ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 5 พรีเว้ดดิ้ง 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 5 พรีเว้ดดิ้ง 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 5 พรีเว้ดดิ้ง 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 5


"โอ้ยยย!! ทำไมฉันต้องมานั่งเฝ้านายด้วยเนี่ย" วาณิชานั่งหน้างอคอเง้าอยู่บนแพรริมน้ำ ก็ลำเพยกับสุชาตินั้นกำชับให้เธอคอยอำนวยความสะดวกให้ภากร ตอนนี้ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนกำลังแหวกว่าอยู่ในธาราใส "ไม่รู้จะมาให้เป็นภาระกันทำไม!"


มองไปข้างๆกันก็เห็นภาคิณสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว เขากำลังออดอ้อนออเซาะพี่สาวของเธอ คนนั้นทำอย่างกับรู้จักคุ้นเคยกันมาเป็นปีเป็นชาติ...แถมวาณิริณยังยอมสระผมให้เสียนี่


"นี่! ยัยเด็กเถื่อน ช่วยทำกิริยามารยาทให้มันดีๆกับแขกผู้มาเยือนหน่อยได้ไหม? หน้าตาก็สวยดีแต่ดุอย่างหมา...โอ้ยยย ยัยเด็กบ้า!!"


ภากรเอามือกุมหน้าผากและโวยวายทันทีเมื่อวาณิชาขว้างขันสีชมพูลอยติดหน้าผากของเขา หญิงสาวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างสะใจ


"ฉันมีมารยาทกับทุกคนยกเว้นนายสองคนพี่น้อง กรี้ดดด ไอ้บ้าภากร" วาณิชาแผดเสียงไม่พอใจ ภากรเอาคืนเธอด้วยการสาดน้ำใส่จนเปียกโชกไปทั้งตัว อาบน้ำแล้วแท้ๆเชียว...


ภากรกำลังขึ้นมาจากบันไดในน้ำก็หัวเราะชอบใจ แต่สายตาก็หยุดอยู่ร่างกายของสาวน้อบ พอเปียกน้ำแล้วเสื้อขาวบางก็แนบชิดจนนเห็นสัดส่วนของเธอ ซึ่งเย้ายวนอยู่ไม่น้อย


ผลัก !!


ตู้มม !!


ภากรยังไม่ทันจะพ้นบันไดขั้นสุดท้าย เท้าน้อยๆของวณิชาก็ถีบเข้ายอดอกจนเขาต้องหงายหลังลงไปอีกครั้ง


"ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! ไอ้เฒ่าทารก!!" ด่าจบก็เดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นบ้านไป วาณิริณร้องเรียกแต่เธอก็ไม่หันมา


"ฉันเพิ่งอายุ 33 เองนะ นี่...ยัยตัวแสบ มาเคลียร์เรื่องถีบฉันก่อน" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังไป ภากรมุ่ยหน้าแล้วหันไปทางน้องชายที่กำลังแอบหัวเราะชอบใจ "มีความสุขมากสินะไอ้เถื่อน"


"สงสัยจะเจอเด็กปราบ!" ภาคิณได้ทีก็เยอะเย้ย "จะทำโทษก็เกรงใจพี่สาวเขาตรงนี้บ้างนะ"


วาณิริณมองไปทางภากร "ขอโทษด้วยนะคะ ณิชายังเด็ก...อาจจะทำอะไรไม่เข้าท่าไปบ้าง"


ภากรยิ้มบางๆ "พี่ไม่ถือสาหรอกครับ พี่ก็...แกล้งยัยนั่นไปด้วย งั้นพี่ไปล่ะชักเริ่มจะหนาว" คว้าผ้าขนหนูมาซับมาซับกายแล้วหันไปหาภาคิณอีกครั้ง "แกเองทำอะไรก็เกรงใจพ่อแม่เขาบ้างนะ ไอ้คิณ!!"


ภาคิณได้แต่ยักคิ้วให้ เมื่อพี่ชายของเขาเดินขึ้นเรือนไปแล้วก็สบโอกาส...ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่บันไดขั้นที่สอง จากหันหลังก็หันหน้าเข้าหาหญิงสาวที่กำลังล้างฟองที่ศีรษะให้ กายหนาแทรกเข้ากลางหว่างขาเรียวแล้วยกมือขึ้นรัดเอวบาง


"อย่าทำแบบนี้ค่ะ!" วาณิริณพูดหน้านิ่ง


ภาคิณกระตุกยิ้มมุมปาก "ผู้หญิงที่ไหนก็อยากให้พี่ทำแบบนี้ทั้งนั้น..."


