vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18 ♥ NC18+ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ♥ NC18+ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ♥ NC18+ (คาร์ล&ท้องฟ้า) [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 18 (คาร์ลXท้องฟ้า)           

[PART: ท้องฟ้า**]**

                “ถ้าไม่ตอบ ฉันจะถือว่านายตกลงจะบอกกับร่างกายของฉันนะ...” เสียงเข้มพูดขึ้น

ผมตาโตเมื่อเขาเขยิบเข้ามาใกล้ผม เฮือก...

                ผมกำลังจะถอยหนีแต่ช้ากว่ามือหนาที่คว้าเอวผมให้เซไปนั่งบนตักเขา ผมหน้าร้อนวูบใช้มือเล็กผิดร่างกายของตัวเองไว้ ผมสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแก่นกายร่างสูง ผมดันไปนั่งทับอยู่พอดี ความเป็นชายของเขากำลังตื่นขึ้น...

                “โทษที ร่างกายของฉันมันแข็งแรง” เขากระซิบผมแบบขี้แกล้ง

                // นายแกล้งฉัน// ผมใช้ภาษามือและตาโตอีกรอบกับสิ่งที่คาร์ลพูด

                “ใครแกล้งนายกัน หือ?” ผมมองเขาอย่างแปลกใจที่เขารู้ภาษามือด้วย? ดูเหมือนเขารู้ว่าผมอยากจะถามอะไร ร่างสูงเลยเอื้อมมือไปหยิบหนังสือออกมาจากใต้หมอนให้ผมดู

                “ฉันซื้อมาอ่านดูน่ะ พอจะเข้าใจนิดหน่อย” น้ำเสียงใส่ใจทำให้ผมหลุดยิ้ม

                ทำไมเขาถึงใส่ใจผมล่ะ...

                ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ผมตกใจเมื่อตัวเองถูกผลักลงเตียง

                “ถ้าไม่อยากโดนฉันทำอะไร ก็ผลักฉันออกซะ...” เสียงเข้มบอกพร้อมกับให้ทางเลือก สายตาผมจ้องมองไปยังเขา แปลกที่ผมกลับไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกรังเกียจ แม้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมยื่นมือขึ้นไปแตะตรงอกเขาพอดี

                ตึก ตึก ตึก

                ผมเลื่อนมือไปจับแขนเขาที่กั้นผมไว้ทำให้คาร์ลยิ้ม เขาก้มลงมาจูบหน้าผากผมอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นว่าผมตกลงตอบรับเขา

                “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ฉันจะสอนนายทุกอย่างเอง ท้องฟ้า” เสียงเข้มกดเสียงต่ำ ร่างกายของผมเริ่มร้อนวูบเมื่อมือหนาไล่ลงไปเรื่อย ๆ ตามร่างกาย ผมบิดไปมาด้วยความรู้สึกเสียว

                เขาก้มลงมาจูบแผ่วเบาแล้วเปลี่ยนเป็นรุกเร้าแลกลิ้นด้วยความกระหาย เขาจูบจนสติผมเกือบล่องลอย

                ก่อนที่ผมกับเขาจะต้องตกใจเมื่อจู่ ๆ ขณะเขากำลังใช้ปลายนิ้วสัมผัสทางช่องทางรักของผม ผมก็ส่งเสียงออกมา

                “อ๊ะ” เสียงหวานเล็กดังเพียงสั้น ๆ แต่กลับทำให้คาร์ลชะงักมองตาโต

                “ท้องฟ้า นั่นเสียงนายใช่ไหม” เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ใส่เข้าไปทางช่องทางรักของผม เอื้อมมาลูบแก้มผมด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มดีใจอย่างเห็นได้ชัด ผมส่ายหน้าด้วยความกลัว

                ผมน้ำตาไหลออกมา ความเจ็บและไม่คุ้นชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้

                “เชื่อใจฉันไหม” เขาถามนุ่มนวล

                // เชื่อ // ผมใช้นิ้วเขียนลงบนไหล่เขา คาร์ลยิ้มออกมาแล้วดึงนิ้วออกช้า ๆ

                “ฮะ!...” เสียงสะดุ้งเล็ก ๆ

                “เราจะค่อย ๆ ทำ ช้า ๆ นะ...” ผมพยักหน้า ผมรู้สึกว่าอยากเห็นคาร์ลในมุมนี้และผมอยากให้มีแค่ผมเท่านั้นที่ได้เห็นเขา

