June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

31. เหตุร้าย ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 31. เหตุร้าย ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 16:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
31. เหตุร้าย ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท  Part


2N  Cafe

3 เดือนผ่านไป

ผมยืนมองป้ายร้านที่เป็นสีเขียวอ่อนสลับน้ำตาลถึงแม้คนเขียนแบบสถาปนิกใหญ่หุ้นส่วนของร้านจะไม่เห็นด้วย แต่แค่ผมบอกว่า ชอบสีนี้ทุกคนก็เลยยอม

น้ำตาก็เริ่มไหลด้วยความตื้นตันใจ มองลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้าน6คน  ในช่วงบ่ายวันพุธนั่นก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เปิดร้านมาได้ 2 เดือน ทุกอย่างอยู่ในช่วงเริ่มต้น บางอย่างดูติดขัดบ้าง 

แต่เพราะมีหุ้นส่วนดีผมเลยเหมือนโชคช่วย คำนี้ไอ้กิจชอบบอกผมประจำ หลังจากเดือนเเรกที่เห็นยอดขาย ส่วนผู้ช่วยพี่เป้ให้พี่พิมคนเก่าแก่ที่บ้านมาช่วย อยู่ประจำทำอาหารและดูแลร้าน พี่พิมอายุ42ปีพักอยู่ชั้นล่างของร้าน นั่นคือผ่านการสแกนแล้วจากหุ้นส่วนทั้งหมด ปล.ผมทำอาหารไม่อร่อย  คุณชายทั้งสองที่อาศัยอยู่ชั้นบนเลยต้องจ้างแม่บ้านเพิ่มด้วยเงินตัวเอง ส่วนเด็กเสริฟผู้ช่วยมี2 คน ผู้ชายหน้าตาดีทั้งคู่ 

กว่าจะเคลียร์กับไอ้นนได้นั่นต้องยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง นั่นคือหน้าตาเป็นจุดขายทำให้ลูกค้าผู้หญิงเข้าร้าน  ทำให้ร้านเหมือนมีกำไรมากขึ้นส่วนผมหน้าที่คือผู้จัดการทั่วไป ทั่วไปจริงๆ ทำหมดทุกอย่างงานราชงานหลวง

" มายืนเล่นมิวสิค อะไรตรงนี้หรือพระเอกละครเรื่องไหนตาย " 

ไอ้นนพูดแล้วเดินชนหัวไหล่ผมจนผมตัวเอียง มันเหน็บผมเพราะตอนนี้ผมติดละคร  แล้วบางครั้งยังร้องไห้กับฉากเจ็บปวดในละคร จนไอ้นนบ่นผมว่า  รู้เค้าหลอกยังเต็มใจให้หลอก  และถ้าผมชมพระเอกเกาหลีว่าหล่อ มันก็จะบอกว่าหน้าตางั้นๆ

แต่เดี๋ยวนี้ทำไมมันชอบพูดคำว่า ตายออกมาจังนะ ผมไม่ชอบเลยเพราะว่าผมเคยสูญเสียมาเพราะคำๆคำนี้

ผมมองด้านหลังของมันที่เดินเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน เข้าไปที่ชั้นสองของร้าน    ไอ้นนกับไอ้กรเปิดบริษัทรับงานเขียนแบบทั่วไป แสดงว่าวันนี้ปิดจ็อบมันถึงได้กลับมา ปกติมันไม่ค่อยกลับ นอนที่สำนักงานนั่นเลย

ส่วนชีวิตของผมกับไอ้นนก็เรื่อยๆเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้มันยุ่งเห็นกรบอกว่ามันกลับไปนอนบ้านบ่อย ตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมาผมไม่เจอฟ้าใสอีกเลยว่าถามถึงเธอแต่ดูหน้าไอ้นนเเล้ว ผมก็เลยเลือกจะไม่ถาม

" นน หลับหรือป่าว " 

ผมเรียกเสียงเบาหลังจากที่มันหายขึ้นมานอน ผมจะปลุกมันไปกินข้าว เดินย่องไปเห็นแผ่นหลังมันแวบๆหน้าระเบียงคงไม่ได้ยินที่ผมเรียก มันคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วเสียงมันก็ตะโกนดังขึ้นเหมือนหงุดหงิดบางอย่าง 

ผมสะดุ้งหยุดเดินทันที เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือแล้วก็เดินถอยหลังเงียบๆกลับไปหน้าประตู และทำทีเหมือนเรียกจากหน้าประตู

" นน กินข้าวมั้ย " 

ผมบอกออกไป ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาผมเลยเดินลงมารอ ข้างล่าง ผมรู้จักนิสัยมันดี ถ้าอารมณ์นี้ก็ไม่ควรถามหรือเซ้าซี้

" มันไม่กินหรือไง "

เสียงไอ้กรถามขึ้น คงเห็นผมลงมาคนเดียว เพราะว่าวันนี้ทั้งสองกลับมานอนบ้านด้วยกัน จนบางครั้งไอ้กิจแซวว่า  สองคนนั่น เหมือนผัวเมียกันมากกว่าผมกับไอ้นนกินนอนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย

