June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

34. ห่างไกล ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 34. ห่างไกล ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.9k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 17:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
34. ห่างไกล ( นนท์นัท )
แบบอักษร

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/872915/727956655-member.jpg

นนท์ Part

สายลมเย็นของน้ำ​ทะเลโชยขึ้นมาทำให้ผมสูดเอากลิ่นนั้นได้เต็มปอด ตอนนี้ผมยืนอยู่ช่วงกลาง

สะพานโกลเด้นเกต (Golden Gate Bridge )ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองซานฟรานซิสโกของประเทศอเมริกาผมไม่เคยรู้จักที่นี่ แต่ชื่อเมืองมันเข้ามาในหูผมบ่อยช่วงที่อยู่กับไอ้นัท ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงชอบเมืองนี้

8 เดือนแล้วที่ผมได้มาอยู่ที่นี่กว่าจะหาที่พักที่เรียนออกแบบเพิ่มเติม ได้แบบที่ผมชอบอ๋อและก็ ผมเป็นโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่ม หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า ติดเหล้านั่นเองผมก็ไม่รู้ตัวเองจนสถาบันที่ผมเข้าเรียนบอกให้ผมไปบำบัดและตอนนี้ผมก็เริ่มจะหายแล้ว ผมทำร้ายตัวเองผมรู้

สำหรับคนที่อยู่ห่างไกล ผมไม่ได้ติดต่อใครเลยและก็ดูเหมือนพวกเค้าเองก็ทำแบบเดียวกับผมมั่ง ผมทำถูกแล้วใช่มั้ย  ผมเงยหน้าไปถามสายลมและลองยื่นมือไปรับลมที่โชยมา

" ถ้านายจะตายต้องไม่ใช่ที่นี่ " 

เสียงของผู้หญิงดังขึ้นผู้หญิงผมสั้นที่แต่งตัวเปรี้ยว ซ่า ยืนตรงหน้าผมคือหลิน เธอเป็นเพื่อนที่เรียนที่สถาบันออกแบบด้วยกัน และเธอก็ช่วยเหลือผมหลายๆอย่าง แรกที่เธอเข้ามาคุยกับผมนึกว่าเธอจะจีบผม ผมเลยบอกไปว่าผมเป็นเกย์ แล้วเธอก็หัวเราะออกมาบอกว่า

 " ฉันไม่ชอบกล้วยหอมนายหรอก "   

และเธอก็บอกในสิ่งที่เธอเป็นจากนั้นมาผมก็รับเธอเป็นเพื่อนอย่างน้อยก็ไม่เหงาดี

" แค่อยากทักทายสายลม "  ผมตอบหลินไปหลังจากที่คิดไปนาน

" นายเสียคนที่รักไป " เธอถามเพราะเธออยู่เมืองนอกมานาน คำพูดเธอเลยอาจจะแปลกๆ

" เค้ายังอยู่ แค่ผมไม่ได้อยู่ในเส้นทางของเค้าแล้ว " 

ผมตอบเหม่อลอยมองฟ้าไปเรื่อย หลินเธอทำหน้างง ผมก็เลยเล่าเรื่องให้เธอฟัง

" นายนี่โง่โอลิมปิคเลยนะหน้าตาดูฉลาดแท้ๆ​ "  

หลินบอกออกมาตรงๆผมอึ้งกับความตรงไปตรงมาของเธอ

" นายเลือกทิ้งความสุข แล้วมามีความทุกข์ที่นี่ครั้งแรกที่เห็นนาย นึกว่าจิตวิญญาณนายได้ตายไปแล้ว และที่โง่ที่สุด คือนายไม่บอกลาคนที่​นายรักสักคำ นายนี่มันปีศาจชัดๆ "  

หลินต่อว่าผม  ปีศาจทำให้ผมนึกถึงใครบางคนที่เคยพูดคำนี้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ

" ปะไปเที่ยวกันอย่าทำหน้าหมาป่วย "  หลินชวนผมด้วยคำพูดตรงๆของเธอ และผมก็เดินตามไป ชีวิตที่ผ่านไปแต่วันก็เป็นแบบนี้

