June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

29. เหม่อลอย ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 29. เหม่อลอย ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.9k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
29. เหม่อลอย ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท Part

เสียงกริ่งดังขึ้นถี่บอกถึงอารมณ์ของคนที่กดใครกันมาเวลานี้ ผมเดินไปเปิดประตู

" คุณฟ้าใส " 

ผมเอ่ยชื่อผู้หญิงตรงหน้าของผมเสียงเบา ถึงผมจะเคยเจอเธอหลายครั้งแต่ผมก็ยังแปลกใจอยู่ดีที่เธอมายืนตรงหน้าผมเวลานี้ ข้างๆเธอมีผู้หญิงวัยกลางคนที่จ้องมาที่ผมด้วยสายตาเหยียดๆ

" มาหาใครครับ " ผมถามแบบสุภาพออกไป

" มาหาเจ้าของห้อง " 

ฟ้าใสพูดและไม่รอให้ผมอนุญาติเธอเดินเบียดตัวเข้ามาผ่านหน้าผม ไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น

" เอ่อ ถ้าเป็นไอ้นน มันไม่อยู่ที่นี่ตอนนี้ " 

ผมบอกเพราะเริ่มไม่ชอบที่สองคนนั่นเดินสำรวจไปทั่ว เหมือนเป็นเจ้าของห้อง

" รู้จ๊ะ " 

ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น ผมอึ้งไป พลางนึกในใจเค้าไม่ชอบผมหรือเปล่านะ

" ป้าว่ามุมนี้เราวางโซฟาตรงมุมนี้ดีมั้ย "  

ผู้หญิงคนนั้นพูดกับฟ้าใส เป็นป้าของเธอนี่เอง  แล้วบทสนทนาของสองคนนั่นทำให้ผมเริ่มไม่เข้าใจมันแปลกๆเหมือนมาสำรวจห้องของตัวเอง

" เดี๋ยวก่อนครับ มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่า หรือว่าคุณคือเจ้าของห้องคนใหม่ ? " 

ผมถามต่อด้วยความไม่แน่ใจ

" ไม่ใช่หรอกแต่เป็นคู่หมั้นของหลานสาวฉันต่างหากที่เป็นเจ้าของ " 

ป้าของฟ้าใสพูดด้วยท่าทางภูมิใจคู่หมั้นฟ้าใส ซื้อ​คอนโดผม​ พี่เนียร์ งั้นหรือ?   หรือว่าไอ้นนผมครุ่นคิดในใจที่เริ่มจะไม่สงบ

" ไม่ใช่พี่เนียร์ แต่เป็นนน " ฟ้าใสให้คำตอบผม

" และที่นี่จะเป็นเรือนหอ หลังจากที่พวกเค้าสองคนแต่งงานกัน "  

ป้าเธอพูด  คำตอบจากทั้งสองคนทำให้แทบทรุดลง ไอ้นนซื้อคอนโดผมและจะเป็นเรือนหอ

ทำไมต้องเป็นที่นี่ นน ทำไม ทำไมไม่เคยบอกคำถามเกิดขึ้นในหัวของผมมากมายผมนิ่งซ็อคไปนาน

" ข้าวของก็เก็บหมดแล้วนี่​ จะย้ายเมื่อไหร่ล่ะ "  ฟ้าใสพูดมองหน้าผมนิ่ง

" น่าจะสิ้นเดือนนี้ " 

ผมบอกเสียงเบาอะไรกันคนพวกนี้ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้มาพูดเรื่องนี้

" อยู่ก็ไม่ใช่บ้านตัวเองนี่นะ ลำบากหน่อยล่ะถึงจะอยู่ฟรีก็ต้องคิด "

ผมหน้าชากับสิ่งที่ฟ้าใสพูดแล้วทั้งสองเดินรอบห้อง เสียงพูดคุยกันเหมือนไม่มีผมอยู่ในห้องนั้นเลย

" ป้าไปรอฟ้าข้างนอกก่อน ฟ้าขอคุยนัทก่อน " 