สำหรับผมแล้วไม่เคยคิดไม่ว่าสถานภาพไหนผมก็ยอมรับ ถึงมันจะไม่เคยบอกว่า รักผมเลย  แต่ผมก็ไม่ต้องการ คำหวานแบบนั้น ขอแค่อยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว

ผมเคยถามเรื่องซื้อคอนโดมันก็ตอบว่า  " ก็มึงขาย และมันมีเงินก็เลยซื้อเรียนบริหารมาไม่รู้หรือไง ตรรกะง่ายๆ " มันตอบกวนแถมยังเหน็บเรื่องเรียนของผมอีก  แล้วมันเกี่ยวกันด้วยหรือ แต่ก็ไม่ถามต่อ ถึงจะงงกับเหตุผลของมันก็เถอะ

" อ้าว  ไม่กินข้าว "  

เสียงไอ้กรถามผมหันกลับไปเจอไอ้นนที่ถือเสื้อแขนยาวเดินลงมาเหมือนจะไปไหน

" ไปบ้าน "  มันบอกผมกับไอ้กร

" แล้วจะกลับมามั้ย "  ผมถามออกไป มันหยุดนิ่งไม่ตอบกลับมา

" งั้นรอนะ " 

ผมบอกแล้วมันก็เดินออกไปโดยไม่ตอบกลับมาเหมือนเดิมผมมองด้านหลังของมัน มีเรื่องอะไรหรือป่าวนะ

นนท์   Part

บ้านสุริยะศักดิ์ชัยกุล

" เกิดอะไรขึ้น " 

ผมมองพี่เนียร์ที่นั่งอยู่ข้างเตียงนอนที่มีฟ้าใสนอนหลับอยู่พี่เนียร์ไม่ตอบ แต่ลุกเดินมา

" ไปคุยกันข้างนอก "  สีหน้าพี่เนียร์ดูเครียด

" ฟ้าใสท้อง " 

พี่เนียร์พูดเบานั่งบนโซฟา สองมือกำแน่น

" นี่พี่ ...  "  

ผมพูดออกมาแค่นั้นเพราะสิ่งที่รับรู้มานั่นมันทำให้ผมพูดอะไรมากกว่านั้นไม่ได้

" ไม่ใช่พี่ นน "  

จากนั้นพี่เนียร์ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง ฟ้าใสท้องกับเพื่อนชายต่างชาติที่เธอคุยด้วย แต่ไอ้นั่นไม่รับผิดชอบ จนพี่เนียร์รู้เรื่อง เธออายและพยายามฆ่าตัวตาย นั่นคือสาเหตุที่ฟ้าใสเร่งการแต่งงานสินะ

" พี่รักฟ้าใสเหมือนน้องสาว " 

พี่เนียร์บอกผมเองก็พอจะเดาออกแต่ก็ไม่เเน่ใจ ฟ้าใสอยู่กับพี่เนียร์มาตั้งเเต่เด็กเธอสนิทกับพี่เนียร์มากกว่าผมอีก จนเมื่อปีที่แล้วเธอกลับมา เหมือนจะเป็นผมแทนที่เป็นเป้าหมายเธอ หลายครั้งเธอพยายามจะใช้ความสัมพันธ์ของชายหญิงเพื่อผูกมัดผม แต่ผมก็เลี่ยงได้ เพราะผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย ตั้งแต่มีไอ้นัท

ผมเคยบอกมันว่า " ถึงหน้าอกมึงจะแบนราบเหมือนลานบินก็เถอะ แต่กูพอใจและชอบที่จะสัมผัสมัน " ให้มันหยุดคิดมากเรื่อง เอาตัวเองไปเปรียบกับผู้หญิง

" ผมก็เหมือนกัน และผมก็มีคนที่ผมรักแล้ว "  ผมเอ่ยเรื่องคนรักกับพี่ชายครั้งแรก และพี่ผมก็รู้ว่าใคร

" แต่นั่น... "  พี่เนียร์หยุดคำพูดไว้

" ครับผู้ชาย " ผมบอกยืนยัน

" ว่าไงนะ !!!  " 

เสียงของผู้หญิงดังขึ้นผมหันกลับไปมอง แม่ กับพ่อผมยืนมองมาที่ผม ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน แม่ผมทำท่าตกใจสุดขีด ต่างกับพ่อและผมคิดว่าเเม่ผมคงรู้เรื่องของฟ้าใสด้วย

" ผมรักผู้ชาย " 

ผมบอกและเลือกใช้คำว่ารัก แทนคำว่าชอบ มันทำให้ดูหนักแน่นมากกว่า เเละคุกเข่า ลงตรงหน้าพ่อกับแม่ ที่กำลังทำหน้าตกใจรวมทั้งพี่เนียร์ด้วย ผมตัดสินใจแล้วเมื่อมันถึงเวลาซึ่งผมคิดเรื่องนี้มานาน แต่ก็ยุ่งเรื่องร้านของไอ้นัท ผมอยากช่วยทำความฝันมันให้เป็นจริง