                “อย่าอ้อนฉันแบบนั้น มันทำให้ฉันรั้งแรงที่จะไม่ทำรุนแรงไม่ได้รู้ไหม” เขาบอกขี้เล่น คาร์ลเหลือบมองถุงยางตรงโต๊ะข้างเตียง ทุกครั้งที่เขามีความสัมพันธ์กับใคร เพียงแค่ชั่วข้ามคืน เขาจะใส่ถุงยางตลอด แต่ครั้งนี้คาร์ลเลือกที่จะไม่หยิบมาใช้ ร่างสูงเอื้อมมือไปหยิบขวดเจลเย็นมาบีบชโลมใส่มือ

                // จะใส่เข้ามาได้เหรอ...// ผมมองแก่นกายตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงฉ่า

                “ได้ไหม มาค้นหาคำตอบด้วยกันดีกว่าเนอะ” เขายิ้มมุมปาก ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาจับขาของผมทั้งสองข้างไว้แล้วเขยิบกายเขาเข้ามาหาผมช้า ๆ

                อึก! เจ็บ...ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาทันที ร่างสูงกำลังพยายามเบียดแก่นกายเข้ามาทางช่องทางรักของผม

                “อืมมม ท้องฟ้า ผ่อนคลายหน่อยนะ...” เขาก้มลงมาจูบผมที่ตัวสั่นไปหมดเพื่อให้ผมผ่อนคลายลงอีกนิด ก่อนเขาจะใส่แก่นกายเข้ามาทั้งหมด

                สวบ

                “อ๊า!!!...ฮะ” ผมร้องออกมาสุดเสียงแล้วเอามือปิดปากของตัวเองอย่างตกใจ

                เมื่อกี้...ผมส่งเสียงงั้นเหรอ?

                “อย่าปิดปาก ส่งเสียงออกมาเถอะนะ...ให้ฉันได้ฟังเสียงของนาย ท้องฟ้า...” เสียงเข้มอ้อนวอนจากใจพร้อมกับสวมกอดผมไว้

                ความทรงจำตอนเด็กตอนพ่อกับแม่ของผมจากผมไปกำลังวิ่งกลับสู่ความทรงจำ สาเหตุที่ผมไม่ยอมพูดกับใครเพราะเสียใจกับการต้องอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียว

                ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดผมไว้ของคาร์ล เป็นความอบอุ่นที่ผมโหยหามาตลอด ความฝันที่ผมมักฝันถึงเสมอ เจ้าชายของผม กับทุ่งหญ้าที่สวยงาม

                ผมเบิกตากว้างแล้วร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกปลดปล่อย คาร์ลมองผมร้องไห้สะอื้นออกมาก็ตกใจและดึงผมให้ขึ้นไปนั่งคร่อมเขาไว้ โดยที่เราสองคนยังเชื่อมต่อกันอยู่

                “ฮือออ...ฮึก ฮือออ ฮือออ”

                “ชู่ว ไม่ร้องนะ ไม่ต้องร้อง ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว” เขากอดปลอบผมไว้ ผมโอบรอบคอเขาไว้แน่น ก่อนจะพยายามพูดออกมา ไม่รู้ว่ามันสามารถสื่อไปถึงเขาได้หรือเปล่า

                “ฮึก...ค...คาร์...คาร์ล...” เสียงหวานดังเสียงดนตรีกล่อมหัวใจ คาร์ลเบิกตากว้างกับคำแรกที่ผมเอ่ยออกไปชัด ๆ

                “ท้องฟ้า!!” จู่ ๆ เขาก็น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

                “อื้อออ...” ผมสะดุ้งเมื่อเขารู้สึกตื่นตัวมากกว่าเดิม

                “เรียกชื่อฉันอีกสิ” เขายิ้ม

                “อา อือออ ฮะ...”

                “อืมมม ชี้ดดด...ท้องฟ้า” เสียงครางต่ำดังจากเขาและแรงกระแทกขยับไม่ผ่อนแรง

                “จดจำร่างกายของฉันไว้ให้ดีนะ จากนี้ไปนายจะมีฉันอยู่เสมอ....อืมมม ท้องฟ้า”

                จ๊วบ จ๊วบ...