เธอบอกกับป้าและส่งยิ้มหวานให้ แล้วฟ้าใสก็เริ่มบทสนทนาขึ้น หลังจากที่ป้าเธอเดินออกจากห้องไป

" นายคงรู้เเล้วว่าฉันกับนน กำลังจะแต่งงานกัน "

ไม่ผมไม่เคยรู้เลย ก่อนหน้านี้คุณคนแรกที่บอกผม แต่ก็ไม่ได้พูดมันออกไป คนพวกนี้ต้องการอะไรจากผมกันแน่

" ทั้งที่หมั้นกับพี่เนียร์งั้นหรือครับ "   

ผมถามออกไปไม่ใช่ยอกย้อนแต่ผมอยากรู้จริงๆ ฟ้าใสหน้าสลดลงและนิ่งไป แต่เธอก็ปรับสีหน้าได้เร็ว

" เรื่องหมั้นเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จัดการ รู้มั้ยทำไมถึงเปลี่ยน " 

ฟ้าใสถาม ผมส่ายหน้าทันที

" เพราะนนไง เค้าขอให้เปลี่ยนเป็นเค้าเเทนพี่ชายนั่นทำให้กลับมามองนนใหม่ "

 ฟ้าใสยังร่ายยาวเกี่ยวกับสัมพันธภาพของเค้ากับครอบครัวไอ้นน ตอนนี้สมองผมไม่รับอะไรเลย

" นายรู้แล้วหวังว่านายจะหยุดมัน " 

ฟ้าใสบอกผม คำว่าหยุดของเธอผมรู้มันหมายถึงเรื่องอะไร

" ทำไมคุณไม่คุณ ไม่บอกคนของคุณ " 

ผมไม่เอ่ยชื่อไอ้นนออกไป

" คิดว่าบอกนายจะง่ายกว่า ถ้าไม่มีนายนนเองก็จะใช้ชีวิตปกติ นนครอบครัวมีสังคมที่ปกติ รึนายคิดว่าจะทำให้นนพอใจได้กับสิ่งที่นายมี "

ฟ้าใสเธอพูดเน้นคำว่าปกติ และมองไล่สายตาที่ร่างกายผม  

ที่ผมเป็นแบบนี้มันผิดปกติมากหรือไงในสายตาพวกคุณ  คำว่าพอใจผมรู้เธอหมายถึงอะไร คิดแล้วรู้สึกเจ็บปวด จนอยากจะร้องไห้ออกมาแต่ผมจะไม่ทำแบบนั้นโดยเฉพาะต่อหน้าผู้หญิงคนนี้

" แค่นี้ใช่มั้ยครับพอดีผมมีธุระ " 

ผมบอกไล่ อยากออกจากที่ตรงนี้ ฟ้าใสไม่พูดอะไรลุกขึ้น เดินมาใกล้ผมยื่นหน้ามา

" ได้ข่าวว่าเรียนทำเค้กไม่แน่นะฉันอาจจะจ้างนาย เป็นคนทำเค้กแต่งงานของฉันกับนนก็ได้ คนกันเองทั้งนั้น " 

แล้วเธอก็เดินยิ้มหัวเราะ หึหึ ออกไป ความคิดหนักเริ่มวนเข้ามา ว่าฟ้าใสรู้เรื่องที่นี่ได้ไง ผมรู้สึกปวดหัวเหมือนจะอ้วกออกมา เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมของเธอใกล้ๆ

แล้วผมก็ทรุดตัวลงกับพื้น นี่เวลาแห่งความสุขของผมมันหมดลงแล้วหรือ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามันยังชัดเจนอยู่เลย อย่าทำเป็นอ่อนแอนัท

ผมบอกตัวเอง นี่แค่คำพูดของคนๆเดียว อาจจะเชื่อไม่ได้  แล้วลุกไปกินยาเพราะรู้สึกปวดหัวและเผลอหลับไปด้วยความเพลีย

