June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

18. หวังเล็กๆ ( อีกครั้ง ) ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 18. หวังเล็กๆ ( อีกครั้ง ) ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
18. หวังเล็กๆ ( อีกครั้ง ) ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท Part

ผมเปิดประตูเข้าห้องที่มืดสนิทและเดินไปทรุดนั่งลงกอดเข่าข้างผนังห้องรู้สึกเหมือนกำลังหมดแรงมองห้องที่มืดมิดไม่มีใคร  เอาหน้าฟุบลงกับเข่า

นี่ผมหวังอะไรกันนะแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา...

" ทำไมไม่เปิดไฟ "

ผมสะดุ้งตกใจหันไปมองตามเสียง และเมื่อเเสงไฟสว่างใบหน้าเข้มที่กำลังส่งสายตาดุมาที่ผม เมื่อผมรู้ว่าเป็นคนที่ผมรอเจอทำให้ผมยิ้มออกมาทั้งน้ำตาขยับลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟา

" ร้องไห้ทำไม "

ไอ้นนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงจากเมื่อกี้และก็นั่งที่โซฟาข้างๆผมเอามือเช็ดน้ำตา​ที่หางตาของผมอย่างลวกๆมองไอ้นนที่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนเส้นผมที่ยุ่งเหยิงไขว้สลับกันไปมาจากการเสยเสื้อยืดสีขาวบางคอกว้าง ที่มองเห็นช่วงหน้าอกขาว กางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีขาวแค่เข่าทำให้เห็นช่วงขาที่ยาว

จะว่าไปไอ้นนเป็นคนที่ใส่เสื้อผ้าแค่สองสีไม่สีขาวก็สีดำ แม้แต่กางเกงในยังเป็นสีขาว​ หลายครั้งที่ผมแอบซักให้มันสำหรับผมแล้วไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรที่ซักกางเกงในให้เพื่อนบางครั้งไอ้กิจมาค้างด้วย ผมก็ซักให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

" กลับ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ "

ผมถามด้วยสีหน้าดีใจไม่รู้ว่าควรถามคำถามไหนดีก่อน

" บ่าย "

ไอ้นนตอบสั้นมองผมที่ใช้ปลายนิ้วมือเช็ดคราบน้ำตาสลับข้างไปมา

" ทำไร !แดงหมดแล้ว "

ไอ้นนบ่นเสียงดุคว้าข้อมือผมมาจับไว้นิ่ง ตาประสานตาทุกอย่างเงียบงันผมได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเร็วเหมือนจะระเบิดออกมา

" ร้องไห้ ทำไม?มีเรื่องอะไร?"

ไอ้นนถามเสียงนุ่มในน้ำเสียงนั้นเหมือนสื่อถึงความห่วงใยออกมา แค่ได้ยินทำให้น้ำตาเหมือนจะไหลออกอีกครั้ง ไหนจะมืออุ่นๆที่จับข้อมือผมอยู่ 

อย่านะ นัท อย่าร้องผมบอกตัวเอง

" ป่าว ไม่มีอะไรแค่ดีใจ "

ผมก้มหน้ามองมือใหญ่ที่จับตรงข้อมือผมอยู่ และยิ้มออกมาบางๆเหมือนไอ้นนจะรู้ตัว ปล่อยข้อมือผมทันที

" ดีใจเรื่องอะไร "

ผมส่ายหน้าไม่ตอบคำถามมัน จะให้ผมบอกได้ไงว่าที่ ผมดีใจจนทำให้ร้องไห้ออกมา ดีใจที่มันนั่งตรงนี้เวลานี้

" กินอะไรหรือยัง? "

ผมถาม ไอ้นนส่ายหน้ามองผมด้วยสายตาจับผิด เหมือนรู้ว่าผมเลี่ยงที่จะตอบคำถามมัน

" เดี๋ยวลงไปซื้อให้ "

ผมบอกกำลังจะลุกไอ้นนดึงมือผมไว้

" ไม่ต้องมันดึกแล้ว " ไอ้นนบอก

" งั้นอาหารกล่องในตู้เย็นมั้ย?เดี๋ยวเวฟให้ "

