AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ช่วงเวลา 4 ปี และความสูญเสีย

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ช่วงเวลา 4 ปี และความสูญเสีย

คำค้น : awata12

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 449

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2559 23:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ช่วงเวลา 4 ปี และความสูญเสีย
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 12  ช่วงเวลา  4 ปี และความสูญเสีย

 

 

 

          ช่วงเวลา 4 ปีไผ่ออกไปต่อสู้กับคิวบิลัสทุกวันในช่วงเช้าจนถึงตะวันตกดินก็กลับไปยังบ้านโพรงไม้ของตนพร้อมกับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่คิวบิลัสได้สังหารและนำมาฝากเจ้าไผ่เกือบทุกวัน เหตุผลเพราะมันไม่อยากให้เสียเวลาต่อสู้เนื่องจากมักจะหยุดสู้ดื้อๆ แล้วออกเดินรอบป่าเพื่อหาของกินทุกวัน  คิวบิลัสจึงอาสาออกไปหามาให้ ดังนั้นทุกๆเช้าจะมีสัตว์ขนาดใหญ่ 1-2 ตัวกองอยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่ง พอถึงเย็นไผ่ก็นำมันกลับไปทานที่โพรงไม้อันเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ของตน  การกินเนื้อสัตว์ที่ไม่รู้จักนั้นมีหลายอย่างที่ต้องระวัง อันดับแรกคือพิษ แต่ไม่เป็นปัญหากับไผ่สักเท่าไหร่ และอย่างที่สองคือรสชาติ ถ้าหากมันไม่อร่อยหรือกินไม่ได้ก็ต้องเว้นไว้แล้วหาอย่างอื่นทานแทน อย่างเช่นผลไม้แถว ๆที่พัก มอนสเตอร์ที่คิวบิลัสนำมาฝาก บางตัวสามารถเพิ่มพละกำลังและค่าสถานะบางอย่างให้กับร่างกาย เช่นเนื้อมอนสเตอร์นกประเภทหนึ่งตัวใหญ่ขนหนา กรงเล็บสีดำยาว ความแหลมของเล็บนั้นสามารถแทงทะลุก้อนหินได้อย่างง่ายดาย เมื่อกินมันผลี่ได้รับคือความคมชัดทางสายตา ทำให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ เป็นต้น

การต่อสู้กับคิวบิลัสยิ่งนานวันมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ตัวไผ่ก็เช่นกันที่รู้สึกประหลาดใจในเรื่องเหล่านี้มากที่สุด

เพราะตามปกติแล้ว ความสามารถของไผ่จะทวีขึ้นตามความแข็งแกร่งของการโจมตีที่ได้รับ และมีแนวโน้มที่จะเหนือกว่าคู่ต่อสู้ แต่ว่าเมื่อเสร็จสิ้นจากการต่อสู่ 1 ชั่วโมง สภาวะทางร่างกายของไผ่จะกลับมาเป็นแบบเดิมเพราะสิ่งนี้อ้างอิงมาจากโลกจริงของไผ่ที่เผชิญหน้ากับองค์กรชั่วร้ายระดับอันตรายหลาย ๆ องค์กร บางแห่งก็มีมนุษย์ทดลองที่แปลกประหลาดซึ่งรับมือได้ยาก แต่ยิ่งไผ่ได้ต่อสู้ พัฒนาการด้านพลังทุก ๆ อย่างจะทวีขึ้นจนเหนือกว่าคู่ต่อสู้ ทว่าหลังจากนั้น 1 ชั่วโมงพลังทุกอย่างก็จะหายไป เขาจะกลับมาเป็นชายธรรมดา ๆ เช่นเคยซึ่งฮอปกับโนบุมักจะเรียกว่า “การรีเซ็ต”

แต่สำหรับโลกใบนี้แล้ว ยิ่งได้ต่อสู้ก้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น การรีเซ็ตของไผ่ไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นยิ่งนานวันก็ยิ่งเริ่มสูสีกับคิวบิลัส เมื่อพลังทำลายของทั้งคู่เริ่มเข้าสู่ระดับที่อันตราย คิวบิลัสก็ได้สร้างม่านกักขังให้ทั้งสองต่อสู้กันในนั้น การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ไผ่ที่ได้รับการฝึกฝนจากราอิลในช่วงดึกก็นำวิชาต่างๆออกมาใช้อย่างไม่บันยะบันยังจนม่านที่คิวบิลัสสร้างถูกทำลายนับครั้งไม่ถ้วนต่อการต่อสู้ 1 วัน และมันก็สร้างขึ้นใหม่เรื่อยๆแม้จะเปลืองพลังแต่ก็ฟื้นฟูในเวลาแค่ชั่วอึดใจ

 

          เสร็จจากการต่อสู้กับคิวบิลัสก็นำสัตว์ที่เป็นของฝากกลับเข้าม่านไปยังบ้านโพรงต้นไม้ของตนเองและย่างมันกินกับนานะ  ทั้งนี้เจ้าไผ่ได้หลอมขวดแก้วขนาด 2 ลิตรไว้หลายสิบขวดเพื่อนำมากรองน้ำมันของสัตว์ชนิดต่างๆที่เมื่อโดนไฟแล้วส่งกลิ่นหอมถูกใจ และถ้ากรองน้ำมันได้ไม่มากพอที่ไผ่ต้องการ วันต่อไปไผ่ก็จะขอให้คิวบิลัสนำเอาสัตว์ชนิดนั้นมาฝากในครั้งถัดไป