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง ผมมองนาฬิกา ตอนนี้ 3 โมงเย็น พอดีนี่ผมหลับไปเกือบ3 ชั่วโมงเลยหรอ

" พี่เป้ มาได้ไง "  ผมถามเพราะคนที่ยืนหน้าห้องผมตอนนี้ยืนหน้าบึ้ง

" พี่โทรมาหลายสาย เราไม่รับ "

พี่เป้บอกและเดินเข้าห้องผมกดดูมือถือตัวเอง สายไม่ได้รับ  ในนั้นมีไอ้นนแค่สายเดียว  พี่เป้มองสำรวจข้าวของ ที่ผมเก็บไว้บางส่วน

" ย้ายเมื่อไหร่ " 

พี่เป้ถามลอยๆวันนี้ทำไมผมถึงเจอเเต่คำถามนี้นะผมไม่ตอบ ตั้งแต่ที่รู้เรื่องผมกับไอ้นนพี่เป้ก็ไม่ถามเซ้าซี้ อีกเลย

" นัทเป็นอะไรเหม่อไปนะ ไม่สบายหรือ? "  

พี่เป้บอกเเล้วเอามือมาทาบที่หน้าผาก ความอบอุ่นเเผ่ออกมา ทำให้น้ำตา​เริ่มคลอออกมา มันบอกไม่ถูกหรือเพราะพี่เป้เป็นคนในครอบครัว เวลามีปัญหาทุกครั้งผมจะปลอบตัวเอง

" หรือทะเลาะกับหมอนั่น " ผมส่ายหัวไปมากลัวพี่เป้มองไอ้นนไม่ดี

" ผมแค่เหนื่อย หลายอย่างๆ " ผมบอกออกไป

" ถ้าเรื่องร้าน หมอนั่นก็ดูเอาจริงเอาจังนี่ "  

พี่เป้บอกแล้วก็เล่าให้ฟังว่าผ่านแถวนั้นทุกวันเพราะทางไปโรงพยาบาล

" เอ่อเมื่อวันนั้นพี่เป้พูดอะไรกับไอ้นน " ผมถามด้วยความอยากรู้

" หมอนั่นไม่ได้บอกหรือไง "  พี่เป้ถามผมส่ายหน้าปฏิเสธ

" อืมก็เเค่ บอกเคล็ดลับทางร่างกายนิดหน่อย "  

พี่เป้บอกยิ้มแย้ม แต่ผมไม่เชื่อถึงแม้เรื่องที่บอกมาจะตรงกันพวกเค้าสองคนต่างก็กำลังโกหกผมอยู่

" เหม่ออีกแล้ว  อย่าคิดมากทุกอย่างมันเพิ่งเริ่ม พี่ไม่สนับสนุนนะแต่ก็ไม่คัดค้านทำไงได้น้องพี่ชอบเค้าไปแล้วนี่ " 

พี่เป้บอกยิ้มๆให้กำลังใจผม ผมโผเข้ากอดด้วยความดีใจ

" ผมไม่ได้ชอบแต่ แต่ผมรักมัน " 

ผมพูดกับอกพี่เป้ ด้วยน้ำเสียงชัดเจน เหมือนได้ระบายมันออกมา พี่เป้นิ่งไป ไม่พูดอะไรออกมามีแต่มือที่ลูบเบาๆที่หัวของผม  จากนั้นผมก็ขอให้พี่เป้มาส่งที่ร้าน ผมอยากเห็นหน้ามัน ถึงแม้เรื่องที่ได้รับรู้จากฟ้าใส ทำให้ผมรู้สึกเจ็บหน่วงในใจ

ผมยืนแอบอยู่พุ่มไม้หน้าร้าน มองร้านที่กำลังเป็นรูปร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ความฝันของผม กำลังจะเป็นจริง ลำพังผมคนเดียวคงทำเองไม่ได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ได้เพื่อนๆหุ้นส่วน ทุกคนต่างแบ่งหน้าที่กัน เหลือผมคนเดียวที่ทำอะไรได้ไม่เต็มที่เพราะยังเรียนทำขนมไม่จบ