" นน แน่ใจนะว่ามันไม่ใช่แค่ความหลง  " 

เสียงพ่อผมถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงปกติ

" ครับ ผมตัดสินใจเเล้ว " 

พ่อผมไม่พูดอะไรออกมา ยังทำสีหน้าปกติ

" ไม่ได้!! แกคิดว่าแค่นั่งคุกเข่าแล้วพ่อกับแม่จะยอมรับรึไง คิดถึงหน้าตาพ่อแม่บ้างแล้วความรักแบบนั้นสังคมที่ไหนจะยอมรับ "  

และแล้วแม่ผมก็เหมือนเดิมยังยึดติดฐานะทางสังคม คำนินทา นั่นทำให้ผมไม่ชอบเข้าสังคม มีแต่พี่เนียร์ที่ต้องทำหน้าที่นั่น ผมรู้ว่าผมเห็นแก่ตัวที่เอาภาระการงานทั้งหมดโยนให้พี่ แต่ผมเองก็ฝืนทำมันไม่ได้ นั่นทำให้ผมขัดใจกับแม่อยู่บ่อยๆ

" เพราะผมคิดไง ถึงได้บอกดีกว่าแต่งงานเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคม "  

ผมบอกแม่ผมอึ้ง อยู่ทำท่าเหมือนจะเป็นลม พยุงพ่อผมไว้

" เด็กนั่นมันอาจจะหลอกล่อ นนอยู่ก็ได้ " 

 แม่ผมพูดข่มอารมณ์ พาดพิงไปถึงไอ้นัท

" ผมไม่ใช่คนที่จะหลอกล่อได้ง่าย แม่น่าจะรู้จักผมดี และขอได้โปรดยอมรับมันด้วย " 

ผมบอกเหมือนขอร้อง เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ถ้ายิ่งเเรง เรื่องมันอาจจะบานปลาย พ่อแม่ผมนิ่งไป

" แต่ฟ้าไม่ยอม " 

เสียงฟ้าใสดังขึ้นทุกคนหันไปมอง และพี่เนียร์ ก็ลุกขึ้นไปยืนจับฟ้าใสไว้

" ฟ้าไม่มีใคร นนก็รู้ นนสัญญาแล้ว " 

ฟ้าใสร้องไห้ออกมา

" พอซะทีเถอะฟ้า และก็หยุดยัดเยียดการเเต่งงานบ้าๆนั่น ให้ผมกับพี่ชายได้เเล้ว แค่คุณบอกความจริงกับทุกคน " 

ผมบอกเสียงดังบ่งบอกถึงอารมณ์ตอนนี้

" ที่เคยบอกว่าจะดูเเลขอโทษด้วยที่ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมมีคนที่อยากจะดูเเลแล้ว "  

ผมบอกเเละลุกขึ้นไป ทุกคนเรียกชื่อผมพร้อมกัน แต่ผมก็ไม่หันกลับ

" ฟ้าไม่ยอมฟ้าจะตายให้ดูนนฟ้าไม่ยอม  " 

เสียงฟ้าร้องไห้คร่ำครวญตามหลังผม

บ้าซิป ฝนตกลงมาอย่างหนักผมรีบวิ่งไปโรงรถแล้วขับออกไป พลางคิดถึงไอ้นัท ตอนนี้ฝนตกแถมฟ้าร้องมันกลัว เสียงฟ้าร้อง และคิดว่าจะส่งข้อความบอกมันหน่อยเหลือบมองหามือถือ บ้าล่ะลืมไว้ที่บ้าน ถ้าไอ้นัทโทรมาล่ะ  แล้วผมก็เลยเลี้ยวรถกลับ

ฝนที่กระหน่ำลงมาเหมือนกำลังพิโรธอะไรสักอย่าง ผมมองไม่เห็นทาง เพราะเเสงไฟสีแดงกะพริบเข้าตามา รถกู้ภัย  อุบัติเหตุงั้นหรือ แล้วรถก็เลื่อนผ่านไปช้าๆๆ ผมมองอุบัติเหตุข้างหน้า รถยนต์สีที่คุ้นเคยทำให้ผมใจคอไม่ดี  และเมื่อมองร่างที่คุ้นตาถูกดึงออกมาจากรถ ทำให้ผมตัวชาวาบ รีบวิ่งลงจากรถ โดยไม่สนใจเสียงเเตรบีบลั่นจากรถคันหลัง ผมฝ่าเจ้าหน้าที่เข้าไป มองร่างผู้หญิง ที่นอนนิ่งอยู่บนเปลผ้าใบเลือดสีแดงอาบไปทั่วร่าง และอีกร่างที่กำลัง ถูกดึงออกมาจากซากรถ

ฟ้าใส  พี่เนียร์   เกิดอะไรขึ้น?  ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก  นิ่งซ็อคกับภาพตรงหน้าเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่ง

" ผมรู้จัก  ผมรู้จักสองคนนั่น ผมรู้ ผมรู้ "  

แล้วก็ร้องไห้สะอื้นออกมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาหลักฐานเพื่อติดต่อญาติ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}