และชีวิตประจำวันก็ผ่านเลยไปอย่างรวดเร็ว   ผมทำทุกอย่างที่อยากทำ ยกเว้นเรื่องผู้หญิง ที่ผมไม่ใกล้เลยผมเข็ดแล้ว​กับ​เรื่อง​ที่ผ่านมา​ และก็มีผู้ชายที่มาชวนผมไปขึ้นเตียงด้วยไม่ว่าจะน่ารักหรือสดใสแค่ไหน ผมก็ไม่อยากจะลอง ถึงแม้จะมีบ้างที่เกิดความต้องการ แต่ผมก็มีวิธีแก้ไข

เวลาเดินไปข้างหน้าแต่ทำไมในใจผมยิ่งย้อนหลังนึกถึงวันเก่า ที่ผมหัวเราะร่วมกับเพื่อน รอยยิ้มอายๆของไอ้นัทที่ผมชอบแอบมอง ผมยอมรับว่าคิดถึงมันมาก เคยคิดจะกดเบอร์หาไอ้กรเพื่อรู้ข่าวคราวของมัน แต่ก็วางลงไปสุดท้ายผมก็ยังเป็น คนขี้ขลาด    ผมยิ้มเยาะให้ตัวเอง

วันนี้หลินชวนผมไปสนามรถแข่งที่มีชื่อเสียงและผมเองก็เซ็งๆเลยไป พอได้ลองขับรถที่เร็วและเเรง และนั่นทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

ผมนอนโรงพยาบาลได้ 2 อาทิตย์แล้วหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ตอนที่ผมนอนนิ่งรอรถพยาบาลมา​ มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว  ผมอยากหลุดพ้นจาก​สิ่ง​ที่​เป็น​อยู่​ อยากไปที่ไกลๆ

" หมอบอกว่านายปลอดภัยแล้วแต่ขานาย "  

หลินหยุดพูด ผมมองขาซ้าย ตัวเองที่ยังขยับไม่ได้ และรับฟังหลินแบบผ่านๆว่าต้องรอผ่าตัดอาจจะนานหน่อย  กว่าจะเดินได้ปกติ แต่เเล้วก็ต้องสะดุดกับ ค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่าย ถ้าด้วยเงินที่ผมมี อาจจะไม่พอ ถ้าขอที่บ้านอาจจะทุกข์ใจในปัญหาที่ผมก่อ แล้วผมก็นึกถึงใครคนหนึ่ง

" หลินขอยืม มือถือเธอหน่อย " แล้วผมก็กดเบอร์โทรออกที่นั่นน่าจะเช้าเเล้ว

กร Part

ผมมองนาฬิกาตี5หลังจากเพิ่งหลับไม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงใครโทรมาเวลานี้นะ เบอร์ต่างประเทศนี่ อเมริกา ดูจากเบอร์เริ่มต้น

" ฮัลโหล ครับ "

" กรคือมีเรื่องให้ช่วย มีเวลามั้ย " เสียงไอ้นน

" ว่ามา " ผมบอก​ แล้วเรื่องราวสั้นๆก็ถูกเล่ามาเรื่องเงินจำนวนหนึ่งที่มันขอให้ผมช่วย

หายไปเป็นปีๆสุดท้ายแล้วก็โทรมาให้ช่วย แต่ผมไม่ใช่คนที่จะคิดเรื่องแบบนั้น สำหรับไอ้นนเเล้วผมเคยเป็นยังไงก็จะเป็นแบบนั้น

" ได้แต่กูมีข้อแลกเปลี่ยน " ผมบอกออกไป

" ได้ว่ามา "  มันตอบกลับมา

" กูแค่อยากเห็นเหตุผลที่ใช้เงินจำนวนนี่ " ไอ้นนนิ่งเพราะว่าคำว่าเห็นนั่น คือ มองด้วยตาทำให้ไอ้นนนิ่งไปนานเหมือนกำลังตัดสินใจ