                ร่างกายผมโดยเขากัดทำรอยตามตัวจนเป็นจ้ำ ๆ

                “อ๊ะ อือออ อ๊า....” ผมส่งเสียงครางด้วยความที่ยังไม่ชินกับเสียงของตัวเองที่ไม่ได้เปล่งออกมานานแล้วทำให้ผมรู้สึกเคอะเขินเป็นอย่างมาก

                “อืมมม ชี้ดดด ท้องฟ้า...อา” ร่างสูงครางต่ำก่อนจะปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กับผม ร่างกายอ่อนระทวยไปกับเขา เขาปลดปล่อยออกมาใส่ทางช่องทางรักของผม

                ผมเกร็งตัวสั่นเทา เขาถอดถอนแก่นกายออกจากผมช้า ๆ

                “อ๊ะ...” ผมมองเขาแล้วทำหน้ามุ่ยเมื่อรู้ว่าคาร์ลแกล้งเอาแก่นกายออกช้า ๆ เพื่อแกล้งผม เขากระตุกยิ้มและทิ้งตัวลงนอนตะแคงลงข้างผม

                “ไหนลองพูดอีกทีสิ” เขาบอก ผมมองเขาตาปริบ ๆ หมายถึงให้พูดเป็นประโยคเหรอ...ผมจับคอของตัวเอง

                “นายต้องพูดได้แน่ ๆ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว...นายยังมีฉันอยู่ตรงนี้เสมอ นายไม่ได้โดดเดี่ยว” เขาเอามือมาจับมือของผมไว้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ผมพยักหน้าและจับตรงหน้าอกของตัวเองก่อนจะเปล่งเสียงออกมา

                “คาร์ล...” เสียงหวานดังชัดเจน คาร์ลยิ้ม “เสียง...”

                “ใช่ เสียงของนายไง” เขาย้ำว่านี่คือความจริง

                “ฉันพูดได้แล้ว...” ผมบอกออกมาอย่างดีใจอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาผมปิดกั้นตัวเองด้วยความกลัวและสภาพจิตใจการสูญเสียคนที่รักไป แต่ตอนผมได้เจอกับคาร์ล เขาเป็นคนเข้ามาเติมเต็มช่องว่างภายในใจของผมที่มันขาดหายไปให้เต็มอีกครั้ง ด้วยความอบอุ่นที่เขามี

                ผมมองเขาที่นอนจ้องผมอยู่ ผมรู้สึกหน้าร้อนวูบเพราะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองว่า ผมรู้ว่าตัวเองกำลังเผลอให้ใจผู้ชายตรงหน้าไปซะแล้ว....

                “จ้องหน้าฉัน อยากได้อีกรอบรึเปล่า? คราวหน้าขอเสียงหวานครางออกมาเยอะ ๆ นะ” เขาบอกกวน ผมเลยหลบสายตาของเขา

                “จะมีครั้งหน้าด้วยเหรอ” ผมถามเขิน ๆ

                “รู้งี้ฉันจับกดตั้งแต่วันแรกไปแล้ว ถ้ารู้ว่าใช้ร่างกายบอกแล้วสามารถเอาเสียงกลับมาได้” เขาบ่นพึมพำจนผมไม่ได้ยิน

                “นายว่าอะไรนะ”

                “มีสิ จะมีครั้งหน้าด้วย และคาดว่าน่าจะอีกหลายครั้ง” ไม่รู้ว่าเขาตอบจริงหรือตอบเล่น แต่มันก็ทำให้ผม...ใจเต้นตึกตัก

                “คือ...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคาร์ล นายเป็นคนแรกที่ดีกับฉันมากขนาดนี้ ขอบคุณจริง ๆ” ผมยิ้มบาง ๆ และเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากเขาก้มลงมาประกบลงปากของผม

                “อื้อออ คาร์ล”

                “นอกจากเสียงจะหวานแล้ว นายยังตัวอีกด้วย” เขาแซว ผมยังไม่ทันจะเขินผมกลับสะดุ้งเมื่อเขาลุกขึ้นแล้วอุ้มผม

                “จะพาไปไหน?” ผมถาม เขายิ้มแล้วเดินพาเข้าไปทางห้องน้ำ “อ๊ะ!! คาร์ล ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”

                ผมดันเขาออก ความรู้สึกเสียววาบปรากฏขึ้นเมื่อเขาใช้นิ้วสอดเข้าไปทางช่องทางรักของผมหมายที่จะทำความสะอาดให้ร่างกายผม