 ช่วงที่ฝึกกับราอิลคือ 2 ทุ่มครึ่งจนถึงตี 4 ส่วนช่วง ช่วง 6 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นต่อสู้กับคิวบิลัส ส่วน 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มไผ่จะเล่นกับนานะกินข้าว และพาไปเล่นน้ำ สระผมให้กลิ่นตัวหอมก่อนจะเข้าฝึกกับราอิล ส่วนการฝึกนั้นราอิลสอนในเรื่องของพันธะเวทย์  ภาษาโบราณในหนังสือเกือบทั้งหมดจนไผ่สามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ไม่ติดขัด เรื่องต่อไปก็เป็นเรื่องการสร้างวงเวทย์ซึ่งสอนทั้งพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูงให้แบบอัดเข้าไปให้ได้มากที่สุดในแต่ละวัน และ 1 วันเจ้าไผ่ต้องอ่านหนั้งสือวงเวทย์ 1 วง แต่ละวงความละเอียดเท่ากับหนังสือ 1 เล่มที่มีหน้ามากกว่า 500 หน้าให้จบและต้องใช้งานให้ได้ในคืนหนึ่งๆ จนไผ่สามารถเรียนรู้เรื่องวงเวทย์เองได้ก็สอนเรื่องต่อไป คือการร่ายเวทย์มนต์(ที่จริงควรสอนเรื่องนี้ก่อน) ทุกๆวันราอิลจะให้ไผ่ร่ายบทเวทย์หลากหลาย และมีการเปิดธาตุทั้ง 6 ให้กับไผ่ซึ่งตรงเปิดธาตุนั้นสีหน้าไผ่แสดงถึงความเจ็บปวดอย่างมาก แม้ว่าร่างกายจะไม่มีวันแตกสลายแต่กับความเจ็บปวดทึ่ได้รับที่มันไม่น่าพิศสมัยเลยแม้แต่น้อย

 

เสร็จจากเรื่องนั้นก็มาเรื่องการสอนหลอมยา ตรงนี้เป็นจุดเด่นของราอิลเลยก็ว่าได้ เจ้าตัวจึงทุ่มสอนเต็มที่ ส่วนไผ่ก็ได้แต่จำเทคนิคอันแปลกประหลาดเหล่านั้น รวมถึงพืชพันธ์ต่าง ๆ ทั้งในหนังสือ และในนความเป็นจริง ราอิลสอนการปรุงยาที่โหดร้ายหฤหรรย์มาก แรก ๆ ไผ่ทำพลาดจนโดนลงโทษ เพราะการทำความเข้าใจเรื่องยานับเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับไผ่อย่างมาก ยาที่ปรุงโดยใช้เวทย์มนต์ มันเป็นอะไรที่น่าทึ่ง ไผ่ทำทุกอย่างที่ราอิลสอนให้โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ราอิลนำมาสอนให้นั้นเป็นเทคนิคการปรุงยาของราชันย์มังกร เป็นเทคนิคที่เหล่าเทพเจ้ายังไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้

        ต่อไปเป็นการสร้างอาวุธฉบับตำราเก่าแก่ขนาดที่เปิดทีหนึ่งนี่แทบจะสลายเป็นผุยผง แต่ทว่า เรื่องของการสร้างอาวุธนั้นเป็นสิ่งที่ราอิลไม่ค่อยถนัดเขาได้แต่ดึงคลังความรู้ของราชันย์มังกรต้นกำเนิดที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น อีกอย่างวิชาดังกล่าวนี้ยังไม่เคยมีราชันย์มังกรรุ่นไหนทำได้จนถึงขั้นกลางมาก่อน แต่สำหรับไผ่มันคือเรื่องง่าย ๆ อย่างกับสิ่งนี้เป็นพรสรรค์ของเขาอยู่แล้ว เพียงแค่ได้ฟังถึงวิธีการสร้าง การใช้แร่ การควบคุมไฟ การสังเกตจุเคลื่อนไหวของพลังเวทย์ต่าง ๆ และเทคนิคเฉพาะที่ราอิลบอกได้แค่ทฤษฎีเท่านั้น ทว่าไผ่กลับสามารถนำมาปฏิบัติได้ไม่ยากเย็น เพราะฉะนั้นราอิลจึงทุ่มเทฝึกสอนไผ่ในเรื่องเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่ตนจะสอนได้

 

ในช่วงเวลา 1 ปีให้หลังราอิลให้นานะมาฝึกท่องบทอะไรไม่รู้รวมถึงวาดสัญลักษณ์ไว้ตรงอกซ้ายของไผ่กับนานะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เหมือนกัน  และหลังจากนั้นก็เป็นการถ่ายเทพลังงานเข้าสู่ร่างไผ่โดยตรงโดยพลังนั้นเป็นของราอิล ส่วนนีอาก็ถ่ายทอดให้กับนานะทั้งคู่ต้องเข้าร่วมพีธีกรรมแบบนี้ทุกวันไม่ขาดแม้แต่วันเดียว  โดยที่ไผ่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ราอิลกับนีอาทำอยู่นั้นเป็นการประทับพันธะสัญญานิรันดร์ของไผ่กับนานะให้หลอมรวมกัน ราอิลกับนีอาไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ แต่กรทำแบบนี้มีความหมายโดยตรงคือ การยกลูกสาวให้ไผ่อย่างเป็นทางการของมังกรต้นกำเนิด หรือก็คือการเลือกคู่ครองให้นานะ อีกอย่างที่ทั้งคู่ถ่ายทอดพลังเข้าสู่ร่างไผ่กับนานนะตลอดช่วงเวลานี้ มันคือการสืบทอดตำแหน่งราชันย์ทังกรรุ่นต่อไป ราชันย์มังกรรุ่นที่ 26 แบบเต็มตัว แต่ว่าการสืบทอดนี้ราอิลได้ปิดผนึกพลังของราชันย์มังกรของตนไว้ไม่ให้ไผ่รับรู้