มองไอ้นนหุ้นส่วน 50% ของร้าน ที่อยู่ในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีดำกำลังชี้อธิบายกับช่างตกแต่ง ทำไมมันดูเท่ห์ขนาดนี้นะ ดูมีเสน่ห์มากขึ้น  

ใจผมเริ่มเต้นเเรงความรู้สึกเมื่อครั้งแรกหวนกลับมาในความคิด มีคนเคยบอกว่า ความสัมพันธ์ทางกายมันจะทำให้คนสองคนผูกพันกันมากขึ้น จำไม่ได้ว่าใครบอกและเชื่อได้เเค่ไหน

" เหม่อ อะไรอยู่ตรงนี้  " หน้าตาที่ผมคุ้นเคยยื่นมาใกล้ และผมก็นึกออกว่าใครเป็นคนบอก

" ไอ้กิจ " ผมเผลอพูดชื่อไอ้กิจออกมา ไอ้กิจนั่นเองที่เป็นคนพูด และผมก็ยิ้มออกมา จนไอ้กรที่ยื่นหน้าอยู่ใกล้ทำหน้างง  เพราะผมไม่เคยจำมันสองคนสลับกัน

" ป่าว ๆ "

ผมรีบปฏิเสธไปกลัวมันจับพิรุธได้และรู้ถึงความคิดผม ยิ่งเป็นไอ้กรด้วย

" ไม่เข้าไปหรือไง "

ไอ้กรบอกและทำท่าเดินเข้าร้านไป

" กร มีเวลามั้ย " 

ผมดึงเเขนมันไว้ มันมองหน้าผมแล้วเดินนำหน้าผมไป   ยังไม่ใช่ตอนนี้ผมคิด ผมอยากบอกอยากเล่าและไอ้กรเป็นคนเดียวตอนนี้ที่จะช่วยให้ความว้าวุ่นของผมลดลงได้

ผมนั่งคุยกับไอ้กรที่สวนสาธารณะข้างๆซอย เล่าเรื่องที่ฟ้าใสมาหาผมที่คอนโด ให้กรฟังคนแรกและกำชับให้มันอย่าบอกใคร

" มึงโกรธไอ้นนมั้ยที่ปิดบังเรื่องคอนโด "  

ไอ้กรถามผม

" ไม่รู้สิ  มันหลายเรื่องเกินไป จนทำให้ว้าวุ่นไปหมด  " 

ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าโกรธมั้ย แต่ก็ไม่เชื่อที่ฟ้าใสพูดทั้งหมดเพราะจำที่ไอ้นนบอกได้ว่า มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริงเรื่องหมั้น

" เหตุผลอาจเป็นเพราะมึงก็ได้ ที่ไอ้นนมันซื้อคอนโดนั่น "  

ไอ้กรพูดจบผมยังงงกับคำพูดนั่นหรือว่าไอ้นนซื้อคอนโดนั่นก็เพราะผมจริงๆ ผมคิดเข้าข้างตัวเองด้วยความดีใจ

" กูก็อธิบายอะไรแทนไอ้นนไม่ได้ "  

แล้วมือถือไอ้กรก็ดังขัดจังหวะการสนทนาของผมกับมัน มันกดรับสาย สักพักก็ยื่นมือถือมาให้ผม

" มีคนอยากคุยกับมึงเดี๋ยวเค้ามากูไปรอที่หน้าสวน " 

ไอ้กรบอกแล้วลุกขึ้นไปผมยังไม่ได้ถามว่าใครเลย

ผ่านไปสักพักผมก็มองหาคนที่ไอ้กรบอก

" นัท " 

ผมหันไปมองตามเสียงเรียกพี่เนียร์ นั่นเอง วันนี้มันวันอะไรของผมกันแน่ ผมไม่คิดยาวพร้อมกับยกมือไหว้พี่เนียร์

