Peeramin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 34

คำค้น : CHAPTER 34

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2559 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 34
แบบอักษร

 

CHAPTER 34

 

ตอนเย็น....

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!

ฉันเคาะประตูห้องพี่ตุ๊กตาก่อนจะก้าวเข้าไป เพราะหลังจากที่ทำงานเสร็จที่สตูพี่ตุ๊กตาก็ได้โทรตามฉันขึ้นมาพบ แล้วพอทำเสร็จ ฉันก็รีบขึ้นมาที่นี่ทันที

“มาแล้วเหรอจ้ะ ^^” พี่ตุ๊กตายิ้มต้อนรับฉัน

“ค่ะ ^^ มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฉันเองก็มานั่งอยู่เก้าอี้ที่ตรงข้ามกับพี่ตุ๊กตา เห็นกระดาษที่มีแบบเสื้อผ้าต่างๆกระจายอยู่เต็มไปหมด ดูจากลายเส้นแล้วน่าจะเป็นแบบพวกชุดที่ใช้แสดงในแฟชั่นโชว์ทั้งนั้นเลย

“มีจ้ะ...เพราะงานแฟชั่นโชว์ใกล้เข้ามาแล้ว พี่เลยอยากให้ยูลองออกแบบชุดในงานนี้ด้วย”

“จะดีเหรอ งานนี้เป็นงานใหญ่มาก ยูกลัวว่าผลงานของยูอาจจะไม่เข้าตาเท่าไหร่”

“ดีสิ...พี่น่ะติดตามเรามานานแล้วนะ พี่เชื่อใจเรา”

“เอางั้นเหรอคะ?

“จ้า นี่คือที่พี่ลองออกแบบไว้ เราเอาไปเป็นแนวทางหรือจะเอาไปแต่งเติ่มตรงไหนก็ได้นะ แล้วเราค่อยมาเลือกชุดที่ดีที่สุดกันอีกที” พี่ตุ๊กตายื่นกองกระดาษไม่ต่ำกว่ายี่สิบใบให้กับฉัน แต่เท่าที่เปิดดูคร่าวๆนี่ก็สวยๆทั้งนั้นเลยนะ

“ได้ค่ะ ยูจะทำให้สุดความสามารถเลยนะคะ ^^

 

1 อาทิตย์ต่อมา.....

วันนี้เป็นวันที่ต้องถ่ายรูปโปสเตอร์โปรโมทงานแฟชั่นโชว์ หลังจากที่เราคัดชุดกันอย่างยากลำบากในอาทิตย์ที่แล้ว คราวนี้ก็ได้ชุดที่เหมาะสมกับงานแล้ว คราวนี้ฉันก็ได้รับหน้าที่ให้มาคุมที่สตูอีกเหมือนเดิม แต่คราวนี้บรรยากาศไม่เหมือนเดิมแฮะ เพราะวันนี้คนที่ถ่ายคือนายแบบนางแบบตัวจริง....นางแบบชื่อ เนเน่ เห็นว่าเป็นนางแบบชื่อดังที่กำลังปังในตอนนี้มากๆ ส่วนายแบบก็...คาเตอร์ ยังไงล่ะ

“นางแบบนายแบบพร้อมนะคะ?” ฉันเดินเข้ามาเช็คทีมงานในห้องแต่งตัว เพราะฉันได้เตรียมชุมพร้อมแล้วสำหรับเซตแรก แล้วสายตาของฉันก็ดันไปหยุดอยู่ที่ใครคนนึงพอดี เค้ากำลังนั่งอยู่ที่แต่งหน้าและมองฉันผ่านกระจกที่สะท้อนอยู่

“พร้อมแล้วค่ะ” มีทีมงานคนนึงร้องบอกฉัน นั่นเลยทำให้ฉันละสายตาจากมุมนั้นไปในทันที

“งั้นเชิญเปลี่ยนชุดกันได้เลยค่ะ” ฉันบอกๆไปแบบนั้นก่อนจะก้าวออกจากห้อง แล้วเดินมาที่สตูดิโอแทน ฉันมาเช็คความเรียบร้อยของที่นี่อีกครั้ง