" ก็ได้แล้วจะส่งที่อยู่ไปให้ " แล้วมันก็วางสายไป

หลังจากที่มันหายไปเกือบปี ผมเพิ่งเข้าใจในสิ่งที่มันทำถึงจะแก้ปัญหาด้วยทางเลือกที่ดูแย่ แต่ดูเหมือนเวลาช่วยทุกอย่างดีขึ้น เมื่อหลายเดือนก่อน พ่อแม่ไอ้นนมาที่ร้านมาเจอไอ้นัท และหลังจากนั้นผมก็เห็นเเวะมาบ่อยคือแม่กับพี่เเนน ถามไอ้นัทมันก็ตอบเลี่ยง ๆ ผมรู้ว่า พวกเขามาขอโทษไอ้นัท แต่มันคงไม่กล้าบอกออกมาแบบนั้น เพราะว่าทั้งสองเป็นผู้ใหญ่ ส่วนพี่เนียร์เดินได้แล้วกลับมาเป็นพี่เนียร์คนเดิมที่ ยังคงปฏิเสธความรู้สึกของผมเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกแค่ได้อยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว

สุดท้ายคนที่นอนห้องข้างๆผม ถึงจะบอกว่าไม่คิดอะไรแล้ว ทุกอย่าง​ปกติแล้ว แต่มีบางคืนก็ยังมีเสียงสะอื้นออกมา  ผมรู้แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดหรือถามออกไป เพราะมันบอกว่าจะรอ บางครั้งก็ต้องมีบ้างที่ท้อ และน้ำตาก็คงช่วยบรรเทาความท้อแท้นั่นได้ มันเคยบอกผมไว้

แรกๆผมรู้สึกโกรธไอ้นน ที่ทำแบบนั้นกับไอ้นัท แต่พอมาอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน ถ้ามันคือความรักจริงๆ ไม่มีใครเจ็บปวดน้อยกว่าใครหรอก คิดแล้ว​ว่าก็ลุกขึ้น​อาบน้ำ วันนี้อากาศดีจัง

" โห!! ซานฟรานหรอ " เสียงไอ้นัทพูดด้านหลังผม ตอนนี้ผมกำลังจองตั๋วเครื่องบิน

" อืม ทำไมรู้จักล่ะ " ผมถามกลับ

" รู้จักสิยังยุ ให้ไอ้ต้นกับไอ้กิจไปที่นั่นเลย "  ไอ้นัททำท่าสดใส

" พอๆ สองผัวเมียนั่นกินเที่ยวมากพอแล้วทำเหมือนโลกทั้งโลกมีพวกมันเเค่สองคน " 

ผมบ่นตามเรื่องแต่ก็ดีใจที่ความรักของมันสองคนราบรื่น

" ไม่ใช่แบบนั้น ก็ที่นั่นน่ะเค้าให้ผู้ชายสองคนแต่งงานกันได้ "

ไอ้นัทบอกแล้วทำไมถึงไม่ใช้คำว่าเกย์  ผมงง

" เป็นเกย์ยังไงไม่รู้เรื่อง พวกนี้ "  ไอ้นัทว่าเหน็บแนมแล้วเดินไปหน้าร้าน แค่ชอบผู้ชายคนเดียวก็ต้องไปรวมอยู่ในหมวดนั้นรึไง

มองไอ้นัทตอนนี้หลังจากผ่านมาเป็นปีความสดใสร่าเริงของมันก็กลับมา ตอนนี้มันไว้ผมยาวเกือบปะบ่า แล้วรวบไปข้างหลังนิดนึง ปล่อยบางส่วนหลุดลงมา ผิวขาวๆของมันสดใสเหมือนไม่ใช่ผู้ชายอายุ28และยังมีเสน่ห์กับลูกค้าผู้ชายด้วยกันอีก ตอนนี้มีมาจีบมันอยู่2คน แต่คนที่ผมห่วงสุด คือ นายเป็นต่อ ที่เป็นรุ่นน้องไอ้นัทสมัยเรียน ซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าชอบไอ้นัทและที่ผมกลัวคือ ถ้าไอ้นัทหวั่นไหวเมื่อไหร่ ไม่อยากจะคิดถึงคนไกลอีกคน  ว่าเเล้วก็แอบถ่ายรูปไอ้นัทสักรูปไปฝากคนไกลดีกว่า  แล้วก็ส่งเมลไปบอกไอ้นนเรื่องกำหนดการเดินทาง

