June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

17. หมั้นหมาย ? ( นนท์นัท )

ชื่อตอน : 17. หมั้นหมาย ? ( นนท์นัท )

คำค้น : นนท์นัท 2N

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 19:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
17. หมั้นหมาย ? ( นนท์นัท )
แบบอักษร

นัท Part

ผมนั่งอ่านละเอียดสัญญาซื้อขายที่พี่เนียร์เอามาให้พลางครุ่นคิดตอนแรกที่กรบอกว่าคอนโดขายได้แล้ว ผมก็ดีใจมากแต่ก็ยังคิดอยู่ว่า มันเร็วมากไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำที่ผมประกาศขาย แล้วก็ต้องสะดุดกับชื่อของผู้เช่าซื้อ

ชลนที คือชื่อพี่เนียร์นั่นเองทำให้ผมนิ่งไปพักจนพี่เนียร์ที่นั่งมองอยู่พูดขึ้น

" จริงๆแล้วเพื่อนพี่เป็นคนซื้อแต่ตอนนี้มันอยู่เมืองนอกมันไม่สะดวกมา " 

ผมมองไปที่ไอ้กรเพื่อขอความคิดเห็นกรพยักหน้าให้ผม ผมอ่านรายละเอียดอีกรอบและจรดปากกาเซ็นต์ชื่อลงไป

" แล้วเรื่องย้ายออกนัทไม่ต้องรีบเจ้าของเค้าให้อยู่ไปเรื่อยจนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ " พี่เนียร์บอก

" เอ่อแล้วค่าเช่า " ผมถามออกไปด้วยความเกรงใจเพราะอย่างน้อยผมก็ต้องอยู่อีกหลายเดือน

" แค่นัทอยู่ก็เหมือนดูแลห้องให้เค้าไปในตัว นั่นล่ะค่าเช่า " 

พี่เนียร์ยิ้มอ่อนให้ผม มีแบบนี้ด้วยหรอ

" แต่ " ผมทำท่าจะค้าน

" เอาน่าไม่ต้องเกรงใจคนกันเองทั้งนั้นส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวพี่ให้เลขาพี่จัดการให้ช่วงบ่าย " 

แล้วพี่เนียร์ก็เดินออกไปรับโทรศัพท์

จากนั้นผมก็ลาพี่เนียร์และแยกกับไอ้กรแถวๆห้างเพราะผมบอกว่าอยากซื้อของใช้นิดหน่อย

17.00 น.

ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานพี่เป้ที่โรงพยาบาลเพราะพี่เป้ส่งข้อความบอกว่ามีของจะให้ผมแล้วพยาบาลก็มาตามพี่เป้ไปทำให้ผมไม่รู้เลยว่าพี่เป้จะให้อะไร

" ขอโทษครับ " เสียงผู้ชายดังขึ้นและเปิดประตูเข้ามาพี่เนียร์นั่นเองมาทำไรในห้องพี่เป้หรือว่าพวกเค้ารู้จักกันและพี่เนียร์เองก็ตกใจที่เห็นผมนั่งอยู่นี่ต่างคนต่างแปลกใจ

" อ้าวนัท มาทำไรที่นี่ " พี่เนียร์ถามขึ้นก่อน

" เอ่อ คือผมมาหาหมอ " ผมพูดยังไม่จบพี่เป้ก็เปิดประตูเข้ามา มองหน้าผมสลับกับพี่เนียร์

" ขอโทษทีครับคุณชลนทีทั้งที่นัดคุณแต่ผมกลับมาช้า " 

พี่เป้พูดกับพี่เนียร์แบบกันเองพวกเขารู้จักกันได้ไง ผมเริ่มงง

" โทษที กระต่ายน้อยรอนานมั้ย " พี่เป้จับที่ไหล่ผมและบีบเบาๆ ผมส่ายหัวไปมา

" อ้าวนี่ รู้จักกันหรือครับ " พี่เนียร์ถามคงเห็นผมกับพี่เป้ ทำท่าสนิทสนมกัน

" อ๋อ นี่น้องชายผมเองครับ "

พี่เป้บอกพี่เนียร์พยักหน้าและมองผมกับพี่เป้สลับกันไปมาและยิ้มออกมาเหมือนโล่งใจอะไรบางอย่าง

" ว่าแต่นัทรู้จักกับคุณชลนทีหรือ​ " พี่เป้หันกลับมาถาม

" เรื่องมันยาวไว้นัทเล่าให้ฟังตอนนี้พี่เป้คุยธุระก่อนเดี๋ยวผมไปรอด้านนอก "