นานะสืบทอดรุ่นราชันย์มังกรที่ 26 ส่วนไผ่ถูกถ่ายทอดบางอย่างที่ลึกล้ำสำหรับให้กำเนิดบุตรมังกรต้นกำเนิดรุ่นถัดไป และมีเพียงผู้ถูกถ่ายทอดเท่านั้นที่จะให้ร่วมคู่นิรันดร์กับลูกสาวตนเพื่อให้กำเนิดบุตรแห่งราชันย์มังกรต้นกำเนิดขึ้นมา...........

 

เรื่องคิวบิลัส 2 ปีให้หลังมันมีหางเพิ่มมาอีกหนึ่งหาง และกลายร่างเป็นมนุษย์หน้าตาเหมือนชายอายุ 20 คนหนึ่ง มีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า จนเจ้าไผ่ต้องกระตือรือร้นในการฝึกต่างๆ ทั้งของคิวบิและของราอิลเพื่อที่จะชนะคิวบิลัสให้ได้

ปีที่ 4  ไผ่แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ตราสัญลักษณ์มากมายถูกฝังไว้กับร่างกายของไผ่โดยที่ไม่รู้เลยว่าราอิลได้ฝังตราอะไรลงไปบ้าง ส่วนตราที่อยู่ตรงอกของไผ่ กับด้านหลังนั้นราอิลบอกว่าเป็นของราชันย์เทพ โดยมีตราของนิกซ์ข้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า เทพเจ้าได้ใช้พลังส่วนใหญ่เพื่ออัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลกเพื่อมากอบกู้เหมือนในครั้งอดีต  ครั้งของราชันย์มังกรรุ่นที่ 17 ส่วนราชันย์เทพนั้นสืบทอดมาถึงรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นรุ่นของโครนอส

 

และตราของนิกส์นี่เองที่ทำให้ราอิลหลุดหัวเราะออกมา นั้นก็เพราะว่า นิกส์และคู่แฝดของเธอเฮเมร่านั้นเป็นพวกขี้เล่น ครั้งก่อนทั้งสองได้เลือกผู้กล้าที่มีฝีมือมาแค่คนเดียว ส่วนที่เหลือนั้นสุ่มผู้กล้าที่แทบจะไร้ฝีมือมาผู้กล้าไร้ฝีมือนั้นตกตายอย่างรวดเร็วโดยที่อะไรหลาย ๆ อย่างไม่ทันได้เริ่ม  หนึ่งคนตายเพราะตกจากที่สูงขณะถูกอัญเชิญมา อีกคนตายเพราะโดนมอนสเตอร์สังหารตั้งแต่วันแรก ส่วนที่เหลืออีกสองคนตกตายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เหลือรอด

 

การอัญเชิญผู้กล้ามาจากต่างโลกนั้นต้องใช้พลังของมหาเทพทั้ง 4 และ 1 มหาเทพจะได้เลือกผู้กล้า 3 คน

 

อดีตนิกส์เลือกผู้มีฝีมือมา 1 คน ส่วนอีกสองคนเลือกแบบสุ่มซึ่งเป็นผู้กล้าไร้ฝีมือทั้งหมด ส่วนเรื่องการส่งมายังโลกนี้ก็สุ่มพื้นที่อีกต่างหากทำให้ผู้กล้าสองคนที่ถูกเลือกตายตั้งแต่วันแรก

 

          เฮเมร่าก็เช่นกัน เธอเลือกผู้มีฝีมือแค่ 1 คน อีก 2 คนเลือกแบบสุ่ม ส่วนการส่งก็ส่งลงมาใกล้ๆ เมืองหลวงในรัศมี  500 กิโลเมตร แตกต่างจากนิกส์นิดหน่อยที่ธอสุ่มลงไม่เลือกพื้นที่

 

 

 

ช่วง 4 ปีที่กล่าวมานี้ใช่ว่าไผ่จะไม่มีเวลาพัก  แค่ทุกๆ 1 เดือนเขาจะได้พัก 1 วัน  เวลาครึ่งวันหมดไปกับการเล่นกับนานะส่วนอีกครึ่งวันออกไปตามหาเมล็ดพันธ์ผลไม้ที่น่าสนใจตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเจ้าคิวบิลัสพาไป

 

อาวุธติดตัวของไผ่นั้นเหลือแต่สิ่งที่แนบชิดตรงขาที่เจ้าตัวไม่ยอมถอดออก และกระเป๋าเป้ทหารอีกหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากชุดลำรองเพียง 1 ชุด