"แต่ไม่ใช่ฉัน!" วาณิริณหยุดทุกการกระทำ "ขอร้อง! อย่าทำให้เกลียดไปมากกว่านี้เลยค่ะ"


แววตาแข็งกร้าวจ้องราวจะกินเลือดเนื้อ ภาคิณเปลี่ยนมาจับข้อมือเล็กไว้แน่น เขาบีบจนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ "แล้วเมื่อกี้ที่ยอมก็เพราะอยากให้ปล่อยสินะ! จะบอกไว้ก่อนว่าพี่ไม่ชอบให้ใครมาขัดใจและอยากได้อะไรก็ต้องได้ พี่อยากได้ตัวณิริณพี่ก็ต้องได้" ภาคิณไม่อยากจะรุนแรงแต่เธอก็มักจะบังคับให้เขาทำเสมอ


"เพราะอะไร? ทำไมต้องเป็นฉัน? คุณอยากตอบแทนฉันเรื่องอะไร? ถ้าตอบไม่ได้ก็ปล่อยค่ะ!"


"มันยังไม่ถึงเวลาที่ณิริณจะต้องรู้! พี่รักณิริณและจะทำให้หายเกลียดพี่ให้ได้ เอาเป็นว่าพี่ไม่มีวันปล่อยณิริณให้หลุดมือไปแน่ ถ้าคิดหนีอีกจะล่ามโซ่ขังอยู่แต่ในห้องเลย...คอยดู" ภาคิณนั้นจริงจังกับทุกเรื่อง แต่เรื่องของวาณิริณเขาจริงจังเป็นที่สุด


ซึ่งเจ้าหล่อนรู้ว่าเขาทำแบบนั้นแน่ๆ อีกทั้งยังนึกถึงหน้าพ่อกับแม่แล้วก็ต้องจำทน เพราะหากภาคิณเกิดคลั่งขึ้นมา...คนที่เสียที่สุดคงไม่พ้นบุพการีทั้งสอง


"พูดง่ายไปนะคะ ฉันยังไม่สนิทใจกับคุณเลย...อ๊ะ คุณภาคิณ! เดี๋ยวก็ตกน้ำหรอก"


ชายหนุ่มดึงร่างของเธอลงไปนั่งที่ตักของเขา "ก็รีบๆสนิทเข้าเสียสิ! ความอดทนมันมีขีดจำกัด ถ้ามันหมดลงเมื่อไหร่...รับรองว่าคนสวยของพี่ได้สลบเตียงแน่ๆ"


ปึก!!


"หยาบคายที่สุด"


"แบบนี้เรียกว่าหยาบคายหรอ? แต่ไม่แคร์หรอกนะ...เพราะหยาบคายแล้วได้ทำแบบนี้ก็ถือว่าคุ้ม"


"..." วาณิริณทำสีหน้าไม่พอใจ "แล้วแบบนี้จะให้รู้สึกด้วยได้อย่างไร?"


ชายหนุ่มไม่ตอบ...ได้แต่ทำหัวเราะในลำคอและฉกฉวยโอกาสเท่าที่จะทำได้


กว่าภาคิณจะยอมอาบน้ำเสร็จก็กินเวลาไปเกือบสี่ทุ่ม เมื่อห่างจากตัวของเขาได้...หญิงสาวก็รีบกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ขืนใช้เวลากับเขามากไปอาจจะถูกล่วงเกินอีกได้


วันต่อมา...


คนงานต่างช่วยกันดูแลไร่นาและโฮมสเตย์กันอย่างแข็งขัน วาณิริณตื่นมาช่วยลำเพยและนาตยาทำอาหารใส่บาตรและเลี้ยงคนงานตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งหญิงสาวนั้นตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว


ราวๆแปดโมงก็ถึงเวลาอาหารเช้า...


สุชาตินั้นดูจะถูกใจภาคิณมากเป็นพิเศษ สำหรับคนเป็นพ่อต้องการแค่คนมาดูแลลูกสาวต่อจากเขาให้สุขสบายก็เท่านั้น ซึ่งชายหนุ่มคุณสมบัติครบถ้วน


"หนูณิริณทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ แถมยังอร่อยอีกด้วย" นาตยาเอ่ยชม


"ขอบคุณค่ะ!" หญิงสาวยิ้มอายๆ "ทานเยอะๆนะคะคุณป้า เอ่อ...คุณแม่"


โต๊ะอาหารนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน สองแม่เองก็ดูจะคุยกันถูกคอ...