นนท์   Part

โรงพยาบาล W ซานฟรานซิสโก

ผมอ่านเมลไอ้กรที่ส่งมาแล้วยิ้มออกมาอีก3วันเจอกัน แล้วความคิดเรื่องเก่าๆก็ลอยมา

" โอ๊ะ!! ผมว่าผมรู้จักคุณนะ " เสียงผู้ชายพูดภาษาไทยพูดขึ้น ผมหันไปมอง

 หมอปิติ​ 

ให้ตายสิซวยซิป อุตส่าห์หนีมาไกลข้ามโลกยังมาเจอคนที่ไม่อยากเจออีก

" หรอครับ ผมว่าคุณเจตนามากกว่า " ผมมองแฟ้มผู้ป่วยในมือของหมอปิติก็รู้

" เอาจริงๆนะ ผมมาอบรมเมื่อวันก่อนเห็นชื่อคุณอยู่ในเคสการรักษาก็เลยสนใจ " หมอปิติตอบยิ้มๆ อาจจะจริงเพราะพี่เนียร์เคยบอกว่าหมอนี่จบจากอเมริกา

" ต้องการอะไร " ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร

แล้วหมอปิติก็ร่ายศัพท์เเพทย์ที่ผมไม่รู้ความหมาย ว่าอาการของผมเป็นแบบไหน รวมทั้งเรื่องผมเข้าบำบัดติดเหล้าด้วย

" แค่อยากช่วย ถ้านายรับการผ่าตัดนายก็จะหายแต่การเดินของนาย อาจจะมีบ้างที่ผิดปกติเอาไปคิดล่ะกัน " 

หมอปิติบอกแล้วทำท่าเดินไป

" เดี๋ยวครับ ช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับด้วย "  ผมบอกหมอปิตินิ่งไป

" ผมไม่ใช่คนที่จะเปิดเผยในเรื่องที่คนอื่นกำลังปกปิดหรอก ไว้ใจได้ส่วนน้องผมเค้าคงไม่ถามหรอกเพราะตอนนี้เค้ามีชีวิตที่ดีอยู่เเล้ว "  

หมอปิติ​พูด

ชีวิตที่ดีอยู่แล้ว นั่นสินะ รู้สึกตื้นตันในใจยังก็ไม่รู้ จนน้ำตาจะไหล

" ขอบคุณครับที่เข้าใจ "  ผมบอกและกดสวิตช์รถเข็นให้วิ่งไปด้านหน้า โดยไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของหมอที่มองตามด้วยความรู้สึกแบบไหน

3วันต่อมา

ผมนอนรอไอ้กรด้วยใจจดใจจ่อหลังจากที่มันบอกว่าเครื่องลงแล้วกำลังเดินทางผมลืมตาตื่นช้าๆมองนาฬิกานี่ผ่านเวลาที่ไอ้กรจะมาเกือบ3 ชั่วโมง ผมเผลอหลับไป

" อ้าวตื่นเเล้วหรอ "  ไอ้กรเปิดประตูเข้ามามันคงเห็นสภาพผมแล้ว ผมยิ้มให้มันแต่ไม่ตอบอะไร

" มึงดูแย่มาก ดูแก่ "  แล้วมันก็เดินมากอดผมที่เตียงผมกอดมันแน่น​

" เกย์อีกคนหรือไงเนี่ย " เสียงหลินเอ่ยขึ้น ทำให้ไอ้กรคลายอ้อมกอดออกแล้วหันไปมอง

" ยัยทอมนี่ใคร "  ไอ้กรเอ่ยถามผมหน้าตาปกติแต่หลินทำท่าเคืองใส่ไอ้กร

" หลิน เพื่อนที่นี่ " ผมแนะนำเสร็จแล้วหลินก็ออกไปเธอแค่เอาอาหารเช้ามาส่ง  และก็เริ่มเล่าเรื่องให้กรฟังทุกเรื่องเมื่ออยู่ 2 ต่อ 2  กรนิ่งเงียบไปนานรับฟังอย่างเดียว

