด้านนอกซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็เป็นครั้งแรกที่ปฏิเสธเขา ก็ฉันไม่อยากให้เรามีดีฟคิสต่อหน้าคนอื่น

            ไม่ไหวแล้วนะ อายมากเลยด้วย

            ร่างสูงที่รั้งกันเอาไว้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อเขาจงใจบดเบียดความรุ่มร้อนลงมามากขึ้น เสียงโหวกเหวกรอบตัวก็เริ่มดังขึ้น สังเกตเห็นว่า...คนแปลกหน้าจากโต๊ะอื่นมาร่วมล้อมวงกับพวกเขาด้วย บางคนถือกล้องขึ้นมาถ่ายเราไว้  

            กึก!

            ฉันตัดสินใจงับลงบนริมฝีปากนุ่มๆนั้นเต็มแรง มันทำให้นัทชะงักไป และฉันมีจังหวะผละออกมาได้ มือหนาคลึงที่ริมฝีปากของตัวเอง พลางจ้องฉันด้วยสายตาหงอยๆเหมือนเด็กถูกลงโทษเวลาทำผิด

            ยังอีก

            ยังจะจ้องหน้ากันด้วยสายตาแบบนั้นอีก!!

            “โหววว ไรว้า~ แค่นี้เองเหรอ พวกที่ล้อมวงเราเริ่มถอยห่างไป ฉันไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น สิ่งที่ทำคือกอดอกและจ้องใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้านิ่งๆก็เท่านั้น

            ฉันรู้ว่าในคลับไม่ถือสาเรื่องพวกนี้ พวกกอด จูบ ลูบไล้ นัวผู้หญิงอะไรเทือกนั้น ฉันเข้าใจอารมณ์มันพาไปตามประสาคนเมา แต่พวกเราไม่มีใครเมากันสักคนและสิ่งที่เขาทำมันไม่มีเหตุผล

            พี่น้องกันจริงป่ะวะ จูบกันอย่างกับผัวเมีย แล้วเสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ฉันเลื่อนสายตาไปมองก็เห็นว่าคนๆนั้นคือ...นับ

            เขาตั้งใจคุยกับเทมส์ แต่เหมือนจงใจให้ฉันกับนัทได้ยินด้วย

            “อืม...พี่น้อง... เทมส์ตอบรับ แต่กลับส่งสายตาขี้เล่นมาทางนี้ คงเพราะเห็นว่าฉันมองอยู่ เขาจัดว่าเป็นคนหล่อมากคนหนึ่ง เป็นผู้ชายที่มีแต่คนพูดถึงว่าเขาเป็นคนดี น่ารัก เขามีสเน่ห์คล้ายกับนัท แต่ออกจะสุขุมและเป็นผู้ใหญ่กว่านิดหน่อย

            ก็แน่ล่ะ เทมส์น่ะอายุเท่าฉันนี่นะ

            ท้องชนกัน คำพูดดูเหมือนไม่จริงจัง แต่ว่าสายตาที่มองมามันล้อเลียนกันอยู่ชัดๆ

            ไม่รู้หรอกว่าเทมส์เข้าใจสถานะของฉันกับนัทมากน้อยแค่ไหน

            แต่เหมือนกับเขาอ่านออกหมดทุกอย่าง

            และคำพูดนี้ทำให้ฉันมองเขาในมุมใหม่ ไม่แน่ว่า...เทมส์ที่สุภาพ น่ารัก อ่อนโยน อาจจะแค่เปลือกนอกก็ได้ใครจะรู้

            ตาโหลกกแล้ว เสียงของนับเริ่มยานคาง เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ สักพักก็เริ่มหันมาถามนัทที่กำลังยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเหมือนกัน มึง ตกลง...คนสวยคนนี้ แค่พี่สาวมึงใช่ป่ะ

            นัทไม่ตอบ ทำแค่เหยียดตามองนับด้วยสายตานิ่งเฉย ไม่รู้พวกเขาสนิทกันมากไหม แต่ฟังจากสรรพนามที่พวกเขาใช้น่าจะรู้จักกันในระดับหนึ่ง

            ถามไม่ตอบวะ

            ... ฉันเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ใจหนึ่งก็อยากฟังว่าเขาจะตอบอะไร จะตอบเหมือนที่ตะคอกใส่หน้าแทนเมื่อตอนเย็นไหม แล้วทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยนะ

            นัทแทบจะไม่สนใจเสียงเรียกของนับ เมินเลยก็ว่าได้ เขาเอาแต่ดื่มเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า แล้วจ้องหน้าฉันอยู่อย่างนั้น ฉันเองก็จิบน้ำส้มในแก้วของตัวเองเหมือนกัน ไม่ใช่คอแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่เลยขอผ่านก็แล้วกัน

            กูจะถือว่ามึงตอบว่าใช่ นับพูดขึ้นมาเองคนเดียว ทั้งๆที่ไม่มีใครตอบอะไรเขาสักคน เขาหันมามองฉันอย่างสนใจ สายตาเคลิ้มๆของคนเมาคู่นั้นมองหน้าฉัน เขายื่นมือออกมาตรงหน้าพร้อมพูดทักทาย ไง ฉันนับ โสดอยู่ อยากได้เมีย เธอชื่ออะ...