                “ฉันจะทำความสะอาดให้ อยู่นิ่ง ๆ” เขาบอกเจ้าเล่ห์ ผมจะดันออกก็ไม่ทันเขาที่ดึงนิ้วของเขาออกจากช่องทางรักของผม และดันผมติดกำแพงก่อนจะสอดใส่แก่นกายเขาเข้ามาหาผมอีกครั้ง

                “อ๊า!!...คาร์ล ทำอะไร ไหนบอกทำความสะอาดยังไงล่ะ” ผมสั่นสะท้านพร้อมกับความเจ็บปวดระลอกสองที่โหมกระหน่ำเข้ามา

                “อยากได้ยินเสียงของท้องฟ้าชัด ๆ ขออีกรอบก็แล้วกัน พยายามฝึกใช้เสียงมาก ๆ นะ...”

                “อื้อออ คนเจ้าเล่ห์!....”

                เขาเริ่มกิจกรรมรักกลางห้องน้ำกับผมอีกรอบ โดยใช้ข้ออ้างให้ผมฝึกใช้เสียง มันใช่กันซะที่ไหนเล่า คาร์ลคนบ้า! ผมรู้สึกเมื่อยและอ่อนเพลียสุด ๆ จนหลับไประหว่างที่เรากำลังจะอาบน้ำ ผมจำได้แค่ว่าเขาอุ้มผมออกมาจากห้องและหาเสื้อผ้าให้ผมใส่ จากนั้นไป ผมก็จำอะไรไม่ได้อีก...

                คืนนี้ผมนอนบนเตียงนุ่มและอบอุ่นมาก...ผมยิ้มออกมาให้อ้อมกอดของคาร์ลที่ดึงผมเข้าไปนอนกอดไว้

                ในความฝันของผมคืนนี้ ผมอยู่ในทุ่งหญ้าที่แสนสวยมีผีเสื้อบินล้อมรอบเต็มไปหมด ก่อนผมจะเห็นผู้ชายที่ใส่ชุดสีขาวมีตราประจำราชวงศ์ ผมเดินเข้าไปใกล้เขาเพื่อมองหน้าของเขาชัด ๆ ผมยิ้มกว้างออกมาเมื่อมือของร่างสูงตรงหน้ายื่นออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น

“คาร์ล...” ผมละเมอเรียกชื่อของเขาในความฝันออกมาไม่รู้ตัว...

                รุ่งเช้า

                ผมตื่นนอนขึ้นมา พบว่าผมอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ผมรู้สึกปวดร้าวตามร่างกายขึ้นมาเมื่อขยับตัวเล็กน้อย ภาพเมื่อคืนยังคงชัดเจนในความทรงจำของผมบ่งบอกว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง สัมผัสของเขายังคงอยู่...และที่น่าดีใจมากคือ     ผมกลับมาพูดได้อีกครั้งหลังจากที่ผมกลัวการเผชิญหน้ากับอะไรหลาย ๆ อย่างอยู่ แต่คาร์ลกลับทำให้ผมเชื่อมั่นอีกครั้ง

                “เรากำลังมีใจให้เขาใช่ไหมเนี่ย ท้องฟ้า...” ผมพึมพำออกมา ผมค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงพลางมองหาเสื้อผ้าชุดเดิมของผมเพราะผมจะกลับห้องเช่า

                ผมลุกออกจากเตียงพร้อมกับมองหาเสื้อผ้าของตัวเองและเจอมันซักรีดเรียบร้อย ผมหยิบขึ้นมาก็ต้องขมวดคิ้วกับของที่อยู่ในห้องเช่ามันถูกบรรจุใส่กล่องใสอย่างดีวางเรียงกันอยู่ ? ผมจำได้แม่นว่ามันเป็นของผมแน่นอน

                “ทำไมของ ๆ เรามาอยู่ที่นี่” ผมหยิบเสื้อนักศึกษาเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำด้วย

หลังจากอาบเสร็จจัดการเสื้อผ้าเรียบร้อย ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ คาร์ลหายไปไหนก็ไม่รู้?...ผมเปิดประตูห้องนอนออกมาแล้วมองทางเดินตรงหน้า ผมเดินไปอย่างไม่คุ้นที่คุ้นทางแต่ก็ต้องชะงักรีบหลบหลังเสา

                ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาอย่างประหลาด คาร์ลกำลังยืนอยู่กับแอเรียแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างใส ลมพัดวูบมาทำให้เสื้อของแอเรียปลิวไปตามลมจนหลุดออกไหล่ขาวเนียน คาร์ลเลยจับไว้และเอาสวมคืนไว้ที่ไหล่แอเรีย ผมมองพวกเขาสองคนเงียบ ๆ พลางคิดว่าตัวเองเป็นอะไรไป

                ทำไมผมต้องรู้สึกไม่ชอบใจด้วยที่คาร์ลทำแบบนี้ ไม่ชอบให้เขาอยู่ใกล้คนอื่นเลย...

                ผมเลือกที่จะเดินหันหลังออกไปจากตรงนี้ โดยที่ไม่ได้เข้าไปถามเรื่องของข้าวของที่มากองอยู่ที่นี่ ผมเดินมาอีกทางเลยเจอทางออกที่เป็นประตูหลัง มันเปิดอยู่ด้วยแฮะ ผมว่าจะไปมหา’ลัยครับ

                “อ้าว คุณท้องฟ้าจะไปไหนหรือครับ” พ่อบ้านเดินเข้ามาทางประตูหลังมองผมงง ๆ

                “คือผมจะออกไปข้างนอกครับ” ผมตอบยิ่งทำให้พ่อบ้านแปลกใจเข้าไปอีก

                “คุณท้องฟ้าพูดได้แล้วหรือครับ” เมื่อเจอคำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเมื่อคืนระหว่างผมกับคาร์ลขึ้นมาอีก

                “ใช่ครับ...เออ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอกก่อนจะออกไปทางประตูหลังบ้าน พ่อบ้านเรียกตามหลังมา ผมก็ไม่ทันได้ฟังซะแล้ว

                “เดี๋ยวครับคุณท้องฟ้า...ท่านคาร์ลรู้หรือเปล่าเนี่ยว่าคุณท้องฟ้าออกไปแล้ว” พ่อบ้านบ่นพึมพำตามหลังแล้วรีบเข้าไปแจ้งคาร์ลที่อยู่ในคฤหาสน์

                |มหาวิทยาลัย|

                ผมกำลังเดินผ่านทางเดินที่มีกลุ่มผู้ชายที่เคยช่วยเหลือผม แบบว่าจะมีกลุ่มที่เป็นเพื่อนคอยอยู่เป็นเพื่อนสอบบาสเวลาผมไม่มีเพื่อนน่ะครับ ส่วนมากผมไม่ค่อยมีคู่ แต่พวกเขานิสัยดีมาก ๆ เลย พวกเขาเข้ามาคุยกับผมบ้างบางครั้ง

                “ท้องฟ้า เมื่อวานทำไมไม่เห็นไปซ้อมบาสเลย ปกติจะเห็น ไม่สบายรึเปล่า” หนึ่งในผู้ชายสามสี่คนทักทายผม พวกเขามักเห็นผมซ้อมบาสอยู่คนเดียวเป็นประจำ พวกเขาอยู่ชมรมฟุตบอลเลยเดินผ่านโรงยิมบ่อย ๆ แต่พวกเขาไม่ค่อยมาพูดกับผมหรอกครับ เพราะแฟนของพวกเขาไม่ชอบให้มาคุยกับผมสักเท่าไหร่

                “เปล่า” ผมตอบออกไปปกติอย่างลืมตัว ทำให้พวกเขาตาโต

                “เมื่อกี้! ท้องฟ้าพูดเหรอ” พวกเขาวิ่งกรูกันเข้ามาหาผมแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตร ผมยิ้มตอบและพยักหน้า

                “อือ ขอบคุณนะทุกคนที่ดีกับฉัน” ผมบอกออกไปถึงคำที่อยากขอบคุณ พวกเขามองรอยยิ้มหวานของผมเคลิ้ม ๆ

                “ไม่เป็นหรอก ก็พวกผู้หญิงชอบแกล้งท้องฟ้านี่นา...ท้องฟ้าเสียงหวานจัง” ผู้ชายตรงหน้าผมชมออกมา ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะจากคนในกลุ่ม ผมหัวเราะด้วย

                โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมของร่างสูงเดินมาจากด้านหลังมองอยู่...