" เเล้วเรื่องเงินนั่นเดี๋ยวจะเคลียร์คืนให้ "  ผมบอก

" ไม่ต้องห่วงส่วนนี้คือหุ้นที่บริษัทส่วนของมึง "  กรตอบ

" แล้วถ้าถอนมาเเบบนี้บริษัทไม่แย่หรือ "  ผมถามต่อ

และผมก็แนะนำให้หลินร่วมหุ้นกับกร ผมคุยกับเธอได้ อีกอย่างเธอเองก็มีฝีมือ และมีทุนไอ้กรก็พยักหน้ารับรู้ แล้วบอกว่าจะกลับไปคิดดู

" แล้วมึงไม่คิดจะกลับไป " ไอ้กรถามผมนิ่งกับคำถามของมัน

" ตอนนี้ป๋ามึงก็สุขภาพไม่ค่อยดี พี่เนียร์ก็ทุ่มงานเต็มที่ " 

ไอ้กรเล่าเรื่องที่บ้านให้ผมฟังจริงๆผมคุยกับพี่เนียร์มาพักหนึ่งเเล้วแต่ไม่ได้บอกสภาพที่ผมเป็นอยู่ และไม่บอกไอ้กรเพราะพี่เค้าขอไว้เลยเเกล้งทำเป็นไม่รู้ดีกว่า

" กลับสิสัญญาไว้เเล้วถึงจะกลับในสภาพนี้ก็เถอะ " ว่าเเล้วก็ก้มลงมองที่ขาตัวเอง

" แค่มึงให้ความร่วมมือกับหมอมันรักษาได้ " ไอ้กรปลอบผม

" ตอนที่เกิดเหตุกูเคยคิด ภาวนาอย่าให้รถพยาบาลมาเร็ว ถ้ามันง่ายเหมือนหลับตาหลับแล้วหายไปเลยก็คงดี " ผมบอกเรื่องในใจออกไป

" แต่มึงก็ไม่หลับแถมยังตื่น มารับรู้ว่าขาอาจจะพิการ แถมยังเป็นผู้ป่วยบำบัด เป็นฆาตกรที่ฆ่าคู่หมั้นตัวเอง เป็นลูกที่อกตัญญูทำลายครอบครัวตัวเอง เป็นเพื่อนที่เลว และเป็นแฟนที่ห่วย รู้สึกว่ามึง จะไม่มีดีสักอย่าง นั่นคือสิ่งที่มึงคิดเองและโทษตัวเองมาตลอด " 

ไอ้กรถึงสิ่งที่ผมคิดเหมือนนั่งอยู่ในใจผม

" ทำไมมึงไม่มองมุมกลับ มึงไม่ได้เลวในสายตาเพื่อนทุกคน ไม่ได้เป็นฆาตกร นั่นมันอุบัติเหตุ และครอบครัวทุกคนเข้าใจดีแล้ว  ส่วนแฟนมึงมันลุกปกป้องมึงทุกครั้งที่มีใครว่ามึงไม่ดี " 

ไอ้กรพูดยาวเหมือนไม่ใช่ตัวมัน

" ขอบใจนะ​ " ผมบอกออกมาเบาๆความรู้สึกหลากหลายปนเข้ามาทำให้คิดหนัก

" งั้นมึงบอกเหตุผลหน่อยเรื่องที่มาที่นี่ " ไอ้กรถามผม มันคงอยากได้ความมั่นใจแต่ในเรื่องไหนผมไม่รู้ลึกขนาดนั้น

" กูเลือกทำลายความรักของตัวเองแต่มึงจะให้กูทำไงถ้ากูเดินต่อ อาจจะไม่ใช่แค่สองชีวิต แต่นั่นหมายถึงคนรอบตัวกูทั้งหมด " 