            ปึก!

            “สงสัยอะไรมาก เก็บไว้ถามชาติหน้าเหอะ...ครับพี่คือ...นับยังไม่ทันถามจนจบประโยคด้วยซ้ำ น้ำเสียงห้วนสั้นก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน แถมยังจงใจกระแทกแก้วเบียร์ใส่มือของนับอย่างแรงจนของเหลวในแก้วกระฉอกออกมา

            แม้ว่าน้ำเสียงจะกระชากกระชั้นจนคล้ายกับหาเรื่องมากกว่าเล่าเรื่อง

            แต่เมื่อนัทจบประโยคด้วยรอยยิ้มจางๆ คำพูดนั้นกลับดูซอฟท์ลงจนคู่สนทนาเริ่มไม่แน่ใจว่ากำลังถูกคุกคามหรือเปล่า นับกำลังสับสนแบบนั้นแหละ สีหน้าของเขาบอกอย่างนั้น

            คงมีแค่ฉันที่รู้ว่านัทกำลังไม่สบอารมณ์

            เรานั่งใกล้กัน ลมหายใจที่เจือไปด้วยแอลกอฮอล์ถูกพ่นออกมาแรงๆ นัทหลุบมองขอบกระโปรงของชุดเดรส แล้วเคลื่อนสายตาขึ้นมาจ้องฉันดุๆ พอมองตามถึงได้เห็นว่ากระโปรงน่ะมันร่นขึ้นด้านบนจนเกือบจะเห็นถึงขาอ่อน

            ดึงลงแทบไม่ทันเลยนะ

            พรึบ!

            แจ็กเกตยีนส์ราคาแพงที่เคยสวมอยู่บนตัวนัท ถูกปกคลุมอยู่บนหน้าตักฉันในตอนนี้ ไม่ต้องสงสัย ก็เป็นเด็กดื้อเองนั่นแหละที่ถอดออกมาคลุมให้

            มันโป๊ เขาพูดเสียงเข้ม ก่อนจะปลายตาไปมองนับที่ยังคงมองฉันเคลิ้มๆ สติคงไม่ได้อยู่กับตัวเขาแล้วในตอนนี้ ดูมันดิ คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

            ทำไมต้องดุด้วย

            เออ อยากให้ตีด้วยมั้ย ตีด้วยปากแล้วลากขึ้นเตียงอ่ะ อยากลองป่ะครับฉันทุบลงบนแผงอกกว้าง ไม่ได้รุนแรงอะไร แต่มันมากพอที่จะเบรกไม่ให้นัทพูดอะไรมากไปกว่านี้

            ไม่คุยด้วยแล้ว ฉันเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน เอาจริงๆ ก็รู้สึกเขินสายตาเจ้าเล่ห์ของเด็กดื้ออยู่ไม่น้อย เขาจ้องกันราวกับอยากจะกลืนกินฉันไปทั้งตัว แถมสายตายังเจ้าเล่ห์มากเลยด้วย

            แบบนั้นใครจะไปทนมองไหว

            ฉันแสร้งดื่มน้ำส้มต่อ ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของนัท แต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อจู่ๆได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองดังมาจากโต๊ะข้างๆ

            “แฟร์

            “หืม แฟร์ไหนวะ

            เสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งเรียกชื่อฉัน ประโยคถัดมาที่ดูเหมือนจะมีอีกคนพูดขึ้นก็ยังมีชื่อฉันอยู่อีกเหมือนเดิม ฉันหันไปมองโต๊ะข้างๆ ก่อนที่จะนิ่งไป

            ผู้ชายหน้าตาดีแต่มีรังสีความร้ายกาจคนนั้นกำลังจ้องฉันอยู่

          ขะ เขาคือ...แทน!

 #

LOADING 100% [ครบ]
17/12/59 มาอัพแล้วจ้า ไม่ได้หายไปไหน แต่ไม่สบายย ตอนนี้กลับมาแล้วนะงับ!!
 #
*เอาเมจคนหล่อมาฝากจ้า*
 
1 คอมเม้น 1 กำลังใจดีดี  
##
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น