 “คุณยูแอลคะ!!!!” ฉันหันไปตามเสียงเรียกทันที

“ว่าไงคะ?” ฉันเดินเข้าหาทีมงานคนนั้นทันที

“ดูเหมือนว่าชุดนายแบบ จะมีปัญหาค่ะ” ฮะ! ชุดมีปัญหางั้นเหรอ ได้ไงอ่ะ ฉันเช็คอย่างดีนะ หรือว่า...ฉันลืมตรวจอย่างละเอียด? ไม่นะ! ตอนที่เช็คมันก็ปกติดีทุกอย่าง

“ตอนนี้ชุดอยู่ไหนคะ?

ณ ห้องลอง VIP XXX

ฉันเดินเข้ามาในห้องลองเสื้อนั้น ก่อนจะเห็นทีมงานผู้หญิงคนนึงที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พร้อมกับนายแบบ....คาเตอร์นั่นแหละ เฮ้อ! อุตส่าห์พยายามหลบหลีกแล้วนะเนี่ย

“มีปัญหาอะไรเหรอคะ?” ฉันถามพร้อมกับเดินเข้าไปสำรวจชุด

“คือหนูพยายามจะให้นายแบบเค้า แต่หนูดึงแรงไป ชุดมันก็เลย....ขาดน่ะค่ะ”

“ขาดจริงๆด้วย...” ฉันเดินไปจับที่ปลายฝั่งแขนขวาของเสื้อมันขาดเล็กน้อย ถ้าเย็บแก้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“หนูขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ” ทีมงานคนนั้นเริ่มร้องไห้ออกมาทันที

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแก้เองนะคะ มันแก้ไขได้ค่ะ”

“จริงเหรอคะ หนูจะไม่ได้โดนไล่ออกใช่มั้ยคะ?

“ไม่หรอกค่ะ แต่ตอนนี้ช่วยไปหาเข็มกับด้ายสีดำมาให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ?

“ได้ค่ะๆ รอสักครู่นะคะ หนูจะรีบเอามาให้”

จากนั้นทีมงานคนนั้ก็วิ่งออกไปจากห้องทันที ส่วนฉันก็สำรวจเสื้อต่อ ดูสิว่ามีตรงไหนขาดอีกหรือป่าว....เอ๊ะ! ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียวนี่นา พอคิดได้แบบนั้นฉันก็หันหน้าไปสบตาร่างสูงที่กำลังมองฉันอยู่พอดี เค้าคงจ้องฉันนานแล้วสินะ

“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักเค้า เพราะจำได้ว่าวันนี้เจอหน้ากัน ฉันยังไม่ทักเค้าเลย

“......” เงียบอีกแล้ว เค้าจะประหยัดคำพูดไปถึงไหนเนี่ย กลัวดอกพิกุลร่วงลงมาหรือไง!

“เอ่อ...ขอโทษนะคะที่ทำให้ต้องรอ ฉันจะรีบแก้ชุดให้ทันที” ฉันบอกไปแบบนั้น ก่อนจะหันไปสนใจชุดนั่นต่อ ไม่จำเป็นที่ต้องยืนคุยกับเค้าแล้วล่ะ เพราะยังไงเค้าก็ไม่ตอบกลับฉันอยู่แล้ว

จ็อกกก ~

อ๋อย....ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ บรรยากาศที่เงียบอยู่ดีๆ กลับโดนทำลายด้วยเสียงท้องร้องอันน่าเกลียดของฉัน ฉันไม่น่ารีบออกมาเลยเมื่อเช้านี้ น่าจะกินข้าวก่อนซักคำ เพราะเมื่อเช้าฉันตื่นสายเลยรีบบึ่งมาที่สตูดิโอเพราะกลัวจะเลต แล้วทำไมจะต้องมาร้องตอนนี้ด้วย รู้มัยว่าฉันอายไหน ท้องเลว!!!