แล้วพี่เนียร์ก็เริ่มเล่าเรื่อง  ว่าฟ้าใสรู้เรื่องคอนโดนั่นจากเอกสารในห้องทำงานเค้า และถามอะไร แล้วพี่เค้าก็บอกไปตามความจริงหลังจากที่ฟ้าใสกลับเมื่อบ่ายเธอไปโวยพี่เนียร์เรื่องนี้ แถมยังบอกว่าจะบอกเรื่องไอ้นนพักกับผมเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันให้ครอบครัวไอ้นนได้รู้

" นนไม่ได้บอกพี่ แต่พี่รู้จากคนอื่น " 

พี่เนียร์บอกเสียงเครียดคงเป็นเรื่องที่ผมคบไอ้นน ผมเองก็ไม่ได้น้อยใจอะไรที่มันไม่ได้บอกครอบครัว เรื่องผม มันคงมีเหตุผลที่ยังบอกไม่ได้มั่ง คำว่ามั่งที่เต็มไปด้วยความลังเล ผมคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง

" ตอนนี้แม่พี่อาการไม่ค่อยดีกลัวฟ้าใสเอาเรื่องนี้ไปบอกเหมือนกัน "

พี่เนียร์เล่าเรื่องไปเรื่อยผมก็รับฟังอย่างเงียบๆ ไอ้นนไม่เคยบอกผมเลย

" แต่วันนี้พี่มาเพื่อขอโทษนัทเรื่อง ฟ้าใสที่บุกไปที่นั่น " 

พี่เนียร์บอก

" ไม่เป็นไรครับ " 

ผมบอกออกไปแค่นั้น จริงๆผมอยากพูดอธิบายเยอะ แต่มันพูดไม่ออก

" เอ่อและพี่ก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องของเราสองคน "

พี่เนียร์บอกและส่งยิ้มให้ผมแต่ผมว่ารอยยิ้มนั่นมันไม่สดใสเลย มีเรื่องที่มันมากกว่านี้ใช่มั้ยครับ ผมคิดอยากจะถามออกไป

" แล้วก็เรื่อง....   "

พี่เนียร์พูดไม่จบเสียงไอ้กรแทรกขึ้นมา

" พอเถอะครับนั่นเป็นปัญหาของพวกคุณ อย่าพยายามเอามันมาให้เพื่อนผมรับรู้ด้วยเลย " 

ไอ้กรพูดกับพี่เนียร์ท่าทีเหินห่าง จนผมเองยังตกใจ

" กร มันไม่ใช่แบบนั้น พี่.. พี่..  " 

พี่เนียร์ยังอธิบายแบบติดๆขัดๆ

" ผมจำได้ว่า ผมเป็นลูกคนโตไม่มีพี่ชาย " 

ไอ้กรบอกด้วยความพูดเย็นชาหน้ามันตอนนี้ ดูน่ากลัว มองพี่เนียร์ที่ทำหน้าสลดอยู่ด้านหน้าผม แล้วก็ไม่ได้ลาพี่เนียร์โดนไอ้กรลากออกมาจากตรงนั้น เกิดอะไรขึ้นกับไอ้กร ผมคิดอยู่ในใจ  จนมาถึงหน้าร้าน ไอ้กรหยุดแล้วปล่อยมือผม

" มองไปด้านในสิ มองคนที่อยู่ตรงนั้น มองที่แค่สิ่งที่มันทำอยู่ เรื่องอื่นปล่อยไปก่อน  " 

ไอ้กรพูดผมมองเข้าไปในร้านเห็นไอ้นนที่ยังทำหน้าเครียดกับ ช่างรับเหมา

นี่ผมกำลังคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่ ทั้งที่คนที่ผมแคร์มากที่สุดคือคนยืนทำหน้าเครียดอยู่ข้างในเหมือนคำพูดไอ้กรเตือนสติผม

แล้วร่างสูงก็มองเห็นผมกับไอ้กร กวักมือเรียกให้ผมไปหาผมโบกมือกลับไป มันก็ยิ้มออกมา