แต่ว่า...


จู่ๆภากรก็นึกสนุก...เอ่ยขออนุญาตสุชาติกับลำเพยให้วาณิชาพาชมรอบๆ


"ฉันไม่ไป!!" สาวน้อยค้านสุดใจ "อยากไปก็ลงไปขี่ไอ้ทุยเอาโน่น โอ้ยย แม่..."


ลำเพยหยิกแขนลูกสาวคนเล็ก "อย่าทำนิสัยเสียแบบนี้ พาพี่เขาไป...นี่เป็นคำสั่ง"


"ขอบคุณนะครับ" ทีนี้หันมาส่งยิ้มกวนๆหาวาณิชา


เมื่อคืนล่ะทำเจ็บแสบนัก จะเอาคืนยัยเด็ดคนนี้ให้หลาบจำเลยคอยดู!!


วาณิชาเดินดุ่มๆนำหน้าโดยที่ไม่สนใจภากรเลยสักนิด สาวน้อยทั้งงอนและไม่พอใจที่บรรดาผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า แถมยังเออออห่อหมกกับผู้ชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียด้วย


"ณิชา! ณิชา!!! นี่ยัยเด็กเถื่อน....ฉันให้พาเที่ยวนะไม่ได้วิ่งมาราธอน"


วาณิชาหันควับ "ใครใช้ให้นายมาล่ะห๊ะ!"


ภากรวิ่งเข้าไปขวางหน้า "คุยกันดีๆสักหน่อยไม่ได้หรือไง!? พี่สาวเธอกำชังจะมาเป็นน้องสะใภ้ฉันแล้วนะ...เธอนี่มันทำตัวไม่น่ารักสมหน้าตาเลย"


"เออ! ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ แล้วนานจะทำไม!!" หญิงสาวเหวี่ยงสายตาไม่พอใจก็ผลักเขาเกือบตกคันนา


แต่ว่า...


ตุบ!


"กรี้ดดด!! ไอ้บ้าภากร"


ช่วงที่ภากรเสียหลักก็เผลอล้มทับร่างเล็กเข้าเสียได้ แต่มือนั้นก็เหมาะเจาะตรงหน้าอกสาวพอดี...วาณิชาที่โกรธและอายใช้แขนทุบไม่ยั้งชายหนุ่มก็ไม่ยอมปล่อย มือปลาหมึกขยำเบาๆที่อกนิ่ม


"ใหญ่เหมือนกันนี่หว่า ไปเสริมมาหรือเปล่า...โอ้ยย"


เพี้ยะ!!


มือเล็กตวัดทับเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ขาเรียวยกขึ้นถีบเต็มแรงจนภากรเซไปอีกทาง


"ไอ้แก่ตัณหากลับ นายกับน้องชายนายมันทุเรศที่สุด! กรี้ดดด" ภากรรวบตัวร่างบางเข้าชิดกาย ร่างบางฮึดสู้ไม่ยอมเช่นกัน "ปล่อยฉันนะไอ้คนบ้า อื้อออ"


"อื้มม!~ อ้าาา~" ปากหนักทับทับที่ริมฝีปากเอิบอิ่ม วาณิชายืนนิ่งงันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ใบหน้าคมคายค่อยๆก้มเข้ามาหาอีกครั้ง "ถ้าเธอโวยวายฉันก็จะจูบอีก จูบจนระบมก็ทำได้...จะว่าไปเธอก็หวานเหมือนกันนะ สนใจให้ฉันขึ้นครูให้ไหม?"