ลืมบอกไปว่าเวลาเจ้าไผ่สู้กับคิวบิลัสมันล่อนจ้อนสู้ ไม่ได้ใส่ชุดอะไรเพราะเสียดาย มีแต่สิ่งที่แนบอยู่ตรงขาเท่านั้นที่ไม่ยอมถอดออก เวลาถูกถามว่าตรงขานั้นคืออะไรเจ้าไผ่ก็บอกเพียงแต่ว่า ความลับ

 

 

 

สิ่งของที่ไผ่ได้มาจากราอิลคือแหวน 5 วงซึ่งเป็นแหวนมิติขนาดย่อมๆ

 

วง 1 ใส่หนังสือเก่าๆ ของราอิลทั้งหมด

 

วง 2 เมล็ดพันธ์ผลไม้

 

วง 3 น้ำมันสัตว์ชนิดต่างๆ กรอกไว้ในขวดแก้ว

 

วง 4 เกร็ด ,เล็บ, ขน, ฟัน, และผลึกของสัตว์ที่คิวบิลัสล่ามาฝากแต่ก็ไม่ได้มีมากนักเพราะใช้ไปกับการทดลองหลอมยา สร้างอาวุธผลาญทรัพย์ยากรเล่น ๆ ส่วนอาวุธที่ได้ก็เอามาสู้กับคิวบิลัสจนแตกกระจายสลายเป็นผุยผงไม่เหลือโครงให้นำกลับไปหลอมใหม่แม่แต่เล่มเดียว

 

วง 5 นั้นว่างเปล่า

 

.........................................................................................

 

 

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ไผ่นั้นออกมาข้างนอกโดยมีคิวบิลัสพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในละแวกนั้น และก็เป็นวันที่เจ้าคิวบิลัสสร้างพันธะสัญญากับไผ่ พันธะสัญญาผูกพันธ์นิรันด์ของทั้งสอง

 

แต่ว่าวันนี้ทั้งวันไผ่ไม่ได้รู้สึกสนุกอะไรเลย เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ก่อนตะวันจะตกดินไผ่ได้ขอให้คิวบิลัสพาไปส่งหน้าม่าน แต่เมื่อไปถึง

 

บัดนี้ไม่มีม่านสีดำกั้นอยู่อีกแล้ว ไผ่รีบพุ่งเข้าไปแต่ถูกคิวบิลัสห้ามความรู้สึกของไผ่ตอนนี้สับสนอลหม่านไปหมด ความกังวลความเป็นห่วงพุ่งกระฉูดท่วมท้นเต็มอก เขาห่วงนานะ ห่วงนานะอย่างบอกไม่ถูก

          “ห้ามทำไมคิว”   ไผ่พูดและตอนนี้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ ทั้งๆ ที่ความรู้สึกนี้เขาลืมมันไปแล้วในอดีตกาล มันพึ่งกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

ข้าสัมผัสถึงพลังของเผ่าปีศาจ”    เพียงคำพูดนี้ของคิวบิลัส ไผ่รีบพุ่งไปด้วยความเร็วทันทีพร้อมกับที่ตอนนี้คิวบิลัสได้หายเข้าไปในสัญลักษณ์ตรงมือขวาของไผ่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อพุ่งไปตามสัญชาติญาณแห่งความรู้สึกก็เจอกับราอิลที่นอนจมกองเลือดสีดำอยู่โดยที่มือทั้งสองพยายามดันให้ตนลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้แววตาทั้งคู่เด็ดเดี่ยวไม่มีแม้แต่ความต้องการที่จะยอมแพ้

ข้างๆ ราอิลคือนีอาแม่ของนานะที่นอนเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่  ความรู้สึกที่มีต่อนีอานั้นเปรียบเสมือนว่าเธอคือมารดาคนหนึ่งของไผ่ แม้ว่าหน้าตาจะยังเยาวัยแต่ความคิดและสติปัญญาของเธอนั้นเหมือนกับอาศัยอยู่บนโลกนี้มานับพันนับหมื่อนปี เธอมักจะรินน้ำชาและอธิบายเรื่องต่างๆ ที่ไผ่ไม่เข้าใจให้ฟังทุกครั้ง ท่าทีเธอนั้นอ่อนโยน และชอบกำชับไผ่ตลอดว่า

“ในวันที่เราไม่อยู่...ฝากดูแลนานะด้วยนะจ๊ะ เพราะเธอคือคนเดียวที่เราทั้งคู้ไว้ใจ”   เสียงอันอ่อนหวานปนความหมองเศร้าเล็กกน้อยของนีอาที่กล่าวทีเล่นทีจริงกับไผ่บ่อยครั้งผุดขึ้นในวามรู้สึก

 

เมื่อถึงคำว่านานะไผ่ก็หลุดออกมาจากความคิดทันที เขามองหาเธอ ร่างที่นิ่งสนิทของนานะลอยเหนือพื้น คอของเธอถูกแขนสีดำบีบจนหน้าม่วงคล้ำราอิลเมื่อเห็นไผ่ก็รีบตะโกนด้วยเสียงอันแหบพร่า

 