ผมถามไอ้นนพยักหน้าเป็นคำตอบและลุกไปเข้าห้องน้ำ

หลังจากนั้นผมนั่งมองไอ้นนกินข้าวผัดของเซเว่น มองเผินๆเหมือนจะเป็นคุณชายไฮโซกินยากอยู่ยากแต่พอรู้จักจริงๆ ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม

และหลายครั้งที่เราสองคนคิดตรงกันนิสัยของผมมันเองก็เดาออกทะลุปรุโปร่งเหมือนเป็นคนรู้ใจ ผมหลุดยิ้มออกมามองไอ้นนกินข้าวหมดจาน  อ๊ะ ผมลืมถามมัน

" นน ขนมในตู้นั่นมึงกินใช่มั้ย "

เพราะตอนผมเปิดตู้เย็นมันหายไปสองชิ้นเป็นขนมโดนัทนมที่ผมทำเองทุกวันผมจะเอากลับบ้าน เพื่อให้มันชิมแต่ผมก็รู้ว่ามันไม่ชอบกินหวานเลยไม่กล้าบอก

" อืม ทำไมจะเก็บไว้ให้ใครกิน " 

ไอ้นนถามและมองผมด้วยสายตาที่ผมเดาไม่ออก

" ป่าว ว่าจะเอาไปให้กรมันชิม " ผมตอบ

" ทำไมคนทั้งโลกมีแค่ไอ้กรหรือไงที่ชิมแล้วบอกรสชาติได้ "

ไอ้นนตอบออกแนวประชด

" ไม่ใช่ ไม่ใช่นะขนมนั่นมัน.... "

ผมพูดแก้ พลางส่ายหน้าไปมา

" ทั้งที่ขนมนั่นกูเอามาเพื่อให้มึงชิม แต่มึงบอกว่าไม่กินของหวาน กูก็ทำแบบไม่หวานมา​  แต่มึงๆก็ไม่กลับมา และพอมาก็​ยังพูดประชดประชันถึงคนอื่นอีก " 

ผมพูดยาวเหมือนคนกำลังสติแตกถ้าเพียงมันสังเกตขนมนั่นผมจะใส่วันที่ไว้ที่ห่อทุกอันถ้าเพียงเเค่มันใส่ใจ

น้ำตาเริ่มเอ่อออกมาทำไมผมถึงอ่อนแอได้ขนาดนี้นะ

" กูไม่ใช่ไม่กินแค่ไม่ชอบกิน  "

ไอ้นนตอบเสียงอ่อนเหมือนกำลังรู้สึกผิด

" แต่ก็อร่อยดี "

ได้ยินคำว่าอร่อยออกมาจากปากมัน นั้นทำให้ผมปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ จนไอ้นนที่นั่งอยู่ตกใจมันคงทำอะไรไม่ถูกคว้าเอาผมไปกอดแน่นและเอามือเรียวลูบหัวผมไปมา

" กูขอโทษ "

ไอ้นนพูดเสียงเบายิ่งทำให้ผมร้องไห้ออกมามากกว่าเดิมเรื่องที่หม่นหมองที่อยู่ในใจถูกระบายออกมาผ่านน้ำตา แค่นาทีนี้นน แค่ตอนนี้ ผมไม่อายแล้วที่ร้องไห้ต่อหน้ามันทุกอย่างมันหนักอึ้งเหลือเกิน

แล้วไอ้นนก็จับให้ผมเงยหน้ามือเรียวใหญ่จับที่ใบหน้าผมแล้วมันก็ก้มลงจูบซับน้ำตาจากข้างซ้ายและไล้เปลี่ยนไปข้างขวาอย่างไม่​รังเกียจ​ผมเบิกตากว้างไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวเเรงจะขัดขืนรู้สึกเหมือนหัวใจจะวาย

" ได้ผลแฮะ "

ไอ้นนเอ่ยขึ้นทำให้สติที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดของผมกลับมาขยับตัวออกจากอ้อมกอดมันแต่มันไม่ยอมปล่อย

" ดีขึ้นยังไปล้างหน้าล้างตาไป "  