วาณิชากระทืบเท้าใส่เต็มแรง ภากรล้มตัวงอด้วยความเจ็บปวด... "ขึ้นครูบ้าบออะไร!? อย่ามาเข้าใกล้ฉันอีกนะ เมื่อกี้ถือว่าทำทานให้ผีไร้ญาติบนทางสามแพ่ง"


"ซี้ดดดด ยัยเด็กเถื่อน! ลากขึ้นเตียงได้ตอนไหนจะกระแทกไม่เลี้ยงเลย โอ้ยย" ภากรคาดโทษหญิงสาวจอมแสบ พอมาคิดๆดูแล้วก็มีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน "แล้วฉันมาคิดอะไรบ้าๆแบบนี้วะ เลิกคิดๆไอ้ภากร"


แม้จะพูดแบบนั้นแต่ในใจก็อยากจะปราบพยศวาณิชาเสียเหลือเกิน...ยิ่งดื้อแบบนี้นี่แหละยิ่งท้าทาย


นาตยากับลำเพยต่างชักชวนกันไปที่วัดโดยมีวาณิริณและภาคิณไปด้วย สองแม่นั้นตั้งใจจะไปดูฤกษ์แต่งงานกันอีกครั้งกับหลวงพ่อที่ลำเพยนับถือ ซึ่งผลออกมาเป็นเดือนหน้าแบบที่ภาคิณหวังเอาไว้... หญิงสาวนั่งนิ่งตลอดไม่พูดจา นั่นทำให้นาตยาเข้าใจดีว่าเธอไม่เต็มใจกับการแต่งงานที่จะเกิดขึ้น


ระหว่างที่วาณิริณลงมานั่งบริเวณที่ศาลาเอนกประสงค์ มีหรือที่ภาคิณจะไม่ตามมาด้วย


"ณิริณชอบหนีมาอยู่คนเดียวแบบนี้ พี่ชักจะกลัวว่าจะหนีงานแต่งเสียแล้ว" แขนแกร่งเอื้อมหมายจะโอบกอด ร่างบางขยับหนีเล็กน้อย


"เขตพุทธาวาส ให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ" เขายอมหยุดและนั่งลงข้างๆเธอ "คุณบอกว่าคุณรักฉัน แสดงว่าคุณรู้จักฉันมาก่อนอยู่แล้ว...ใช่ไหมคะ?"


ภาคิณยกยิ้ม "ตั้งแต่ณิริณยังเป็นเด็กพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารไงล่ะ" มือหนาเอื้อมหยิบปอยผมของเธอขึ้นทัดหู "เกลียดพี่มากหรอ? ถึงได้ชอบเย็นชาใส่ตลอด"


"เป็นใครจะชอบล่ะ! จู่ๆก็โดนใครไม่รู้ลักพาตัวไป 3 วัน กลับมาก็ต้องแต่งงานด้วยทั้งๆไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน..."


"แต่งแล้วเดี๋ยวก็คุ้นเคยเองล่ะ" ภาคิณพูดเอาแต่ใจอีกเช่นเคย "ขอแค่ณิริณค่อยๆเปิดใจก็พอ"


"ก่อนจะพูดแบบนั้น ช่วยรักษาระดับอารมณ์ด้วยนะคะ! เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง...ฉันตามไม่ทัน" วาณิริณยังคงนั่งนิ่งรอแม่ของทั้งสองลงมาจากนมัสการเจ้าอาวาส


เธอสังเกตดูหลายครั้งตั้งแต่ที่ถูกเขาลักพาตัวไป ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวหรือกับเธอ ภาคิณจะเป็นที่พูดน้อยมากและเย็นชาแบบสุดๆ แบบนี้นี่เขาเรียกว่าคนสองบุคลิกหรือเปล่านะ...


#####


หลังจากกลับมาจากพิษณุโลกได้หนึ่งอาทิตย์ ภาคิณนั่งเคลียร์เอกสารบนโต๊ะทำงานอย่างเคร่งเครียด... ในห้องนั้นนอกจากเขาแล้วก็ยังมีเลขาสาวอยู่ด้วยอีกคน


"ทำไมตัวเลขที่แผนกบัญชีส่งมาให้กับเอกสารที่เธอทำไม่ตรงกัน แน่ใจแล้วหรือว่าตรวจดีแล้วก่อนส่งมาให้ฉันเซ็น" ภาคิณจ้องหน้าเธอนิ่ง "ตั้งใจจะโกงหรือว่าแค่ทำงานชุ่ยเฉยๆ" ถ้าเขาไม่ให้ฝ่ายบัญชีส่งมาให้ตรวจด้วยก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้


"เอ่อ...คือ...เปล่านะคะ!! น้ำก็ตรวจดูก่อนส่งแล้วนะคะ! ตามที่แผนกบัญชีส่งมาทุกอย่าง..." ชลธิชาอ้ำอึ้ง ใครจะไปรู้ว่าเขาเริ่มจะเข้มงวดมากยึ้นขนาดนี้


ปึง !!!