ผมบอกเเละเดินไปเปิดประตูและกำลังจะปิดได้ยินแว่วๆพี่เนียร์พูดชื่อ ฟ้าใส เรื่องผ่าตัด แล้วผมก็เดินไปรอพี่เป้ที่สวนด้านบนของโรงพยาบาลนั่งคิดถึงไอ้นนตอนนี้มันอยู่ไหนนะ  จากนั้นพี่เป้ก็โทรตามผมให้ออกไปรอหน้าโรงพยาบาลจะพาไปกินข้าว

20.00 น. ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผมเลือกมาที่นี่เพราะว่าพี่เอกเคยบอกผมว่า ร้านนี้บริการขนมหวานฟรี และอร่อยมากแต่เพราะราคาค่อนข้างแพงทำให้ผมไม่มีโอกาสได้มา แต่วันนี้ผมมีเจ้ามือเลี้ยงก็เลยได้โอกาสนั้น

" ทำไมถึงเลือกร้านนี้ " พี่เป้พูดหลังจากมองไปรอบๆ

" ขนมเค้กเค้าอร่อย "

" งั้นหรือ แล้วเรียนทำขนมไปถึงไหนแล้ว " 

พี่เป้ถามต่อเพราะผมเล่าเรื่องหลังจากเรียนจบผมจะทำอะไร ซึ่งพี่เป้ก็เห็นด้วยไม่ค้านอะไร

" อีกเดือนกว่าครับว่างๆผมจะเอามาให้ชิม "  ผมบอก

" เอามาให้ที่โรงพยาบาลแล้วกันอย่างน้อยก็ใกล้หมอ "  พี่เป้พูดหน้าตาเฉย

" พี่เป้  " ผมพูดเสียงเข้มเกือบจะดังหน้าบึ้งใส่พี่เป้ที่กำลังหัวเราะร่วนอยู่

" อ๊ะๆ ไม่งอนนะครับ " ว่าแล้วพี่เป้ก็หยิบกล่องที่อยู่ในถุงออกมา

" อ้าวของขวัญ วันเกิดย้อนหลัง " ผมมองมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาแพงลิบซึ่งเป็นรุ่นที่ผมอยากได้อยู่พอดีผมทำท่าจะปฏิเสธแต่เหมือนพี่เป้จะรู้ทัน

" รับไปเถอะเรามีกันสองพี่น้องแค่นี้ต่อไปพี่จะดูแลนัทเองแต่นัทมีอะไรก็ต้องคิดถึงพี่เป็นคนแรกเข้าใจมั้ย " 

พี่เป้พูดเสียงเบาและเอามือผมไปกุมผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาวันนี้ผมได้เรียนรู้ความรักอีกรูปแบบคือความรักแบบพี่ชาย

" แต่ " ผมทำท่าจะค้าน

" ถ้านัทไม่เอาพี่จะโยนลงน้ำ​เดี๋ยวนี้เลย " ว่าแล้วพี่เป้ก็ทำท่าจะโยนจริงๆ

" อย่านะครับ " ผมรีบพูดก็แค่นั้นพี่เป้พูดยิ้มเจ้าเล่ห์ ให้ผมและจากนั้นก็ลงมือกินข้าว

หลังจากกินข้าวอิ่มขณะที่นั่งในรถระหว่างทางกลับคอนโด

" พี่เป้รู้จักกับพี่เนียร์เอ่อไม่ใช่คุณชลนทีได้ไง " 

ผมถามด้วยความอยากรู้

" อืมเค้าเป็นญาติกับคนไข้พี่น่ะ " พี่เป้ตอบแต่ตามองทางนิ่ง

" ใช่คุณฟ้าใสมั้ย " ผมถามพี่เป้ชงักนิดหนึ่ง

" อืมใช่ วันนี้พี่เพิ่งได้พบญาติของคุณฟ้าใสค่อนข้างเรื่องมากมีแต่เรื่องแปลกๆ " พี่เป้พูดบ่นลอยๆ

" ยังไงครับ " ผมถามต่อด้วยความอยากรู้

" ทั้งที่หมั้นกับคนพี่แต่กลายเป็นว่าจะให้แต่งกับคนน้องเรื่องแบบนี้จับสลับกันได้ด้วยหรือไงคนรวยนี่เดาใจยากนะ " 

พี่เป้พูดไปส่ายหัวยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มแปลกๆผมนั่งนิ่งเมื่อพี่เป้พูดจบ 

ผมรู้สึก​เหมือนหัวใจหล่นวูบร่างกายมันเบาโหวง แต่งกับคนน้อง ไอ้นน  คุณฟ้า แต่งงาน หมั้นหมาย ผมพยายามคิดติดต่อกันตอนนี้ในหัวผมวุ่นไปหมด

" แล้วไปรู้จักกับคนกลุ่มนั้นได้ไง " 