ไผ่  ระ รีบหนีไป”  เสียงที่กระตุ้นความรู้สึกของไผ่เป็นอย่างดี ความรู้สึกในอตีลกาล ครั้งที่เขาสูญเสียสิ่งสำคัญก็เป็นแบบนี้ แต่ครั้งนั้นความโกรธของเขาได้ทำให้มนุษยชาติเกือบจะสูญพันธ์ไปจากโลกใบนี้ ผู้บริสุทธิ์มากมายต้องถูกฆ่าโดยที่ไม่มีความผิด  ในหัวของไผ่ตอนนั้นมีแต่คำว่าทำลาย และทำลายเพียงอย่างเดียว จนถูกแก้ไขโดยคนปริศนา ซึ่งมันก็นานมากแล้ว

 

หืม  อะไรกันมีมนุษย์อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ น่าขันนัก และดูเหมือนว่าท่านราอิลผู้เป็นหนึ่งในราชันย์มังกรที่บัดนี้อ่อนแอจนแพ้แม้กระทั่งทายาทราชันย์ปีศาจผู้ที่เทียบได้กับพลังเพียง 8 ส่วน 10 ของท่าน เหตุไฉนต้องห่วงมนุษย์อ่อนแอผู้นี้ด้วยเล่า”   เสียงกังวานของชายร่างสูงผิวดำคล้ำดังก้อง ด้านหลังของมันมีอมุษย์รูปร่างน่ากลัวนับร้อยตนเรียงรายอยู่และแผ่ไอสีดำออกมาไม่หยุดยั้งเหมือนกับรอคำสั่งสังหารอย่างใจจ่อ

 

ไผ่ไม่ได้ฟังคำพูดของทายาทปีศาจเขาพุ่งเข้าหานานะแต่ก็ต้องกระทบกับโล่สีดำบางอย่าง มันกระแทกให้ไผ่กระเด็นออกไปหลายเมตร

 

เจ้าโง่  มนุษย์รึจะผ่านโล่ของข้าได้  ขนาดราชันย์มังกรราอีลยังผ่านมาไม่ได้เลย แล้วใยมนุษย์เช่นเจ้าจะผ่านเข้ามา ....โง่งมสิ้นดี!!”  เสียงก้องกังวานของทายาทปีศาจดังขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม แน่นอนว่าเป็นเพราะราอิลกับนีอาอยู่ในช่วงอ่อนแอ จึงต้องหลบหนีมาอยู่สถานที่แห่งนี้เพื่อรอพลังฟื้นฟู แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ได้เตรียมใจในเรื่องนี้ไว้แล้ว เพราะราชันย์รุ่นก่อน ๆ ก็ถูกสังหารในสภาพแบบนี้ทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุที่ปีศาจต้องตามล่าสังหารราชันย์มังกรในเวลาแบบนี้ เพราะพวกมันกลัว แต่ว่าจะกลัวอะไรนั้น....

 

เจ้าทำอะไรโล่นั่นไม่ได้หรอกไผ่  สิ่งนั้นมันใช้พลังกึ่งหนึ่งของมันและพลังของสมุนมันอีกนับร้อย  รีบหนีไปเสียก่อนที่เจ้าจะต้องสูญสิ้นชีวิต”    ราอีลพยายามเปล่งเสียงออกมา สายตาเขาจ้องไผ่ด้วยคำประกาศิตแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างลึกล้ำจนไผ่ต้องสั่นสะท้าน เขาไม่กล้าสบตากับราอิล

 

          “แต่นานะ”   ไผ่ก้มหน้าเงียบ

 

          “ชีวิตเจ้าสำคัญกว่านะนะ รีบหนีไปซะ”    ราอีลไม่พูดเปล่าโยนผลึกสีฟ้าชิ้นหนึ่งมาให้

 

          “ผลึกนั่นมันสามารถย้ายเจ้าไปยังเขตแดนแห่งเทพได้ รีบใช้มันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน”   ราอีลพูดพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมาจากปากอาการบาดเจ็บของเขาอยู่ในขั้นสาหัส หากเป็นแบบนี้ต่อไป

 

ความรู้สึกครั้งนี้ทำให้ไผ่นิ่งเงียบ

 

*อีกแล้ว ความรู้สึกนี้มาอีกแล้ว ตราประทับถูกกระตุ้น เราจะยอมให้มันเกิดขึ้นงั้นเหรอ*  ในห้วงความคิดของไผ่ เขากำลังคิดหนัก เพราะหนึ่งในสิ่งต้องห้ามที่เขาไม่อยากใช้มันที่สุดกำลังกู่ร้องเพราะความไม่สงบด้านจิตใจของไผ่เขากลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้  ถ้าหากไม่มีโนบุกับฮอปอยู่ด้วยแล้ว การควบคุมพลังของตราประทับกายมันมีโอกาสน้อยมาก

 

*แต่ถ้าเราไม่ทำ นานะก็จะไม่รอด*  อีกครั้งที่ไผ่คิด และทันได้นั้นเขาก็อัดพลังเข้าไปที่หมัดขวาอย่างเข้มข้น แล้วพุ่งไปต่อยโล่นั่นเต็มแรง

 

แต่ผลที่ได้คือไผ่กระเด็นออกมาพร้อมกับมือขวาที่ข้อต่อหลุดแค่เพียงข้อต่อหลุดก็ทำให้ความตกใจของไผ่พุ่งขึ้นสูงแล้ว แม้จะสร้างบาดแผลให้ไผ่ไม่ได้ก็ตาม

 

ความ งง งวยเกิดขึ้นกับไผ่ นี่เป็นพลังที่อัดทับซ้อนกันหลายชั้นทุ่มพลังทั้งหมดของเขาแล้ว  ขนาดคิวบิลัสยังบาดเจ็บ แต่กับโล่นี่ ทำไมถึง