“อ่ะ...กินลองท้องไปก่อน” คาเตอร์ยื่นแซนวิชอันนึงมาให้ฉัน เค้ามีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแก้ชุดเสร็จ ฉันค่อยเอาไปทานข้าวก็ได้” เกรงใจอ่ะ ที่สำคัญ...อายด้วย >///<

“เอาไปเถอะ....เดี๋ยวก็ได้เป็นลมก่อนแก้ชุดกันพอดี” ต้องกินสินะ...

“งั้นก็...ขอบคุณมากนะคะ” ฉันเดินไปรับเอาแซนวิชที่เค้ายื่นให้ ก่อนจะมายืนกินอยู่แถวๆชุด ไม่อยากอยู่ใกล้ๆเลยจริงๆ ยังไม่หายอายเรื่องเมื่อกี้เลย >_< ฉันมองดูแซนวิชในมือ แซนวิชทูน่าสินะ....น่ากินชะมัดเลย ฉันแกะถุงพลาสติกที่หุ้มไว้ออกก่อนจะกัดกินอย่างนุมนวล หืมมม! อร่อยอ่ะ หรือว่าฉันหิวข้าว? ไม่นะ! มันอร่อยมาก อร่อยจริงๆ เหมือนฉันเคยได้กินรสชาติแบบนี้มาก่อนเลย

“เธอนี่ยังกินเหมือนเด็กไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“คะ?” เมื่อกี้เค้าพูดว่าอะไรนะ? ฉันมัวแต่กินน่ะเลยไม่ได้ยินอะไรเลย สนใจแซนวิชอย่างเดียว >_<

“ได้แล้วค่ะๆ เข็มกับด้าย” ในขณะนั้นเองทีมงานคนนั้นก็วิ่งเข้ามาในห้องหร้อมกับเข็มกับด้ายในมือ ท่าทางเธอดูดีใจมากเลยแหละ ส่วนฉันก็รีบวางแซนวิชที่ยังกินไม่หมดลงก่อน งานต้องมาก่อน อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงคิวถ่าย ฉันจะให้งานผิดพลาดหรือเวลาคลาดเคลื่อนไม่ได้เป็นอันขาด

           “ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเองค่ะ” ฉันบอกทีมงานคนนั้น ก่อนจะเอาเข็มกับด้ายไปเย็บตรงมุมแขนของเสื้อที่ขาด โชคดีนะในส่วนที่ขาดมันเป็นส่วนที่ไม่ได้โชว์เท่าไหร่ ถ้าไม่สังเกตดดีๆก็จะไม่เห็น เพราะฉะนั้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนละกัน ถ่ายเสร็จค่อยแก้ให้สวยงาม

           5 นาทีต่อมา....

           “เสร็จแล้วค่ะ” ฉันบอกพร้อมหลังจากที่เย็บเสร็จและมั่นใจแล้วว่าด้ายจะไม่หลุดแน่นอน ก่อนจะยื่นเสื้อไปให้เค้าใส่ เค้าก็รับไปใส่ แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นมันอยู่ตรงที่เสื้อนี้ค่อนข้างจะมีดีไซน์ที่ยากอยู่พอสมควร ทั้งคอเสื้อที่ต้องพับองศาให้เป๊ะ! ทั้งแขนเสื้อที่ต้องพับให้เป๊ะเช่นเดียวกัน

           “…..” เค้าไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่สวมเสื้อนั้นลงไป แต่เค้าใช้สาตากวาดมองมันก่อนจะหันมาสบตาฉัน

           “เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ” เพียงแค่นั้น ฉันก็รับรู้ถึงหน้าที่ที่ต้องทำทันที...

           ฉันเดินเข้าไปหาเค้าพร้อมกับค่อยๆยืดตัว เพื่อที่จะดึงคอเสื้อเค้าให้ถูกองศา แต่ด้วยความที่เค้าตัวสูงมาก ส่วนฉันก็ไม่ค่อยจะสูงอยู่แล้ว ยิ่งยืนกับคนสูงๆแบบนี้ จบกันเลยค่ะ! แต่ฉันก็ยังใช้ความพยายามในการยืดตัวจัดคอเสื้อเค้านะ จับได้แล้ว! แต่ทำไมเค้าไม่คิดจะก้มหรือย่อให้ฉันเลยล่ะ จงใจแกล้งกันชัดๆ เออ! ฉันผิดเองแหละที่เกิดมาเตี้ยเนี่ย ฉันพยายามยืดตัวให้สุดแรงครั้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนรอบนี้จะแรงไป เท้าฉันที่แตะพื้นอยู่มันเลยลื่น ทำให้ฉันไถลไปติดกับตัวเค้าเต็มๆเลย หน้าฉันนี่แนบหน้าอกเค้าเลยล่ะ

           ตึกตัก! ตึกตัก!