แฟ้มเอกสารถูกกระแทกลงกับโต๊ะ แววตากลมแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปที่เลขาสาวจนเธอเริ่มสั่นกลัว คนใกล้ตัวยังไว้ใจไม่ค่อยได้แล้วนับประสาอะไรกับคนไกลตัว


แกร็ก !


"ขอโทษครับคุณคิณ! ผมรับคุณณิริณมาแล้วครับ" เทวินทร์รู้ตัวเองว่าผิดที่ไม่เคาะประตูก่อนเช่นทุกครั้ง แต่เพราะวันนี้เจ้านายของเขาวานให้ไปรับว่าที่เจ้าสาวจึงไม่เกิดความเกรี้ยวกราดขึ้นมา


"ให้เธอเข้ามา" ภาคิณค่อยๆนั่งลงเงียบๆ เขาพยายามเก็บอารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่ภายในเพื่อไม่ให้วาณิริณรู้สึกไม่ดีกับเขาไปมากกว่านี้


ร่างระหงในชุดกระโปรงสีชมพูหวานดูเรียบร้อย เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางนิ่งเฉยเช่นเคย ชลธิชามองตั้งแต่หัวจรดเท้า...ก็เพิ่งได้เห็นผู้หญิงที่ภาคิณเลือกเต็มตาก็วันนี้


แม้จะหน้าตาสวยงาม แต่งตัวดูดี้พียงใดก็ตามก็น่าจะเป็นผู้หญิงที่อ่อนประสบการณ์ ลีลาและความเร่าร้อนคงจะสู้เธอไม่ได้


"จริงๆฉันมาเองก็ได้นะคะ ไม่น่าลำบากให้ไปรับ"


ภาคิณยกยิ้ม "เดี๋ยวว่าที่เจ้าสาวของพี่หายไปกลางทางขึ้นมาจะทำยังไง? พี่กะจะไปรับเองอยู่หรอก...แต่งานยุ่งนิดหน่อย" สายตากวาดมาทางเลขาสาว "เอาเอกสารทั้งหมดไปแก้ให้ตรงกันแล้วมาส่งฉันวันศุกร์"


ชลธิชารับแฟ้มเอกสารมาไว้ที่ตัว เลขาสาวทำทีเชิดใส่วาณิริณก่อนจะออกจากห้องนี้ไป แววตากลมมองก็รู้ว่าเธอคงไม่ใช่เลขาธรรมดาแน่ๆ หน้าตาและฐานะอย่างภาคิณก็มีคนมาคอยทอดสะพานอยู่เสมอๆ


"ไม่เมื่อยหรอครับ? ที่รัก!" เห็นเธอยืนนิ่งอยู่นาน ร่างสูงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ "สงสัยอยากจะเห็นชุดเจ้าสาวล่ะสิ!"


มือหนาเกี่ยวเอวบางเข้าหากาย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าหาคล้ายจะหอมแก้มเนียน เธอหันหน้าหนีแล้วใช้มือดันเขาออก


"รีบๆไปเถอะค่ะ! เดี๋ยวคุณแม่รอนาน ตอนเย็นต้องไปรับณิชาอีก"


ภาคิณจิปากอย่างขัดใจ "เดี๋ยวให้พี่กรไปรับได้ วาณิชาจะต้องไปดูที่อยู่ใหม่เพราะว่าหลังจากแต่งงานแล้ว...ณิริณจะต้องย้ายไปอยู่กับพี่"


"ทำไมจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะคะ? อ๊ะ! คุณภาคิณ...ปละ ปล่อยนะ"


ฟอด!!


ขโมยหอมแก้มสาวจนได้ "วาณิชาโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว ไหนจะวิจัย ไหนจะฝึกงาน คอนโดที่พี่เตรียมไว้ให้ก็สะดวกเวลาเดินทางที่สุดแล้ว...พี่กรเขาไม่ทำอะไรเด็กอยู่แล้วล่ะ" ภาคิณเชยคางเธอขึ้น "ณิริณจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะดังรบกวนใคร เวลาที่พี่พาไปขึ้นสวรรค์ไง"


วาณิริณหมดคำที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา สวรรค์หรอ?...นรกสิไม่ว่า! ภาคิณนั่งเคลียร์งานนิดหน่อยก็พากันออกมาลองชุดที่จะใช้ในงานแต่งงานของทั้งสอง ที่แน่ๆพนักงานทั้งบริษัทได้เห็นท่าทีของเจ้านายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวก็พากันตกตลึง


พวกเขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของภาคิณมาก่อน วาณิริณคงมีผลต่อชีวิตของเขามากๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเป้าหมายที่จะทำให้ศัตรูที่แอบแฝงอยู่คิดหาวิธีที่จะเล่นงานเขา


ใช้เธอให้เป็นประโยชน์ในการทำลายเขานั่นเอง...