พี่เป้ถามหลังจากที่ผมนิ่งไปนานแล้วผมก็เล่ารายละเอียดให้ฟังเรื่องพี่เนียร์ซื้อขายคอนโดให้ เว้นแค่เรื่องไอ้นน​ ผมเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วจะเอ่ยถึง เพราะว่ามันพังตั้งแต่ผมยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ ผมยิ้มขื่นๆให้กับตัวเอง

" คุณชลนทีใจดีและหล่อด้วย " ผมเปลี่ยนเรื่องพูดชมพี่เนี่ยร์และยิ้มออกมาจนพี่เป้สังเกตเห็น และพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

" แล้วพี่เป้ของนัทกับคุณชลนทีใครหล่อกว่ากัน "

" อืม........ ทั้งคู่ คร๊าบ " ผมตอบยิ้มๆ

" ประจบ​ " พี่เป้พูดเเล้วเอามือมาลูบหัวผมเบาๆ

" ว่าแต่น้องชายคุณชลนทีนัทรู้จักใช่มั้ย "  พี่เป้ถาม

" อ๋อครับอยู่ในกลุ่มเพื่อนแต่ไม่สนิทมาก " 

ผมตอบพี่เป้ ใช่ไม่สนิทเลย แค่...... ผมหยุดความคิดไว้

" อืมแต่เหมือนจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ " 

พี่เป้เอ่ยด้วยน้ำ​เสียงไม่จริงจัง

" ไม่ใช่นะ เค้าแค่เป็นคนไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยิ้มเฉยๆแต่จริงๆนิสัยดีมาก " 

ผมตอบทำสีหน้าจริงจังกลัวพี่เป้มองไอ้นนในเเง่ไม่ดี

" เอ นิสัยดีมากเลยหรอ?นี่ขนาดไม่สนิทกันนะ " 

พี่เป้พูดลอยๆเหมือนเหน็บแนมคำพูดผม

" ก็เป็นแบบนั้นจริงๆนี่ " 

ผมตอบหน้าบึ้งด้วยท่าทีไม่พอใจที่พี่เป้พูด

" นัทรู้ตัวมั้ยว่าเราน่ะเปลี่ยนไปมากไม่เหมือนนัทตอนเด็กที่พี่รู้จัก " 

และพี่เป้ก็เล่าเรื่องสมัยตอนเด็กออกมา

" ผมโตเเล้วนะ " ผมแย้ง

" แล้วตอนนี้ มีแฟนยัง? " พี่เป้ถามยิ้มๆ

" พี่เป้ " ผมพูดเสียงดังทำหน้าบึ้งตึงอยู่ดีๆมาถามเรื่องแบบนี้ได้ไง

" อ๋อ แค่มีคนที่ชอบ " 

พี่เป้ยังคงพูดต่อผมไม่ตอบพี่เป้และนิ่งใช่ผมไม่ปฏิเสธว่ามีคนที่แอบชอบแค่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แค่คิดว่าจะเผยความรู้สึกทุกอย่างก็พังทลายลงแล้ว

จากนั้นพี่เป้ก็มาส่งผมที่หน้าคอนโดเพราะมีคนไข้ด่วนพี่เป้จึงรีบกลับทำให้ผมโล่งใจไปเพราะก่อนหน้านี้พี่เป้คะยั้นคะยอจะค้างที่คอนโดผมให้ได้ 

และพี่เป้อาจจะมีคำถามเรื่องเสื้อผ้าข้าวของ ไอ้นน หรือไม่ก็เป็นไอ้นนตัวเป็นๆ ที่อาจจะนั่งดูทีวีอยู่ตอนนี้ก็ได้

ผมหวังลึกๆว่าเข้าห้องไปขอให้มันอยู่ห้องเพราะตั้งแต่ที่มันมาพักกับผมความรู้สึกคุ้นเคยเริ่มก่อตัวมีแสงไฟสว่างในห้องตอนผมเลิกงานมีเสียงทีวีเปิดทิ้งไว้และเสียงลมหายใจแผ่วอยู่ด้านข้างในตอนเช้าที่ผมตื่นนอนและผมชอบความคุ้นเคยนี้เริ่มกลัวว่ามันจะหายไปเพราะเรื่องที่ได้รู้จากพี่เป้จากเหตุการณ์เมื่อเช้าผมกลัวมันจะไม่ชอบที่ผมทำเรื่องแบบนั้นผมอยากอธิบายอยากถามอยากรู้เรื่องหมั้นหมาย  หลังจากพูดคุยกับพี่เป้ผมก็เหมือนจะลืมๆเรื่องที่รู้มาแต่มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง

แต่พอมายืนหน้าห้องตัวเองที่ไร้เเสงไฟ ลอดผ่านจากหน้าประตูทำให้รู้ว่าไม่มีใครอยู่ในห้องผมกลับรู้สึกห่อเหี่ยวในใจขึ้นมาอีกครั้ง

-----------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}