 

          “พลังของเจ้าทั้งหมดตอนนี้ ยังไม่ถึง 1 ส่วน 100 ของมันด้วยซ้ำไผ่  รีบหนีไปซะ แม้คิวบิลัสก็ไม่อาจปะทะชนะมันได้ เพราะพลังของมันฟื้นฟูมาแค่นิดเดียวมันยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทายาทปีศาจในตอนนี้”  ราอีลพูดตอกย้ำ

 

คำพูดนี้กระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวไผ่ พลันทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

          ไผ่นิ่งเงียบ”””” เงียบจนทุกคนรับรู้ถึงบรรยากาศที่ไม่ชอบมาพากล

        แววตาของไผ่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกได ๆ ที่ถ่ายทอดออกมา เสือนกับเป็นคนละคน

นี่เหรอคือความแข็งแกร่งของทายาทราชันย์ปีศาจ .... หึ!”   ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป  รอบๆ ตัวมีไอสีดำแผ่ออกมา ไอสีดำมืดมิดที่สะท้อนได้แม้แต่แสงสว่าง

 

ราอีลไม่เคยเห็นไผ่เป็นแบบนี้มาก่อน  อะไรที่ทำให้เด็กหนุ่มเปลี่ยนไป  แม้ว่าราอีลจะไม่เคยเห็น แต่คิวบิลัสรู้ดี ว่าเจ้านี่เอาจริงและการเอาจริงแบบนี้แม้แต่มันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสถึงความรู้สึกกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของไผ่แบบนี้มาก่อน

 

 

 

และอีกอย่าง หลังปะทะกับคิวบิลัส เจ้าไผ่มักจะบอกเสมอว่า  สภาพร่างกายมันไม่ปกติ  ตอนนั้นคิวบิลัสคิดว่าคงเป็นความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้น แต่เมื่อได้รับคำเฉลยกลับไม่ใช่

 

หมอนี่มันสามารถปรับตัวให้แข็งแกร่งเทียบเท่า ไม่สิ เรียกได้ว่าเหนือกว่าคู่ต่อสู้ได้เมื่อเข้าต่อสู้  แต่หลังจากนั้นทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ ไม่มีพลังอะไรหลงเหลือถ้าหากเป็นแต่ก่อน ซึ่งประโยคนี้ไผ่เล่าให้มันฟัง แต่ที่ไผ่บอกว่าไม่ปกติก็คือ เมื่อใช้โหมดที่ว่าในโลกไบนี้ พลังมันไม่ได้หายไป แต่กลับเพิ่มพูนมากขึ้น

 

          แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไผ่หลุดพูดออกมา “คิวบ์ ถ้านายสัมผัสได้ถึงความโกรธของฉัน ให้รีบหนีไปนะถ้านายไม่หนี บางที ชีวิตนายอาจจะต้องหายสาบสูญไปจากโลกนี้เลยก็ได้” เสียงของไผ่พูดขึ้นเบา ๆ

 

 

 

 

แววตาของเจ้าไผ่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ ทรงผมที่ปิดใบหน้าทำให้ยากต่อการคาดเดาความรู้สึก

 

แขนเสื้อไหล่ซ้ายค่อยๆสลายหายไปปรากฏให้เห็นสัญลักษณ์สีดำสะท้อนแสง เป็นสัญลักทรงกลมรูปร่างประหลาด ลึกลับไม่มีสิ้นสุด แม้จะมองยังไงก็หาที่สิ้นสุดไม่เจอ หรือว่าหาความลึกของมันไม่ได้ มันเปรียบเสมือนหลุมดำที่สามารถดูดทุกอย่างเข้าไปในพริบตา

 

ไผ่ยังคงยืนนิ่ง มือขวาที่ข้อต่อหลุดสะบัดวูบเดียวก็กลับมาปกตีกครั้ง พลันมือซ้ายก็จับหัวไหล่ขวาอย่างช้าๆ

 

ทายาทราชันย์ปีศาจให้ความสนใจที่ไผ่ ว่ามนุษย์มันกำลังทำอะไร แม้มันจะแปลกใจกับสัญลักษณ์ที่มืดมิดไร้ที่สิ้นสุดแต่กลับสะท้อนแสงสว่างที่ไหล่ขวาก็ตาม

เมื่อมือซ้ายสัมผัสกับไหล่ขวาโลกก็เสมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะสร้างความสั่นสะท้านให้กับมันเป็นครั้งแรก

เสียงของมนุษย์ตรงหน้าตอนนี้กลับดังกึกก้องกลบเสียงของทุกสรรพสิ่ง

 

 

 

“วิชาต้องห้าม  ตราประทับกายที่ 4  หัตถ์มารทรงฤทธิ์”

 

 

 

เสียงเอ่ยบางเบาทว่าดังกึกก้อง คลื่นสีดำกระจายอย่างรวดเร็วกระแทกกับโล่ที่แข็งแกร่ง พลันมันก็สลายหายไปทันที ทว่าไม่ทันที่จะได้ตกใจมือของมนุษย์ได้จับแขนขวาของทายาทราชันย์ปีศาจที่บีบคอนานะอยู่ พลันสัญชาติญาณก็กู่ร้อง ทายาทราชันย์ใช้มือซ้ายตัดแขนตนเองทันที  ร่างนานะหล่นลงกับพื้นตังตุบ  แขนของทายาทราชาปีสาจค่อยๆ สลายหายไป พร้อมกับแขนใหม่ที่งอกมาอย่างรวดเร็ว