           อะไรกัน! เสียงหัวใจนี่มันอะไรกัน เสียงหัวใจของเค้างั้นงั้นเหรอ!? แต่จะว่าเค้าคนเดียวก็ไม่ถูกหรอก เพราะหัวใจฉันมันก็เต้นแรงไม่ต่างกัน นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมฉันถึงได้ใจเต้นแรงกับคนแปลกหน้าแบบนี้ แถมยังเป็นคนที่ไม่ชอบขี้หน้าฉันด้วย แย่แล้ว! ยูแอล...

           “ขอโทษค่ะ!” พอตั้งสติได้ ฉันก็รีบถอยออกให้ห่างจากตัวเค้าเลย เค้าเองก็ยืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์เลยล่ะ สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไรกันแน่ อึดอัดจัง...

           “ไม่เป็นไร...” เค้าพูดแล้ว! กว่าจะยอมพูดนะ

           “งั้นเดี๋ยวฉันให้ทีมงานมาดูแลเสื้อผ้าคุณให้นะคะ” อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องชิ่งแล้วล่ะ

           “อื้ม....”

           พบจบประโยคนั้น ฉันรีบเดินออกมาจากห้องนั้นทันที อะไรกันเนี่ย! เหตุการณ์เมื่อกี้ เค้าไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมเค้าถึงใจเต้นแรงกับฉันล่ะ? แต่เค้าอาจะตกใจก็ได้นี่นา ใช่! เค้าคงตกใจ แล้วฉันล่ะ? ทำไมฉันต้องใจเต้นแรงกับมนุษย์หุ่นยนต์แบบนั้นด้วย พอๆๆๆ เลิกฟุ่งซ่านและทำงานได้แล้ว!

           2 ชั่วโมงต่อมา....

           เซตแรกผ่านไปด้วยดี แต่ที่ใช้เวลานานขนาดนี้เพราะเราต้องการรูปจำนวนมากในเซตนี้ เลยต้องถ่ายวนไปค่ะ! นั่นแหละ เซตนี้เลยใช้เวลาหน่อย นี่ก็เป็นเวลาเบรกของทีมงานแล้ว ส่วนฉันก็กำลังเช็คเสื้อผ้าเซตที่สองต่อ...เซตแรกนี่จะเน้นเสื้อผ้าที่เด่น สง่า แต่เซตที่สองจะเบาลงมาหน่อย จะเน้นใส่สบายและเซ็กซี่ด้วย

           “คุณยูแอลพักบ้างก็ได้นะคะ” พี่แก้วทีมงานที่คอยช่วยเหลอฉันตลอดเอ่ยบอก ในขณะที่เธอกำลังเดินเช็คชุดไปกับฉัน พี่แก้วเป็นคนที่น่ารักมากเลยนะ เค้าคอยช่วยเหลือฉันตลอดเวลาที่ฉันยังไม่เรียนรู้งาน

           “ยูไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าพี่แก้วเหนื่อยพี่แก้วพักก่อนก็ได้นะคะ”

           “ความจริงพี่ก็ไม่ได้เหนื่อยหรอกค่ะ พี่หิว ^^

           “งี้ก็รีบไปพักเลยค่ะ พี่แก้วไปหาอะไรทานเลยนะคะ ยูเช็คคนเดียวได้”

           “จะดีเหรอคะ?