-------

                คาร์ลวิ่งออกมาจากบ้านพร้อมกับขวดน้ำส้มคั้นที่เขาเอาออกมาจากห้องครัวเพื่อให้ร่างบาง แต่พอกลับไปห้องเขากลับไม่เจอแม้แต่เงา พ่อบ้านมารายงานว่าท้องฟ้าออกมามหาวิทยาลัยแล้วเขาเลยรีบตามออกมา และคาร์ลก็มาเจอท้องฟ้าหัวเราะอารมณ์ดียิ้มแย้มอยู่กับผู้ชายคนอื่น! คาร์ลมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่อยากให้ท้องฟ้ายิ้มแบบนั้น

                ภายในใจรู้สึกฉุนและโมโห มือหนากำมือแน่น เขาไม่อยากไปใส่อารมณ์กับร่างบางเพราะ คาร์ลไม่อยากเป็นผู้ชายที่อารมณ์ร้อนไม่มีเหตุผล แต่การเห็นท้องฟ้าไปหัวเราะกับคนอื่นแบบนั้น หัวใจเขากลับรู้สึกไม่ชอบใจเข้าขั้นรุนแรง

                คาร์ลรีบเดินออกมาจากตรงนั้นและเดินไปทางสวนหย่อม เขากำขวดแก้วในมือแน่นจนมันแหลกละเอียดคามือ

                เพล้ง!! ร่างสูงกำมือแน่นปล่อยให้เลือดไหลอาบมือเต็มไปหมด คาร์ลล้มลงนอนกับพื้นหญ้า

                “เราทำไมต้องหวงเขาขนาดนั้นวะ ... เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ สงสารหรือรักเขาไปแน่กันแล้วว่ะ” คาร์ลพึมพำออกมาพร้อมปล่อยให้เลือดไหลออกมาอย่างไม่หยุด.... อย่างคนไม่รู้ใจตัวเอง

                “หรือรักเข้าไปแล้วจริง ๆ โว้ย! อะไรกันแน่เนี่ย” คาร์ลนอนตะแคงแล้วเอามือที่ไม่ได้มีแผลเกาหัวตัวเองเหมือนคนบ้า

                ผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะจริงจังอะไรกับใคร กลับไม่ใส่ถุงยางเหมือนต้องการจะผูกมัดท้องฟ้าไว้กับเขา และคาร์ลไม่เคยคิดจะผูกพันกับใครอย่างเป็นจริงเป็นจังกำลังคิดมากเพราะร่างบางแสนบอบบาง ทำให้เขารู้สึกอยากจะกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้เป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น....



                [PART: ท้องฟ้า**]**

                “เออ ท้องฟ้าคือว่า เมื่อกี้คาร์ลมายืนมองพวกเราอยู่” ระหว่างหัวเราะกันอยู่ ผู้ชายที่พูดกับผมคนแรกเลยว่าขึ้น ทำให้ผมหันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างเดินไปทางสวนหย่อม

                คาร์ล...

                “ดูท่าทางเขาจะอารมณ์ไม่ดีด้วย”

                “โกรธที่เราออกมาโดยที่ไม่ได้บอกรึเปล่านะ” ผมพึมพำถึงสาเหตุ

                “ท้องฟ้าคบกับคาร์ลอยู่ใช่ไหม?” คำถามตามตรงจากพวกเขาทำเอาใจผมเต้นแปลกไป

                “ทำไมคิดแบบนั้นเหรอ”

                “ก็ตั้งแต่มีคาร์ลเข้ามา พวกเราเห็นท้องฟ้าดูสดใสขึ้น พวกเราเห็นนะว่าตอนเย็นจะอยู่ซ้อมบาสกันสองคนกับคาร์ลใช่ไหมล่ะ” ผู้ชายตรงหน้าผมยิ้ม

                ผมคิดตามทุกอย่างตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคาร์ล...เขาคือคนที่เข้ามาเติมเต็มทุกอย่างให้ผม แถมเขายังทำให้ผมกลับมาพูดได้อีกครั้ง ความรู้สึกเหล่านี้ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นมา ผมรู้แล้วครับว่าผมยอมคาร์ลให้ทำเรื่องแบบนั้นเพราะอะไร

                “ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะ ฉันขอตัวก่อนนะ” ผมโค้งตัวขอบคุณก่อนจะวิ่งตรงไปทางสวนหย่อมเพื่อไปหาคาร์ล


..........................................................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}