 

          “ตัดอากาศ”

 

          เสียงเอ่ยเบาๆ ของไผ่ดังขึ้นพลันคลื่นใสก็กระจายแล้วตัดฉับอย่างรวดเร็ว  ทายาทราชันย์หลบทัน พลันคลื่นใสก็กระจายตัดต้นไม้ในรูปพระจันทร์เสี้ยวจนต้นไม้ในรัศมีหลายร้อยเมตรถูกตัดขาดกันอย่างง่ายดาย

 

พลังมหาศาลของทายาทราชันย์อัดไปที่นิ้วมือแล้วพุ่งลำแสงสีดำมายังตัวไผ่ด้วยความเร็วในพริบตา  ไผ่แค่เอี้ยวตัวหลบลำแสงนั้นพลันป่าก็หายไปเป็นทางยาว

 

ทายาทราชันย์รู้ว่าตนใช้พลังมากเกินไป จึงเปิดมิติหนีไป แต่ทว่า

 

 

 

“กระชากมิติ”

 

 

 

พลันมือขวาที่บัดนี้แขนของไผ่ค่อยๆกลายเป็นสีดำสนิททีละจุดและลุกลามอย่างช้าๆคว้ากลางอากาศ

 

มิติของทายาทราชันย์ถึงกับบิดเบี้ยว แต่ด้วยพลังที่เหนือธรรมดา ทายาทสามารถหนีไปได้ทิ้งลูกสมุนให้อยู่รอความตาย

          “บะ บ้าน่า มนุษย์คนนี้มันอะไรกัน” เสียงสบถลั่นของทายาทราชันย์ปีศาจพูดก่อนที่จะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

แต่ไหนเลยเมื่อหัวหน้าหนีแล้วสมุนจะไม่หนีเล่า พวกมันต่างพุ่งหนีอย่างรวดเร็วและหายไปจากครรลองสายตาทันทีทิ้งไว้แต่ความ งง งวยอยู่เบื้องหลัง

 

 

 

แขนขวาที่จุดสีดำค่อยๆ ลุกลาม พลังสีดำแผ่กระจายออกมาจนพื้นที่รอบตัวไผ่ในรัศมี 1คืบถูกกัดกร่อน

          “อั๊ค!!”  นัยน์ตาของไผ่ตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิท เขามองไปยังจุดที่ราอิลกับนีอานอนอยู่ รังสังหารของไผ่ปลดปล่อยออกมาอย่างท่วมท้นจนราอิลถึงกับสั้นสะท้าน

        “ไผ่ ไผ่ อย่าบอกนะว่าเจ้าควบคุมตัวเองไม่ได้ อั๊ค”  ราอิลตะโกนเรียกไผ่พร้อมกับกระอัคลิ่มเลือดออกมา

ไผ่แสยะยิ้มเหี้ยมทำให้คนมอลถึงกลับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ความรู้สึกแบบนี้มันยิ่งกว่าราชันย์ปีศาจเสียอีก

มือขวาค่อย ๆ ยกขึ้น นิ้วชี้เล็งไปยังจุดที่ราอิลนอนทรุดอยู่ แสงสีดำค่อย ๆ รวบรวมอย่างช้า ๆ การกระทำแบบนี้แน่นอนว่ามันคือความต้องการสังหารทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า

“หัตถ์มาร คลื่นผสุจธาวาท”

.

.

“พะ.. พี่...ชาย”  เสียงอันแหบแห้งของนานะดังขึ้น

*พี่ชาย...มาเล่นกานนนน นานะอยากเล่นน้ำ วันนี้พี่ชายต้องจับปลามาย่างกินนะ นานะอยากกินปลาย่าง...ปลาย่างอร่อยมากเลยล่ะ ..นานะรักพี่ชายที่สุดเลย..

....พี่ชาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นนะจะไม่ยอมทิ้งพี่ชายเด็ดขาด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตนานะก็ตาม...พี่ชายเชื่อที่นานะพูดหรือเปล่า...นานะพูดจริง ๆ นะ ...นานะจริงจังมากด้วย...

....พี่ชาย......ท่านแม่นีอาบอกว่าโตขึ้นจะให้นานะเป็นเจ้าสาวของพี่ชายด้วยล่ะ...นานะดีใจมากเลย...นานะจะเป็นเจ้าสาวขอพี่ชาย....ถึงตอนนั้นพี่ชายห้ามทิ้งนานะเด็ดขาด ...ไมงั้นนานะจะกัดพี่ชายเลยคอยดู..........

 

“ฮะ  เฮือก!!!”   ก่อนที่ลำแสงสีดำจะถูกปล่อยไปยังตำแหน่งที่ราอิลอยู่ ไผ่สะดุ้งเฮือกหลุดออกมาจากภวังค์ เมื่อเห็นแสงที่นิ้วตัวเองชี้ไปยังราอิลพลันเจ้าตัวรีบเบี่ยงเป้าหมายทันทีด้วยความตกใจ

ซูม!!!!!!!