" ไปสิ บางทีความสัมพันธ์ทางกายมันอาจจะช่วยให้หายเหม่อได้ ครั้งแรกก็ผ่านไปแล้วนี่ " 

ไอ้กรพูดเปลี่ยนอารมณ์

" มึงรู้  นี่กูดูง่ายขนาดนั้นเลยหรอ "  

ผมถามหรือว่าไอ้นนพูดแต่เรื่องแบบนี้ ไม่น่าจะบอกกันได้ง่าย แล้วก็รู้สึกร้อนที่ใบหน้า

" เออดิ ดูหน้ามึงตอนมองไอ้นนเมื่อบ่าย เหมือนกับจะกลืนกินมัน " 

ไอ้กรบอกแล้วผลักผมให้เดินไป​ กลืนกินนั่นเค้าใช้กับของกินไม่ใช่หรือไงผมคิด

" เอ่อ กรเรื่องเมื่อกี้ มึงโอเครนะ " ผมถามกลับด้วยความเป็นห่วง

" โอเครสิ ตอนนี้กูกำลังเข้มแข็งอยู่ " 

มันตอบและไม่รอให้ผม ถามอะไรอีก เดินหันหลังไป

" เป็นอะไรหน้าแดง " 

ไอ้นนถามแต่มือมันยังก้มขีดเขียนกับกระดาษตรงหน้า โดยไม่สนจะเอาคำตอบจากผม

" แดด แดดข้างนอกแรง " 

ผมบอกปิดบังอาการตัวเอง ยิ่งมองใบหน้าด้านข้างของมันที่ผมชอบมอง   ทำไมถึงได้เท่ห์ขนาดนี้นะ กลืนกิน กลืนกิน  คำนี้วนมาอีกครั้ง

" 6โมงเย็นยังมีแดดอีกน่าแปลก " 

มันบ่นพึมพำ และบอกให้ผมรออีกหน่อยวันนี้จะกลับไปนอนคอนโด นั่นทำให้ผมยิ้มออกมา

หลังจากที่กินข้าวเสร็จผมกับไอ้นนก็อาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอนที่เตียงพร้อมกัน ผมคิดว่า มันคงเหนื่อยบอกว่าพรุ่งนี้เช้ามีนัดตอน8โมงเช้ากับช่างบอกให้ผมตั้ง นาฬิกาปลุกตี 5 ต้องเตรียมตัวขนาดนั้นเลยหรอ หรือว่าที่นัดมันไกล  ผมมองหน้ามันที่กำลังหลับ พลางคิดว่า เหนื่อยขนาดนั้นจะกลับมาด้วยทำไม แค่ให้ผมกลับมาหรือค้างที่นั่นด้วยกันก็ได้  แล้วมันก็ขยับตัวมาดึงผมไปกอด

" พรุ่งนี้เช้าขอนะ " 

มันพูดและกดจมูกลงที่หน้าผากเบาๆ คำว่าขอนะ ของมันทำให้ ความรู้สึกที่ว้าวุ่นช่วงบ่ายที่ผ่านมาทำให้ผมลืมมันไป หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง

" แต่ มันเช้า "  

ผมบอกนั่นหมายถึงแสงแดดส่องเข้ามาแล้วอะไรๆก็จะชัดเจนมากขึ้น

" นัท นี่มันสามวันแล้วนะ คู่อื่นเค้าทำกันเช้าเย็นหรือ มากกว่านั้นด้วยซ้ำ " 

ไอ้นนพูดเปรียบ เหมือนกับเรื่องกินข้าวแปรงฟัน ผมไม่ตอบ แต่ขยับกอดมันแน่นและหอมที่หน้าอกมันเบาๆ ด้วยใจเต้นแรงและคิดว่าผมควร เปลี่ยนเวลาปลุกเป็นตี4 ดีมั้ยนะ

หยุดสักพักนัทหยุดทุกเรื่อง มองแค่คนตรงหน้าพอ รู้เท่าที่มันให้รู้  กูเชื่อใจมึงได้ใช่มั้ยนน?

___________________________

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}