           “ดีสิคะ ไปทานข้าวเถอะนะคะ ถือว่ายูขอร้องนะ ^^

           “งั้นทานข้าวเสร็จแล้วพี่จะรีบมาเลยนะคะ”

           “ค่ะ ^^

           หลังจากที่พี่แก้วไป ฉันก็ยังเช็คชุดต่อ เอ๊ะ! ดูเหมือนวาจะมีชุดที่ไม่เรีบฃยบร้อยแฮะ มีชุดนางแบบชุดนึงมีรอยขาดเป็นรูเลย ไม่ได้การละ ถ้าไม่รีบเย็บแก้ต้องวุ่นวายแน่ๆ พอคิดได้แบบนั้นฉันเลยรีบเดินไปถามทีมงานเลยว่าห้องเก็บของพวกเย็บปักทักร้อยอยู่ไหน จะให้ทีมงานที่กำลังพักเหนื่อยไปก็ยังไงอยู่ใช่มั้ย เพราะพวกเค้าพึ่งได้พัก ดังนั้น! ฉันเลยเลือกที่ลุยเอง แนเดินไปถามทีมงานว่าห้องอญุ่ที่ไหนก่อนจะได้คำตอบมา... ห้องเก็บของ A2 งั้นเหรอ ฉันเดินออกจากสตูก่อนจะหาห้องดังกล่าวตามที่ทีมงานบอก

           ฉันเดินวนอยู่ในชั้นนั้น ทำไมไม่เห็นมีเลยล่ะ? พวกเค้าโกหกฉันรึเปล่าเนี่ย แต่ทีมงานไม่น่าจะโกหกนะหรือว่าฉันฟังผิด ฉันยงคงเดินไปเรื่อยๆ นั่นรึเปล่า ห้องที่ใกล้ๆห้องน้ำทางนั้น ฉันรีบก้าวขาให้ไปถึงห้องนั่นอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันถึงเลยก็หยุดชะงักซะก่อน เมื่อเห็นคนบางคนเดินออกมาจากห้องน้ำ

           “^_^” ฉันไม่พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มให้เค้า ทำวันนี้เจอเค้าตลอดเลยล่ะ ขนาดออกจาสตูดิโอแล้วยังเจอเลย เจอบ่อยไปแล้วนะ >_<

           “เธอจะไปไหน?” โว๊ะ! ครั้งนี้เค้าคุยกับฉันแฮะ แถมถามฉันก่อนด้วย ไม่ค่อยมีเห็นหรอกนะโมเม้นต์แบบนี้ เพราะปกติเค้าจะเงียบ เงียบชนิดที่ว่าไม่หลุดคำพูดอะไรออกจากปากเลย ทำไมรอบนี้แปลกๆแฮะ

           “พอดีฉันจะเข้าไปเอาของในห้องเก็บของนน่ะค่ะ” ฉันชี้ไปห้องอยู่ถัดจากห้องน้ำไป ห้อง A2 จริงด้วยๆ ป้ายมันเขียนติดไว้ตัวใหญ่ลย ถึงซะที....ห้องที่ตามหา

           “อ๋อ...” เค้าตอบแค่นั้น

           “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกก่อนจะรีบเดินไปที่หน้าห้อนั้นทันที

ห้อง A2

ฉันยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ไม่ขออะไรมากหรอก....ขอแค่ข้างในมีไฟก็พอ ก็ฉันไม่ชอบความมืดนี่นา ไม่ใช่ไมชอบสิ! กลัวมากเลยต่างหาก และเมื่อเปิดประตูเข้าไปฉันก็ยิ้มออกทันที เยส! ขอบคุณนะที่มีไฟ! ^_^ พอเห็นว่ามีไฟสว่างจ้าแบบนี้ฉันเลยก้าวเข้าไปอย่างไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เสื้อผ้าในห้องนี้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ดูเหมือนจะเป็นเสื้อที่ล้างสต๊อกทั้งนั้นเลย ฉันก็เดินหาเข็มกับด้ายวนไปค่ะ แล้วก็เจอเป้าหมาย!