เสียงคลื่นซัดมิติอากาศปั่นป่วน ป่าที่โดนลำแสงสีดำพุ่งผ่านตกตายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกสูบเอาพลังชีวิต

 

มือซ้ายรีบปลดรหัสลับที่ขาอย่างรวดเร็ว ไผ่พยายามกุมสติของตัวเองไม่ให้ขาดหาย ยิ่งพยายามควบคุม็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้ย กว่าจะปลดล๊อคได้ก็ใช้เวลาเกือบ 1 นาที

 

มีดโลหะสีขาวนวลใสที่ตรงกลางฝังเม็ดกลมสีดำมืดมิดไร้สิ้นสุด พลันมันก็เปล่งแสงแล้วดูดเอาพลังที่กระจัดกระจายออกมาเข้าไป ไผ่จับมีดด้วยมือซ้ายอย่างแน่นหน้าแล้วแทงเข้าไปตรงสัญลักษณ์ตรงไหล่ขวามิดด้าม พลันมีดก็ดูดกลืนพลังสีดำอย่างไม่หยุดยั้ง

 

มีดหมุนทวนเข็มนาฬากครั้งหนึ่ง

 

 

 

ผนึก!!

 

 

 

เสียงเอ่ยเบาๆของไผ่ดังขึ้น พลันเจ้าตัวก็แทบจะสิ้นสติอยู่ตรงนั้น ทว่ายังฝืนร่างกายที่เจ็บปวดไปพยุงนานะมาไว้ในอ้อมกอด

 

          ราอิลเห็นว่าไผ่ให้ความสำคัญกับนานะเป็นอย่างมากพลันก็เกิดรอยยิ้มแห่งความดีใจออกมา เขาเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ

 

ฝากดูแลนานะด้วย ลูกไผ่”  เสียงอันแหบพร่าของราดีลเปร่งออกมาครั้งสุดท้ายแล้วสิ้นลม นี่เป็นสิ่งที่ไผ่ไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด

 

ไผ่คิดจะฝังศพของผู้มีพระคุณทั้งสองแต่ทว่าร่างทั้งสองก็ค่อยๆ สลายหายไปแล้วกลายเป็นลำแสงสีดำกับสีน้ำเงินสองสายพุ่งขึ้นฟ้าไป

 

พร้อมเพรียงกับผลึกสีฟ้าที่เปล่งแสงจ้าล้อมไผ่กับนานะ แล้วความรู้สึกที่ถูกกระชากอย่างรวดเร็วก็บังเกิดขึ้น พลันสติของไผ่ก็ค่อยๆหมดไป  อ้อมแขนของเขากอดนานะไว้แน่นกลัวว่าจะพลัดพรากจากกัน คลื่นหมุนวนไม่สิ้นสุดดูดทั้งคู่เข้าไปในนั้นและสลายหายไปในที่สุด

 

 

 

...............................................

 

ณ วิหารมหาเทพ

 

แสงสีดำและสีฟ้าพุ่งเข้ามาในสัญลักณ์หลังบัลลังก์สุดอลังการ พลันชายหนุ่มหน้าตาเหมือนคนอายุ 22 ก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียด

 

เจ้าหนูราอิลกับนีอาสิ้นชีพแล้ว”  สุรเสียงเอ่ยอย่างอ่อนแรง

 

อย่าพึ่งขยับสิท่านพ่อ พลังท่านยังฟื้นฟูได้ไม่มากนัก”  เสียงของสตรีอายุ  12 ดังแจ้วข้างๆบัลลังก์นั้น  กับเด็กหญิงอีกคนที่ตาตาคล้ายกันนั่งอยู่อีกด้าน

 

ว่าแต่เจ้าไม่ไปดูแลมนุษย์ที่พวกเจ้าเลือกกันเหรอ”   เสียงแห้งแหบเอ่ยขึ้นพอได้ยิน

 

ไม่เป็นไรหรอกท่านพ่อ เรื่องนี้ให้ท่านน้าจัดการจะดีกว่าเยอะ”  เด็กทั้งสองพูดพร้อมเพรียงกันเธอแสดงสีหน้าใสซื่อไร้เดียงสาออกมา สร้างความน่ารักน่าประทับใจกับผู้พบเห็น

 

น้าเจ้าก็มีภาระที่ต้องดูแลมนุษย์ในพันธะทั้งของข้าและของเธอ  ส่วนมนุษย์ที่อยู่ในพันธะของเจ้าทั้งสองเล่า”    โครนอสแทบจะตะโกน เพียงแต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

 

พวกนั้นสบายดีไม่มีปัญหาท่านพ่ออย่าห่วงเลย”  เสียงทั้งสองตอบพร้อมเพรียงกัน

 

ครั้งก่อนเจ้าทั้งสองก็พูดแบบนี้ แต่ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นว่าไม่ดูแลสนใจใยดีจนพวกนั้นตกตาย เหลือรอดแค่สองคนเนี่ยนะ.....เฮ้อ ข้าไม่พูดละ ขอภาวนาอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลย”   โครนอสรู้ว่าพูดไปเด็กทั้งสองที่ไม่คิดจะสนใจฟังจึงได้แต่ปลงๆ แล้วหลับตาฟื้นฟูพลังของตนเองต่อไป

 

....................................................................................

       เนื่องจากว่าเป็นนักเขียนมือสมัคเล่น... จึงไม่ค่อยู้เรื่องอะไรเลยเทียวล่ะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น