ผมบอกด้วยเสียงสั่นๆนานแล้วที่ผมไม่ได้พูดมันออกมา

" สำหรับไอ้นัท ถ้ามันจะเกลียดกู กูก็แค่ก้มหน้ายอมรับ " 

เวลามันผ่านไปแล้วผมไม่ได้หวังให้ใครมาเข้าใจอธิบายไปก็เหมือนแก้ตัว

" อืม กูเข้าใจมึง ถ้าเป็นกูเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน " 

ไอ้กรตอบยิ้มเหมือนให้กำลังเอามือวางที่บ่าผม

" ตอนนี้มีคนมาจีบไอ้นัท แต่ทุกคนโดนผลักออกมา " ไอ้กรบอก ผมนิ่งและคิดไว้แล้วคงมีคนเข้ามาจีบ

" รู้มั้ยทำไม "  ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ

" เพราะมึงไงนนมึงยืนขวางประตูอยู่ มึงกำลังกันสิทธิ์คนอื่นที่จะเข้ามาดูแลมัน "

ไอ้กรอธิบายผมจึงเข้าใจ

" ถ้ามึงไม่คิดอะไรแล้วก็กลับไปเคลียร์ซะ " ผมนิ่ง​ไป​  เคลียร์​งั้นหรอ... 

" พูดมากเหนื่อยไปหาข้าวกินก่อน อ๋อรายละเอียดอยู่ในมือถือกู " 

แล้วมันก็โยนมือถือมาให้ผม

ผมหยิบมือถือมาเเละเปิดอ่านรายละเอียด เกี่ยวกับหุ้นส่วนที่ถูกถอนออกมาเป็นเงินที่เอามารักษาผม จากนั้นก็เลื่อนดูรูปโมเดลธุรกิจที่ไอ้กรรับงานอยู่ตอนนี้ เก่งแฮะ ผมคิด แล้วต้องสะดุดกับภาพตรงหน้า

ไอ้นัท ที่ยืนยิ้มอยู่กับลูกค้ามุมด้านข้างผมยาวถูกรวบไว้เผยให้เห็นลำคอขาวเนียน​ 

จบแล้วความเข้มแข็งของผมสำหรับ1ปีที่ผ่านมา มันหมดลงวันนี้ นาทีที่เห็นรูปของไอ้นัท และรู้สึกถึง น้ำตาที่ซึมออกมาไหล​ออกมา​ ปวดหนึบที่หัวใจ

" ผมยาวนั่นไม่เหมาะกับมึงเลย " 

 ผมพูดแผ่วๆ เอามือ​ลูบ​หน้าจอ​ไปมา​ มือซ้ายกำแน่นที่ต้นขาซ้ายจนรู้สึกปวดขึ้นมา  โดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่มองอยู่ช่องประตูหน้าห้องด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากคนในห้อง  และเสียงเปิดประตูเข้ามา

" หยุดอยู่ตรงนั้นก่อนกร "  ผมบอกตอนนี้ผมนั่งหันหลังให้ประตู ผมไม่อยากให้มันเห็นความอ่อนแอของผม และมันก็เดินออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตู 

ให้เวลากูหน่อยกร  กูเจ็บ กูเหนื่อยเหลือเกิน

วันต่อมาไอ้กรก็บินกลับและสัญญาว่า จะมาเยี่ยมผมอีก ส่วนเรื่องหุ้นส่วนใหม่ รู้สึกจะเข้ากันได้ดีกับหลิน

ขอบใจนะกรและขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ผมมองรูปไอ้นัทในมือถือที่มันส่งมาให้ พร้อมข้อความ ยาว ที่ดูยังไงมันก็ก็อบมาจากที่ไหนสักแห่ง

ความห่างไกล..อาจทำให้ใจของบางค­นเปลี่ยน.. ความห่างไกล..อาจทำให­้เจอใครอีกคนที่ดีกว่า.. ความ­ห่างไกล..อาจทำให้คนอีกคนนอนร้อ­งไห้..

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}