นั่นไง! กล่องใส่เข็มกับด้ายวางอยู่บนตู้นั้น

ฉันรีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆตู้ก่อนจะพยายามยืดแขนเพื่อที่จะจับเข็มกับด้ายลงมา แต่ยืดเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึง ตู้นี้มันสูงมากจริงๆ ทำไงดีเนี่ย เก้าอี้ก็ไม่มีสักตัว ฉันมองรอบห้องอย่างหมดหวัง ก่อนจะพยายามอีกครั้ง

อีกนิดเดียว.....นิดเดียวยูแอล....ยืดไปอีก!

พึ่บ!!!

ได้แล้วจ้า!!! ดูเหมือนฉันจับได้แล้วแฮะ แต่ทำไมเหมือมีแรงอะไรบางอย่างดึงกล่องนั้นไปล่ะ พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกว่าข้างหลังมีเงาอะไรบางอย่าง มีคนอยู่ข้างหลังฉันงั้นเหรอ ฉันรีบหันไปเผชิญหน้าอย่างรวดเร็ว

นี่มัน!...เค้านี่นา

“คุณ!....” ฉันร้องเสียงหลงอย่างห้ามไม่ทัน ก็มันตกใจนี่นา เค้ามาอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ฉันจำได้ว่าเข้ามาในห้องนี้คนเดียวนะ หรือว่าเค้าหายตัวมา? ไม่ใช่หรอกมั้ง!

“ถ้าไม่ถึงก็ขอให้คนช่วยสิ” และแล้วกล่องนั้นก็อยู่ในมือเค้าเรียบร้อยแล้ว

“ก็....ฉันไม่รู้นี่คะ ว่ามีคนอยู่ในนี้ด้วย”

“อ่ะ เอาไป” เค้ายื่นกล่องมาให้ฉัน

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่...คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?” ฉันรับกล่องมาก่อนจะถามต่อ

“พอดีฉัน...มาหาของบางอย่างน่ะ” อ๋อ...ที่แท้ก็มาหาของ ให้เราก็นึกว่าตามเรามาซะอีก สำคัญตัวผิดไปสินะ!

“ของอะไรเหรอคะ?” เผื่อจะได้ช่วยหา

“เธอไม่ต้องรู้หรอกน่า” หมายความว่าไม่ต้องยุ่งใช่มั้ย! ได้! จบ! แยก! อะไรก็ไม่รู้ คนเค้าอุตส่าห์จะช่วยหาของ พูดแบบนี้ทำร้ายความรู้สึกกันชัดๆ เค้านี่มันหุ่นยนต์ในร่างมนุยษ์จริงๆ

“ค่ะ ขอโทษนะคะที่ฉันยุ่งมากไป” ไม่ได้น้อยใจเลยนะ ไม่เล๊ยยยย

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น”

“ช่างมันเถอะค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”

หลังจากที่บทสทนาจบลง ฉันก็เตรียมเดินออกจากห้องทันที คนบ้าอะไร...บทจะไม่พูดก็ไม่พูด แล้วพอพูดนะ แต่ละคำนี่ ทำร้ายกันชะมัด หลังจากที่เดินผ่านเค้ามาฉันก็กอกตามองบนไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินออกจาห้อง แต่ยังไม่ทันจะถึงประตูห้องเลย ก็มีตัวอะไรไม่รู้ตรงลงอยู่ตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันหยุดเดินกะทันหัน ห่อนจะก้มมองพื้นดูว่ามันคือตัวอะไร

 

นั่นมัน...ตะ...ตุ๊กแก!

 

#

 

แหมๆๆๆ นี่ขนาดจำกันไม่ได้ยังใกล้ชิดกันตลอดเวเลยยย

เชื่อว่าทุกคนคงกำลังรอให้น้องยูจำพี่คาร์ลได้อยู่ใช่มั้ยคะ ^^

 

 

ไรท์จะมาลงบ่อยๆตามสัญญานะ ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกถูกใจนะคะ

ไรท์รู้สึกมีกำลังใจและกำลังเขียนมากเวลาทุกคนมาเม้นน้าาาา

ปล.ไรท์คนเดิน เพิ่มเติมคือรอออ่านเม้นอยู่นะจ้ะ 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gifhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gif

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น