เรื่องนี้ภาคิณนั้นรู้ดีอยู่เต็มอก ถึงได้ให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้คอยติดตามวาณิริณทุกฝีกก้าว รวมถึงวันนี้ที่ให้เทวินทร์เป็นคนไปรับเธอแทนด้วย


เขาไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่รีบร้อนเปิดตัวเจ้าของหัวใจตัวเองหรือไม่...แต่ที่รู้ๆตอนนี้ เธอจะคลาดสายตาจากเขาไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว



หลังจากมาถึงร้าน OX WEDDING นาตยาก็พาว่าที่ลูกสะใภ้เลือกชุดที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะชุดไหนสีใดที่ได้สวมใส่ วาณิริณก็ดูสวยไปเสียหมดจนคนทั้งร้านเอ่ยปากชม


สุดท้ายก็มาจบอยู่ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาเปิดไหล่กว้าง ปล่อยชายผ้าด้านหลังยาวลากพื้น ทั้งตัวประดับด้วยลวดลายที่สวยงาม

เธอรู้สึกชอบชุดนี้จัง...


"หนูณิริณ...สวยมากเลยลูก ถ้าพ่อกับแม่หนูเห็นคงจะดีใจมากแน่ๆ เดี๋ยวแม่ส่งภาพไปให้พวกเขาดูเอง" นาตยาถ่ายรูปหญิงสาวแล้วส่งไปให้ว่าที่พ่อดองแม่ดองได้ชม


ภาคิณเองก็ลองชุดเสร็จแล้วเช่นกัน ทักสิโด้สีขาวนั้นดูเหมาะสมกันทั้งคู่ เขายืนมองว่าที่เจ้าสาวไม่วางตา ร่างสูงยิ้มบางๆก็ก้าวขาเข้าไปยกมือโอบเอวเธออย่างที่ชอบทำ


"ชุดนี้เหมาะกับณิริณมากนะ!"


เป็นครั้งแรกที่วาณิริณรู้สึกเขินอาย อีกทั้งยังสัมผัสความอ่อนโยนจากเขาได้อีกด้วย "ขะ ขอบคุณค่ะ"


"คิณ...ทำอะไรอายคนอื่นบ้างสิลูก ณิริณจ๊ะ! แม่ว่าเราลองชุดกับถ่ายรูปเสร็จแล้วไปที่บ้านสักหน่อยดีไหม หนูจะไปทำความรู้จักกับทุกคนไว้ด้วย" นาตยาลูบใบหน้าสวยของวาณิริณด้วยความเอ็นดู


"ก็ได้ค่ะ! ณิริณเอาชุดนี่แหละค่ะ ส่วนการ์ดกับของชำร่วยแล้วแต่คุณแม่ดีกว่า"


"จ้ะ"


ลองชุดเสร็จช่างภาพก็จัดเซ็ทถ่ายพรีเว้ดดิ้งให้สองหนุ่มสาว ภาคิณแม้จะไม่ค่อยพอใจที่บรรดาหนุ่มๆทั้งหลายต่างลอบส่งสายตาหาวาณิริณ แต่เขาก็ต้องข่มอารมณ์เอาไว้เพราะนี่คือการถ่ายพรีเว้ดดิ้งของเขาและเธอ จะทำให้เสียงานเพราะอารมณ์หึงหวงไม่ได้


แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...ได้ใกล้ชิดแบบที่เธอไม่พยายามหนีก็ถือว่าเป็นกำไร


รอแค่อีกไม่นานก็จะได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกันแล้ว...

____________________100%____________

คุณคิณขาาาา อย่ารังแกน้องนักสิ! น้องเป็นผู้หญิงบอบบางนะ

สอบเสร็จแล้วจึงมาต่อ ครบตอนจ้า

1 คอมเม้นท์ = 1 ล้านกำลังใจ

น้อมรับทุกคำติชมมาปรับปรุงงานเชียนค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น