ไอ้นนบอกขณะที่มือมันกำลังเอาทิชชู่ซับแถวๆใต้ตาผม ผมอายจนพูดไม่ออกและลุกเดินเกือบเซ เรี่ยวเเรงไม่มี

ผมยืนพิงห้องน้ำเอามือกุมหัวใจที่กำลังเต้นแรง อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย นน ความอ่อนโยนความห่วงใยของมึงมันกำลังทำให้เกิดความหวังเล็กขี้นในใจกูอีกครั้ง

ผมออกจากห้องน้ำมาเดินไปหยิบน้ำกินและเดินหยิบมาให้นนขวดหนึ่ง มันมองตามผมตลอดทำให้ผมแทบจะอะไรไม่ถูก

" เอ่อ นนเรื่องเมื่อเช้านี้มึงไม่ได้โกรธใช่มั้ย "

ผมพูดขึ้นหลังจากไอ้นนดื่มน้ำเสร็จพยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ผมกลัวมันไม่สบายใจที่ได้ยินเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นพูดทำให้ผมตัดสินใจถาม

" เรื่องไหน " ไอ้นนถาม

" ก็เรื่องที่ผู้หญิงกลุ่มนั้นพูด "

ผมทวนความจำให้มันดูจากสีหน้ามันคงลืม

" ทำไมต้องโกรธ "

ไอ้นนพูดและทำท่าทางสบายๆเอนหลังพิงโซฟา

" เอ่อ เอ่อ.. ก็เค้าพูด...ไม่ดีและตอนนั้นมึงเองก็ทำหน้าเหมือนโกรธ "

" กูไม่ได้โกรธ แต่กูแค่ไม่ชอบให้มึงพูดหรือเถียงแทนกูอีกอย่างเค้าว่ามึงด้วยคนที่โกรธควรจะเป็นมึงมากกว่านะ  "

ไอ้นนพูดน้ำเสียงเริ่มเข้มตามอารมณ์ของมัน

" อืม เข้าใจแล้ว "

ผมพยักหน้าก้มหน้านิ่งความน้อยใจแล่นเข้ามาอีกครั้งผมคงลืมอะไรไป ผมไม่มีสิทธิ์ไปเถียงหรือโต้แย้งทั้งที่เรื่องจริงเป็นยังไงผมก็ยังไม่รู้ 

ผมยิ้มขื่นให้กับตัวเอง พอแล้วนัทวันนี้พอแล้ว ผมกลัวจะทะเลาะกับมันอีกครั้งรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป

ไม่รู้ว่าผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเท่าไหร่ ออกมาไม่เห็นไอ้นนอยู่ในห้อง มองกระเป๋าตังค์กับมือถือก็ไม่มี

มันไปแล้วไปไหนผมไม่รู้เพราะทุกครั้งที่มันไปมันไม่เคยบอก ผมกับไอ้นนไม่เคยโทรหากันเลยทั้งที่มีเบอร์แม้แต่ข้อความแชทก็ไม่เคยส่งช่วงที่อยู่ด้วยกันอาศัยแค่ช่วงเวลาที่ตรงกันพูดคุยกินข้าว

ทำให้ผมเข้าใจว่าความสัมพันธ์เราสองคนดีขึ้นเพราะความใกล้ชิด แต่ผมคิดผิดถึงจะมีช่วงเวลาที่ดีแต่ก็ยังมีระยะห่างที่กั้นไว้ และคนที่กั้นก็คือไอ้นน เพราะผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ผมรู้สึกน้อยใจลึกๆที่ไม่มีโอกาสได้รับความสำคัญจากมัน

ติ้ด ติ้ด เสียงเตือนข้อความหน้าจอมือถือสว่างขึ้นผมหยิบมากดดู พี่เป้นั่นเองที่ส่งข้อความ มาถามว่านอนยัง โทรหาไม่รับสาย ผมกดดูสายไม่ได้รับ 4 สาย  จากนั้นก็โทรคุยกับพี่เป้เรื่องร้านเรื่องทั่วไปทำให้ผมลืมเรื่องไอ้นนไปชั่วคราว.

------------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}